พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 07:53:48 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 16198
    • ดูรายละเอียด
1. ประเทศเปรู (Perú) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เปรู เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงเป็น ‘กรุงลิมาง เป็นศูนย์กลางของประเทศ พื้นที่ในประเทศ ส่วนมากเป็นที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาแอนดิสพาดผ่านขนานกับชายฝั่งห้วงสมุทรแปซิฟิก ซึ่งแบบพื้นที่ได้เป็น 3 แบบ เป็นต้นว่า พื้นที่ริมตลิ่งหรือโกสตา (Costa) ด้านตะวันตก เป็นที่ราบแคบ แล้วก็แห้งแล้ง ละเว้นบริเวณหุบเขา ซึ่งเป็นผลมาจากแม่น้ำตามฤดูกาล เขตที่สูง หรือ เซียร์รา (Sierra) เป็นภูมิภาคประเทศบนเทือกเขาแอนดีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ราบสูงอัลตีปลาโน เขตป่ารกทึบ หรือเซลบา (Selva) เป็นที่ราบกว้างขวาง ปกคลุมด้วยพื้นที่ของป่าดิบชื้นอเมชอน สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรจะไป ซากปรักหักพัง มาจูปิจู (Machu Picchu), จุดชมวิว (Huayna Picchu), เขาเรนโบว์ Cerro Colorado Vinicunca
2. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เอกวาดอร์ เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ Ecuador เป็นภาษาสเปน ตรงกับคำว่า Equator ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า เส้นศูนย์สูตร การตั้งชื่อเช่นนี้เป็นเพราะประเทศเอกวาดอร์ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรพิงผ่าน ทำให้ทั้งประเทศได้รับแสงแดดเต็มกำลังทั้งปี แม้กระนั้นสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไป ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ เป็น พื้นที่ภูเขา ป่าฝน รวมทั้งชายฝั่งทะเลแปซิฟิค ประเทศเอกวาดอร์มีชื่อเสียงทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ที่โด่งดังเยอะที่สุดเป็น ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ภูเขาไฟที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 48 กม. บนแนวเขาแอนดีส ภูเขาไฟโกโตปักซีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในโลก และก็ในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมภูเขาไฟที่นี้เยอะๆ เมืองบาโญส (Banos) เป็นอีกโอกาสหนึ่งหนึ่งสำหรับนักเดินทางที่ถูกใจการเดินป่า แล้วก็ชมความงามจของน้ำตก สถานที่สำหรับท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจเป็น หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์เยอะมากหลายประเภท เป็นหมู่เกาะกึ่งกลางห้วงมหาสมุทรแปซิฟิค
3. ประเทศบรูไน (Brunei) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศบรูไน เป็นประเทศเล็กๆแต่ว่ามีเศรษฐกิจที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นใดในเอเชีย สถานที่สำหรับท่องเที่ยวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้มากมายก่ายกอง เพราะเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวมีความสนใจน้อยซะงั้น แม้กระนั้นรับประกันได้เลยว่าทุกคนที่ได้ไปถึง เป็นจำเป็นต้องได้รับความซาบซึ้งกลับมาแน่ๆ สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑสถานบรูไน, มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน, ราชสำนักอิสตานา นูรัล อีมาน, สวนเจรูดง, มัสยิดจาเม อาร์ ฮัสซานัล โบลเกียห์
4. ประเทศปานามา (Panamá) : ท่องเที่ยวได้ 180 วัน
ปานามา เป็นประเทศที่อยู่ทางใต้สุดของอเมริกากลาง เป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างการบรรลุผลของการพัฒนาเศรษฐกิจทีเดียว ปานามาไม่ใช่ประเทศล้าหลังที่เป็นสวรรค์ของนักฟอกเงิน ตรงกันข้าม ในตอนนี้กำลังแปลงเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินของละตินอเมริกา มีสถาบันการเงินระดับใหญ่ เป็นต้นทางการขนส่งตู้ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งทางที่มีความสำคัญในการรบของทวีปอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด ลำคลองปานามา, เมืองคาสิโน Panaviera at Ocean Sun Casino, โบสถ์รวมทั้งวิหาร Iglesia del Carmen, น้ำตก El Chorro Macho, พิพิธภัณฑ์ BioMuseo
5. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
อาร์เจนตำหนิน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้แห่งนี้ มีน้ำตกที่เลื่องลือสุดงดงาม แนวเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ ไวน์ การเต้นระบำแทงเก๋ รวมทั้งเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าเร้าใจ ถือเป็นสวรรค์สำหรับนักทัศนาจร จะได้สัมผัสตั้งแต่เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ ไปจนกระทั่งเมืองอาณานิคมอันสงบเงียบ ประเทศที่ใหญ่เป็นชั้นสองในอเมริกาใต้ที่นี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย ด้วยภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้อากาศนานับประการ ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ทุ่งหญ้าอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย จนตราบเท่าป่าดิบชื้น สถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดเป็น น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านที่พักย่าน La Boca, El Tren a Las Nubes (รถไฟไปยังเมฆ), เยี่ยมชมโรงกลั่นเหล้าองุ่น, แนวเขา Hornocal (เนินเขาเจ็ดสี)
