Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: ทองพันชั่ง มีทั้งสรรพคุณ เเละ ประโยชน์อันมากมาย  (อ่าน 18 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 31, 2018, 02:38:04 PM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 74
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ทองพันชั่ง
ชื่อสมุนไพร ทองพันชั่ง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน หญ้าไก่ (ไทย) ,ติดเฮาะเล่งจือ (จีน-จีนแต้จิ๋ว) , ต้นหญ้ามันไก่ , ทองพันดุลย์ , ทองคำตาชั่ง (ภาคกึ่งกลาง) , มาลีฮ้อมบก (สุรินทร์)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Rhinacanthus communis Nees
ชื่อสามัญ   White crane flower
ตระกูล   Acanthaceae
ถิ่นกำเนิด ทองพันชั่งเป็นไม้ล้มลุกครึ่งหนึ่งไม้พุ่ม มีถิ่นเกิดในประเทศแถบทวีปเอเชียใต้และเอเซียอาคเนย์รอบๆแถบเส้นศูนย์สูตร เจอทั่วไปในประเทศเขตร้อนของภูมิภาคดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว อาทิเช่น ประเทศ ประเทศอินเดีย เกาะมาตุรงค์กัสการ์ , มาเลเซีย อื่นๆอีกมากมาย แล้วมีการกระจายพันธุ์ไปในประเทศเขตร้อนใกล้เคียง เป็นต้นว่า บังคลาเทศ , พม่า ,ไทย , อินโดนีเซีย เป็นต้น ส่วนในประเทศไทย มีการประยุกต์ใช้เป็นยาสมุนไพรและก็นำมาปลูกเป็นไม้ประดับ,พืชที่มีความเป็นสิริมงคลมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว
ลักษณะทั่วไป

