แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - tawattt005

หน้า: [1] 2 3
1

เตย
ชื่อสมุนไพร เตย
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ใบเตย , เตยหอม , ต้นเตย , เตยหอมใหญ่ , เตยหอมเล็ก (ภาคกลาง) , หวานข้าวใหม่ (ภาคเหนือ) , ปาแนะวอวิง , ปาแง๊ะออริง (นราธิวาส,มาเลเซีย) ,พังลั้ง (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Pandanus amaryllifolius Roxb.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์    Pandanus ordorus Ridl.
ชื่อสามัญ  Pandanus Palm , Fragrant Pandan , Pandom wangi.
วงศ์  Pandanaceae
ถิ่นกำเนิด
เตย เป็นพืชที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว เนื่องจากว่าได้นำมาใช้ประโยชน์ต่างๆเยอะแยะ โดยเฉพาะส่วนของใบที่เราเรียกว่า ใบเตย จึงทำให้เรียกพืชประเภทนี้ติดปากกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ว่า “ใบเตย” สำหรับถิ่นเกิดของเตยนั้น เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเอเซียอาคเนย์ อาทิเช่น ไทย ประเทศพม่าลาว มาเลเซีย รวมทั้งอินเดีย รวมถึงทวีปอื่นดังเช่นแอฟริกา แล้วก็ประเทศออสเตรเลีย ถูกใจขึ้นตามพื้นที่เปียกแฉะ ริมสายธารหรือรอบๆที่เปียกแฉะที่มีน้ำขังเล็กน้อย ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ
ลักษณะทั่วไป
เตยจัด เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นทรงกลม และก็เป็นข้อสั้นๆถี่กัน โผล่ขึ้นมาจากดินเพียงนิดหน่อย โคนลำต้นแตกรากกิ่งก้านสาขาออกเป็นรากค้ำชูหรือเรียกว่า รากอากาศ ลำต้นสามารถแตกหน่อฯลฯใหม่ได้ ทำให้มองดูเป็นกอหรือเป็นพุ่มไม้ใหญ่ๆที่รวมความสูงของใบแล้วสามารถสูงได้มากกว่า 1 เมตร
ใบเตย แตกออกเป็นใบผู้เดียวด้านข้างรอบลำต้นและเรียงสลับวนเป็นเกลียวขึ้นตามความสูงของลำต้น จนถึงขอด ใบมีลักษณะเรียวยาวเป็นรูปดาบ ปลายใบแหลม สีเขียวสด ใบยกเฉแนบไปกับลำต้น แผ่นใบเป็นมัน กว้างราว 2-3 เซนติเมตร ยาวโดยประมาณ 30-50 เซนติเมตร แผ่นใบและก็ขอบของใบเรียบ แผ่นใบข้างล่างมีสีจางกว่าด้านบน มีเส้นกลางใบลึกเป็นแอ่งตื้นๆกึ่งกลาง ใบนี้ส่งกลิ่นหอมตลอดระยะเวลา เนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหย และสาร ACPY
การขยายพันธุ์
เตย สารมารถแพร่พันธุ์ได้เองโดยการแตกหน่อ แต่ว่าในปัจจุบันก็สามารถปลูกด้วยการแยกเหง้าหรือย้ายหน่อปลูกได้เช่นกัน ดังนี้ เตยสามารถขึ้นได้ดีในที่เปียก รวมทั้งทนต่อภาวะดินเฉอะแฉะได้ดี แต่ว่าควรที่จะทำการเลือกพื้นที่ปลูกไม่ให้น้ำหลากขังง่าย โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้
การเตรียมแปลง แปลงปลูกเตย ควรไถแปลง แล้วก็ตากดินก่อน 5-10 วัน พร้อมกำจัดวัชพืชออกให้หมด ก่อนหว่านด้วยปุ๋ยธรรมชาติอัตรา 2 ตัน/ไร่ และปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 กิโล/ไร่ พร้อมไถกลบ
การปลูกเตย ควรจะปลูกในช่วงหน้าฝน ด้วยเหตุว่าดินจะชื้นดี ทำให้ต้นเตยติด รวมทั้งตั้งตัวได้ง่าย ด้วยการขุดหลุมปลูกเป็นแถว ระยะหลุม แล้วก็ระยะแถวที่ 50 เซนติเมตร หรือที่ 30 x 50 เซนติเมตร ก่อนนำต้นพันธุ์เตยลงปลูก
หลังจากปลูกเตยเสร็จ ควรจะให้น้ำทันทีแต่ว่าถ้าหากดินเปียกชื้นมากก็ไม่จำเป็นที่ต้องให้ และให้น้ำบ่อยๆทุกๆ7-10 วัน ขึ้นกับความชื้นดิน และก็ฝนที่ตก
ส่วนประกอบทางเคมี
จากการเรียนรู้ทางเคมีของใบเตยพบว่ามีสาระสำคัญหลากหลายประเภทเมื่อนำใบเตยหอมากลั่นด้วยไอน้ำจะได้สารหอมที่ประกอบด้วย แพนดานาไมน์ (Pandanamine) ไลนาลิลอะซีเตท ( linalyl acetate) เบนซิลอะซีเตท (benzyl acetate) ไลนาโลออน (linalool)และพบรานิออล (geraniol) มีสารที่ทำให้มีกลิ่นหอมสดชื่นคือ คูมาริน (coumarin) แล้วก็เอทิลวานิลลลิน (ethyl vanillin)สารคลอโรฟิลล์(chlorophyll) ทำให้มีสีเขียว เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) รวมทั้งสารในกรุ๊ปแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ที่สำคัญ

linalyl acetate benzyl acetate
องค์ประกอบของสารไลนาลิลอะซีเตท โครงสร้างของเบนซิลอะซีเดท


linalool Geraniol
องค์ประกอบของไลนาโลออล ส่วนประกอบพบรานิออล

Pandanamine Chlorophyll
โครงสร้างของแพนดานาไมน์ ส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์

Anthocyanin Ethylvanillin
โครงสร้างของแอนโทไซยานิน องค์ประกอบของเอทิลวานิลลิน
นอกจากนี้ในส่วนของคุณประโยชน์ทางโภชนาการของเตย ค่าทางโภชนาการของใบเตยสดใน 100 กรัม
ส่วนประกอบ ใบเตยสด
พลังงาน (กิโลแคลอรี่) 35
ความชื้น (กรัม) 85.3
คาร์โบไฮเดรต (กรัม) 4.6
โปรตีน (กรัม) 1.9
ไขมัน (กรัม) 0.8
เยื่อใย(กรัม) 5.2
แคลเซียม (มก.) 124
ธาตุฟอสฟอรัส (มก.) 27
เหล็ก(มก.) 0.1
วิตามิน บี 2 (มิลลิกรัม) 0.2
ไนอะซิน (มิลลิกรัม) 1.2
วิตามิน ซี (มก.) 8
เบตา-แคโรทีน (ไมโครกรัม) 2.987
คุณประโยชน์/คุณประโยชน์
ใบเตย มักถูกนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมยวนใจน่ากิน รวมทั้งยังช่วยแต่งสีเขียวให้กับขนมไทยหลายๆจำพวก เป็นต้นว่า ของหวานเปียกปูน ขนมชั้น และยังมีการเอามาทำเป็นเครื่องดื่มอีกด้วย
นอกจากนั้นยังใช้ใบเตยนำมาห่อทำอาหารหวาน อย่างเช่น ขนมตะโก้ใบเอามาผูกรวมกัน ใช้สำหรับวางในส้วมห้องรับแขกเพื่อให้อากาศมีกลิ่นหอมยวนใจช่วยสำหรับในการกำจัดกลิ่นหรือใช้ใบเตยสดนำมายัดหมอน ช่วยทำให้มีกลิ่นหอม ประยุกต์ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นยาสูบ นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆนำไปตากแดดให้แห้ง ก่อนใช้ชงเป็นชาดื่ม น้ำมันหอมระเหยจากเตยนำไปเป็นส่วนประกอบของน้ำยาปรับอากาศ ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแต่งหน้า ครีมทาผิว แชมพู สบู่ หรือ ครีมนวด เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของเตยนั้น ตำรายาไทย ได้ชี้แจงสรรพคุณทางยาของใบเตยไว้ว่าเตยเป็นประโยชน์หลายประการ ตัวอย่างเช่น บำรุงหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันเลือด ใช้รักษาโรคฝึกฝน เลือดออกตามไรฟัน หวัด ตับอักเสบ ดับพิษไข้ แก้โรคฝึกหัด แก้อาการท้องอืด แก้กระหายน้ำ แก้ร้อนในขับปัสสาวะ รากเตย ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาเบาหวานเพราะว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดนอกเหนือจากนี้ยังใช้รักษาโรคตับ ไตอักเสบ แล้วก็รักษาโรคโรคหืด แก้หนองใน แก้พิษโลหิตแก้ตานซางในเด็ก ช่วยละลายก้อนนิ่วในไต
แบบ/ขนาดการใช้
• ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ใบสดผสมในอาหาร แล้วรับประทาน หรือนำใบสดมาคั้นน้ำกิน ทีละ 2-4 ช้อนแกง
• ช่วยดับหิว นำใบเตยสดมาล้างให้สะอาด นำมาตำหรือปั่นอย่างระมัดระวัง แล้วเติมน้ำบางส่วน คั้นมัวแต่น้ำดื่ม
• รักษาโรคฝึกหัดหรือโรคผิวหนัง โดยนำใบเตยมาตำแล้วมาพอกบนผิว
• ใช้รักษาโรคเบาหวาน ใช้ราก 1 กำมือนำไปต้มเป็นน้ำดื่ม ทุกเช้า-เย็น
• ใช้เป็นยาขับฉี่ โดยการนำต้นเตยหอม 1 ต้น หรือราก ครึ่งกำมือไปต้มกับน้ำกินหรือใช้ใบมาหั่นผึ่งแดดให้แห้งแล้วชงดื่มแบบชาก็ได้
• ใช้บำรุงผิวหน้า โดยการใช้ใบเตยล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆนำมาปั่นรวมกับน้ำที่สะอาดจนกระทั่งละเอียด จะได้ครีมข้นเหนียวแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 20 นาที
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา
ใบเตย มีฤทธิ์ลดความดันเลือดและก็ลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มความแรงสำหรับการหดตัวรวมทั้งลดอัตราการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด ลดไข้ต่อต้านอนุมูลอิสระและก็มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียStaphylococcus aureus, Staphylococcus epidermidis แต่ว่ายังเป็นการทดลองในสัตว์ทดลองและในหลอดทดสอบเพียงแค่นั้น
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา
จากการค้นหาข้อมูลเดี๋ยวนี้ ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษหรืออาการไม่พึงประสงค์จากการรับประทานใบเตย
ข้อเสนอ/เนื้อความระวัง

