A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: สัตววัตถุ นกยุง  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธันวาคม 08, 2017, 04:40:40 AM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 74
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

นกยุง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pavo muticus Linnaeus
จัดอยู่ในวงศ์ Prasianidae
มีชื่อสามัญว่า Burmese peafowl หรือ green peafowl
ในประเทศไทยเจอ ๒ จำพวกย่อย คือ นกยูงใต้ (Pavo muticus muticus Linnaeus) เจอทางภาคใต้ตั้งแต่คอคอดกระลงไป และก็นกยูงเหนือ (Pavo muticus imperator Delacour) ซึ่งเจอทางภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้วก็ภาคตะวันตก นกยูงใต้มีขนาดเล็กขุนนางกยูงเหนือ หนังบริเวณหูแล้วก็แก้มของนกยูงใต้มีสีเหลืองสดกว่า
ชีววิทยาของนกยูง
นกยุงเป็นนกพวกไก่ฟ้าขนาดใหญ่ ความยาวของตัววัดจากปลายปากถึงปลายหางราว ๑๒๐ – ๒๑๐ ซม. ตัวผู้มีหงอนเป็นพู่สูง แล้วก็มีแผ่นหนังที่หน้าสีฟ้าสลับกับสีเหลืองเห็นได้ชัด ขนตามตัวมีสีเขียวแวววาวแววชำเลืองสีน้ำเงินบนปีกและสีทองแดงทางข้างๆลำตัว ดูเป็นลายเกล็ดพราวแพรวไปทั้งตัว ขนปีกบินสีน้ำตาลปนแดง ขนปกคลุมโคนหางมีสีเขียวยื่นยาวออกมา มีดวงกลมที่แต้มด้วยสีฟ้าและสีน้ำเงิน(ดวงกลมนี้ทางยาเรียกว่า แววนกยูง)  ส่วนตัวภรรยามีลักษณะคล้ายเพศผู้ แม้กระนั้นขนมีสีเหลือบเขียวน้อยกว่า แล้วก็มีประสีน้ำตาลเหลืองอยู่ทั่วๆไป ขนปกคลุมโคนหางไม่ยื่นยาวเหมือนเพศผู้ นกชนิดนี้ออกหากินตามหาดทรายรวมทั้งสันทรายขอบลำน้ำในเวลาเช้าตรู่ถึงบ่าย กินเมล็ดพืชแล้วก็สัตว์เล็กๆเป็นอาหาร แล้วบินกลับไปเกาะบนยอดไม้สูงๆเหมือนเคยอยู่เป็นฝูงเล็กๆ๒ – ๑๐ ตัว รวมทั้งผสมพันธุ์ในตอนพฤศจิกายนถึงม.ย. ขนคลุมโคนหางของเพศผู้จะเจริญรุ่งเรืองเต็มที่ในต.ค. และก็จะผลัดขนนั้นในราวกุมภาพันธ์ สร้างรังที่กอต้นกกหรือกอต้นอ้อริมสายธาร ออกไข่สีขาว ๒ – ๕ ฟอง
สมุนไพร นกยูงถูกใจอาศัยตามขอบสายธารในป่าดงดิบแล้งรวมทั้งป่าผลัดใบผสม มีเขตการแพร่ขยายจากภาคเหนือจากภาคเหนืออินเดียไปทางตะวันออก ผ่านเมียนมาร์ ตอนใต้ของจีน ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย รวมทั้งชวา เคยเจอมาทั่วทั้งประเทศที่ระดับความสูงต่ำกว่า ๙๐๐ เมตร  เว้นเสียแต่รอบๆที่ราบสูงภาคกึ่งกลาง  แม้กระนั้นปัจุบันปริมาณมวลชนนกยูงต่ำลงจนถึงอยู่ในภาวการณ์ใกล้สิ้นซากไปธรรมชาติ  รัฐบาลประกาศให้นกยูงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองป้องกันประเภทที่ ๑ นกยูงอีกประเภทหนึ่งคือนอกยูงอินเดีย  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Pavocristatus  Linnaeus  เป็นนกยูงอินเดียเป็นสีน้ำเงิน รวมทั้งขนที่หงอนบนหัวแผ่เป็นรูปพัด

สรรพคุณทางยา