  • ต้น ทองพันชั่งมีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก มีความสูงต้นราวๆ 1 - 1.5 เมตร มักแตกหน่อและแผ่แขนงออกเป็นกอ ลำต้นแล้วก็กิ่งมีขนกระจายทั่วๆไป กิ่งอ่อนมักเป็นสันสี่เหลี่ยมตามทางยาว ส่วนโคนของลำต้นแก่นไม้แกนแข็ง
  • ใบ เป็นใบคนเดียวลักษณะรูปไข่ ปลายใบและก็โคนใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือเป็นคลื่นนิดหน่อย ออกตรงกันข้ามกันเป็นคู่ๆและก็แต่ละคู่ออกสลับทิศทางกัน เนื้อใบบางและสะอาด ใบยาว 4 – 6 เซนติเมตร กว้าง 2 – 3 ซม. ใบมีสีเขียวอ่อน
  • ดอก เป็นดอกช่อขนาดเล็ก มีสีขาวออกเป็นช่อสั้นๆตรงซอกมุมใบ มองดูดอกมีลักษณะเสมือน นกกระยางกำลังบิน (แต่ว่าชาวสุรินทร์มีความเห็นว่าดอกทองพันชั่งเหมือนข้าวเม่าหมายถึงมีกลีบดอกสี่กลีบตกออกคล้ายข้าวเม่า ก็เลยเรียกต้นทองคำพันชั่งน้ำหนักว่า “ดอกไม้อ็อมบก” แสดงว่า ต้นดอกข้าวเม่า) กลีบรองดอกมี 5 กลีบ และมีขน กลีบดอกไม้สีขาวติดกันตรงโคนเป็นหลอด ยาวประมาณ 2 ซม. ปลายแยกเป็น 2 กลีบ กลีบขนยาวประมาณ 0.8 เซนติเมตร กว้าง 0.1 ซม. ปลายแยกเป็น 2 แฉกแหลมสั้นๆกลีบข้างล่างแผ่กว้าง 1.5 เซนติเมตร แยกเป็น 3 แฉก โคนกลีบมีจุดประสีม่วงแดง เกสรตัวผู้สีน้ำตาลอ่อน มีสองอันยื่นพ้นปากหลอดออกมาน้อย รังไข่มี 1 อัน รูปยาวรี มีหลอดท่อรังไข่คล้ายด้าย ยาวเสมอปากหลอดดอก ก้านเกสรสั้นติดอยู่ที่ปากท่อดอก
  • ผล มีลักษณะเป็นฝัก กลมยาว รวมทั้งมีขนข้างใน มี 4 เมล็ดเมื่อแห้งสามารถแตกได้
การขยายพันธุ์ ทองพันชั่งสามารถเพาะพันธุ์ได้ด้วย การเพาะเมล็ดและนำกิ่งมาปักชำ แต่ในตอนนี้วิธียอดนิยมแล้วก็มีอัตราการปลูกที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นกระบวนการเป็นตัดกิ่งแก่ที่มีตาติดอยู่ 2-3 ตา แล้วปลิดใบทิ้งให้หมดต่อจากนั้นตัดรอบๆกิ่งให้เฉทำมุม 45 องศา แล้วปักลงไปในดินที่ชุ่มน้ำโดยให้กิ่งเอียงน้อย ทองคำพันชั่งน้ำหนักเป็นพืชที่เกลียดร่มเงามากมาย (อยากที่ที่มีแดดลอดผ่านมารำไร) มักถูกใจที่ดินปนทรายที่มีการระบายน้ำดี ไม่ขังเฉอะแฉะ และก็จะต้องรอดูแลการให้น้ำให้ดินเปียกชื้น รวมทั้งจำต้องรอกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ เพราะว่าถ้าหากขาดน้ำหรือถูกแดดมากเกินไปใบจะเป็นจุดเหลืองและก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆแห้งตาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวการปลูกจำเป็นต้องปลูกในหน้าฝน
ส่วนประกอบทางเคมี ใบพบสารสำคัญคือ rhinacanthin รวมทั้ง oxymethylanthraquinone รากมี Resin Rhinacanthin (1.9 เปอร์เซ็นต์) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ มีเกลือโปตัสเซียส และก็มี Oxymethylanthraquinone ยิ่งกว่านั้นยังเจอสาร  Quinone, Rutin (quercetin - 3 - rutinoside)
สรรพคุณ ตำรายาไทยใช้ ใบ รวมทั้งราก  รักษากลาก โรคเกลื้อน ผื่นคัน ใบ รสเบื่อเย็น ดับพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน แก้พยาธิผิวหนัง รักษาอาการผมร่วง , ปวดฝี , แก้พิษ , แก้อักเสบ , บำรุงร่างกาย เป็นยาขับเยี่ยว ยาระบาย  ราก รสเบื่อเมา แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน และโรคผิวหนังที่เป็นน้ำเหลืองบางจำพวก   รักษาโรคโรคมะเร็ง ดับพิษไข้ แก้พิษงู พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง ต้น รักษาโรคผิวหนัง กลากโรคเกลื้อน แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน รักษาโรคมะเร็ง ขับพยาธิตามผิวหนังหรือรอยแผล รักษาอาการไส้เลื่อน ฉี่ไม่ปกติ ต้น บำรุงร่างกาย รักษาอาการผมตกยิ่งกว่านั้นยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆรักษาโรคต่อไปนี้คือ

  • ราก - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษาโรคมะเร็งปอด กระเพาะไส้ มะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด คลื่นไส้เป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กระษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับทุพพลภาพ รักษาโรครูมาตำหนิซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆขับฉี่ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค
  • ต้น - รักษาโรคผิวหนัง คุดทะราด แก้เม็ดผื่นคัน
  • ต้น - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษาโรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งกระเพาะ มะเร็งตามร่างกาย โรคมะเร็งลำไส้ แก้แมงเคียนรับประทานรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง
  • ใบ - แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะโคนย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ดวงใจโกลาหล แก้คลั่ง แก้สารพัดสารพันพิษ