  • แม้เตยจะเป็นพืชจากธรรมชาติ แต่ก็ควรจะบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและไม่บริโภคเป็นระยะเวลานานจนถึงเกินความจำเป็น
    2. ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือสตรีตั้งท้องและสตรีให้นมลูกควรขอคำแนะนำหมอและผู้เชี่ยวชาญก่อนบริโภคหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆก็ตามจากเตย ด้วยเหตุว่าสารเคมีในเตยอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้
    3. ในกรรมวิธีเตรียมพร้อมใช้ใบเตยด้วยตนเองควรล้างชำระล้างใบเตยอย่างยอดเยี่ยมอย่าให้มีสิ่งแปลกปลอมปนไป เนื่องจากบางทีอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

    เอกสารอ้างอิง

  • อัจฉรา นิยมเดชา.ผลของการเสริมใบเตยหอม(Pandanus amarylifolius Roxb.) ในอาหารต่อสมรรถภาพการผลิตของนกกระทาญี่ปุ่นและคุณภาพไข่.รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปีงบประมาณ 2555.38หน้า
  • ดวงจันทร์เกรียงสุวรรณ. พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยาเตยหอมและแตงกวา. งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรมฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่
  • ใบเตย.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.https://www.disthai.com/
  • วันดี กฤษณพันธ์.2538.สมุนไพรสารพัดประโยชน์.ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.กรุงเทพฯ
  • สรรพคุณของน้ำเห็ดหลินจือต้มผสมกับอ้อยดำและใบเตย.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • เตย/ใบเตย สรรพคุณและการปลูกเตย.พืชเกษตรดอทคอมเว็บเพื่อพืชเกษตรเพื่อพืชไทยLinda S.M Ooi, Samuel S.M Sun and Vincent E.C Ooi . 2004. Purification and characterization of a new antiviral protein from the leaves of Pandanus amaryllifolius (Pandanaceae). Department of Biology. The Chinese University of Hong Kong, Shatin, N.T., Hong Kong, China.


2

ขายส่งตรีผลา ผักกาดขาว เป็นผักรสชาติหวานอร่อยที่หารับประทานได้ทั่วๆไป ทั้งยังเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีสาระต่อร่างกายมากไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เลยมั่นใจว่าการบริโภคผักชนิดyjtyนี้บjtงทีอาจมีผthtyลดีต่อร่างกาlop;ย อย่างเช่น ช่วยรักษาโรคโรคเบาหวานตรีผลาราคาถูก ต่อต้าjtyนการอักเสบ หรือแม้แต่อาจคุ้มครjtyองโรคมะเร็งได้jeผักกาดขาวผัrjtyกกาดขาjtyสดอุดมไปด้วยสารอาหjtyาร อย่างเช่น แคjtyลเซียม โพแทสเซียม ใยอาหารrtj คขายส่งตรีผลาเเคปซูลาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ และวิตามินเค รวมถึงขายส่งตรีผลาเเคปซูลสารประกอบฟีio;นอลที่มีคุykณktyประโykยชน์ต่ykอสภาjuiร่างกาย สารเคมเฟอคอยล (Kaeyukmpferol) และสาtjรเควอซิทินtyj (Quercetin) ที่อาจมีฤทธิ์jtjยับยั้งการอักเสyjwsjtyบได้ขายส่งตรีผลาเเคปซูล โดยในขณะนี้มีงานศึกษ]งานศึกoo'ษาเรียนรู้และค้นคp[ว้าและทำการวิจัยนิดหน่อยค้นคว้าเกี่ยวกัykบคุณประโยชน์oi;ของตรีผลาราคาถูกผักกาดขาวio;ต่อlio;uoiร่างกายมนุษย์ในด้าtdekjykuนio;ต่างๆไว้ ดังนี้i;รัyukกษาโรคเบาหวาน ผักกาดขาวอุดมi;io;ไปด้วยสารอาหารเยอะมาก ในช่วงเวลาที่มีน้ำตาลจำนวนน้อย โดยในผักกาดขาว 100 กi;รัม มีน้ำตาลอยู่เพียงแต่ 1.4 กรัมเท่านั้น ก็เลยเชื่อว่าผักกาดขาวบางทีอาจเป็นอาหารตรีผลาราคาถูกช่องทางที่ช่วยลดระดับน้ำตาลyu;kในเลือดและช่วยคุ้มครองโรคเบาหวานได้ นอกเหนือจากนี้ io;กรมการแพทย์ กระทรวงyukสาธา;รณสุขไทยยังเผยว่า การบริio;โภคผักกาดขาวบางทีอาจตรีผลาราคาถูกช่วยควบ'op'คุมระดับน้ำioi;ตาลในเ;ลือด แล้วก็บางทีอาจช่วยoi;สร้างเสริ'opมสุขภาพให้แข็งioแรงได้มีงykyานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่ง'opให้ตัวทดลองที่เป็นโรคเบาหวานบริโภคกิมจิที่ทำจากผักกาด'ขาวในปริมาณที่ตรีผลาราคาถูกแตกopต่างกันร่วมกับการบริโภคอาหารประเภทต่างๆทั้งๆที่มีไขมันสูงรวมทั้;opงมีไขมัio;นต่ำตรop'งเวลา 4 อาทิตย์ เมื่อเปรียบเทียบกับกtลุ่มที่ไม่ได้บริโภคกิมจิจากผักกาดขlาวพบว่า หนูทดลองกลุ่มที่บริโภคกิมจิจากผักกาopดขาวหรูหราน้ำตาลi;ลูโคสในเkykลือดio;ลดน้อยลง และมีความคงทนขายส่งตรีผลาเเคปซูลต่อเดกซ์โทรสเยอะขึ้น โดยเฉพาะขายส่งตรีผลาเเคปซูลกลุ่มที่yริโภคกิมจิในปริมาณkykมาก yuม้ว่าจะบริโภคร่วมกับขkyองกินที่มีไขมันสูงด้วuykยก็ตามตรีผลาราคาถูก luiก็เลยคาukดว่าผักกาดขาวอาจมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งอาจช่วยรักษาหรือต้านทานโรคเบาหวานได้หากแม้ส่งผลลัพธ์ในทางบวก แต่งานวิจัยข้างต้นเป็นเพียงแต่การทดลองในสัตว์แค่นั้น ก็เลยควรต้องค้นคว้าศึกษาdejyukนคว้าในมนุษย์เพิ่มอีกถัดไป เพื่อรู้ความสiluiามารถที่แน่ชัดตรีผลาราคาถูกรวมทั้งมีประโยชน์สูงสุดในทางการแพทย์ต้านlอต้านการอักเสบ วิธีกtykjykiuารอักเสบเกิดขึ้นluเมื่อระบบภูมิต้านทานในร่างกายluiทำงานต่อสู้กับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย แต่การอักเสtjyบอย่างเรื้อรัyukyงหรือรุนแรงบางทีอาจสร้างความเจ็บปวดแล้วluiก็ขายส่งตรีผลาเเคปซูลนำไปสู่โรคเรื้อรัง'ายประเภทได้ ขายส่งตรีผลาเเคปซูล ซึ่งผักกาดขาวมีสารเบอร์เทโรอิน (Berteroin) และop'สารประกอบกรุ๊ปฟีนpo'อลที่คาดว่าอาจช่วยต้านทานการอักเสบได้

Tags : ขายส่งตรีผลา,ขายส่งตรีผลาเเคปซูล

3
อื่นๆ / ขิง สมุทรบัวแดง บ่อน้ำหนองหานกุมภ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2018, 06:19:49 PM »

ขิง ทะเลบัวแดง สระหนองหานกุมภ์วาปี ดูทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ที่มีค่าแก่การศึกษา .. เราๆท่าnนๆคงswbdเคยรับรู้ชื่อgnmghhnmhmj,hk,ของ “หjk,นองหาน” กัkjl.lnghkf/lk;/l;?นมานานนม ขิงแม้fdbfbfgnกรklะนั้นก็มีจำนวjl.นม,jkl/.ากที่งงghากหรือยัfไม่เคยhjรู้ว่าในภ,hjาคตะวันออกเฉี,hjงhjnghเหนือของเmรngานี้ ก็มีทั้งยัง “หนองหาน” สถ/fngdาnghนที่สำคัญประจำ /l;อำเภอเหยือก/l;วาปี จ.อุ,รธานี แjละ “หนองหาร” หนghmงน้ำใหmghญ่ที่มีตำนานหน้าผาแดงgfngนาง,hjmhjmไอ่ และก็กลับไปบอกต่อ และก็ด้วยความที่ไ.kl.ด้รับการโปรโมทจากททท.ให้เป็นสถานที่ท่อjhmงjhmเที่ยวอันซีdffbนแหล่ง ใหม่เริ่มจะรู้จักในกลุ่มนักเดินทาง ด้วยความสวยงามอันเป็นmghmเอกลักษณ์ของดอกบัวที่ธรรมชาติรังghmสรรค์ ขิงเมื่อสีแดงอมชมbgfพูขอbdfงดอกบัวสดชื่นขึ้นพร้อมๆกัน ก็จะเปลี่ยfdgdfนเป็น.kl.ภาพควfgามงดงghjnhามอันhgnประณีตบรรbdจงและละเอียดลออสุดลูกลูกตาอย่างกัhjบใช้เวmhทย์มนตร์บนผืนผ้าmgใบ ขณะที่บรfgรยากาศโดยรอgfnngบบึงหนองหาน ก็สะท้อนความอุดมสมบูรnmghของแหล่งน้ำตาม ธmgรมชาติด้วยพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด สายพันhngธุ์นกท้องถิ่น และก็พืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำขิงอีklกเยอะมากอันเป็นหัวใจของระบบนิเวศน์ที่หล่อเลี้ยง สมุทรบัวแดง รวมทั้งวิถีชุมชนให้จีรังยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้ทะเลบัวแดง บึงหนองหานหม้อบึง อันซีนที่สีสันธรรมชาติสร้าง

