Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: ถิ่นเกิดเเละที่มาสมุนไพรกวาวเครือเเดง  (อ่าน 45 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 25, 2017, 05:50:55 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 46
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

กวาวเครือแดง ประโยชน์สรรพคุณและงานวิจัยข้อดีข้อเสีย
ชื่อสมุนไพร  กวาวเครือแดง
 ชื่อประจำถิ่น  กวาวเครือ (เหนือ)   จานเครือ  (อีสาน)   ตานจอมทอง  (ชุมพร)  โพตะกุ , โพมือ  (กะเหรี่ยง)
 ชื่อวิทยาศาสตร์  Butea superba  Roxb
 ชื่อวงศ์  Leguminosae  วงค์ย่อย   Papilonaceae
ถิ่นกำเนิดกวาวเครือเเดง
เจออยู่มากในรอบๆที่ราบตีนเขา และ เชิงเขาป่าเต็งรัง  ภูเขาหินปูน  ในรอบๆที่มีต้นไม้ต้นไม่หนาแน่นนัก  พบได้มากอยู่เป็นกลุ่มๆด้านในป่า  อาจเกิดจากปัจจัย เป็น ติดฝักได้น้อย  ฝักมีขนาดใหญ่ ทำให้แพร่ไปตำแหน่งเดิมได้ยาก  ต้นกวาวเครือแดง ที่สร้างพุ่มเอง จะมีลักษณะเตี้ย  ส่วนต้นที่เกี่ยวพันกับต้นไม้ใหญ่จะแตกกิ่งไปถึงยอดไม้
ลักษณะทั่วไปของกวาวเครือแดง
กวาวเครือแดงอยู่ในจำพวกไม้เลื้อย เป็นเถาวัลย์ เนื้อแข็ง มักชอบพาดขึ้นกับต้นไม้ใหญ่

  • ใบกวาวเครือแดง ใบใหญ่คล้ายใบต้นทองคำกวาว  แต่ใบใหญ่กว่า
  • ดอกกวาวเครือแดง ดอกใหญ่คล้ายดอกแคแสด  แม้กระนั้นเป็นพวงระย้าราวกับดอกทองกวาว
  • หัวกวาวเครือแดง มีหลายขนาดลักษณะทรงกระบอก เมื่อสะกิดที่เปลือก จะมียางสีแดง เหมือนเลือดไหลออกมา
  • รากกวาวเครือแดง มีรากแขนงขนาดใหญ่  แยกจากเหง้าเลื้อยไปบริเวณหลายเมตร
การขยายพันธุ์กวาวเครือแดง ทำได้ 3วิธีดังนี้|ดังต่อไปนี้