นอกเหนือจากนี้ในตำราบางเล่ม ยังได้เอ่ยถึงคุณประโยชน์ทองคำพันชั่งน้ำหนัก โดยไม่ได้กล่าวว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆในการรักษาโรคต่างๆดังต่อไปนี้เป็น
- รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
- แก้เคล็ดขัดยอกชายโครง มือเคล็ดลับ คอเคล็ดลับ แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งด้านในและข้างนอก
ทองพันชั่งน้ำหนักรักษาโรคมะเร็ง ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งในกระเพาะ มะเร็งในคอ มะเร็งในปาก มะเร็งในปอด เพราะเหตุว่าต้นทองคำพันชั่งน้ำหนักมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์สำหรับเพื่อการตอนยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก  มีแถลงการณ์ว่าในประเทศไต้หวันใช้ทองพันชั่งน้ำหนักเป็นยาประจำถิ่นในการรักษาโรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ความดันเลือดสูง และก็ตับอักเสบ
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

  • ทาแก้ขี้กลากโรคเกลื้อนหรือโรคผิวหนังผื่นคันอื่นๆใช้ใบสดผสมน้ำมันถ่านหินหรือแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ หรือบางทีอาจใช้รากบดเป็นผุยผงแช่แอลกอฮอลล์ 1 อาทิตย์ เอามาทาแก้โรคผิวหนัง ขี้กลากโรคเกลื้อน รวมทั้งผื่นคันอื่นๆใช้ใบหรือรากสด ตำกับน้ำปูนใสผสมพริกไทย พอกแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง กลาก รวมทั้งโรคผิวหนังอักเสบ หรือใช้ใบ (สดหรือแห้ง) หรือราก (สดหรือแห้ง) ตำอย่างระมัดระวัง แช่เหล้าพอท่วมตั้งไว้ 7 วัน นำน้ำยาที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นเป็นประจำหรือทาวันละ 3-4 ครั้ง จนกระทั่งจะหาย เมื่อหายแล้วให้ทาต่ออีก 7 วัน เหตุที่จำต้องแช่ไว้นาน 7 วัน เป็นเพราะน้ำยาที่ยังแช่ไม่ครบกำหนดจะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง หากนำไปทาจะมีผลให้ผิวหนังแสบและคันมากขึ้น น้ำยาจากรากแห้งกัดผิวมากยิ่งกว่าใบแห้ง
  • ส่วนน้ำยาจากใบสดไม่กัดผิว ใช้กินเป็นยาด้านใน รักษาโรคโรคมะเร็ง แล้วก็วัณโรคระยะเริ่มแรก


o ใช้ต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ จำนวนท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
o ใช้ก้านและก็ใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำ รักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก

  • ช่วยขับฉี่ ให้ใช้ใบสด คั่วให้แห้งนำมาชงเป็นชาใช้ดื่มจะช่วยขับปัสสาวะได้


การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ทำลายเชื้อรารวมทั้งยีสต์     ผลการค้นคว้าการฆ่าเชื้อรา Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก โดยวิธี paper disc เทียบกับยาต่อต้านเชื้อรา griseofulvin รวมทั้ง nystatin โดยใช้สารสกัดจากใบและกิ่ง ด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ และก็คลอโรฟอร์ม พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์น้อยมาก ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ต้านเชื้อราเจริญพอสมควร  สารสกัดทองคำพันชั่งด้วยเมทานอล ไดคลอโรมีเทนรวมทั้งเฮก เซน มีผลยับยั้งเชื้อรา Epidermophyton floccousm, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes และ T. rubrum ที่กระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนัง เมื่อทดลองบนจานเลี้ยงเชื้อ   สาร rhinacanthin C, D และก็ N ซึ่งแยกจากใบเมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านทานเชื้อรา บนจานเลี้ยงเชื้อ  พบว่าสารดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วอีกทั้ง 3 ชนิด สามารถต่อต้านเชื้อราที่กระตุ้นให้เกิดโรคทางผิวหนัง ดังเช่น  Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes และ Microsporum gypseum  ได้ โดยที่สาร rhinacanthin C มีฤทธิ์แรงที่สุด  สารสกัด RN-A แล้วก็ RN-B ซึ่งเป็นกรุ๊ป sesquiterpenoid จากใบทองพันชั่ง มีลักษณะส่วนประกอบคล้ายกับสาร pyrano-1,2-naphthoquinones  สามารถฆ่าสปอร์ของเชื้อรา  Pyricularia oryzae ซึ่งเป็นราที่เป็นสาเหตุของโรคในข้าวเจ้าได้  สาร 3,4-dihydro-3,3-dimethyl-2H-naphtho(2,3-o)pyran-5,10-dione จากทองพันชั่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา              สาร rhinacanthin C, D แล้วก็ N จากใบทองพันชั่งน้ำหนัก สามารถยับยั้งยีสต์ Candida albicans ซึ่งเป็นต้นเหตุของการตำหนิดเชื้อราในช่องปากรวมทั้งช่องคลอด
ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส  สารสกัดใบทองพันชั่งน้ำหนักด้วยน้ำรวมทั้งเอทานอล เมื่อนำมาทดลองฤทธิ์ต่อต้านไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัส Herpes simplex type1 (HSV-1) ซึ่งเป็นสาเหตุของเริม  สาร rhinacanthin C และก็ D จากต้นทองคำพันชั่งน้ำหนัก เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัส ในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อ cytomegalovirus ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนี่งของการตำหนิดเชื้อไวรัสในคนเจ็บภูมิคุ้มกันผิดพลาด  สาร rhinacanthin E แล้วก็ F จากส่วนเหนือดินของต้นทองคำพันชั่งน้ำหนัก เมื่อเอามาทดลองฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ได้
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดลองความเป็นพิษ    สารสกัดต้นทองพันชั่งด้วยแอลกอฮอล์จำนวนร้อยละ 50  เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ไม่พบอาการเป็นพิษในหนูเม้าส์ ซึ่งขนาดที่ใช้ทดสอบนี้เป็น 3,333 เท่าของขนาดที่ใช้ในหนังสือเรียนยา
ข้อเสนอ/ข้อควรคำนึง   การเก็บมาใช้ ควรเก็บใบและก็รากจากต้นที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงได้รับปุ๋ย, แสงแดด และก็น้ำพอเพียง กล่าวอีกนัยหนึ่งใบไม่มีจุดเหลือง มีสีเขียวสดวาว รวมทั้งควรจะเลือกเก็บจากต้นที่แก่เกิน 1 ปี หรือมีดอกแล้ว รวมทั้งสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคหืด โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งในเลือด โรคความดันโลหิตต่ำ ไม่ควรกินสมุนไพรทองคำพันชั่งน้ำหนัก
เอกสารอ้างอิง

  • นันทวัน บุณยะประภัศร, บรรณาธิการ. 2530. ก้าวไปกับสุมนไพร เล่ม 3 พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร:ธรรกมลการพิมพ์.
  • ทองพันชั่ง.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ทองพันชั่ง.ฐานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • Wu, T.S., Tien, J.J., Yeh, M.Y., and Lee, K.H. 1988. Isolation and cytotoxicity of rhinacanthin-A and - B, Two napthoquinones from Rhinacanthus nasutus. Phytochemistry 27 (12) : 3787-3788.
  • มาโนช วามานนท์ และเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, บรรณาธิการ. 2530. ยาสมุนไพร สำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. http://www.disthai.com/
  • ทองพันชั่ง.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่6.คอลัมน์สมุนไพรน่ารู้.ตุลาคม 2522
  • ภโวทัย พาสนาดสภณ.สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร (Active Ingradients in Herbs). คอลัมน์ บทความวิชาการ.วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี.ปีที่ 27 .ฉบับที่1.กันยายน 2558 – กุมภาพันธ์ .2559. หน้า 120-131
  • ทองพันชั่ง.กลุ่มสมุนไพรแก้มะเร็ง.สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี.
  • โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง. 2531. ทองพันชั่ง : แก้กลาก เกลื้อน สังคัง. ข่าวสารสมุนไพร 32 : 32-35.
  • Wongwanakul, R., Vardhanabhuti, N.,Siripong, P., &Jianmongkol, S. (2013). Effects of rhinacanthin-C on function andexpression ofdrugeffluxtransporters in Caco-2cells. Fitoterapia,89, 80-85.

 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)