Sextoy

A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: โรคหูน้ำหนวกอักเสบเรื้อรัง/หูน้ำหนวก.( Chronic Otitis media)- อาการ, สาเหตุ, การ  (อ่าน 19 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 30, 2018, 04:27:00 PM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 70
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

โรคหูน้ำหนวกอักเสบเรื้อรัง/หูน้ำหนวก.( Chronic Otitis media)
โรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเป็นยังไง ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรคหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) นั้น เรียกเป็นภาษาประชาชนว่า โรคหูน้ำหนวก มีสาเหตุจากการติดเชื้อในหูชั้นกึ่งกลาง
ซึ่งหูชั้นกึ่งกลาง (middle ear) เป็นส่วนของช่องหูที่อยู่ถัดจากเยื่อแก้วหูเข้าไป มีกระดูกค้อน กระดูกทั่ง รวมทั้งกระดูกโกลนใส่อยู่ ปฏิบัติหน้าที่รับคลื่นเสียงก่อนหน้าที่ผ่านมาทางหูชั้นนอก รวมทั้งส่งต่อไปยังหูชั้นในซึ่งมีเส้นประสาทหูรับทราบเสียง (การได้ยิน)
            ส่วนล่างของหูชั้นกึ่งกลางมีท่อเล็กๆเชื่อมต่อกับคอหอย เรียกว่า ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) เมื่อมีการติดโรคของคอหอย เชื้อโรคสามารถเดินทางผ่านท่อยูสเตเชียนเข้าไปในหูชั้นในได้ ถ้าหากท่อยูสเตเชียนเกิดการอักเสบบวม ก็จะเกิดการอุดตัน ทำให้เชื้อโรคถูกกักไว้ภายในหูชั้นกึ่งกลางจนมีการติดเชื้อของหูชั้นกึ่งกลาง และก็อาจอักเสบเป็นหนองขังอยู่ในหูชั้นกึ่งกลาง มีอาการไข้สูง ปวดหู หูอื้อได้ในระยะเริ่มต้น
โรคนี้จึงพบได้ทั่วไปร่วมกับโรคติดเชื้อของทางเท้าหายใจส่วนต้น ดังเช่นว่า หวัด ไข้หวัดใหญ่ ฝึกฝน คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ เป็นต้น โดยเชื้อก่อโรคอาจเป็นไวรัส หรือแบคทีเรียก็ได้
โดยโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบ เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก เหตุเพราะในเด็กนั้น ท่อปรับความดันหูชั้นกลางหรือท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกึ่งกลางและก็ข้างหลังโพรงจมูก ยังไม่พัฒนาบริบูรณ์เต็มที่ ประกอบกับเด็กเกิดภาวะติดโรค เป็นต้นว่า โรคไข้หวัดได้หลายครั้ง ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบตลอดไปยังรูเปิดของท่อปรับความดันหูชั้นกลาง ซึ่งอยู่หลังโพรงจมูก ส่งผลนำมาซึ่งการก่อให้เกิดสภาวะหูชั้นกึ่งกลางอักเสบฉับพลัน (Acute otitis media) ขึ้น ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการดูแลและรักษา จะมีลักษณะอาการไข้ หูอื้อ รวมทั้งปวดหูมากมาย จนถึงเมื่อแก้วหูทะลุ ลักษณะของการปวดหูรวมทั้งไข้จะเริ่มดีขึ้น แต่ว่าจะมีน้ำหนอง ซึ่งมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากหู และก็หากยังมิได้รับการดูแลและรักษาที่สมควรอีก บางทีอาจกลายเป็น “โรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง หรือหูน้ำหนวก (Chronic otitis media)” ต่อไป ซึ่งได้โอกาสเกิดผลข้างๆ เข้าแทรกต่างๆตามมาได้ อย่างเช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หูชั้นในอักเสบ ฝีในสมอง ฝีข้างหลังหู ฝีที่คอ ใบหน้าเป็นอัมพาต ฯลฯ
โรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบ มักจะเกิดอาการอักเสบภายในของรอบๆหูชั้นกึ่งกลาง ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการต่อว่าดเชื้อที่เยื่อหู จนถึงก่อเกิดอาการบวมแดง อักเสบ และก็กำเนิดของเหลวที่บริเวณหลังแก้วหู
โดยระดับของการอักเสบแบ่งได้เป็น 3 ระดับดังนี้

