Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: 5 แนวทาง ธุรกิจขนาดเล็กจะรอดได้อย่างไรในสมัยที่ เทคโนโลยีไล่ฆ่าธุรกิจ  (อ่าน 12 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 11, 2018, 03:06:15 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 16446
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ปัญหาใหญ่สำหรับเพื่อการทำธุรกิจ ไม่ใช่เอ๋ยถึงเพียงแค่คำว่าทำยังไงให้ “รุ่ง” ทำเช่นไรให้ “รวย” แล้วหละครับ เนื่องจากว่าสิ่งที่พวกเราจำต้องโฟกัสเป็น “ทำยังไงให้รอด” เพราะว่าหา“รอด” ได้มันก็ “รุ่ง” ได้แม้กระนั้นถ้า“รอด” ไม่ได้มันก็ “หล่น” สิ่งเดียวจะทำอย่างไรให้รอด วันนี้พวกเรามาช่วยกันนึกถึงตัวการที่พวกเราจะทำแล้ว “ร่วง” ปิดจุดอ่อนนั้น เพื่อทำให้ธุรกิจพวกเรา “รอด” ให้ได้
1.รู้จักตนเองดีหรือยัง ทำธุรกิจรู้จักตนเองดีหรือยัง หรือว่ากระทำตามเพื่อน คิดตามเพื่อนพ้อง มองเห็นคนใดกันแน่ทำอะไรแล้วร่ำรวย ผู้ใดกันแน่ทำอะไรแล้วรุ่งต้องการจะทำธุรกิจนั้นด้วยขอมั่งคั่งด้วยคน!!ถ้าเกิดเป็นในรูปแบบนี้คุณกำลังมาผิดเลน….แล้วหละครับ !!!กลับไปหาจุดแข็งของตนเอง กลับไปพบสิ่งที่เราเองถนัด กลับไปสู่เลนของตนเองให้ไวที่สุด ด้วยเหตุว่าหากขืนวิ่งผิดเลนไปแบบงี้ เว้นแต่ธุรกิจคุณจะ “ไม่รุ่ง” แล้วชีวิตคุณก็จะยัง “ไม่มีความสุข” อีกด้วย
2.รู้จักลูกค้ามากแค่ไหน ลูกค้าเราเป็นใคร…กันแน่ ? พวกเรารู้จัก ทราบจริง รู้ใจ ลูกค้าพวกเราดีพอหรือยัง หรือทราบเพียงว่า เขาเพศอะไร อายุมากแค่ไหน เงินเดือนเท่าไร ผู้ที่จะชนะรวมทั้งอยู่รอดในธุรกิจไม่ใช่คนที่แค่เพียง “ขาย” ผลิตภัณฑ์ได้ครับ แต่เป็นผู้ที่สามารถ “ซื้อ” ใจลูกค้าได้นะครับถ้าเกิดเราไม่เคยรู้ลูกค้าพวกเราจริงๆก็ยากที่จะ “เหิมใจ” ลูกค้าครับผม ลองตั้งหลักจริงๆจังๆกับเรื่องลูกค้ามองสักรอบสินะครับ หาที่กรองมาร่อนว่าแท้จริงแล้วลูกค้าเราเป็นใคร ชอบอะไร นิสัยยังไง มีเป้าหมายอะไร มีปัญหาอะไร …แล้วก็ พวกเราช่วยตอบโจทย์อะไรให้เขาได้
3.เริ่มที่รอดไม่ใช่มั่งมีอย่าตกอยู่ภายใต้ของ “ความอยากได้” ที่มักจะชักพาให้พวกเราไปหลงกับ “ความมั่งคั่ง” เพียงแค่มีคนใดกันกวักมือว่า “มาทางนี้สิ !! รวย”ทำธุรกิจมี 2 สิ่งจำเป็นเป็น1.ความฝันและก็แผนการที่แจ่มแจ้ง2.หลักการ เหตุรวมทั้งผลโดยส่วนมากพวกเรามักจะขาด “เหตุรวมทั้งผล” สำหรับการทำธุรกิจ พวกเราชอบโดนล่อไปตรงเป้าด้วย “ความฝัน” ที่ขาด “เหตุ” เกื้อหนุนเริ่มที่โจทย์ว่า “ทำอย่างไรให้รอด (ปากเหยี่ยว ปากกา)” น่าจะเป็นสิ่งที่เราควรจะโฟกัส เพราะเหตุว่าถ้าหากรอดมันก็ร่ำรวย…แม้กระนั้นถ้าหากไม่รอด…รวยก็คงเป็นมั่งมีแต่ว่าเขือ แล้วหละขอรับ
4.มองดูไกลแต่ว่าทำใกล้ทำธุรกิจมันควรจะมีวิสัยทัศน์ แล้วคำว่า “วิสัยทัศน์” นี่มันยังไง คำตอบกล้วยๆสำหรับผมเป็น จำเป็นต้องรู้ว่าจะเป็นอะไรที่อยู่ในอีก 3-5 ปีด้านหน้า เท่านั้นยังไม่พอจะต้องประมาณบริบทสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยในอีก 3-5 ปีข้างหน้าไม่ใช่มองเห็นเพียงว่า “เราจะไปถึงไหน” แต่จำเป็นต้องพิจารณาเพราะว่า เทคโนโลยีตอนนั้นมันจะเป็นยังไง พฤติกรรมต่างๆของบริโภคจะแปรไปอย่างไร นี่แหละขอรับ“วิสัยทัศน์”เห็นให้ไกล แต่จำต้องทำให้ใกล้ เป็นทำในวันนี้ให้ยอดเยี่ยม ทำเวลานี้ให้เหมาะสมที่สุด เนื่องจากถ้าหากทำวันนี้ไม่ดี ไม่เข้าท่า จะมีวิสัยทัศน์ดีขนาดไหน