4

ขายกวาวเครือเเดง ธาตุเหล็ก สารอาหารที่ช่วยพัฒนาสมองให้ลูกน้อยธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่ร่างกาgmnuyj,ยอยากไม่มาก แม้กระนั้นมี834204ความจำเป็นในการพัฒนาสมองสูง เหล็กเป็นธาตุชนิดหนึ่งซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย เราจึงพบว่า จำหน่ายกวาวเครือเเดงถ้าขาดธาตุเหล็83กแล้วตัวจะdbdytซีดเซียว h,เมื่อพวกเรารัejku67rkบประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ธาตุu,oyejเหล็กก็จะกระจายไปสู่ไขกระดูก รวมทั้งเม็ดเลือ873983ดแดงที่ไหลเวียนไปทั่วร่า832งกายทำหน้าที่นำออกสิเจh,นไปสู่เซลล์ต่างๆdmuj6ทั่วร่างกายนอกจากไปต่อจg25y.,l60.oyากนั้น ธาตุเหล็ก ยังเป็นส่วน38ประกอบสำคัญของสารสื่อประสาท ช่วยในการพัฒนาสมองของเด็ก มีบทบาทรอดูแgm,ลทักษyu,io.ะด้านการ37รับทราบi/.oo/n,และการเรียนรู้จำหน่ายกวาวเครือเเดงด้วยเหตุนี้ถ้าหากลูกน้อยขาดธาตุเหล็ก ก็จะมีปัญหาหัวข้อการ8389พัฒนาการuy.ขายกวาวเครือเเดงด้านการเรียนทราบได้เช่น54เดียวกันค่ะio/o/uทารกที่คลอดปกติในวัยทารก-6 เดือนจะได้รับ ธาตุเหล็ก จากคุณแม่ตั้งแต่ตอนที่อยู่ข้างในท้o/p['[อง32 เก็บสะสมไว้ใ527ช้8 และส่วนใfndtดส่วนหนึ่งได้มาจากนมของม่383าม้าด้วย ซึ่งเพียงพออยู่y;uแล้ว  ส่วนเด็กทารกที่คลอดก่อdmk87tli;นกำหนดหรือมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย แพทย์จะแนะนำให้gm,miugmfdรับ98ประทานธาตุเหล็กเสริมพร้อมกันกับนมแม่เด็กแรi/;.po['pกคลอดหลังจาก 6 เดือน เป็นต้นไป เด็กจะเริ่มกินอาหารเสริม ทำให้ทานนมแม่ในจำนวนที่ลดน้อยลง รวมทั้ง7l89นมแม่เองก็เริ่มมีธาตุเหล็กrfki8tlต่ำลงด้วยเช่นเดียวกัน โดยเหตุนี้ถ้าเกิดเด็กได้รับธาตุเหล็กน้อยเกินไป จะทำให้เด็กซีดเซียว เจริญเติบโตไม่เ5245หมาะสมกับช่วงวัย โดยเหตุนี้ขายกวาวเครือเเดงในมื้ออาหารเสริมม่าม้าo/p[ควรให้ลูกได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่พอเพียงด้วยเหมือนกัน

Tags : จำหน่ายกวาวเครือเเดง

5

บุก รูปแบบของพุดตานต้นพุดตาน มีบ้านเกิดเมืองนอนมาจากเมืองจีน ชาวจีนมั่นใจว่าต้นพุดตานjเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคล เนื่องจากดอกพุuilดตานสuiามuilารถเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สีด้านในutyjiluilวันเดียวบุก  เปรีergergtjtyjยkบเหมือนของชีวิตคนที่uilควาergrthjytyมคิดริเewgetyjrริ่มต้นyukykyเหมือน|ราวกับ|เสมือน}เด็yukกtyjtyที่เป็นผ้าขาว {แล้jtyวค่อย|และหลังจากนั้นก็ค่อยyukyukแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อย|และก็หลังจyuาkuกนั้นจึงค่อยyuilๆเจริญuiluiเyukติบโตกับสีสันที่แต่งแต้มขึ้นมา เมื่ออายุมากขึ้นก็yluilพร้อมที่จะเปลี่ยนสีเป็นสีแก่kuiตราบจนกระทั่งไlio;ioด้เหี่ยio;วเฉาลงไป io;ioเชื่อว่าต้นพุดตาyukนนี้ไio;ด้มีการนำเข้ามาปลูกเอาไว้ในเมืองไทยใyukkนตอนยุukyuครัตนโกสินทร์ kซึ่งเป็นช่วงๆkค้าขyukyuายกับคนจีน โดยจัดเป็นพรรณไม้kyuyukyukพุ่มไม้ที่มีความสู;dfงราว 5 oiเ;มตร ต้นบุก และกิ่kงมีขนสีเทา ต้tyjyukนพุดตานถูกใจอยู่กลางแจ้ง ชอบyukแสงตะวันจัดๆ{ไม่ชอบt5kyku|เกลียด|เกลียดชัง|รังเกียจyukyuที่มีน้ำขังหรือที่แฉะ เติบftgliuilโตได้ดิบได้ดีในที่ดอoio;น มีดิyukuiluiluiนร่วนซุย แuiluiluiพร่พันธุ์ด้วยkyyukyukyukrfyukแนวทางตอนกิ่งรวมทั้งyukกระบวluilio;ioนการปักชำoi;ioต้นพุดตานใบพุดตาน มีใบ;ioเป็นใบคนเดี;oi;ยวออกสลัuilบกัน รูปioแบบของใบเหมือ;io;นรูปไข่โคนรูปหัวใจ ปลายใบแ;หลม ขอบขอjtytงใบเว้าลึกมีแฉก 3-5 แuiluilฉก แผ่นใบสีเขียวออกจะครึ้ม ผิวใบมีขนสากๆใบกว้างราวๆ io;9-2uiluil0 เซนติtuiuliulเมตรและก็ยาวประมาณiuluil 10-22 เซนติเมตรบพุดjtyjyตานดอกพุดตาน มีดอกซ้อนใหญ่สวย ออกดอกตามซอกใบแuilละปลายกิ่ง เมื่อดอกบานตอนแรกบุก จะเป็นสีเขียว แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูและก็สีแดงiultjytjyuil มีริ้วuiตกแต่งอยู่ 7-10 uilอันiulมีuilกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีขน ที่กลีบมีทั้งแบบชั้นเดี่jtrยวและiulก็แบบซ้อนกัน 2 ชั้jtyน uiliulกลีบจะเปลี่ยนสีไปตามuiอุณหภูมิขอluiงuiวัuiliulน โดยในตอนเuiวลาเช้าจะเป็นสีขาว พอkyukกลางวันจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู แลjtyjtyyะก็ช่วงเย็นจะuilซมuil. ดอกพุดตานสามารiulถมีดอกได้ตลอดluilปี บุก ในดอกพุดตานจะมีilสารฟลาyuวนอยด์ ไกลโyukคไiuluiliซด์(Flavonoid glycosides) ขึ้นรถจำพวกนี้จะมีปริมาณเปลี่ยนไปตuilามสีของดอกเมื่อดอกบาน โดยสีแluiดงจะมีสารuilแอนโทไซยานิน (Anthocyauilnin) ในตอนที่ดอกมีสีแดงเข้luiม โดยจะมีปริมาณเป็น 3 เท่าของขณะที่ดอกยังเป็นสีชมพูรูปพุดตานดอilกพุดตานผลพุดตาน รูปแบบขอyuliuงผลเป็นuilทรงกลม ขนาดโuilดยuilประมาณ 2iul ซม. เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็น 5 แฉulก ในผลมีเม็ดบุก  ลักษณะที่คล้ายรูปไต มีขนuiยาวผลพุดตานโดยส่วนที่ประยุกต์uiluiใช้เป็นยาสมุนไพรตัวอย่างเช่น ใบ (ใบliuสดหรือใบตากแห้ง), ดอก (เก็บดอกได้ตอนเริ่มบานเต็มกำลัง), ราก (ใช้สดหรือตาliulกแห้งก็ได้ โดยสามารถเก็บได้ตลอด)l

6
ว่านชักมดลูกทำให้กลับมาเป็นสาววัย18ได้จริงหรือไม่??

8
ใบบัวบกมีประโยชน์มากมายที่คุณไม่เคยคิดเลย!!!!!!

9

สมุนไพรพญายอ
ชื่อสมุนไพร พญายอ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau
ชื่อสกุล ACANTHACEAE
ชื่อพ้อง Clinacanthus burmanni  Nees
ชื่ออังกฤษ ไม่มี
ชื่อเขตแดนผักมันไก่  ผักลิ้นเขียด  พญาข้อคำ  พญาข้อดำ พญายอ  โพะโซ่จาง  เสลดพังพอนตัวเมีย


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์


          ไม้พุ่มรอเลื้อย ลำต้นรวมทั้งกิ่งหมดจดเป็นมัน สูงได้ถึง 3 เมตร ใบโดดเดี่ยวออกเรียงตรงกันข้าม รูปขอบขนานหรือขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 7-9 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.5 เซ็นติเมตร ดอกเป็นช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด กลีบดอกไม้สีส้มแดงเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ยาว 3-4 ซม. ไม่ติดฝัก


ส่วนที่ใช้เป็นยาและคุณประโยชน์


-ส่วนใบ รักษาอาการเพราะว่าแมลงกัดต่อยแล้วก็โรคเริม


สารสำคัญที่ออกฤทธิ์


สารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบ สารกรุ๊ป monoglycosyl diglycerides เป็นต้นว่า 1,2-O-dilinolenoyl-3-O-b-d-glucopyranosyl-sn-glycerol และสารกรุ๊ป glycoglycerolipids จากใบ  มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสเริม


ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา


ฤทธิ์ลดการอักเสบ
       เมื่อป้อนสารสกัดจากใบด้วยเอ็นบิวทานอลให้หนูแรท  หรือฉีดสารสกัดด้วยน้ำจากใบเข้าช่องท้องของหนูแรท  จะลดการอักเสบของข้อเท้าหนูแรทที่ทำให้บวมด้วยสารคาราจีแนน (carrageenan) ได้   ตำรับยาที่มีพญายอปริมาณร้อยละ 5  ใน cold cream และก็สารสกัดด้วยเอทานอลจากใบ เมื่อนำมาทาเฉพาะที่ให้หนูแรท จะสามารถลดการอักเสบเรื้อรังได้  แม้กระนั้นเมื่อใช้สารสกัดด้วยนเอ็นบิวทานอลทาที่ผิวหนังจะไม่ได้ผล
ฤทธิ์ลดลักษณะของการปวด
                 เมื่อให้หนูเม้าส์กินสารสกัดด้วยเอ็นบิวทานอลจากใบ จะลดความเจ็บของหนูที่ถูกรั้งนำให้ปวดด้วยกรดอะซีติเตียนค  โดยสารสกัดความแรง 90 มิลลิกรัม/กก. จะมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับเฟนนิวบิวทาโซนขนาด 100 มก./กิโลกรัม (5)  ส่วนสารสกัดด้วยคลอโรฟอร์ม (2)  สารสกัดด้วยน้ำ และสารสกัดด้วยเอทานอล 50% จากใบ (3) ไม่เป็นผลลดความเจ็บปวด

ฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัส
เชื้อไวรัสเริม
       พญายอสารสกัดด้วยเฮกเซน บิวทานอล รวมทั้งเอทิลอะสิเตทจากใบ มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัสเชื้อเริม HSV-1  แล้วก็เมื่อนำไปทำเป็นตำรับเจลโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 4 และก็ใช้ carbopol 940 เป็นสารก่อเจล  พบว่า มีฤทธิ์ต้านไวรัสได้ดีและไม่เป็นพิษต่อเซลล์  ในขณะเมื่อใช้สารก่อเจล poloxamer 407 จะมีพิษต่อเซลล์
                 จากรายงานการรักษาผู้เจ็บป่วยโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์ประเภทเป็นซ้ำด้วยยาจากสารสกัดพญายอ เปรียบเทียบกับยา acyclovir  และก็ยาหลอก  โดยให้คนไข้ป้ายยาวันละ 4 ครั้ง ตรงเวลา 6 วัน พบว่าไม่ได้มีความแตกต่างในช่วงเวลาการตกสะเก็ดของแผลคนป่วยที่ใช้ยาจากสารสกัดใบพญายอและยา acyclovir   โดยแผลจะเป็นสะเก็ดข้างใน 3 วัน และก็หายสนิทด้านใน 7 วัน ซึ่งไม่เหมือนกันกับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ยาที่สกัดจากใบพญายอไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ ระคาย เวลาที่ acyclovir ทำให้แสบ   นอกเหนือจากนี้มีการใช้ยาที่ทำมาจากพญายอ ในผู้เจ็บป่วยโรคเริม งูสวัด และแผลอักเสบในปาก พบว่าสามารถรักษาแผลและก็ลดการอักเสบได้ดิบได้ดี   
ไวรัส Varicella zoster
                 สารสกัดจากใบพญายอออกฤทธิ์ทำลายไวรัส Varicella zoster ที่เป็นสาเหตุโรคงูสวัดแล้วก็อีสุกอีใสได้โดยตรงก่อนที่ไวรัสจะเข้าสู่เซลล์
จากรายงานการดูแลและรักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดด้วยยาจากสารสกัดใบพญายอเปรียบเทียบกับยาหลอก  โดยให้ทายาวันละ 5 ครั้ง ตรงเวลา 7-14 วัน ตราบจนกระทั่งแผลจะหาย  พบว่าคนป่วยที่รักษาด้วยสารสกัดจากใบพญายอ แล้วมีแผลตกสะเก็ดด้านใน 3 วัน และหายด้านใน 7-10 วัน จะมีไม่น้อยเลยทีเดียวกว่ากลุ่มสุดที่รักษาด้วยยาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ ระดับความเจ็บปวดลดลงเร็วกว่ากรุ๊ปยาหลอก และไม่พบผลข้างเคียงอะไรก็ตาม


อาการใกล้กัน


ความเป็นพิษทั่วไปและต่อระบบขยายพันธุ์


การทดลองความเป็นพิษ
เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอ็นบิวทานอลจากใบให้หนูเม้าส์ พบว่าเป็นพิษน้อย แต่เป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าช่องท้อง  ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1.3 กรัม/กิโล (หรือเสมอกันใบแห้ง 5.44 กรัม/กิโล) เมื่อป้อนเข้าทางปากหรือฉีดเข้าช่องท้องหนูเม้าส์ ไม่ทำให้มีการเกิดอาการพิษใดๆ
การศึกษาเล่าเรียนพิษ
พญายอครึ่งเรื้อรัง พบว่าเมื่อป้อนหนูแรทด้วยสารสกัดเอ็นบิวทานอลจากใบขนาด 270 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และ 540 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทุกวี่วัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่าไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต แม้กระนั้นน้ำหนักต่อมธัยมัสลดลง ในเวลาที่น้ำหนักตับเพิ่มขึ้น ไม่เจอความผิดแปลกต่ออวัยวะอื่น และไม่พบอาการไม่ปรารถนาใดๆ หนูแรทที่กินสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1 กรัม/กก. ทุกวี่ทุกวันนาน 90 วัน พบว่าการกินของกินของกรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดแล้วก็กรุ๊ปควบคุมไม่มีความต่างกัน แม้กระนั้นน้ำหนักของหนูเพศผู้ที่ได้สารสกัดขนาด 1.0 กรัม/กก. ต่ำกว่าพญายอกลุ่มควบคุม  เกร็ดเลือดของหนูแรททั้งสองเพศสูงขึ้นมากยิ่งกว่า และครีอาตำหนินินต่ำลงยิ่งกว่ากรุ๊ปควบคุม  แต่ว่าไม่พบความแตกต่างจากปกติด้านจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายใน และพยาธิภาวะข้างนอกhttp://www.disthai.com/

10

บัวบก
ใบบัวบกสมุนไพรจีนโบราณที่ได้ยินชื่อกันมานาน นี่คือ สรรพคุณของใบบัวบกที่เข้าใจแล้วต้องรักเจ้าสมุนไพรนี้ยิ่งกว่าเดิม
          เชื่อว่าหลายท่านก็น่าจะเคยได้ยินกันมานักต่อนักว่าเวลาบอบช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก เพราะจะช่วยทำให้หายจากอาการบอบช้ำในเร็วขึ้น แม้กระนั้นหารู้ไม่ว่าอันที่จริงแล้วเจ้าสมุนไพรที่มีนามว่าใบบัวบก ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่ประยุกต์ใช้กันตั้งแต่โบราณนั้นก็ยังมีคุณประโยชน์ฯลฯ ทั้งยังช่วยทำนุบำรุงสุขภาพ รักษาโรค หรือแม้กระทั้งช่วยบำรุงความสวยงาม อยากทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะว่าใบบัวบก สมุนไพรที่ชวนให้รู้สึกเหม็นเขียวจะมีสรรพคุณอะไรดีๆอีกบ้าง งั้นทดลองไปดูที่พวกเราหยิบมานำเสนอในวันนี้กันดีกว่า บอกได้คำเดียวเลยว่า เข้าใจดีแล้วจะต้องลืมกลิ่นเขียวๆเหล่านั้นไปเลยแน่ๆ

  • จัดการกับปัญหาเส้นเลือดขอด


          เมื่อเส้นเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นก็ทำให้เส้นเลือดดำเกิดการฉีกจนขาดและก็ทำให้เลือดไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณขา เป็นต้นเหตุที่นำไปสู่อาการบวมที่เรียกว่าอาการเส้นเลือดขอดนั่นเอง โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าการรับประทานใบบัวบก สามารถลดอาการบวมและก็กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น โดยในการศึกษาเรียนรู้นั้นได้ทำทดลองกับอาสาสมัครกว่า 90 คน ที่มีอาการของเส้นเลือดขอด แล้วก็เมื่อรับประทานใบบัวบกเข้าไปและก็พบว่าอาการเส้นโลหิตขอดนั้นดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่รับประทานยาหลอก รวมทั้งเมื่อกระทำการอัลตราซาวด์ก็พบว่าผู้ที่กินใบบัวบกมีการรั่วไหลของเส้นเลือดดำลดลงจ้ะ

  • รักษาแผลแล้วก็รักษาโรคผิวหนังบางชนิด


          หนึ่งในสารสำคัญที่ส่งผลให้ใบบัวบกกลายเป็นสมุนไพรที่มากคุณประโยชน์ก็คือสารตรีเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ที่มีการศึกษากับสัตว์แล้วพบว่าสามารถช่วยสมานบาดแผลได้ นั่นก็เป็นเนื่องจากว่าสารดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะปฏิบัติหน้าที่สำหรับการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับบาดแผล และก็ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปยังรอบๆรอยแผลมากขึ้น นำมาซึ่งการทำให้รอยแผลเบาๆหายดียิ่งขึ้นในระยะเวลาที่ลดลง ทั้งสารจากใบบัวบกก็ยังช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำใบบัวบกมาตำแล้วพอกให้ยาก เพราะเหตุว่าเดี๋ยวนี้มีแบบที่เป็นครีมผสมสารสกัดไว้ทาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แค่เพียงเลือกให้เหมาะกับชนิดบาดแผลก็ช่วยได้มากเลยล่ะ

  • ระบายความร้อน


          ความร้อนภายในร่างกายถ้าหากสูงมากเกินความจำเป็นอาจก่อให้ร่างกายกำเนิดอาการไข้ ตัวร้อน อยากดื่มน้ำ ตลอดจนการอักเสบ เพราะฉะนั้นการกินใบบัวบกที่มีฤทธิ์เย็น จึงสามารถช่วยลดความร้อนภายในร่างกายได้ ทั้งยังยังช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย

  • ขับพิษร้อน แล้วก็ความชุ่มชื้น


          โรคต่างๆที่เกิดขึ้นมาจากความร้อนรวมทั้งความชื้น เป็นต้นว่า โรคตับเหลือง นิ่วในทางเดินฉี่ หรือโรคบิด สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานใบบัวบก ด้วยเหตุว่าใบบัวบกนั้นมีฤทธิ์ขมเย็น สามารถช่วยสลายความชื้นในร่างกายแล้วก็ขับความร้อนออกมาได้ แต่ว่าก็ควรจะกินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะว่าหากรับประทานมากๆอาจก่อให้ร่างกายเย็นจนถึงเกินไปรวมทั้งเกิดอันตรายได้
สรรพคุณใบบัวบก ผลดีเลอค่า

  • ลดความกระวนกระวายใจ ช่วยทำให้จิตใจสงบ


          สารไตรเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในใบบัวบกนั้น นอกเหนือจากที่จะช่วยในการสมานแผลรวมทั้งรักษาโรคผิวหนังบางจำพวกได้แล้วก็ยังมีฤทธิ์ในการลดความกระวนกระวายแล้วก็ช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมอง โดยมีการศึกษาเล่าเรียนหนึ่งพบว่าผู้ที่กินใบบัวบกมีทิศทางที่จะตกอกตกใจกับเสียงรบกวนน้อยกว่าคนที่กินยาหลอก แต่ว่าก็ต้องใช้ในจำนวนที่สูงมาก ก็เลยยังไม่มีการยืนยันแจ่มแจ้งว่าควรที่จะใช้จำนวนใดก็เลยจะได้ผลและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายตามมาค่ะ

  • รักษาโรคหนังแข็ง


          เนื่องจากใบบัวบก มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการลดการอักเสบต่างๆในร่างกาย ก็เลยสามารถใช้ทุเลาลักษณะของผู้เจ็บป่วยโรคหนังแข็งได้ โดยมีการเรียนรู้กับเพศหญิง 13 ผู้ที่มีอาการของโรคหนังแข็งพบว่า การกางใบบัวบกสามารถลดอาการปวดตามข้อ และก็ลดการเกิดหนังแข็ง และทำให้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น แต่ว่าทั้งนี้ก็จำต้องอยู่ในจำนวนที่หมอควบคุมเพียงแค่นั้น