  • หูชั้นกึ่งกลางอักเสบรุนแรง (Acute otitis media – AOM) ปกติแล้วถ้าเกิดผู้เจ็บป่วยไม่มีอาการหูชั้นกึ่งกลางอักเสบมาก่อน จะถือว่าเป็นหูชั้นกึ่งกลางอักเสบทันควัน เพราะอาการดังกล่าวข้างต้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสภาวะ ดังต่อไปนี้ ส่วนมากมักเกิดร่วมกับการต่อว่าดเชื้อในบริเวณทางเท้าหายใจส่วนต้น (คอและก็จมูก) ยกตัวอย่างเช่น หวัด ต่อมทอนซิลอักเสบ และก็บางรายหูชั้นกลางอักเสบฉับพลันอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่ ไอกรน ฝึกหัด ทำให้เชื้อโรครอบๆคอผ่านท่อยูสเตเชียน หรือท่อปรับความดันหูชั้นกึ่งกลาง (Eustachain tube) เข้าไปในหูชั้นกึ่งกลางได้ และก็เกิดการอักเสบขึ้นมา ทำให้เยื่อบุผิวด้านในหูชั้นกลางแล้วก็ท่อยูสเตเชียนบวม แล้วก็มีหนองขังอยู่ในหูชั้นกึ่งกลาง เพราะเหตุว่าไม่อาจจะระบายผ่านท่อยูสเตเชียนที่บวมแล้วก็อุดตันได้ ในที่สุดเยื่อแก้วหูซึ่งเป็นเยื่อบางๆที่กั้นอยู่ระหว่างหูชั้นกึ่งกลางอักเสบกับหูชั้นนอกก็จะมีการทะลุเป็นรู หนองที่ขังอยู่ข้างในก็จะไหลออกมาแปลงเป็นหูน้ำหนวกในเวลาต่อมา
  • ภาวการณ์น้ำคั่งในหูชั้นกลาง (Otitis media with effusion-OME) เมื่อเกิดการอักเสบที่หูชั้นกลางจะทำให้กำเนิดของเหลวภายในหู ซึ่งบางทีอาจส่งผลต่อการได้ยินในระยะสั้น พูดอีกนัยหนึ่ง เป็นภาวะที่มีนํ้าขังอยู่ในหูชั้นกึ่งกลางโดยที่ไม่มีอาการแสดงของการอักเสบหรือติดโรค คนไข้มักจะมีลักษณะหูอื้อ การได้ยินต่ำลง แต่ว่าไม่มีลักษณะของการปวดหูและไม่เป็นไข้ เมื่อตรวจดูในหูจะไม่เจอการบวมแดงของแก้วหู แต่จะมีการขยับของเยื่อแก้วหูลดลง (เพราะเหตุว่ามีน้ำขังอยู่ด้านหลัง) สภาวะนี้มักพบในคนที่มีส่วนประกอบใบหน้าที่ไม่ดีเหมือนปกติ
  • หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง แม้แพทย์พบว่ามีการฉีกให้ขาดของแก้วหูเป็นประจำและก็มีร่องรอยของการอักเสบ ก็อาจทำให้แพทย์วิเคราะห์ได้ว่ามีการอักเสบอย่างเรื้อรังที่หูชั้นกลางได้โดยมีสภาวะดังนี้ เป็นภาวะที่มีการทะลุของเยื่อแก้วหูรวมทั้งมีหูน้ำหนวกไหลแบบเรื้อรัง (ส่วนมากจะเริ่มเป็นมาตั้งแต่เด็ก) โดยอาจมีเหตุที่เกิดจากหูชั้นกึ่งกลางอักเสบทันควันหรือมาจากการได้รับบาดเจ็บจนแก้วหูทะลุก็ได้ รวมทั้งบางครั้งอาจพบร่วมกับคนที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ฝาผนังกั้นช่องจมูกคด และก็ริดสีดวงจมูก