แหลมคมแค่ไหน แต่วันนี้ยังเอาดีไม่ได้ มีวิสัยทัศน์ดีไปก็แค่นั้นนะครับสิ่งที่คือปัญหาหลักที่ทำให้พวกเรา “ตก” เป็นเราเป็นจำพวก “มองดูใกล้แม้กระนั้นทำไกล” ซึ่งมันกลับหัวกันทำ คิดอะไรแบบสั้นๆแต่ดังทำอะไรให้มัน “เว่อร์” เกินพอดี ทำอะไรเกินความสามารถ เกินตัว ไปๆมาๆกผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพการ “มองดูไกล แม้กระนั้น ทำใกล้” ให้เห็นภาพชัดมากขึ้น พวกเราคงจะเคยมองการยกน้ำหนักโอลิมปิกกันบ้างนะครับคุณว่ามันเป็นไปได้ไหมที่อยู่ดีๆจะมีใครกันแน่ลุกขึ้นมาแล้วยกลูกเหล็กหนักเป็นร้อยกิโลแบบสบายๆ?คงไม่มี ฝันไปเถิด !! เอ้อใช่ขอรับ….นักยกน้ำหนักเขาต้องฝึกฝนยกตั้งแต่หลัก 10 กก. พออยู่ตัวก็ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักขึ้นไป ค่อยๆเอาชนะข้อจำกัดตัวเองไปครั้งละนิดแต่แนวทางการทำธุรกิจคนจำนวนไม่น้อยพยายามเอาชนะขีดจำกัดตนเองแบบ…เว่อร์เกินไป ตนเองยกน้ำหนักได้ 20 โลแล้วลงแข่งขันยก 80 กก. แบบงี้มันจะสู้กันได้ที่แหน่งใด ยิ่งขาดการฝึกซ้อมอีก มันก็สู้ไม่ได้
5.เพื่อนช่วยเพื่อนฝูงเราไม่อาจจะ “เอาชีวิตรอดคนเดียว” ได้ครับอย่างคิดเพียงว่า “กูรอด” แล้ว “เอ็งร่วง” ช่างหัวมัน ทำแบบงี้รับประกันครับผมไม่มีผู้ใดรอดอย่างถาวรอย่าง แน่นอนผมยังจำเรื่องราวครั้งตอนยุคเรียนมหาลัยได้เป็นอย่างดี เวลานี้อยู่ที่ลาดกระบัง เช่าบ้านเดือนละ 7,000 บาท หากผมบอกเท่านี้เพื่อนฝูงอาจจะรู้สึกว่าเฮ่ย !! ผมมีตังก์อะดิ ไม่เลยขอรับ บ้านหลังนี้อยู่กัน 10-12 คนเลยทีเดียวมี 3 ห้องนอน 1 ครัว แล้วก็ห้องรับแขกซึ่งก็เป็นห้องนอนได้อีกห้องเลยลองดีดจำนวนมองสิขอรับ ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าน้ำและค่าไฟฟ้า ตกเดือนไม่เกิน 8,500 แล้วช่วยกันแชร์พอๆกับว่าจ่ายค่าบ้านเพียงเดือนละ 700 กว่าบาทต่อคนเพียงเท่านั้นและก็เราก็พากันรอดจบมหาลัยมาด้วยกันทำธุรกิจถ้าเกิดจะรอดมันจำเป็นต้องช่วยกันแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ขอรับ เองมีดีอะไร ข้ามีดีอะไรพอเพียงช่วยกันได้ไหม มาช่วยกันปิดจุดบอด ข้อด้อยของกันและกันได้ไหม ช่วยกันทำตลาดได้ไหมแต่ข้อจำกัดนี้จะสำเร็จได้จำต้องรู้เรื่องคำว่า“เพื่อนฝูง”อย่างเห็นได้ชัดนะครับ เพราะบ่อยมากการช่วยที่เจือด้วยผลตอบแทนมักจบลงไม่สวยเยอะแค่ไหนแต่ถ้าช่วยแบบสหายเดือดร้อน ผมว่าท้ายที่สุดธุรกิจมันจบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งอย่างแน่ๆผมยกตัวอย่างช่องทางช่วยเหลือกัน “รอด” ของธุรกิจขนาดเล็กในสมัยที่เทคโนโลยีไล่ฆ่าธุรกิจ ไว้ 5 ใจความสำคัญก่อนครับผม ยังมีแนวทางที่พวกเราสามารถช่วยเหลือกันคิดช่วยกันทำเพื่อให้ธุรกิจเรารอดไปด้วยกันได้ครับผมอยากเชื้อเชิญเพื่อๆนะครับ วันอาทิตย์ 22 ม.ค 59 เวลา 13.00-17.00 น. มาร่วมสนทนา พูดคุยช่วยกันคิดช่วยเหลือกันเสนอเพื่อหาทางออกให้กับ SMEs เล็กๆอย่างพวกเราครับค่าครองชีพ 750 บาทนับว่าเป็นค่าของกินสักมื้อด้วยกันแชร์ที่จะมีโอกาสได้รู้จะกับเพื่อนฝูงร่วม “หัวอกเดียวกัน” ครับผมมาตั้งต้นสร้างธุรกิจแบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน สร้างชุมชนของคนทำธุรกิจตามทางของพ่อหลวงของเราไปร่วมกันนะครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจออนไลน์

Tags : นักธุรกิจรุ่นใหม่,ธุรกิจหน้าใหม่
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)