  • ช่วยทุเลาอาการนอนไม่หลับ


          คนใดกันที่มักจะนอนไม่หลับบ่อยๆทดลองหาใบบัวบกมารับประทานดีแล้วเหมือนกันนะ เนื่องจากใบบัวบกไม่เพียงแค่ช่วยลดความกระวนกระวายเพียงแค่นั้น แต่ว่าก็ยังช่วยทำให้จิตใจสงบรวมทั้งบรรเทาลงได้ ทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยแค่เพียงกินเสมอๆก่อนนอน ก็สามารถที่จะช่วยให้การนอนดียิ่งขึ้นได้อย่างน่าแปลกเลย
สรรพคุณใบบัวบก คุณประโยชน์เลอค่า

  • ลดความดันโลหิต


        กรมความเจริญแพทย์แผนไทยและก็การแพทย์หนทาง ได้ออกมาชี้แนะว่าใบบัวบกยอดเยี่ยมในสมุนไพรที่ช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ เนื่องจากเจ้าใบบัวบกนั้นจะไปทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น ทั้งยังยังช่วยลดภาวะความเครียดอันเป็นมูลเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความดันโลหิตสูง ทั้งนี้กรรมวิธีการกินก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่นำใบบัวบกไปคั้นน้ำแล้วเอามาดื่ม จะนำไปผสมกับน้ำผึ้งสักน้อย หรือผสมกับน้ำผลไม้อื่นๆเพื่อลดความเหม็นเขียวก็ทำได้ค่ะ

  • ลดอาการบวม


          อาการบวมช้ำมีสาเหตุมาจากการที่ระบบไหลเวียนเลือดรอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วดำเนินการไม่ปกตินำมาซึ่งอาการคั่งของเลือด การรับประทานใบบัวบกไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำคั้นดื่ม หรือแบบที่เป็นสารสกัดแคปซูล สามารถช่วยลดอาการบวมช้ำบริเวณรอยแผลได้ และก็ยังลดอาการอักเสบที่นำมาซึ่งอาการบวมได้อีกด้วย

  • บำรุงสมอง


          ใบบัวบกเป็นพืชอีกประเภทที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยคุ้มครองสารอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์สมอง และก็ช่วยคลายความอ่อนเพลียของสมอง เพิ่มลักษณะการทำงานของสมองและก็ความจำ แถมยังสามารถลดสภาวะกลัดกลุ้ม รวมทั้งสามารถช่วยยั้งอาการของโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นในสมองได้
สรรพคุณใบบัวบก คุณประโยชน์เลอค่า

  • รักษาอาการติดเชื้อ


          ใบบัวบกเป็นสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยรักษาโรคหวัดได้อย่างมีคุณภาพ แถมช่วยรักษาอาการติดเชื้อโรคในทางเดินปัสสาวะ แล้วก็อาการติดเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งเชื้อไวรัสต่างๆได้อีกมากมาย เรียกได้ว่าไม่ว่าจะติดเชื้อใดๆก็ตาม ใบบัวบกสามารถช่วยรักษาได้หมด แต่ดังนี้ก็จำต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญนะ

  • ทุเลาอาการหมดแรง


          นอกจากรักษาลักษณะการป่วยต่างๆแล้ว ใบบัวบกยังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนล้าได้ รวมทั้งหากว่ากินในตอนอากาศร้อนๆด้วยละก็ น้ำใบบัวบกก็สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายแล้วก็ดับหิวได้เป็นอย่างดีเลยเชียวล่ะ

คุณประโยชน์ใบบัวบก คุณประโยชน์เลอค่า

  • บำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์


          ใบบัวบก เป็นอีกหนึ่งในสมุนไพรเพื่อความสวยสดงดงามที่อยู่ใกล้ตัวมากๆที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากใบบัวบกมีสารที่ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและก็อิลาสตินในร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น มองอ่อนวัย ยิ่งกว่านั้นสารต้านอนุมูลอิสระในใบบัวบกก็ยังช่วยยั้งการเกิดริ้วรอยที่วัย ก็เลยไม่น่าแปลกเลยล่ะถ้าคุณจะได้เห็นชื่อของเจ้าใบบัวบกเป็นเยี่ยมในส่วนประกอบของเครื่องทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ยังสามารถนำใบบัวบกใหม่ๆมาใช้พอกหน้าได้อีกด้วย โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้ค่ะ
           - ใบบัวพอกหน้า บำรุงผิวสวยใส ลบรอยตีนกา
แนวทางการทำ

  • นำใบบัวบกสดมาล้างชำระล้าง และจากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • นำมาปั่นหรือบดกับน้ำสะอาด 1 แก้ว
  • เอามาพอกหน้า หรือนำสำลีชุบน้ำใบบัวบกขึ้นมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ราว 15 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำบ่อยเป็นประจำทุกๆวันก่อนนอนจะช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • กำจัดเซลลูไลท์


          ผู้หญิงที่ลำบากใจกับเซลลูไลท์ที่เป็นศัตรูความงามของคุณสาวๆอยู่ ขอบอกใบบัวบกช่วยคุณได้จ้ะ แค่เพียงกินใบบัวบกบ่อยๆก็จะสามารถช่วยทำให้เซลล์ไขมันเซลลูไลท์ถูกขับออกมาจากร่างกายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดิบได้ดีขึ้น แล้วก็ลดการอักเสบอันมีต้นเหตุจากเซลลูไลท์ได้อีกด้วยล่ะ

  • บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ


          หลายๆคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับผมร่วงก็อาจจะค้นหาทุกวิธีการเพื่อบำรุงให้เส้นผมแล้วก็หนังศีรษะแข็งแรงเพื่อได้มีผมดกดำ ใบบัวบกก็เป็นอีกสมุนไพรหนึ่งที่มีคุณประโยชน์สะดุดตาในด้านนี้ โดยปัญหาผมร่วงจำนวนมากก็มีสาเหตุมาจากรากผมที่อ่อนแอรวมทั้งการไหลเวียนของโลหิตบนหนังหัวไม่ดี ซึ่งใบบัวบกนี้มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหนังหัว แล้วก็ยังช่วยทำนุบำรุงให้รากผมแข็งแรง ปกป้องผมตกทำให้ผมที่ขึ้นใหม่มีความแข็งแรงและดกดำเงางามได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีอะไร
          ได้เห็นผลดีดีๆของใบบัวบกกันไปแล้วอย่างนี้ คนไหนกันที่ยังสั่นหน้าให้กับกลิ่นเขียวๆของใบบัวบก ก็คงจะทดลองหันกลับมามองเสียใหม่ ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นฉุนไปเสียหน่อย แม้กระนั้นคุณประโยชน์ที่ได้รับดีแล้วไม่น้อยเลย ถ้าเกิดไม่ลองเสียดายแย่เลยนะ http://www.disthai.com/

11

รากสามสิบ
รากสามสิบ ชื่อสามัญ Shatavari8
รากสามสิบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Asparagus racemosus Willd. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Protasparagus racemosus (Willd.) Oberm.) จัดอยู่ในสกุลหน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ASPARAGOIDEAE4
สมุนไพรรากสามสิบ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า สามร้อยราก (กาญจนบุรี), ผักหนาม (จังหวัดนครราชสีมา), ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย), จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ), เตอสีเบาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), พอเพียงควายเมะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดเชียงใหม่), ชีช้าง, ผักชีช้าง, จั่นดิน, ม้าสามต๋อน, สามสิบ, ว่านรากสามสิบ, ว่านสามสิบ, ว่านสามร้อยราก, สามร้อยสามี, สาวร้อยสามี, ศตาวรี เป็นต้น
ลักษณะของรากสามสิบ
ต้นรากสามสิบ จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่นด้วยหนาม (หนามเปลี่ยนแปลงมาจากใบเกล็ดบริเวณข้อ) สามารถเลื้อยปีนป่ายต้นไม้อื่นขึ้นไปได้สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นเถาห่างๆลำต้นเป็นสีเขียวหรือสีขาวแกมเหลือง เถามีขนาดเล็กเรียว กลม เรียบ ลื่น แล้วก็เป็นเงา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 2-5 มม. เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม หนามมีลักษณะโค้งกลับ ยาวราว 1-4 มม. บริเวณข้อมีกิ่งแตกกิ่งแบบรอบข้อ แล้วก็กิ่งนี้จะกลายเป็นสีเขียวลักษณะแบนเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม กว้างราวๆ 0.5-1 มิลลิเมตร แล้วก็ยาวราว 0.5-2.5 มม. ปฏิบัติหน้าที่แทนใบ มีเหง้ารวมทั้งรากอยู่ใต้ดิน ออกเป็นกลุ่มเหมือนกระสวย รูปแบบของรากออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย ลักษณะอวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว มีขนาดโตกว่าเถามาก มีเขตการกระจายจำพวกในประเทศไทย อินเดีย ศรีลังกา ชวา จีน มาเลเซีย รวมทั้งออสเตรเลีย พบขึ้นตามป่าในเขตร้อนชื้น ป่าเขตร้อนแห้ง ป่าผลัดใบ ป่าโปร่งหรือตามเขาหินปูน
ต้นรากสามสิบ
สามร้อยราก
ใบรากสามสิบ ใบเป็นใบโดดเดี่ยว แข็ง ออกรอบข้อเป็นฝอยๆเล็กคล้ายหางกระรอก หรือออกเรียงสลับเป็นกระจุก 3-4 ใบ ใบเป็นสีเขียวดก รูปแบบของใบเป็นรูปเข็มขนาดเล็ก ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีขนาดกว้างราวๆ 0.5-1 มม. และยาวราวๆ 10-36 มิลลิเมตร แผ่นมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน มีหนามที่ซอกกลุ่มใบ ก้านใบยาวราว 13-20 ซม.
ใบรากสามสิบ
ดอกรากสามสิบ มีดอกเป็นช่อกระจะ ยาวราวๆ 2-4 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบและก็ข้อเถา ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ดอกเป็นสีขาวและมีกลิ่นหอมสดชื่น มีโดยประมาณ 12-17 ดอก ก้านดอกย่อยยาวราว 2 มิลลิเมตร มีกลีบรวม 6 กลีบ แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ และก็วงในอีก 3 กลีบ กลีบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลีบมน ขอบเรียบ กลีบกว้างราว 0.5-1 มม. รวมทั้งยาวราวๆ 2.5-3.5 มิลลิเมตร กลีบดอกมีลักษณะบางแล้วก็ย่นย่อ โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูปดอกเข็มยาวโดยประมาณ 2-3 มม. ส่วนปลายแยกเป็นแฉก ดอกมีเกสรผู้เชื่อมและก็อยู่ตรงข้ามกับกลีบรวม เป็นเส้นเล็ก 6 อัน ก้านชูอับเรณูเป็นสีขาว อับเรณูเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่เป็นรูปไข่กลับ อยู่เหนือวงกลีบ ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากกว่า ส่วนก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉกขนาดเล็ก โดยจะออกดอกในช่วงราวๆม.ย.ถึงเดือนมิถุนายน1,2,4,5
ดอกรากสามสิบ
ผลรากสามสิบ ลักษณะของผลเป็นทรงค่อนข้างจะกลม หรือเป็นพู 3 พู ผิวผลเรียบวาว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 4-6 มม. ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีม่วงแดง ข้างในผลมีเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด เมล็ดเป็นสีดำ เปลือกหุ้มมีลักษณะแข็งแม้กระนั้นเปราะ ให้ผลในตอนโดยประมาณเมษายนถึงกรกฎาคม1,8
ผลรากสามสิบ
เมล็ดรากสามสิบ