ซึ่งโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบนี้พบมากในเด็กมากกว่าในคนแก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี เนื่องด้วยท่อยูสเตเชียนของเด็กสั้นกว่าแล้วก็อยู่ในแนวราบมากกว่าในคนแก่ โดยในโรคหูชั้นกลางอักเสบนี้ ระยะของการอักเสบที่ทำให้มีน้ำหนองไหลออกมาจากรูหู (ภาษาประชาชนเรียกน้ำหนวก) นี้ มักจะพบในระยะหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรั้ง เป็นส่วนมาก ส่วนระยะอื่นมักพบได้นานๆครั้งมาก และความรุนแรงของโรคก็ไม่มากเท่าระยะเรื้อรัง โดยเหตุนี้ในประเด็นต่อไปนักเขียนจึงจะขออธิบายเฉพาะในระยะหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรังหรือโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรังเพียงเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของคนอ่าน
ที่มาของโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง สาเหตุของโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้องรังของ (COM) มักมีเหตุที่เกิดจาก

  • หูชั้นกึ่งกลางอักเสบทันควัน (acute otitis media) ที่ไม่ได้รับการดูแลและรักษาทันท่วงที ทำให้โรคหนองในหูชั้นกึ่งกลางดันเยื่อแก้วหูทะลุออกมาก รวมทั้งหลังจากนั้นไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกแนวทางทำให้เยื่อแก้วหูที่ทะลุนั้นไม่อาจจะปิดได้เอง
  • เยื่อแก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บ (traumatic tympanic membrane perforation) ยกตัวอย่างเช่น ใช้ไม่พันสำลีปั่นช่องหู แล้วมีอุบัติเหตุชนทำให้ไม้พันสำลีนั้น กระแทกเยื่อแก้หูจนทะลุเป็นรูและก็รูนั้นไม่สามารถที่จะปิดได้เอง หรือมีเหตุมาจากการผ่าตัดกรีดเยื่อแก้วหู (myringotomy) เพื่อระบายหนองออกจากหูชั้นกึ่งกลาง ในคนป่วยที่มีหูชั้นกลางอักเสบทันควันที่มีภาวะแทรกซ้อน หรือผ่าตัดเพื่อใส่ท่อระบายของเหลวหรือหนองในหูชั้นกึ่งกลาง (ventilation tubes) และก็ติดอยู่ไว้ที่เยื่อแก้วหู แล้วหลุดออกไป แต่รูที่เกิดขึ้นมาจากการผ่าตัดนั้นไม่สามารถที่จะปิดได้เอง ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เยื่อแก้วหูที่ทะลุนั้นไม่อาจจะปิดได้เองอาทิเช่น
  • มีการไหลของของเหลว เป็นต้นว่า มูกหรือหนองผ่านรูทะลุตลอดระยะเวลา เพราะว่ายังมีการติดโรคในหูชั้นกึ่งกลางอยู่
  • เยื่อบุผิวหนังของหูชั้นนอก (squamous epithelium) เข้ามาหุ้มที่ขอบของรูทะลุ เมื่อเยื่อแก้วหูทะลุ ทำให้กลไกสำหรับเพื่อการ

Proteus species
ที่มา : Google
คุ้มครองป้องกันการตำหนิดเชื้อของหูชั้น
กลางเสียไป เมื่อเยื่อแก้วหูทะลุ ทำให้กลไกสำหรับการปกป้องการติดเชื้อของหูชั้นกลางเสียไปเชื้อโรงที่เป็นต้นเหตุของการต่อว่าดเชื้อและทำให้หูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง ยกตัวอย่างเช่น เชื้อแบคทีเรียและก็     
        พบได้บ่อย คือเชื้อจำพวกมึงรมลบ
 
