A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: ที่ชาร์จไร้สาย | Wireless Charger มีประสิทธิภาพต่างจากชาร์จกระแสไฟบ้านอย่างไร  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 17, 2018, 09:23:38 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7886
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั้น กิจกรรมหนึ่งที่จัดว่ามีความยิ่งใหญ่ ก็คือ การชาร์จแบต
                โดยปกติเมื่ออ้างอิงถึงการชาร์จแบต เราคงนึกถึงการนำสายไฟฟ้าเพื่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นเชื่อมเข้ากับปลั๊กกระแสไฟฟ้าบ้าน ซึ่งการที่จะทำการชาร์จกระแสไฟได้ ที่นั้นจะต้องเป็นที่ๆ มีปลั๊กกระแสไฟฟ้าบ้านเท่านั้น แถมเวลาที่เราชาร์จแบต เราก็ต้องวางโทรศัพท์มือถือไว้ในที่ใกล้กับปลั๊กกระแสไฟ จะย้ายไปตรงอื่นก็ไม่ได้ ทำเอาขาดความสะดวกในการใช้งาน ผู้ผลิตหลายรายในยุคปัจจุบัน จึงได้เนรมิตระบบการชาร์จไฟฟ้าแบบ Wireless Charger หรือการชาร์จแบบไร้สายขึ้น พอให้การชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างความเป็นอิสระมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ที่สงสัยกับระบบการชาร์จแบบ Wireless Charger ว่าจะได้ผลดีเท่ากับการชาร์จกระแสไฟบ้านหรือเปล่า แล้วจะทำให้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้รับความเสียหายหรือไม่ ในบทความนี้ เราจะมาพาดพิงถึงเนื้อหานี้กัน
                Wireless Charger หรือการชาร์จแบบไร้สายนี้ มีหลักทำงานที่ค่อนข้างต่างไปจากการชาร์จแบบต่อกระแสไฟฟ้าบ้านปกติ กล่าวคือ ในกรณีที่เราเอาสายชาร์จมาต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับไฟฟ้าบ้าน สายชาร์จจะปฏิบัติหน้าที่เสมือนกับท่อ ที่นำกระเสกระแสไฟฟ้าฟ้าเข้าสู่ตัวเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์โดยตรง แต่ Wireless Charger มีหลักทำงานคือ ตัวของมันจะประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ต่อเข้ากับปลั๊กกระแสไฟฟ้าบ้าน ส่วนนี้เมื่อนำไปเสียปลั๊ก มันจะหน่วงเอากระแสไฟฟ้าฟ้ามาเปลี่ยนแปลงให้มีลักษณะเป็นสนามแม่เหล็ก กับอีกส่วนหนึ่งคือส่วนสำหรับวางตั้งเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนนี้จะดำเนินการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กเข้ามาในตัว แล้วเปลี่ยนรูปให้เป็นกระแสไฟฟ้าฟ้าเพื่อชาร์จวัสดุอุปกรณ์นั้นอีกทีหนึ่ง ซึ่งระยะการสะพัดสนามแม่เหล็กนั้นมีพื้นที่กว้างอยู่พอสมควร ด้วยประการฉะนี้เราจึงสามารถโยกย้ายอุปกรณ์ของเราไปยังจุดต่างๆ ได้ โดยที่ไม่หลุดจากสถานะชาร์จ ขอแค่อยู่ในพื้นที่ของสนามแม่เหล็กก็พอ
                เมื่อแนวทางทำงานของ Wireless Charger มีความแตกแตกต่างจากการเสียบสายชาร์จเช่นนี้ ทำให้ความสามารถการชาร์จนั้นมีความต่างกันด้วย โดย Wireless Charger จะมีอัตราการชาร์จที่ด้อยกว่า และใช้สอยเวลานานกว่าการชาร์จแบบเสียบสาย เพราะว่าในกระบวนการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กนั้น จะเกิดการสูญเสียพลังงานไปบางส่วน ทำให้กระแสไฟฟ้าฟ้าไม่เข้ามาที่อุปกรณ์ 100% เหมือนอย่างกาลชาร์จด้วยสายกระแสไฟฟ้า เพราะฉะนี้ การชาร์จแบบ Wireless Charger จึงใช้ระยะเวลานานกว่า ถ้าเปรียบเปรียบง่ายๆ การชาร์จด้วยสายเสียบโดยตรง อาจใช้งานกาลเวลา 2-3 นาทีต่อ 1% แต่wireless charger อาจใช้สอยระยะเวลาชาร์จ 6-7 นาทีต่อ 1% ก็ได้ และหากเราชาร์จไปด้วย ใช้อุปกรณ์ไปด้วย ความโน้มเอียงที่ผลรวมแบตเตอรี่จะน้อยลงระหว่างการชาร์จด้วย Wireless Charger จะมียิ่งกว่าการชาร์จด้วยสาย ที่หากเล่นไปด้วย ชาร์จไปด้วย จะเบาลงอย่างมากสุดแค่ 1-2% เท่านั้น เว้นแต่ว่าว่าจะเล่นหนักจริงๆ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว โทรศัพท์ที่ชาร์จด้วย Wireless Charger หากชาร์จไปด้วยเล่นไปด้วย แบตเตอรี่อาจน้อยลงเหลือปริมาณน้อยกว่าตอนก่อนชาร์จถึง 4-5% เลยทีเดียว ส่วนโทรศัพท์ที่ชาร์จด้วยสายปกติ อาจมีจำนวนรวมแบตคงที่เท่ากับตอนก่อนชาร์จ หรือเพิ่มขึ้นมา 4-5% ก็ได้
                การชาร์จด้วย Wireless Charger จึงดูเหมือนว่าได้จำนวนแบตเตอรี่น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของการชาร์จด้วยวิธีนี้ก็ยังมีอยู่ ดังต่อไปนี้