สรรพคุณของรากสามสิบ
รากสามสิบมีรสขื่นเย็น มีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงกำลัง ใช้เป็นยาชูกำลัง (ราก)
ตำราเรียนยาไทยจะใช้รากเป็นยาแก้กษัย (ราก)
ในประเทศอินเดียจะใช้รากเป็นยากระตุ้นประสาท (ราก)
รากใช้ผสมกับเหง้าขิงป่ารวมทั้งต้นจันทน์แดง ผสมกับเหล้าโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาลดระดับความดันเลือดแล้วก็ลดไขมันในเลือด (ราก)
รากสามสิบมีคุณประโยชน์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นการทำงานของตับอ่อนให้เพิ่มการหลั่งสาร insulin (ราก)
อีกทั้งต้นหรือรากเอามาต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษาโรคคอพอก (ราก, อีกทั้งต้น)
ผลมีรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อเป็นยาดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง (ผล)
รากมีรสเฝื่อนฝาดเย็น ใช้รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในหิวน้ำ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไอ (ราก)
ช่วยขับเสลด4 แก้การตำหนิดเชื้อที่หลอดลม (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาช่วยขับลม และช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร (ราก)
ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับไส้ แก้อาการอาหารไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะ โรคกระเพาะ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเสีย แก้บิด (ราก)
ใบมีคุณประโยชน์เป็นยาระบาย (ใบ)
ตำรายาสมุนไพรพื้นเมืองของจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ขัดเบา ขับปัสสาวะ ช่วยหล่อลื่นและกระตุ้น (ราก)
ช่วยรักษาอาการเมนส์ผิดปกติของสตรี (ราก)
ต้นหรือรากนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ตกเลือด (ราก, ทั้งยังต้น)
ในอินเดียจะใช้รากสามสิบเป็นยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศชายและก็หญิง คนทางภาคเหนือบ้านพวกเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับเพศชาย กินแล้วครึกโครมเสมือนม้า 3 ตัว ก็เลยมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนหมอยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นสาเหตุของชื่อ “สาวร้อยผัว” หรือ “สามร้อยผัว” กล่าวอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ อายุเยอะแค่ไหนก็ยังดูสาวเสมอ แม้กระนั้นไม่ใช่กินแล้วจะสามารถมีผัวได้เป็นร้อยคน ในแบบเรียนอายุรเวทจะใช้สมุนไพรจำพวกนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับในการบำรุงสตรี ทำให้กลับมาเป็นสาว ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นภาวการณ์เมนส์ไม่ดีเหมือนปกติ สภาวะหมดเมนส์ ปวดรอบเดือน ตกขาว มีบุตรยาก หมดอารมณ์ทางเพศ ช่วยบำรุงรักษาครรภ์ บำรุงน้ำนม ปกป้องการแท้ง อื่นๆอีกมากมาย ส่วนวิธีการใช้ก็ให้นำรากมาต้มกิน หรือนำรากมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง นอกเหนือจากนี้ยังใช้กระตุ้นนมในวัวนมได้อีกด้วย (ราก)
ใช้เป็นยาบำรุงตับและก็ปอดให้กำเนิดกำลังเป็นปกติ แก้ตับรวมทั้งปอดทุพพลภาพ (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้พิษจากแมลงป่องกัดต่อย (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้ลักษณะของการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน (ราก)
ช่วยทุเลาอาการระคาย (ราก)
รากใช้กินเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดปวดเมื่อย ครั่นตัว (ราก)
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดข้อและก็คอ (ราก)
ใบมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนม ช่วยให้เจริญอาหาร (ใบ)
รากใช้เป็นยาบำรุงเด็กอ่อนในครรภ์ บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกายข้างหลังการคลอดบุตรของสตรี (ราก)
ใน “พระคู่มือคุณประโยชน์ (แลมหาพิกัด)” ได้กล่าวถึงคุณประโยชน์ของรากสามสิบไว้ว่า “ผักหวานตัวผู้มีรสหวาน แก้กำเดา แก้ดวงตาโรค รากสามสิบทั้ง 2 มีคุณมากกว่าผักหวาน” กำเดาหรือไข้กำเดา มีอยู่ 2 ประเภท อย่างแรกเป็นตัวร้อน เบื่ออาหาร ปวดหัว และก็อีกอย่างหนึ่ง คือ มีลักษณะอาการร้ายแรงมากกว่า มีเม็ดผุดขึ้นตามร่างกาย มีลักษณะคัน ไอ มีเสมหะ รวมทั้งมีเลือดออกทางปากแล้วก็จมูก (ราก)
ส่วนในหนังสือ “พระตำราเวชศาสตร์สงเคราะห์” ได้เอ๋ยถึงตำรับยารักษาคนธาตุหย่อน อันมีตัวยารากสามสิบรวมอยู่ด้วยร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆอีกหลากหลายประเภท โดยระบุว่ามีคุณประโยชน์ (ที่ค่อนจะเข้าใจยาก) ว่าช่วยจำเริญชีวิตให้กำเนิดกำลัง ให้บำรุงธาตุไฟ ให้เจริญอินทรีย์แต่ละอย่าง มีกำลังเดินทางมากไม่เหมือนกัน รับประทานเข้าไปแล้วหาโทษไม่ได้ ใช้ได้ทั้งยังเด็ก คนวัยแก่ คนมีกำลัง คนผอม คนไม่มีกำลัง คนธาตุหย่อนยาน ให้ประกอบยานี้กันเหอะ อนึ่ง กินแล้วให้มีขึ้นลูก ให้อกโคนแค่นพระจันทร์งอีกทั้ง 4 มีกำลัง ถึงกระหักก็ดีแล้ว แพทย์ก็เชื่อถือรักษาด้วยยานี้เหอะ (ราก)
อีกตำรับหนึ่งเป็นยาแก้โรคซูบผอม แก้อาการหอบหืด แก้ปิดตะ รวมทั้งแก้โรคลมต่างๆจะมีสมุนไพรอยู่ร่วมกัน 20 อย่างรวมทั้งรากสามสิบ (ราก)
ใน “พระตำราวรโยคสาร” ตำรับยา “วะระที่นาทิภาควิชา” เป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยรากไม้ 17 อย่าง และรากสามสิบ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ใช้แก้อันตะวิทราโรค หรือโรคที่มีลักษณะอาการทิ่มแทงในลำไส้ใหญ่ ใช้เป็นยาแก้มันทาคินี แก้เสมหะ แก้คุลุมโรคหายแล แล้วก็ยังมีตำรับยาอีกอย่างก็คือ ตำรับยาแก้เสลด ที่มีสมุนไพรรวมอยู่ด้วย 16 อย่าง และก็รากสามสิบ (ราก)
ตำรับยาบำรุงท้อง แก้ไข้ แก้ปวดหัว ประกอบไปด้วยสมุนไพร 13 จำพวก อาทิเช่น รากสามสิบ แก่นสน กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปลือกสมุลแว้ง เทียนอีกทั้ง 5 บัวน้ำทั้ง 5 โกฐ 5 จันทน์ทั้งยัง 4 และก็เทพทาโร (ใช้อย่างละเท่ากัน) นำทั้งหมดทั้งปวงมาใส่ไว้ภายในหม้อฉาบหรือหม้อดิน เติมน้ำลงไปให้ท่วมยาสูงราว 6-7 เซนติเมตร แช่ทิ้งเอาไว้ราวๆ 15 นาที แล้วนำขึ้นตั้งด้วยไฟอ่อนๆต้มเคี่ยวราวๆ 30 นาที น้ำยาเดือดรวมทั้งมีกลิ่นหอมก็เลยยกลงจากเตา ใช้ดื่มก่อนที่จะรับประทานอาหารรุ่งเช้าและก็เย็น วันละ 2 เวลา เป็นยาบำรุงครรภ์อย่างยอดเยี่ยม (ราก)
นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ของรากสามสิบตามเว็บไซต์ต่างๆนอกจากที่กล่าวมา สมุนไพรจำพวกนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยสร้างสมดุลให้แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง แก้วัยทองคำ เพิ่มขนาดอกและสะโพก ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดอักเสบ ดับกลิ่นในช่องคลอด ช่วยกระชับช่องคลอด ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับสัดส่วน ลดไขมันส่วนเกิน บำรุงโลหิต บำรุงผิวพรรณ ลดสิว ลดฝ้า ทำให้ผิวขาวใส ช่วยชะลอความแก่เฒ่า ลดกลิ่นเต่า กลิ่นปาก ช่วยสร้างเสริมรวมทั้งปรับปรุงความจำและก็เชาวน์ (ไม่มีอ้างอิง)
ขนาดแล้วก็วิธีใช้ : การใช้รากตาม ให้ใช้รากโดยประมาณ 90-100 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละครั้งในตอนเช้า
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของรากสามสิบ
สารสำคัญที่พบ เช่น asparagamine, cetanoate, daucostirol, sarsasapogenin, shatavarin, racemosol, rutin
สมุนไพรรากสามสิบมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต่อต้านเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้ลักษณะของการปวด คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นจากความดันเลือดสูง ขับนม มีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะ ยับยั้งพิษต่อตับ
สารสำคัญที่พบในรากเป็นสาร steroidal saponins ซึ่งเป็นสารที่ปฏิบัติภารกิจเลียนแบบฮอร์โมนเพศ จึงน่าจะมีบทบาทสำหรับการรักษาอาการที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดระดูของสตรี รวมไปถึงการช่วยคุ้มครองการเกิดโรคหัวใจแล้วก็หลอดเลือดรวมทั้งโรคกระดูกพรุน
จากการศึกษา
ในหนูแรทโดยใช้สารสกัดจากรากด้วยเอทานอล แบ่งเป็น 2 ช่วงเป็นช่วงกะทันหันแล้วก็ช่วงยาวต่อเนื่อง โดยการเรียนในตอนเฉียบพลันป้อนสารสกัดเอทานอลจากรากสามสิบในขนาด 1.25 กรัมต่อกิโลกรัม ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน หนูแรทที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 แล้วก็ชนิดที่ 2 พบว่าไม่เป็นผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ว่าช่วยให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของเดกซ์โทรส ในนาทีที่ 30 ดีขึ้น ส่วนการเรียนรู้ช่วงยาวสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แล้วก็เพิ่มระดับของอินซูลิน 30%เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน รวมทั้งเพิ่มไกลโคเจนที่ตับ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม จึงสรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการยับยั้งการย่อยและก็การดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์รักษาคนป่วยโรคเบาหวานได้9
จากการทดสอบทางสถานพยาบาลหมายถึงการใช้รักษาโรคกระเพาะในคนจริงๆโดยการรับประทานผงแห้งของราก พบว่าได้ประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาแผลที่กระเพาะแล้วก็ลำไส้เล็ก จากการที่กรดเกิน
เมื่อปี ค.ศ.1997 ที่ประเทศอินได้ทำทดลองใช้รากสามสิบกับคนป่วยความดันโลหิตสูงชนิด mild hypertension โดยทดสอบเปรียบเทียบกับยาลดระดับความดัน (Propranolol) ใช้ช่วงเวลาทำการทดสอบนาน 3 เดือน ผลการทดสอบพบว่า ผู้เจ็บป่วยมีความดันเลือดลดน้อยลง < 90 mm.Hg. และลดไขมันได้ผลดี