Pseudomonas aeruginosa
        ที่มา : Googie                                                                                                                
 

Staphylococcus aureus
ที่มา Wikipedia
 และก็Pseudomonas aeruginosa, Proteus species, Klebsiella pneumoniae และก็เชื้อประเภทมึงรมบวก ดังเช่น Staphylococcus aureus และอาจพบเชื้อ anaerobes ดังเช่น Bacteroides, Peptostrep-tococcus, Peptococcus ได้ ซึ่งสามารถไปสู่ร่างกายได้โดย

  • เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่เชื้อโรคจากคอ หรือ จมูก ผ่านเข้าทาง Eustachian tube ไปสู่หูชั้นกลาง
  • มีต้นเหตุจากเชื้อโรคเข้าทางรูหู ผ่านแก้วหูที่ทะลุอยู่ก่อนแล้ว เข้าไปสู่หูชั้นกลาง รวมทั้ง mastoid air cell
  • ผ่านทางกระแสโลหิต


นอกจากนี้ยังอาจมีต้นสายปลายเหตุมาจาก  มีการอุดตันของรูเปิดของท่อยุยงสเตเชียนจากพยาธิภาวะในโพรงหลังจมูก อย่างเช่น โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก ต่อมอดีนอยด์โต, การอักเสบของโพรงจมูก ไม่ว่าจากการตำหนิดเชื้อ หรือไม่ใช่การตำหนิดเชื้อการอักเสบของโพรงหลังจมูก ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากกรดไหลย้อนที่ขึ้นมาที่โพรงข้างหลังจมูก หรือมีสาเหตุมาจากกรดไหลย้อนที่ขึ้นมาที่โพรงข้างหลังจมูก หรือเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความแตกต่างจากปกติโดยกำเนิดของท่อยูสเตเชียนทางกายตอนและก็สรีรวิทยา อาทิเช่น เพดานโหว่ (cleft palate) Down syndrome พยาธิภาวะดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้มีการคั่งของของเหลวที่สร้างจากหูชั้นกลาง และเกิดการอักเสบของเยื่อบุหูชั้นกลาง และทำให้ของเหลวดังกล่าวมาแล้วข้างต้นไหลออกจากหูชั้นกึ่งกลางได้
อาการของโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง หูชั้นกึ่งกลางอักเสบประเภทเรื้อรัง  แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  • ประเภทไม่อันตราย (safe or uncomplicated ear) รูทะลุของเยื่อแก้วหู มักจะอยู่ตรงกลาง (central perforation) ช่องทางที่เยื่อบุหูชั้นนอก (stratified squamous epithelium) หรือไคล (cholesteatoma) จะเข้าไปในหูชั้นกลางและก็โพรงอากาศมาสตอยด์ นำมาซึ่งการก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย หูน้ำหนวกจำพวกนี้เป็นชนิดที่ไม่มีคราบไคลนั่นเอง ชนิดนี้คนไข้จะมีหนอง (mucopurulent discharge) ไหลจากหูเป็นๆหายๆอาจตรวจพบ granulation หรือ polyp ได้ มักไม่พบว่ามีลักษณะปวดหูร่วมด้วย ถ้าเกิดมีอาการปวดหูแปลว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น นอกนั้นคนป่วยมักเสียการได้ยินแบบการนำเสียงเสีย บางรายอาจมีเส้นประสาทหูเสื่อมร่วมด้วยจาก Bacterial Toxin
  • ชนิดอันตราย (unsafe or complicated ear) ชอบมีรูทะลุของเยื่อแก้วหู อยู่ที่ขอบแก้วหู (marginal perforation) ทำให้จังหวะที่เยื่อบุหูชั้นนอก หรือขี้ไคลจะเข้าไปในหูชั้นกลางและโพรงกระดูกมาสตอยด์ นำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนสูง หูน้ำหนวกชนิดนี้หมายถึงประเภทที่มีขี้ไคลนั่นเอง ประเภทนี้คนไข้จะมีอาการเป็น ผู้เจ็บป่วยจะมีอาการหนองไหลออกมาจากหูเป็นๆหายๆถึงแม้ว่ารักษาด้วยยาเต็มกำลังแล้วอาการไม่ดีขึ้น  รวมทั้งมีลักษณะหูตึงจากการนำเสียงไม่ดีเหมือนปกติ (conductive hearing loss) หรือทำลายอวัยวะที่เกี่ยวกับการได้ยินในหูชั้นใน ทำให้หูตึงจากเส้นประสาทหูปฏิบัติงานไม่ดีเหมือนปกติ (sensorineural hearing loss) มีลักษณะเวียนศีรษะ อาเจียน อ้วก  นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอัมพาตของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7  เกิดภาวะแทรกทางสมอง ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis), ฝีในสมอง (brain abscess),

