Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มกราคม 12, 2019, 03:41:39 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11876
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ตอนนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าเกิดพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แม้กระนั้นหากพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตัวเองปะปนกันไป โดยเหตุนั้น พวกเราจึงควรต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การตรวจสอบประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 วิธีดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ และก็ควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน คำแนะนำเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เนื่องจากว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เนื่องจากยิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อนำไปใช้งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียงที่เหมาะสมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกให้ขาด ถ้าเกิดพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาวัสดุที่ใช้ทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆในการทำหัวสาย ได้แก่ ทองเหลือง และก็อลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้ทิ่มไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ในขณะสายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมได้ จำเป็นต้องทิ้งสิ่งเดียว ดังนั้นในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยต้องตรวจตราจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่สมควรในการแทงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเกินไป จะไม่สามารถทิ่มกับอุปกรณ์ได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงจำต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวแทงมีความยาวมากจนเกินความจำเป็น เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะมีผลให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจจะก่อให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเท่าใด ข้อนี้ถึงจะมิได้มีผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินไปจนกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง หากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วๆไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณาแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะเหตุว่ามักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สาย audio cable

Tags : สายสัญญาณเสียง,สาย audio cable
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)