6. ประเทศชิลี (Republic of Chile) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ชิลี เป็นประเทศลาติน มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างเทือกเขาแอนดีสกับห้วงมหาสมุทรแปซิฟิก มีอาณาเขตจรดประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก ถึงแม้ประเทศชิลีจะเป็นประเทศที่มิได้มีขนาดใหญ่นัก แต่เรื่องความยาวประเทศนี้ขาดลอยประเทศอื่นๆในโลก เนื่องจากว่าเป็นเจ้าของสถิติประเทศที่ยาวที่สุดกว่า 4,300 กิโลเมตร แต่ว่ากว้างแค่เพียง 180 กิโลเมตรเท่านั้น จุดเด่นของชิลีนั้นอยู่ตรงที่ความมากมายหลายของทำเลที่ตั้ง ที่มีตั้งแต่ว่าทะเลทรายที่จัดได้ว่าแห้งที่สุด ไปจนกระทั่งธารน้ำแข็ง และฟยอร์ด นอกนั้นยังมีภูเขาไฟรายล้อมอีกหลายที่ สมกับเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ “ring of fire” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก ที่จะนำไปสู่แผ่นดินไหวอยู่บ่อยมาก แต่ว่าที่นี่ก็ยังคงยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวอยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากว่าข้างหน้าเป็นทะเลสาบแล้วก็ด้านหลังเป็นภูเขาไฟ ทำให้พื้นที่นี้มีความสวยงามและก็แปลกตา
7. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เซเชลส์ รู้จักกันในนาม Paradise on Earth หรือ สวรรค์บนดินในหมู่นักท่องเที่ยว หมู่เกาะเซเชลส์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่รอบๆทวีปแอฟริกา มีหมู่เกาะเรียงรายกว่า 115 เกาะ ห่างจากชายฝั่งแอฟริกาทางทิศตะวันออก 1,600 กิโล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมารดากัสการ์ คนที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสได้คล่องเพราะเหตุว่าเคยถูกดูแลจากสองประเทศนี้ อากาศจะอบอุ่นตลอดทั้งปี ช่วงไฮซีซั่นจะเป็นตอน มิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากอเมริกาและก็ยุโรปเป็นส่วนมาก ที่สำคัญเกาะนี้เคยเป็นที่ฮันนีมูนของพระราชโอรสวิลเลียมและเคทด้วย ที่นี่ก็มีหาดสวยๆหลายหาดทรายด้วยกัน แต่ว่าที่แนะนำคือหาดทราย Anse Lazio
8. ประเทศมองโกเลีย (Mongolia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มองโกเลีย ดินแดนแห่งธรรมชาติ ภูเขา ป่าดง รวมทั้งท้องทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากมีความโดดเด่นทางด้านธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของดูโกเลียอีกอย่างก็คือ ศิลปวัฒนธรรมแล้วก็ผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับที่อื่นๆผู้คนท้องถิ่นยังคงดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย ก็เลยไม่แปลกใจที่ดินแดนแห่งนี้จะเป็นเป้าหมายของนักเดินทางจากทั่วทั้งโลก มาถึงตรงนี้ทั้งทีจำเป็นต้องมาเยี่ยมทะเลทรายโกบี, เทือกเขาอัลไต, ทุ่งหญ้า Dornod Aimag, จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) รวมทั้งบ้านพักสไตล์เกอร์
9. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
รัสเซีย ท่องเที่ยวดินแดนหมีขาว ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและทวีปเอเชียไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวของศิลปะรัสเซีย สถานที่เที่ยวที่แนะนำเป็น มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาสิล (St. Basil’s Cathedral) โดมทรงหัวหอม 9 โดมรวมทั้งโบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), ป่าช้าเลนิน (Lenin Mausoleum), พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่ดั้งเดิมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์โบราณที่มีหลังคารูปโดมใหญ่เป็นชั้น 3 ของโลก
10. ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
วานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลียราว 1,200 กม. ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่โดยประมาณ 82 เกาะ ในปริมาณนี้มีเกาะราว 65 เกาะที่ไร้คนอาศัยอยู่ และภาวะของเกาะจำนวนมากจะเป็นภูเขาสูง ด้วยเหตุว่าเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน รวมทั้งยังมีภูเขาไฟใต้น้ำตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย เศรษฐกิจนั้นโดยมากของวานูอาตูจะอิงกับเศรษฐกิจแบบดำรงชีวิต หรือทำการเกษตรขนาดเล็ก อาชีพที่สำคัญคือการประมงริมตลิ่ง มีบางส่วนสำนักงานท่องเที่ยว แต่ว่าคนไหนกันแน่จะทราบล่ะว่ามีผลตรวจออกมาว่า ที่นี่เป็นประเทศที่สุขสบายที่สุดในโลก
11. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศตุรกี เป็นประเทศที่สวยสดงดงามด้วยมรดกโลกแล้วก็สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และก็ร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย และก็ราคาถูกอย่างที่คิด ตุรกีเป็นนครที่อุดมไปด้วยเรื่องราวที่ตำนานรวมทั้งประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการสู้รบเมืองทรอย และม้าไม้อันลือลั่น อิสตันบูล สถานที่เที่ยวมากมายก่ายกองที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะโครโปลิส เมืองเพอร์กามุม, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปขว้างโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, ปราสาทปุยฝ้าย เมืองปามุกค้างเล่
12. ประเทศจอร์เจีย (Georgia) : ท่องเที่ยวได้ 365 วัน
หน้าจอร์เจีย เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม โดยสิ่งที่โดดเด่นของหน้าจอร์เจียคือประเทศโดยมากตั้งอยู่บนแนวเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความงามสุดยอด นักปีนเขา หนักกิจกรรมสโนว์ชอบเดินทางไปประเทศจอร์เจียเพื่อท่องเที่ยวอีกทั้งในหน้าหนาวแล้วก็ในฤดูใบไม้ผลิบาน หน้าจอร์เจีย เป็นที่รู้จักของชาวยุโรปมานานแล้ว แต่เพิ่งจะเป็นที่รู้จักผ่านหูผ่านตาคนไทยเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประเทศนี้ให้รู้ไว้เลยว่าองุ่นและก็ไวน์นั้นถือเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ และเป็นศาสนา เหล้าองุ่นใช้ในพิธีการทุกสิ่งในโบสถ์มาตั้งแต่ยุคก่อนศาสนาคริสต์ ลวดลายเครื่องหมายหน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญมักเป็นลายเถาองุ่น ทุกบ้านในจอร์เจียจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์ เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรม คนในหน้าจอร์เจียรับรองว่าถ้าหากไม่มีองุ่นคนจอร์เจียก็คงอยู่ไม่ได้
13. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แต่ว่าคนธรรมดาทั่วไปจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า ซึ่งตั้งอยู่ในห้วงมหาสมุทรประเทศอินเดีย มีขอบเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของอินเดียและประเทศศรีลังกา ลักษณะพื้นที่นั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือจรดใต้ ก่อให้เกิดลักษณะตำแหน่งที่ตั้งที่มีความสวยรวมทั้งเอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะเลยทีเดียว แม้กระนั้นมีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงไม่ถึง 250 เกาะเท่านั้น รวมทั้งในหมู่เกาะต่างๆกว่า 100 เกาะมีการปรับปรุงและก็สร้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วก็บังกะโลเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
14. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศพม่า หรือ ภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมาก นับว่าเป็นมุกเม็ดสวยของเอเชียที่พึ่งจะเผยโฉมให้พวกเราเห็นความสวยงามกัน ซึ่งประเทศนี้ก็ได้แอบซ่อนความสวยงามเอาไว้มากมาย อีกทั้งสถาปัตยกรรม อาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของมนุษย์ที่เรียบง่าย โดยเฉพาะธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีชายป่าแล้วก็ท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิเช่น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อย, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เจดีย์กุไม่มีแฟนอว์, เมืองประเทศพม่า, หาดงาปาลี, เทือกเขาโปปา, เมืองพินอูลวิน, หาดฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักเดินทางนิยมไปเที่ยวดูก็คือ เมืองย่างกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพุกาม, เมือง Thandwe รัฐยะไข่ นั่นเอง เชื่อเถอะว่าคนใดกันได้เห็นภาพความงดงามของประเทศนี้เป็นจำเป็นต้องถูกใจ
15. ประเทศกาตาร์ (Qatar) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
กาตาร์ รัฐเล็กๆทางแหลมอาระเบียออกไปในอ่าวเปอร์เซีย พื้นที่ประเทศมีรูปร่างคล้ายมุก จึงถูกเรียกขานว่า “มุกที่อิหร่าน” เป็นประเทศที่คนยุโรปรวมทั้งชาวฟิลิปปินส์ส่วนมากพึงพอใจมาปฏิบัติงาน เนื่องจากได้เงินเดือนดีมากมาย มีทรัพยากรน้ำมันและก็ก๊าซธรรมชาติซ่อนอยู่อย่างมากมาย ก็เลยถูกจัดอับดับว่ายอดเยี่ยมในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เศรษฐกิจของกาตาร์ขึ้นอยู่ภาคพลังงานเป็นหลัก ทั้งยังยังเป็นประเทศที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและก็อิหร่านอีกด้วย ลักษณะตำแหน่งที่ตั้งส่วนใหญ่จะเป็นทะเลทราย จึงมีความแห้งแล้ง และก็บางทีอาจกำเนิดลมพายุทรายได้ทั้งปี โดยยิ่งไปกว่านั้นช่วงม.ย.-เดือนมิถุนายน (อุณหภูมิมากถึง 50 องศา) ไทยส่งออกสินค้าไปยังกาตาร์ปริมาณไม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : sunshinesolar

Tags : sunshinesolar,sunshinesolar.org,http://sunshinesolar.org

 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)



พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000