การติดเชื้อของเส้นโลหิตในกะโหลกศีรษะ (sigmoid sinus thrombophlebitis) เกิดการอักเสบของกระดูกมาสตอยด์ (mastoiditis) เนื่องด้วยมีหนองขังอยู่ในส่วนของกระดูก มาสตอยด์ แล้วไม่อาจจะระบายออกไปได้ ทำให้มีการทำลายของกระดูกส่วนที่เป็นโพรงอากาศมาสตอยด์คนป่วยมีลักษณะปวดหูมากขึ้นเรื่อยๆ มีหนองไหลออกมาจากหูเพิ่มมากขึ้น
และมีกลิ่นเหม็น  กำเนิดฝีหนองหลังหู (subperiosteal abscess)
ขั้นตอนการรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการซักความเป็นมาอาการของผู้เจ็บป่วย การตรวจร่างกาย และการใช้เครื่องส่องหู (Otoscope) ส่องดู ซึ่งจะพบเยื่อแก้วหูมีลักษณะผิดปกติ ถ้าเกิดแก้วหูยังไม่ทะลุสามารถยืนยันการมีน้ำในหูชั้นกลางได้ด้วยการตรวจ pneumatic otoscope และการประเมิน tympanometry ถ้าทะลุแล้วจะมองเห็นรูทะลุและก็มีน้ำอยู่ในรูหูชั้นนอก สามารถนำน้ำในหูไปย้อมและก็เพาะหาจำพวกของเชื้อได้และก็การตรวจนับเม็ดเลือดจะช่วยยืนยันภาวการณ์ติดเชื้อโรคถ้าเกิดยังไม่มีหนองไหล นอกเหนือจากนั้นยังมีการตรวจพิเศษอื่นๆเพิ่มอีกอาทิเช่น

  • การถ่ายรังสีกระดูกมาสตอยด์ (plan film of mastoid) พบมากว่าโพรงกระดูกมาสตอยด์ทึบ และก็บางส่วนของกระดูกมาสตอยด์อาจถูกทำลายไป
  • การตรวจการได้ยิน เพื่อตรวจระดับของการได้ยินครั้งเสียไป ถ้าเกิดการอักเสบของหูชั้นกึ่งกลางหรือ cholesteatoma ทำลายกระดูกหู (ossicular destruction) จะมีผลให้มีการสูญเสียการได้ยินมากมาย (conductive hearing loss) หรืออาจมีการสูญเสียของประสาทหู (sensorineural hearing loss) ได้ถ้าเกิดมี inner ear involvement
  • การเป่าลมเข้าไปในช่องหู เพื่อดูว่าคนป่วยมีอาการเวียนหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือมีลูกตากระตุๆก (nystagmus) หรือ (fistula test) ถ้า cholesteatoma ได้ทำลายกระดูกที่หุ้มอวัยวะควบคุมการเลี้ยงตัว จนถึงเกิดทางเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกึ่งกลาง แล้วก็อวัยวะควบคุมการเลี้ยงตัว การเป่าลมดังกล่าวจะกระตุ้นอวัยวะควบคุมการทรงตัว ทำให้คนป่วยมีลักษณะเวียนศีรษะหรือลูกตากระตุกได้ ควรจะทำการทดลองดังที่กล่าวผ่านมาแล้วในคนป่วยทุกรายที่มี cholesteatoma โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนป่วยที่มีลักษณะอาการเวียนศีรษะ
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ของกระดูกเทมโพรอล (temporal bone) ไตร่ตรองทำในรายที่ใช้ยารักษาเต็มกำลังแล้วไม่ดีขึ้น (สงสัย cholesteatoma เนื้องอก,สิ่งแปลกปลอม) หรือสงสัยว่าจะมีภาวะแทรกซ้อน (ossicular or fallopian canal erosion จาก cholesteoma, subperiostea abscess)
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ของกระดูกเทมโพรอล ไต่ตรองรณาทำในรายที่สงสัยว่าจะมีภาวะแทรกซ้อน (dural inflammation, sigmoid sinus thrombosis, labyrinthitis, extra-craniai and intracranial abscess)


สำหรับวิธีการดูแลรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังประเภทไม่อันตรายเป็น ชำระล้าง ดูดหนองในรูหู  ให้ยาหนอดหู fluoroquinolone ear drop 14-28 วัน
ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้ รับประทานยาปฏิชีวนะ ร่วมด้วย ภายหลังให้การรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะอย่างมากแล้วยังไม่ดีขึ้นต้องประเมินหา cholesteatoma รวมทั้ง mastoiditis
ในคนเจ็บบางรายข้างหลังการรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะไปแล้ว ยังพบว่าแก้วหูทะลุอยู่ไม่สามารถที่จะปิดเองได้ซึ่งอาจพิเคราะห์รับการผ่าตัดแก้วหู (tympanoplasty) วัตถุประสงค์หลักสำหรับการปะเยื่อแก้วหูคือ

  • เพื่อกำจัดการตำหนิดเชื้อในหูชั้นกึ่งกลาง
  • เพื่อคุ้มครองการตำหนิดเชื้อผ่านเยื่อแก้วหูที่ทะลุเข้าสู่หูชั้นกลาง
  • เพื่อช่วยให้การได้ยินดีขึ้น


และก็แนวทางการรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังประเภทอันตรายเป็น กำจัดการตำหนิดเชื้อภายในหูชั้นกึ่งกลางคุ้มครองไม่ให้เกิดการติดเชื้อโรคข้างในหูชั้นกึ่งกลางอีก รักษาการได้ยินให้อยู่ในสภาพดี
นอกเหนือจากเป้าหมายสำหรับการรักษาดังที่กล่าวถึงแล้ว 3 ข้อแล้ว ควรทำให้ cholesteatoma มีทางออก เพื่อป้องกันไม่ให้ cholesteatoma มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนไปทำลายอวัยวะที่สำคัญต่างๆ

  • การดูแลรักษาทางยา โดยบางทีอาจให้ยาต้านจุลชีวินชนิดรับประทานแล้วก็จำพวกหยอดหู และให้ยาต่อต้านจุลินทรีย์จำพวกฉีดเข้าเส้นโลหิต ในผู้ป่วย ที่มีภาวะแทรกซ้อน และทำความสะอาดหู โดยนำหนองของเหลว และเนื้อตายในหูชั้นกึ่งกลางออกให้หมด
  • กระทำการผ่าตัด mastoidectomy สำหรับคนเจ็บที่มี cholesteatoma เก็กกักเอาไว้ในส่วนของแก้วหูที่เป็นแอ่ง และแพทย์ไม่อาจจะแลเห็นและก็ทำความสะอาดเอา cholesteatoma โดยเฉพาะส่วนในสุดของแอ่งได้ ควรทำผ่าตัด หลักการคือเอา cholesteatoma ออกมาให้หมด โดยทำ tympanomastoid surgery แล้วก็เปิดทางให้ choleseatoma ที่อยู่ข้างใน มีทางออกสู่ภายนอก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ cholesteatoma มีการขยายขนาดจนไปทำลายอวัยวะที่สำคัญต่างๆแล้วก็เกิดภาวะสอดแทรกได้

สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง เหตุต่างๆที่ทำให้คนป่วยเสี่ยงต่อการต่อว่าดเชื้อภายในหูชั้นกึ่งกลางจนถึงกลายเป็นการอักเสบเรื้อรังได้ ซึ่งอย่างเช่น

  • อายุ หูชั้นกลางอักเสบมักเกิดขึ้นในเด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี เป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุว่าท่อยูสเตเชียนของเด็กอยู่ในลักษณะแนวยาวนำมาซึ่งการระบายของเหลวไม่ดีพอเสมือนคนแก่
  • ปัญหาด้านสุขภาพ เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานแหว่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดติดเชื้อโรคในหูชั้นกลาง เนื่องมาจากความแปลกดังกล่าวข้างต้นจะทำให้เชื้อโรคไปสู่ท่อยูสเตเชียนและไปสู่หูชั้นกลางได้ง่ายยิ่งกว่าคนปกติทั่วๆไป นอกนั้น คนไข้กรุ๊ปดาวน์ซินโดรม (Down's Syndrome) ที่มีลักษณะทางด้านกายภาพที่ไม่เหมือนกับเด็กคนทั่วไปจะมีแนวโน้มเสี่ยงสำหรับการเกิดหูชั้นกลางอักเสบได้มากขึ้น
  • การดื่มนมแม่ เด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่เกิดจะมีผลให้มีภูมิต้านทานในทีแรกๆเกิดน้อยกว่าเด็กที่ดื่มนมแม่ เนื่องจากว่าในนมแม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีและก็ช่วยคุ้มครองปกป้องการต่อว่าดเชื้อต่างๆได้
  • ความเคลื่อนไหวของฤดูกาล หวัดมักเป็นกันมากมายในฤดูฝน รวมทั้งฤดูหนาว ซึ่งอาจจะก่อให้ผู้เจ็บป่วยติดโรคที่หูได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นเมื่อเจ็บป่วยหวัด ยิ่งกว่านั้น คนไข้โรคภูมิแพ้อากาศก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคได้อีกด้วย
  • การดูแลเด็ก เด็กที่จะต้องได้รับการดูแลในสถานรับเลี้ยงมีความเสี่ยงที่จะจับไข้หวัดและก็เกิดการติดเชื้อโรคที่หูได้ง่าย เพราะว่าภูมิต้านทานของเด็กยังไม่พัฒนา และก็สถานที่รับเลี้ยงเด็กมักเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคที่ทำให้เด็กป่วยไข้ได้มากที่สุด
  • มลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศ ฝุ่นละอองควันกลางอากาศรวมถึงควันบุหรี่ บางทีอาจทำให้มีการเกิดการตำหนิดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งหูได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • การสั่งน้ำมูกแรงๆการมุดน้ำ การว่ายน้ำ ในช่วงเวลาที่มีการอักเสบในโพรงหลังจมูกจะมีผลให้เกิดการอักเสบติดเชื้อโรคในหูชั้นกลางได้ง่ายมากยิ่งขึ้น


การติดต่อของโรงหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง โรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้องรังหรือหูน้ำหนวกนี้ เป็นโรคที่เกิดจากาการตำหนิดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ในรอบๆหูชั้นกึ่งกลางซึ่งไม่ได้เป็นโรคติดต่อและไม่ได้มีการติดต่อจากคนสู่คนหรือจากสัตว์สู่คนแต่อย่างใด
การกระทำตนเมื่อป่วยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง (หูน้ำหนวก)