  • K. Mitra รวมทั้งคณะ (ค.ศ.1996) ที่อินเดียได้กระทำทดลองใช้สารสกัดจากรากสามสิบกับหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นด้วย Streptozotocin ผลของการทดลองพบว่า สารสกัดดังกล่าวข้างต้นสามารถกระตุ้นตับอ่อนของหนูให้เพิ่มการหลักhttp://www.disthai.com/

12

ทับทิม
มารู้จะ “ทับทิม” ผลไม้เพื่อสุขภาพ
นักกำหนดของกินขึ้นทะเบียนวิชาชีพอเมริกา
ในยุคที่คนไหนก็ห่วงสุขภาพ รักการบริหารร่างกาย หมั่นกินผัก ผลไม้ต่างๆเมื่อเอ่ยถึง “ทับทิม” หลายคนคงเคยชินกันดีกับผลไม้ที่มีกลิ่นหอม รสอร่อยชวนพึงใจ ทับทิมนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียและเปอร์เซีย โดยในบันทึกโบราณทางด้านการแพทย์บอกว่า ทับทิมถูกใช้เป็นยารักษาโรคและใช้สำหรับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายมานานนับพันๆปี
ปัจจุบันทับทิมจัดเป็นผลไม้ในกรุ๊ป ซุปเปอร์ฟรุ๊ต ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุสารพฤกษเคมีและก็สารแอนติออกซิแดนท์ซึ่งมีปริมาณสูงเลิศในทับทิมโดยสูงเป็น 3 เท่าของของกินอื่นที่มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง อีกทั้งมีใยอาหารสูงมากมาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูง มีวิตามินบี 5 (กรดแพนโทธีนิค) วิตามินเอ วิตามินอี ส่วนธาตุที่มีมากคือ แคลเซียม โพแตสเซียม รวมทั้งธาตุเหล็ก
จากการเล่าเรียนพบว่าทับทิมมีสารที่มีฤทธิ์สำหรับในการต้านทานขบวนการออกซิเดชันที่เกี่ยวกับการอักเสบ ซึ่งบางทีอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในทับทิมสูงยิ่งกว่า เหล้าองุ่นและใบชาเขียวถึง 3 เท่า รวมทั้งยังมีจำนวนสารโพลีฟีนอลในทับทิมสูงยิ่งกว่าน้ำผลไม้อื่นๆดังเช่น ส้ม องุ่น แคนเบอร์รี่ ลูกแพร แอปเปิ้ล อีกด้วย
ทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกลุ่มสารโพลีฟีนอล ที่สำคัญคือ สารพูนิคาลาจิน พูนิค้างลิน และกรดกัลลาจิก ทั้งปวงนี้อาจมีผลต่อการคุ้มครองป้องกันอันตรายต่อเนื้อเยื่อภายในร่างกายที่จะส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรังต่างๆการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมบางทีอาจช่วยยั้งการเจริญของเซลล์ของโรคมะเร็ง ทับทิมยังมีสารอโรมาเทสอินฮิบิเตอร์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเอสโทรเจนที่อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม นอกนั้นสารอาหารรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำทับทิมสกัดยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ บางทีอาจต่อต้านการเกิดริ้วรอย ช่วยให้มีผิวพรรณอ่อนกว่าวัยรวมทั้งมีร่างกายแข็งแรง นอกนั้นทับทิมยังจัดคือผลไม้ที่มีพลังงานต่ำ จึงบางทีอาจให้ประโยชน์ต่อการลดพลังงานสำหรับเพื่อการควบคุมน้ำหนัก โดยการกินทับทิมแทนขนมหวาน
ด้วยสารสำคัญต่างๆในทับทิม นักค้นคว้าก็เลยพอใจศึกษาค้นคว้าถึงคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีรายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า สารสกัดจากทับทิมช่วยชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง และสามารถฆ่าเซลล์ของมะเร็งในห้องแลปได้ นอกจากนั้นยังมีการศึกษาค้นคว้าชี้ว่า น้ำทับทิมสกัดยังสามารถช่วยลดแอลดีแอลคอเลสเทอรอคอยล ซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลไม่ดี ทำให้เส้นเลือดแดงแข็งอุดตัน และยังช่วยลดระดับความดันเลือด มีผลในการช่วยคุ้มครองปกป้องโรคหัวใจ โรคเส้นโลหิตสมองตีบและหัวใจวาย
ด้วยคุณประโยชน์ซึ่งมาจากทับทิมที่มีต่อสุขภาพแล้วก็มาจากธรรมชาติ ทำให้ทับทิมเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามทั่วโลก เดี๋ยวนี้มีการนำทับทิมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำทับทิมสกัดแบบพร้อมดื่ม เพื่อความสะดวกสำหรับคนซื้อที่รักและกังวลสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย
การค้นคว้าวิจัยของ Sharma, Mc Clees and Afaq ปัจจุบันในปี 2017 บอกว่า สารสกัดจากทับทิมมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ยับยั้งการเกิดเซลล์กลายพันธุ์ที่นำมาซึ่งเซลล์ของโรคมะเร็ง
ด้วยคุณประโยชน์มากมายดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ทำให้ทับทิมได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น “ซุปเปอร์ฟรุต” (Super fruit) ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก เพราะว่ามีวิตามินรวมทั้งแร่
ความเชื่อแล้วก็ตำนาน
ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า ต้นทับทิมเกิดจากโลหิตของไดโอนีซุส (Di-onysus) ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่เทพเทวดาทั้งสิ้นและเทวีนาน่า(Nana) ซึ่งเป็นพรหมจารีย์ ตั้งครรภ์ขึ้นโดยการสอดผลทับทิม แล้วก็ให้กำเนิดทวยเทพแอตติส (Attis) ขึ้น โดยเหตุนั้น ผู้ที่นับถือเทพแอตว่ากล่าวสก็เลยไม่กินผลทับทิม ชาวยิวในสมัยพระผู้เป็นเจ้าโซโลมอนก็จัดว่า ทับทิมเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ ดังปรากฏอยู่บนยอดเสาของวิหารกษัตริย์โซโลมอน ชาวฮินดู ในอินเดียมั่นใจว่า พระวิฆเนศวรทรงโปรดทับทิม คนที่ยกย่องพระพิฆเนศวรจึงนิยมนำผลทับทิมไปถวาย ยิ่งกว่านั้น ยังใช้ดอกทับทิมเส้นไหว้บูชาดวงอาทิตย์ พระนารายณ์ และก็เทวีลักษมี อีกด้วย
ชาวจีนจัดว่า ต้นทับทิมเป็นไม้มงคล (โดยยิ่งไปกว่านั้นทับทิมประเภทดอกสีขาว) และก็ถือว่าทับทิมเป็นสัญลักษณ์ที่ความอุดมสมบูรณ์ ความมีลูกหลานมาก (เนื่องจากผลทับทิมมีเมล็ดมาก) ก็เลยนิยมได้ผลทับทิมเป็นของขวัญแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาวในพิธีสมรส (เพื่อมีลูกหลานมากมายๆ) ในพิธีสมรสนิยมปักยอดทับทิมไว้ที่ผมเจ้าสาว รวมทั้งปักยอดทับทิมไว้ที่สิ่งของเซ่นไหว้เจ้า คนจีนยังเชื่อว่า ใบหรือกิ่งทับทิมมีอำนาจไล่ภูตผีปีศาจได้ จึงนิยมนำมาปลูกทับทิมเอาไว้ในรอบๆบ้าน และใช้ใบทับทิมแช่น้ำล้างหน้า ล้างมือ ข้างหลังกลับจากงานศพ (เพื่อไม่ให้ภูติผีปีศาจติดตามมา)
ในประเทศญี่ปุ่นคงจะรับความเลื่อมใสเกี่ยวกับทับทิมไปจากจีน เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายของเจ้าแม่ที่รอปกปักรักษาเด็กๆให้ปลอดภัย แล้วก็เชื่อว่าเมื่อเด็กๆได้รับประทานผลทับทิมแล้วจะไม่เป็นอันตรายและก็ปลอดภัยจากภูตผีปีศาจทั้งปวง ชาวไทยก็คงได้รับถ่ายทอดความเชื่อถือเกี่ยวกับทับทิมมาจากคนจีนบ้าง ดังปรากฏว่า มีศาลเจ้าหลายแห่งในประเทศไทย ชื่อเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งคงจะเป็นเจ้าแม่ที่มีกำเนิดจากจีนแล้วเปลี่ยนเป็นชื่อไทยคราวหลัง

