A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: สรรพคุณ/การใช้ประโยชน์หมามุ่ย  (อ่าน 18 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 25, 2017, 12:58:18 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4716
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

องค์ประกอบทางเคมี
เมล็ด พบสาร L-dopa หรือ L-3,4- dihydroxyphenylalanine สารกลุ่มอัลคาลอยด์ เช่น prurienine, prurienidine, nicotine,  leeihun, gallic acid, tryptamine ขน พบสาร serotonin และเอนไซม์ที่ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง เช่น proteinase, mucanain
สรรพคุณ/การใช้ประโยชน์หมามุ่ย
            ตำรายาไทย เมล็ด ปรุงเป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ บำรุงประสาท ฝาดสมาน รักษาโรคบุรุษ กระตุ้นกำหนัด กระตุ้นและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศชาย ราก ขับปัสสาวะอย่างแรง ใบ เป็นยาพอกแผล  ขน จากฝักทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างแรง ทำให้คันและเป็นผื่นแดง ปวดและบวม   
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความกระฉับกระเฉงช่วยทำให้นอนหลับสบาย จิตใจเบิกบานแจ่มใสช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดีมากยิ่งขึ้นช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ และช่วยปรับคุณภาพของน้ำเชื้อให้ดีมากยิ่งขึ้นช่วยผ่อนคลายความเครียดช่วยเพิ่มการเผาผลาญและมวลของกล้ามเนื้อ   ชาวเขาเผ่าอีก้อ ใช้ ใบ  ตำคั้นน้ำ ทา หรือพอก รักษาอาการไฟไหม้น้ำร้อนลวก
หมามุ่ยมีปรากฏอยู่ในตำราเภสัชตำรับอายุรเวทของอินเดียว่ามีมีการนำเมล็ดและรากมาใช้ทำยา โดยระบุว่าเมล็ดมีสรรพคุณในการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในขนาดรับประทาน 3-6 กรัม และยัง มีการนำมาใช้กับโรคพาร์กินสันอีกด้วย
นอกจากนี้ในเมล็ดของหมามุ่ยจะมีสาร L-dopaหรือ L-3,4- dihydroxyphenylalanine อยู่ปริมาณสูง ซึ่งถูกนำมาผลิตเพื่อการค้าในการรักษาโรคพาร์กินสัน ซึ่งสาร L-dopa นี้เป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท dopamine ซึ่งมีผลต่อสมองส่วนต่างๆ ในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะการควบคุมการเคลื่อนไหว และยังมีผลทำให้ความดันโลหิตต่ำลงอีกด้วย
หมามุ่ยมีประวัติการนำมาใช้เป็นอาหารในบางประเทศ เช่น อินเดีย มีการนำเมล็ดมาต้มน้ำหลายๆครั้งก่อนนำมารับประทานเพื่อกำจัดสารต้านโภชนาการ(anti-nutritional factors) ประเทศกัวเตมาลาและ เม็กซิโก มีประวัติการนำมาอบและบดใช้กินแทนกาแฟ ใบใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มี หลายประเทศที่จัดหมามุ่ยเป็นพืชที่ต้องระมัดระวังในการใช้ ดังจะเห็นได้จากการที่หมามุ่ยมีปรากฏอยู่ใน รายชื่อพืชที่มีรายงานว่าประกอบด้วยสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งอาจไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ เมื่อใช้ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Compendium of botanicals reported to contain naturally occurring substances of possible concern for human health when used in food and food supplements) ที่คณะทำงานร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ของ EFSA (European Food Safety Authority Scientific Cooperation Working Group) ได้จัดรวบรวมขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินความ ปลอดภัยของอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีพืชเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้หมามุ่ย
แก้พิษแมงป่องกัดโดยตำเมล็ดหมามุ่ยให้เป็นผงแล้วผสมน้ำเล็กน้อยใช้พอกบริเวณที่ถูกกัด แก้ไอโดยใช้รากหมามุ่ยผสมกับรากมะเขือขื่นแช่น้ำกิน หรือนำรากหมามุ่ยมาต้มกับน้ำแล้วกินน้ำก็จะแก้อาการไอได้ ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช้ำใน ด้วยการใช้รากหมามุ่ย 1 กิโลกรัม เมล็ดผักกาด 5 ขีด และเมล็ดผักชี 3 ขีด นำมาตำรวมกันจนเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้งป่าหมักทิ้งไว้ 3 เดือน แล้วนำมาใช้กินก่อนนอน (ขนาดเท่าผลมะพวง) โดยที่กล่าวมานี้เป็นรูปแบบและวิธีการใช้ในตำราโบราณเท่านั้น
            สำหรับการควบคุมผลิตภัณฑ์จากเมล็ดหมามุ่ยตามกฎหมายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยังไม่มีการอนุญาตเมล็ดหมามุ่ยเป็นเสริมอาหารแต่มีการอนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณในสูตรผสมประกอบด้วยเมล็ดหมามุ่ยและสมุนไพรอื่นๆ สำหรับสรรพคุณบำรุงร่างกายเท่านั้น

Tags : หมามุ่ย
กันยายน 01, 2017, 10:41:04 AM
ตอบกลับ #1
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)