  • ไม่แคะ ปั่น เขี่ย หรือขัดถูขี้หูออก หรือทำความสะอาดหูโดยใช้ไม้พันสำลี นิ้วมือ หรือวัตถุอะไรก็ตามใส่เข้าไปในรูหู โดยมิได้รับคำชี้แนะจากแพทย์และพยาบาล
  • คุ้มครองปกป้องไม่ให้น้ำเข้าหู โดยใช้สำลีหรือวัสดุอุดรูหู (Ear plug) ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านค้ากีฬา (เป็นที่อุดหูสำหรับเพื่อการว่ายหรือดำน้ำ) รวมทั้งทุกครั้งขณะอาบน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้น้ำเข้าหู
  • ในขณะที่มีหูน้ำหนวกไหลหรือเป็นโรคหูน้ำหนวกเรื้อรัง ควรจะไปพบหมอเพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกต้องและก็ตลอด หลบหลีกการมุดน้ำหรือเล่นน้ำในสระหรือแม่น้ำลำคลอง
  • ไม่ควรล้างหูด้วยสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเสมอๆหรือซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง
  • ไม่ไอแบบปิดปากแน่น หรือสั่งขี้มูก จามรุนแรงแบบปิดจมูกแน่น
  • ป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด หรือโรคทางเท้าหายใจอักเสบ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ รับประทานยาดังที่แพทย์สั่งให้ถูก ครบถ้วนบริบูรณ์ ไม่หยุดยาเอง หากว่าอาการจะดีขึ้นกว่าเดิมและก็ตาม เนื่องจากว่าอาจส่งผลให้การดูแลรักษาเห็นผลไม่เต็มกำลัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
  • เมื่อมีลักษณะน่าสงสัย หรือเป็นหวัดยาวนาน หรือ เป็นหูชั้นกลางอักเสบทันควัน (มีลักษณะอาการไข้ หูอื้อ ปวดหู มีน้ำหนองซึ่งมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากหู) ควรจะรีบไปพบหมอ/หมอหู คอ จมูก
การปกป้องคุ้มครองตนเองจากโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง (หูน้ำหนวก)

  • การปกป้องคุ้มครองในเด็กอาจทำได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง อย่างเช่น สนับสนุนให้เด็กอ่อนกินนมคุณแม่ หลบหลีกการส่งเด็กไปเลี้ยงที่ศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีการสุขาภิบาลไม่ดี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้จับไข้หวัด และก็โรคติดเชื้อฟุตบาทหายใจอื่นๆ
  • ฉีดยาคุ้มครองปกป้องเชื้อนิวโมค็อกคัส (pneumococcal vaccine) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบรวมทั้งปอดอักเสบ
  • หลบหลีกการอยู่ในที่ๆมีควันของบุหรี่
  • รอบคอบอย่าให้ได้รับอันตรายหรืออุบัติเหตุกับหู หลบหลีกการกระทบสะเทือนบริเวณหูรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง เพราะอาจก่อให้แก้วหูทะลุแล้วก็ฉีกให้ขาดได้
  • ถ้ามีอาการป่วยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบทันควันควรจะรีบทำการรักษาก่อนจะกลายเป็น ระยะหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง
  • เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ครบบริบรูณ์ 5 หมู่ แล้วก็หมั่นออกกำลังกาย
  • เมื่อมีลักษณะน่าสงสัย หรือเป็นหวัดยาวนาน หรือ เป็นหูชั้นกึ่งกลางอักเสบฉับพลัน ควรรีบไปพบหมอ
สมุนไพรที่ใช้คุ้มครองป้องกัน / รักษาโรคหูชั้นกึ่งกลางอักเสบเรื้อรัง (หูน้ำหนวก)

  • หูเสือหรือเนียมหูเสือ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Plectranthus amboinicus คุณประโยชน์ทางยาไทยพบว่า น้ำคั้นจากใบสามารถแก้ปวดหู พิษฝีในหู หูน้ำหนวก ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่าสามารถยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งยีสต์ ยั้งเชื้อรา ฆ่าแมลง ยั้งการงอกของพืชอื่น ยั้งเอนไซม์ protease จากเชื้อ HIV และก็มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระ    สารสำคัญที่เจอในใบ ได้แก่ น้ำมันหอมระเหย thymol, carvacrol, γ-terpinene, c
 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)