  • ไม่มีปมปัญหาเรื่องกระแสไฟตก กระแสไฟกระชาก เพราะการชาร์จด้วย Wireless Charger ไม่ได้นำวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปเชื่อมกับกระแสไฟฟ้าบ้านโดยตรง แต่ใช้งานวิธีแปลงกระแสกระแสไฟฟ้าฟ้าเป็นสนามแม่เหล็ก เพราะฉะนั้นต่อให้กระแสไฟจะตก กระแสไฟจะกระชาก สนามแม่เหล็กนั้นก็จะไม่เกิดความแปรเปลี่ยนแปลง ทำเอาโทรศัพท์ได้รับกระแสไฟฟ้าฟ้าโดยตลอด ไม่เกิดอุปสรรคแบตพัง หรือเสื่อมคุณค่าเพราะการชาร์จ ในขณะที่การชาร์จแบบเสียบปลั๊กปกติ เมื่อเกิดปมปัญหากระแสไฟตก ไฟฟ้ากระชาก ตัวเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบไปด้วย และทำให้เกิดปมปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม
  • ไม่เป็นเหตุให้ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดความร้อน เนื่องด้วยกระแสกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าสู่เครื่องจากการชาร์จด้วย Wireless Charger มีผลรวมไม่มาก เป็นเหตุให้การก่อเกิดเดโชนั้นไม่มากตามไปด้วย ในขณะที่การชาร์จด้วยสายกระแสไฟปกติ จะเป็นเหตุให้เกิดความร้อนในเครื่องมาก ยิ่งถ้าชาร์จไปด้วย ใช้งานงานไปด้วย ก็จะทำเอาเครื่องยิ่งร้อน และส่งผลลัพธ์ให้เครื่องมือนั้นมีอายุการใช้งานงานสั้นลง
  • ไม่มีสายมาเป็นเครื่องขัดขวางระหว่างการใช้งานงาน แม้เราจำเป็นจะต้องโยกย้ายโทรศัพท์ไปไว้ที่อื่นใกล้ตัว เราก็สามารถชาร์จแบตได้ตลอดเท่าที่ต้องการ ต่างจากการชาร์จแบบใช้สาย ที่เราต้องเสียบแล้ววางทิ้งไว้ตรงนั้นเลย ทำเอาใช้งานได้ไม่สะดวก อีกทั้งหากเราวางโทรศัพท์ชาร์จทิ้งไว้ ย่อมล่อแหลมต่อการถูกโจรกรรม และสูญหายได้

    กล่าวโดยสรุป การชาร์จแบตเตอรี่ด้วย Wireless Charger เป็นรูปแบบการชาร์จใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องมีสายชาร์จมาเกะกะให้รำคาญใจ สามารถใช้งานวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างอิสระ แต่ก็มีข้อเสียคือให้กระแสกระแสไฟฟ้าน้อย ชาร์จได้ช้า เนื่องมาจากเกิดการเสียพลังงานในกรรมวิธีต่างๆ ไปมาก เพราะฉะนั้น Wireless Charger จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบเรื่อยๆ สบายๆ ไม่ต้องการปริมาณแบตเตอรี่อย่างเร่งด่วนในกาลจำกัด แต่ถ้าเกิดว่าท่านเป็นผู้ที่ต้องการแบตผลรวมมากๆ เช่น ก่อนชาร์จเลือก 10% อยากจะให้ผลรวมแบตเพิ่มขึ้นมาที่ 40-50% ในกาลภายใน 20 นาทีละก็ ขอแนะนำให้เสียบเข้ากับกระแสไฟบ้าน เพื่อได้จำนวนรวมแบตเตอรี่ตามที่ปรารถนามาก่อน แล้วค่อยใช้สอย Wireless Charger เพื่อประคับประคองจำนวนแบตเตอรี่ไม่ให้ตกลงจะดีกว่า
    ขอขอบคุณ
    บทความ wireless charger: https://www.dotlife.store/mobile-accessory/wireless-charger.html, https://www.dotlife.store/
    รีวิว wireless charger จาก Pantip: www.pantip.com

    Tags : wireless charging pad,ที่ชาร์จไร้สาย
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)