แพทย์แผนไทยรู้จัก ใช้แววนกยูงรวมทั้งดีชูยูงเป็นยา ดังที่มีบันทึกไว้ใน พระหนังสือปฐมจินดาร์ ๓ ขนาน ดังต่อไปนี้
๑.แววนกยูง เอามาปิ้งไฟให้เหลืองกรอบก่อน แล้วจึงใช้เป็นเครื่องยา ตัวอย่างเช่น ที่ใช้ใน “ยากวาดเจีนรไนเพชร์”ขนานหนึ่ง รวมทั้ง “ยากวาดทรางสกอทรางกระตัง” อีกขนานหนึ่ง ดังนี้ ยากวาดชื่อเจีรไนเพ็ชร์ ขนานนี้ ท่านให้เอา มูลแมลงสาบคั่ว ๑ รากดินคั่ว ๑ หนังกระเบนเผา ๑ บอแร็กสตุ ๑ แววนกยูงเผา ๑ ศีร์ษะงูเห่า ๑ กระดองปูทเล ๑ กระดองปูนา ๑ กระตังมูตร ๑ เปลือกไข่ฟัก ๑ ลิ้นทะเล ๑  ผลเบ็ญกานี ๑ กำมะถันแดง ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ หมึกหอม ๑ ชาดก้อน ๑ ชะมดเชียงอำพัน ๑ ทองคำเปลว ๑๐ แผ่น ๑ รวมยา ๑๙ สิ่งนี้เอาเท่าเทียม ทำเป็นจุณ บดปั้นแท่งไว้ ละลายน้ำมะนาวปัดกวาดทรางกะแหนะ หายวิเศษนักและ ยากวาดทรางสกอทรางกระตัง  ขนานนี้  ท่านให้เอา  แววนยูงเผา ๑ หางปลาช่อนเผา ๑ มูลแมลงสาบเผา ๑ หัวตะใคร้ ๑ เปลือกแมงดา ๑ ตรีกฏุก ๑ ต้นหญ้ายองไฟ ๑ โปตัสเซี่ยมไนเตรดขาว ๑ เกลือบก ๑ ดอกผักคราดกระเทียม บดปั้นแท่งไว้กวาดทรางสกอทรางกระตังหายดีนัก ยาลางขนานบางทีอาจใช้ “หางนกยูงเผา” ถ้าหากหนังสือเรียนเจาะจงแบบนั้น  ให้เป็น “ขนหางนกยูงเพศผู้” ที่มี “ แวว” อยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น  “ยากวาดแก้ทรางขโมยทรางเพลิง|”  ขนานหนึ่งในพระหนังสือปฐมจินดาร์ เช่นกัน  ดังต่อไปนี้ ขนานหนึ่งเอา  มูลแมลงสาบเขากวาง ๑ หางนกยูงเผา ๑ หวายตะค้า ๑ พริกไทย ๑ หัวกระเทียม ๑ เข้าไหม้ ๑ รวมยา ๗ สิ่งนี้เอาเสมอภาค  ทำผงก็ได้  ทำแท่งก็ได้แก้ลิ้นกุมาร
๒.ดีนกยูง  มีพิษมาก  แล้วก็มีที่ใช้ร่วมกับดีสัตว์อื่นๆ สำหรับแทรกเป็นกระยาดังเช่นใน “ยาแสนประสานทองคำ”  ดังนี้ ยาชื่อแสนประสานทองคำ  ขนานนี้ท่านก็เอา  ชะมด ๑ ชะมดเชียง ๑ เอาสิ่งละเฟื้อง พิมเสน ๑ สลึง ๒ สลึง กรุงเฉมา ๑ อำพันดอกบุนนาค ๑ น้ำประสารทอง ๑ ลิ้นทเลปิ้งไฟ ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง ตรีกฏุก ๑ โกฐทั้งยัง ๙ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวานกานพลู ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำภัก ๑ ชะลูด ขอนดอก ๑ เปราะหอม ๑ ผลราชดัด ๑ ผลสารพัดพิษ ๑ พระยารากขาว ๑ ปลาไหลเผือก ๑ เหม็นตุมกาทั้งยัง ๒ คุค่ะ ๑ มหาสดำ ๑ มหาละลาย ๑ รายย่อม ๑ รากไคร้เครือ ๑ หวานว่านกีบแรด ๑ อบเชยเทศ ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท ทองคำเปลว ๒๐ แผน  รวมยา ๖๑ สิ่งนี้  ปฏิบัติให้เป็นจุน  แล้วเอางูเหลือมดีจรเข้ตะพาบน้ำดีหมูเถื่อนดีปลาซ่อนดีนกยูง ดีทั้งยัง ๖ นี้แซก  เอาน้ำเป็นกระสาย  บดปั้นแท่งไว้แก้พิษทรางแลแก้ไข้สันนิบาต  ละลายน้ำดอกไม้รับประทาน  ถ้าหากจะแก้พิษฝีดาษ  พิษฝีดวงเดียว  พิษงูร้าย  ละลายสุรารับประทานหาย  ทุกสิ่งทุกอย่างประสิทธิ์ดีนัก
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)