Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: Router (เราเตอร์) มีกี่แบบ และต้องเลือกใช้แบบไหนกันดี ?  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 09, 2018, 09:08:18 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1253
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
การเชื่อมขอบข่ายหลายชนิด อย่างเช่นขอบข่ายแบบ LAN, WLAN, หรือว่า Internet ต่างก็จำต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการต่อทั้งสิ้น โดยหลายๆ ท่านคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับเครื่องมือที่ว่านี้ที่มีรูปทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ใครต่อใคร ต่างก็รู้จักกันในนามว่า Router (เราเตอร์) นั่นเอง โดย Router (เราเตอร์) จักปฏิบัติหน้าที่คอยเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อคอมได้มากกว่าหนึ่งเครื่องพร้อมกัน ซึ่งจะมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการคุมการทำงานที่เรียกว่า Internetwork Operating System (IOS)
โดยถ้าหากแปลความตามชื่อ Route แล้วนั้น ก็แปลความว่า “ตัวถนน” ดังนั้น หน้าที่หลักๆ ก็คือการหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดีที่สุด พร้อมกับเป็นคนกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่นนั่นเอง โดยเราเตอร์จะทำการเชื่อมต่อเข้ากับสองถนนหนทางหรือไม่ก็มากกว่าจากขอบข่ายที่ผิดแผกแตกต่างกัน และเมื่อแพ็คเก็ตข้อมูลเข้ามาจากเส้นทางหนึ่ง เราเตอร์ก็จักทำการอ่านข้อมูล Address ที่อยู่ในแพ็คเก็ตเพื่อจะหาปลายทางสุดท้าย ต่อจากนั้น Router (เราเตอร์) ก็จะส่งแพ็คเก็ตข้อมูลไปที่เครือข่ายข้างหน้าตามทางเดินนั้นที่เก็บไว้
ซึ่งณสมัยปัจจุบันนั้น Router (เราเตอร์) มีให้เลือกใช้เยอะแยะ ทั้งรุ่นแบบมีสาย (Wire) และแบบไร้สาย (Wireless) ซึ่งประเภท Wireless นี้จะรู้จักกันดีอยู่แล้วก็คือสัญญาณไวไฟ (Wi-fi) นั่นเอง ซึ่ง Router (เราเตอร์) ประเภทไร้สาย (Wireless) นี้ จะให้สัญญาณไวไฟ (Wi-fi) ออกมา เพื่อคอมพร้อมด้วยอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถรองรับสัญญาณ Wi-fi ได้ สามารถเชื่อมเข้าระบบเครือข่ายได้โดยทันทีทันใด อีกทั้งยังสามารถใช้ Wi-fi นี้ในการต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย แต่ถ้าจะให้ล้วงลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยแบบของเราเตอร์ ว่ามีกี่แบบ และอะไรบ้างนั้น ก็จะพาไปชม

  • เราเตอร์ (Router) เราเตอร์แบบนี้ จะเป็นเราเตอร์ที่มิสามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตัวเอง การทำงานจึงจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามาช่วยในการทำงานด้วย อย่างไรก็ตามส่วนดีของเราเตอร์ประเภทนี้คือทำงานโดยตำแหน่งได้อย่างสุดความสามารถ และมักไม่ค่อยมีความผิดพลาดในการทำงานเท่าไหร่นัก
  • โมเด็มเราเตอร์ (Modem Router/ ADSL Modem) ชนิดนี้จักเห็นอยู่ในตลาดอย่างมากมาย เป็นการประสานสมรรถภาพระหว่างโมเด็มและเราเตอร์ไว้ด้วยกัน ซึ่งทำให้สบายในการใช้งาน ซึ่งโมเด็มเราเตอร์นี้สามารถต่ออินเตอร์เน็ตกำลังเร็วสูงได้ด้วยตัวเอง และกระจายข้อมูลมากมาย ไปยังคอมพิวเตอร์ที่กระทำการเชื่อมต่ออยู่ได้ในทันทีทันใด โดยมากแล้วโมเด็มเราเตอร์จักมี Port LAN มาให้ด้วย 4 ช่องพร้อมกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของวัสดุอุปกรณ์ประเภทนี้
  • ไวร์เลสโมเด็มเราเตอร์ (Wireless ADSL Modem Router) เราเตอร์ประเภทนี้จะปฏิบัติการได้เช่นเดียวกับโมเด็มเราเตอร์ทุกอย่างเลย เพียงแต่มีความสามารถในการปล่อยสัญญาณแบบไม่มีสาย ให้กับเครื่องมือที่สามารถรับประเภทไม่มีสายได้ ซึ่งขั้นพื้นฐานของวัสดุอุปกรณ์แบบจะมี Port LAN 4 พอร์ต พร้อมทั้งมีเสาสัญญาณที่ใช้ในการกระจายสัญญาณไวไฟจำนวน 2 เสา Router (เราเตอร์) ประเภทนี้ถือได้ว่ามีความคล่องตัวมาก และก็เป็นที่นิยมใช้งานกันมากในทุกวันนี้
  • ไวร์เลสเราเตอร์ (Wireless Router) เป็นเราเตอร์ที่ไม่สามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ด้วยตัวเองเหมือนเราเตอร์ (Router) แต่ทว่าสำหรับชนิดนี้จักสามารถกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ได้รับด้วยระบบชนิดไม่มีสาย หรือว่า Wireless ได้ อีกทั้งยังกระจายสัญญาณผ่านสายนำสัญญาณจาก Port Lan ทั้ง 4 พอร์ตที่มีการติดตั้งมากับตัววัสดุอุปกรณ์ได้อีกด้วย นอกจากจักเป็น Wireless Router แล้วเราเตอร์แบบยังสามารถเป็น Access Point ได้พร้อมด้วย


จากที่ได้บรรยายไปแล้วถึงแบบของ Router ทั้ง 4 แบบ คราวนี้หากจะซื้อ ก็จำต้องเลือกซื้อให้เข้ากับการใช้งานของตนเอง รวมถึงฟังก์ชั่นการทำงานนั้นครบเครื่องไหม มูลค่าสมเหตุสมผลต่อการที่จะเลือกซื้อมาใช้งานหรือเปล่า รวมไปถึงมีการรับรองสินค้าหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าคำนึงอย่างพิถีพิถันแล้วว่าทุกอย่างตรงตามความต้องการของท่านจริงๆ ก็สามารถเลือกซื้อได้เลย แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว Router (เราเตอร์) ที่นิยมใช้กันมากๆ ณสมัยนี้ นั่นก็คือ ไวร์เลสโมเด็มเราเตอร์ (Wireless ADSL Modem Router) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Router (เราเตอร์) ที่ครบเครื่องมากๆ เลยเชียว เนื่องด้วยความสามารถที่ท่วมท้นครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง โมเด็ม เราเตอร์ พร้อมทั้งตัวกระจายสัญญาณ Wireless ที่สามารถทำได้เพียงแค่ตัวนี้ตัวเดียว อีกทั้งราคาก็ยังโคตรถูกมากอีกด้วย
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)