  • การเพาะเมล็ด โดยการเพาะเม็ดในกระบะเถ้าถ่านแกลบราว 45 วัน นำต้นกล้าที่ได้ ปลูกลงถุงเพาะชำโดยใช้ดิน 2 ส่วน เถ้าถ่านแกลบ 1 ส่วน เปลือกมะพร้าว 1 ส่วน ค่า pH ราว 5.5 เมื่อต้นกล้าเติบโตได้ 60 วัน ก็เลยนำลงแปลงปลูกที่โล่งแจ้ง  โดยการทำด้วยไผ่  หรือปลูกร่วมกับไม้ยืนต้นในกระบวนการเกษตร อาทิเช่น ไผ่  สัก  ปอสา  หรือไม้ผลอื่นๆ พื้นที่ปลูกควรจะอยู่สูงยิ่งกว่าระดับน้ำทะเล  300-900 เมตร
  • การปักชำ นำเถาที่มีข้อมาปักชำในกระบะ หรือถุงที่ใส่ขี้เถ้าแกลบ  เมื่อเถาแตกรากและยอดแข็งแรงก็ดี ก็เลยนำลงแปลงปลูกต่อไป
  • การแบ่งหัวต่อต้น หัวของกวาวเครือ ไม่มีตาที่จะแตกเป็นต้นใหม่  จำเป็นที่จะต้องใช้ส่วนของลำต้นมาต่อเชื่อตามวิธีการเพาะพันธุ์แบบต่อราก  เลี้ยงกิ่ง (nursed root grafting)  สามารถนำหัวกวาวเครือขนาดเล็ก อายุราวๆ 6 ข้างขึ้นไป  รวมทั้งต้นหรือเถาที่เคยทิ้งไปหลังการเก็บเกี่ยวมาเพาะพันธุ์ได้ ข้างหลังการต่อต้นประมาณ 45-60 วัน ก็สามารถนำลงปลูกได้ และก็มีลักษณะเด่นคือสามารถต่อต้นกับหัวข้ามสายพันธุ์ได้
องค์ประกอบทางเคมีของกวาวเครือแดง
            ท่อนหัวของกวาวเครือแดงมีสารไฟโตแอนโดรเจน แล้วก็ไอโซฟลาโอ้อวดลิกแนน 2 ชนิด เช่น Mebicarpin (carpin 3-hydroxy-9methoxypterocarpan); สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ อาทิเช่น butenin; formononetin (7-hydroxy_-methoxy-isoflavone); (7,4_-dimethoxyisoflayone); 5,4_-dihydroxy-7-methoxy-isoflavone, 7-hydroxy-6,4_-dimethoxyisoflavone
แอนโทไซยานินมีค่าการดูดกลืนแสงในช่วงคลื่น  510-540นาโนเมตร  สารละลายแอนโทไซยานินมีความเคลื่อนไหวสีตามค่าความเป็นด่าง (pH) ต่ำจะมีสีแดง pH ปานกลางจะมีสีน้ำเงินม่วงและก็เมื่อ pH สูงจะมีสีเหลืองซีดเผือด

สรรพคุณกวาวเครือแดง

  • หัวกวาวเครือแดง รสเย็นเบื่อเมา  บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง  บำรุงสุขภาพ  เพิ่มสเปิร์ม เป็นยาอายุวัฒนะ


แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย

  • รากกวาวเครือแดง แก้ลมอัมพาต  บำรุงเลือด  ผสมกับรากสมุนไพรอื่นอีก 8 ประเภทเรียกว่า  พิกัดนวโลหะ  แก้โรคลมที่เป็นพิษ  แก้ริดสีดวง  ทำลายพยาธิ  ดับพิษ  ถอนพิษไข้  สมานลำไส้
  • เปลือกเถากวาวเครือแดง รสเย็นเบื่อเมา  แก้พิษงู
ประโยชน์กวาวเครือแดง
ฤทธิ์ต่อระบบแพร่พันธุ์  การศึกษาในอาสาสมัครเพศชาย 17 คน อายุระหว่าง 30 – 70 ปี ที่มีอาการหย่อนยานสมรรถภาพทางเพศขั้นต่ำ 6 เดือน  ให้รับประทานกวาวเครือแดงขนาด 250 มิลลิกรัม/แคปซูล วันละ 4 แคปซูล ตรงเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่าระดับฮอร์โมน testosterone ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มควบคุม  แม้กระนั้นผลจาการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับดรรชนีชี้วัดสมรรถนะทางเพศ  จากอาสาสมัครพบว่าทำให้ความสามารถทางเพศ  82.4 % ด้วยเหตุนั้น กวาวเครือแดงจึงช่วยฟื้นฟูคนไข้โรคเสื่อมสมรรถนะทางเพศได้ และไม่พบการเกิดพิษ
รูปแบบและขนาดวิธีใช้กวาวเครือแดง
หน่วยงานของกินรวมทั้งยาของไทย  ระบุขนาดและก็วิธีการใช้สำหรับการรับประทานกวาวเครือแดง  ไม่เกิน  2 มก.  ต่อน้ำหนักตัว  1  โล  ต่อวัน
การศึกษาทางเภสัชวิทยาของกวาวเครือแดง
ฤทธิ์ต่อระบบแพร่พันธุ์  การทดลองป้อนกวาวเครือแดงในรูปผงป่นละลายน้ำ  รวมทั้งสารสกัดเอทานอล  ให้แก่หนูแรทเพศผู้  ความเข้มข้น 0.25 , 0.5 และ 5 มก./มล.  พบว่าหนูแรทที่ได้รับผงกวาวเครือแดงแบบละลายน้ำเข้มข้น 0.5 และก็ 5 มก./มิลลิลิตร เป็นเวลา  21  วัน  ทำให้น้ำหนักตัวของหนูแรท  และจำนวนน้ำเชื้อมากขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ  และก็หนูแรทที่ได้รับสารสกัดเอทานอลเข้มข้น 5 มก./มล. 224 ชั่วโมง มีน้ำหนักสัมพัทธ์ของ seminal  vesicles ต่อมลูกหมาก  และความยาวขององคชาติ  ส่งผลให้หนูแรทมีความประพฤติปฏิบัติการสิบประเภทเยอะขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อศึกษาต่อไปถึงระยะ 42 วัน พบว่าหนูแรทที่ได้รับผงกวาวเครือแดงแบบละลายน้ำ มีน้ำหนักสัมพัทธ์ของ seminal  vesicles ต่อมลูกหมาก รวมทั้งความยาวขององคชาติ  และก็พฤติกรรมการขยายพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ  แต่หนูกรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดเอทานอล  กลับมีน้ำหนักสัมพัทธ์ของ seminal  vesicles  ต่ำลง  การศึกษาผลของกวาวเครือแดงในระยะยาว  รวมทั้งในจำนวนสารสกัดที่มากขึ้น  พบว่าทำให้ระดับฮอร์โมน testosterone ของหนูแรทน้อยลง  และก็ปริมาณเอนไซม์ตับสูงมากขึ้น  ดังนั้นการรับประทานกวาวเครือแดงมากจนเกินไป อาจจะก่อให้เกิดพิษต่อตับได้

การศึกษาทางพิษวิทยากวาวเครือแดง
การเรียนรู้พิษครึ่งเรื้อรังในหนูวิสตาร์เพศผู้โดยป้อนผงกวาวเครือแดงในขนาด 10 , 100 , 150 รวมทั้ง 200  มก./กก/วัน  เป็นเวลา 90 วัน  พบว่าหนูที่รับในขนาด   150  มิลลิกรัม/กก/วัน  น้ำหนักของม้ามเพิ่มขึ้น ระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี alkalinephosphatase (ALP) รวมทั้ง aspartate aminotransferase (AST) มากขึ้น หนูที่ได้รับขนาด 200 มิลลิกรัม/กก/วัน พบว่ามีเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil ลดลง ส่วนเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil ระดับ serum creatinine  ต่ำลงระดับฮอร์โมน testosterone ต่ำลง ด้วยเหตุนี้จึงควรรอบคอบการใช้ในขนาดสูงด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้เกิดอาการอันไม่พึงปรารถนาต่างๆได้
ข้อแนะนำข้อควรระวัง
พืชชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นยา เหมือนกับกวาวเครือขาว แต่เป็นพิษมากยิ่งกว่า  ถ้าเกิดรับประทานมากอาจเป็นอันตรายได้อาจจะก่อให้มึนเมาอ้วกคลื่นไส้.รวมทั้งมีพิษเมามากกว่ากวาวเครือขาว
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สรรพคุณกวาวเครือเเดง

Tags : กวาวเครือเเดง,สรรพคุณกวาวเครือเเดง,ประโยชน์กวาวเครือเเดง
สิงหาคม 28, 2017, 06:56:06 AM
ตอบกลับ #1
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 45
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สิงหาคม 29, 2017, 06:53:47 AM
ตอบกลับ #2
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 45
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
กันยายน 01, 2017, 04:25:42 PM
ตอบกลับ #3
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 46
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)