13

บุก
บุก มีคุณประโยชน์ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นโลหิต รักษาโรคโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีระดูมาไม่ดีเหมือนปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้แล้วก็น้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้บวมช้ำ ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับรอบเดือนของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
บุก มีชื่อสามัญว่า Konjac อ่านออกเสียงว่า คอน-จัค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus konjac K.Koch ชื่อเรียกอื่นๆของบุก เช่น บุกคุงคก เบีย เบือ มันซูรัน หัวบุก บุกคางคก บุกหนาม บุกหลวง หมอ ยวี จวี๋ ยั่ว แพทย์ยื่อ เป็นต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นบุก
ต้นบุก นับว่าเป็น พืชล้มลุกชนิกหนึ่ง เป็นไม้เนื้ออ่อน รูปแบบของลำต้นเจ้าเนื้อรวมทั้งมีสีเขียวเข้ม ใบบุกเป็นใบคนเดียว ซึ่งใบของบุกจะแตกใบที่ยอดรวมทั้งใบแผ่ขึ้นเหมือนร่มกาง ดอกของบุกจะมีสีเหลือง จะบานในตอนเวลาเย็น มีกลิ่นฉุน ลักษณะเสมือนดอกหน้าวัว
ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 ซม. หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ ลักษณะของหัวเป็นรูปออกจะกลมแบนนิดหน่อย หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 25 เซนติเมตร ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นแล้วก็แขนงมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายแต้มสีขาวปะปนอยู่
ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีปริมาณยาวโดยประมาณ 15-20 ซม.
ดอกบุก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว รูปแบบของดอกเป็นทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวราวๆ 30 เซนติเมตร สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม
คุณประโยชน์ของบุก
สำหรับคุณประโยชน์ของบุก พวกเรานิยมใช่ประโยน์ทางยาของบุก จาก หัว รากและเนื้อของลำต้น เนื้อหา ดังต่อไปนี้
หัวบุก มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นโลหิต รักษาโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีระดูมาเปลี่ยนไปจากปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้ฟกช้ำดำเขียว
รากของบุก ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับเมนส์ของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี

สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังในการบริโภคบุก
สำหรับสิ่งที่ไม่อนุญาตสำหรับการรับประทานบุก คือ หัวบุกจะมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน เป็นพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ รวมทั้งระบบทางเดินอาหาร เพราะฉะนั้น ในกลุ่มคนที่ ม้าม ตับ และก็ระบบทางเดินอาหาร ไม่ดี ควรเลี่ยงรับประทาน และไม่กินมากเกินความจำเป็น ซึงข้อควรคำนึงในการบริโภคบุก มีเนื้อหาดังนี้
ในเนื้อหัวบุกป่าจะมีผลึกของแคลเซียมออกซาเลท (Calcium oxalate) เยอะๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการคัน ส่วนเหง้าและก็ก้านใบถ้าหากปรุงไม่ดีแล้วกินเข้าไปจะมีผลให้ลิ้นพองและคันปากได้
ก่อนนำมากินจะต้องกำจัดพิษออกก่อน และไม่รับประทานกากยาหรือยาสด
กรรมวิธีกำจัดพิษจากหัวบุก ให้นำหัวบุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆตำพอแหลก คั้นเอาน้ำออกพักไว้ นำกากที่ได้ไปต้มน้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำ นำไปผสมกับน้ำที่คั้นทีแรก แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปต้มกับน้ำปูนใสเพื่อพิษหมดไป เมื่อเดือดก็พักไว้ให้เย็น จะจับกุมตัวกันเป็นก้อน ก็เลยสามารถใช้ก้อนดังที่กล่าวถึงแล้วในการทำกับข้าวหรือนำไปตากแห้งเพื่อใช้เป็นยาได้ถ้าอาการเป็นพิษจากการกินบุก ให้รับประทานน้ำส้มสายชูหรือชาแก่ แล้วและก็ตามด้วยไข่ขาวสด แล้วให้รีบไปพบแพทย์
เพราะวุ้นบุกสามารถขยายตัวได้มาก ก็เลยไม่สมควรบริโภควุ้นบกตอนหลังการรับประทาน แม้กระนั้นให้กินก่อนรับประทานอาหารไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนการบริโภคของกินที่ผลิตมาจากวุ้น ยกตัวอย่างเช่น วุ้นก้อนแล้วก็เส้นวุ้น สามารถบริโภคพร้อมของกินหรือหลังอาหารได้ เนื่องจากว่าวุ้นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ผ่านขั้นตอนการและได้ขยายตัวมาก่อนแล้ว และการการที่จะขยายตัวหรือขยายตัวได้อีกนั้นก็เลยเป็นได้ยาก ส่วนในเรื่องของคุณประโยชน์ทางโภชนาการนั้นพบว่าวุ้นบุกไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ด้วยเหตุว่าไม่มีการย่อยสลายเป็นน้ำตาลในร่างกาย และไม่มีวิตามินและก็แร่ธาตุ หรือสารอาหารอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพร่างกายเลยกลูโคแมนแนนส่งผลทำให้การดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมันลดลง ซึ่งจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ แต่จะไม่มีผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในน้ำ
การกินผงวุ้นบุกในจำนวนมาก อาจจะส่งผลให้มีลักษณะท้องเสียหรืออาการท้องอืด มีลักษณะอาการอยากกินน้ำมากยิ่งกว่าเดิม บางบุคคลอาจมีอาการอ่อนล้าเพราะว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้http://www.disthai.com/

14

ขิง
ถึงแม้ขิงจะเป็นสมุนไพรซึ่งสามารถใช้ปรุงอาหารและมีคุณประโยชน์ในการรักษาโรค หากว่าขิงจะมีกลิ่นฉุนรวมทั้งมีรสชาติเผ็ดร้อน เลยทำให้ไม่ถูกปากคนจำนวนไม่น้อยนั้น แต่ขิงก็เป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ประกอบอาหารรวมทั้งมีสรรพคุณรักษาโรค พวกเรามาดูกันดีกว่าว่าสมุนไพรดีๆอย่างขิงนั้นมีคุณประโยชน์รวมทั้งโทษอะไรที่เราคาดไม่ถึงบ้าง
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากขิง
+ ลดอาการท้องอืดแม้คุณรู้สึกอาการท้องอืดหรือของกินไม่ย่อยให้จิบชาน้ำขิงหรือกินขิงสดจะทำให้คุณเข้าใจกันดีอยู่แล้วขึ้น หรือหากว่าคุณกำเนิดอาการท้องอืดที่เกิดจากการกินถั่วละก็ คราวหน้าลองฝานถั่วบางๆลงไปในของกินที่มีถั่ว นั่นก็จะช่วยลดของกินท้องอืดได้ด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม รวมทั้งกระตุ้นลักษณะการทำงานของลำไส้ทำให้ อาการท้องอืดบรรเทาลงได้
+ ช่วยทุเลาอาการไมเกรน
จากการเรียนรู้
พบว่า การกินขิงในช่วงเวลาที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บจากอาการไมเกรนน้อยลงได้ เนื่องจากว่าขิงจะไปช่วยสกัดการฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ นอกนั้นยังมีการเรียนอื่น ชี้ให้เห็นอีกว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าคนที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์มีอาการลดน้อยลงเมื่อบริโภคขิงผงเป็นประจำทุกวี่ทุกวัน
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากขิง และโทษที่คุณอาจคาดไม่ถึง
+ ช่วยคุ้มครองปกป้องมะเร็ง
 ขิงมีคุณสมบัติในการช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าขิงช่วยทำให้เซลล์ของมะเร็งข้างในรังไข่ตาย ด้วยเหตุว่าในขิงมีสารเคมีธรรมชาติที่ไปช่วยกระตุ้นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยคุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งได้ นอกนั้นยังพบอีกว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีขิงเป็นส่วนประกอบยังช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
+ ช่วยทุเลาอาการอ้วก
 ขิงสามารถบรรเทาอาการอาเจียนได้ โดยชาวเอเชียนั้นชอบใช้ขิงสำหรับเพื่อการช่วยบรรเทาอาการเมารถ หรือเมาเรือ นอกจากนั้นยังมีหลายการเรียนรู้พบว่าขิงสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอ้วกภายหลังจากการผ่าตัดและยังช่วยทุเลาอาการอ้วกแล้วก็อ้วกในคนไข้โรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้อีกด้วย
+ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
 มีการเรียนรู้ใหม่พบว่า ขิงผงนั้นสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยเฉพาะกับคนไข้โรคเบาหวานจำพวกที่ 2 แต่ว่าก็ควรจะที่จะขอคำแนะนำแพทย์ก่อนรับประทานขิงร่วมกับยา เพราะว่าขิงอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาได้ และควรติดตามผลระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด เพราะหากกินขิงมากเกินไปก็อาจส่งผลให้ระดับอินซูลินต่ำลงมากเกินความจำเป็นจนกระทั่งอยู่ในขั้นอันตรายได้
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากขิง และก็โทษที่คุณอาจไม่ได้นึกฝัน
ขิงดอง คุณประโยชน์ดีก็มีนะ รู้ยัง?
 เราอาจจะเคยทราบกันมาว่าการรับประทานของหมักดองไม่ใช้เรื่องดีสำหรับสุขภาพ แต่ว่าจำต้องขอยกเว้นไว้สำหรับขิงดองค่ะ เพราะเหตุว่าในความเป็นจริงแล้วแม้ขิงดองจะเป็นของกินที่ผ่านการดองด้วยน้ำส้มสายชู แต่เรื่องสรรพคุณ แล้วก็ประโยชน์เพื่อสุขภาพ ขิงดองก็มีดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขิงสดๆเลยล่ะจ้ะ ซึ่งประโยช์จากขิงดองมีดังนี้
* ช่วยแก้อาการเมาเรือ เมารถ รวมทั้งอาการแพ้ท้อง

เพราะขิงดองเป็นของกินที่มีกลิ่นแรงทั้งยังยังมีรสชาติเผ็ดอมเปรี้ยว เลยทำให้เปลี่ยนเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่มีลักษณะอาการเมาเรือ เมารถ และสตรีที่กำลังมีครรภ์ ซึ่งมักจะมีลักษณะแพ้ท้อง เอาไว้กินในตอนที่รู้สึกอาเจียน เนื่องจากว่าจะช่วยทุเลาอาการได้จ้ะ ไม่ต้องพึ่งยาแก้เมา หรือยาแก้แพ้ท้อง ทดลองใช้ขิงดองมองนี่ล่ะค่ะ เด็ด !
* ช่วยล้างปากเวลากินอาหาร
 สำหรับหลายๆคนที่สงสัยว่าเพราะเหตุใดเวลาไปรับประทานอาหารประเทศญี่ปุ่นแล้วบนจานของกินประเทศญี่ปุ่นจะมีขิงดอง คำตอบก็คือขิงดองพวกนั้นมีไว้กินล้างปากค่ะ โดยส่วนใหญ่สำหรับเพื่อการรับประทานอาหารประเทศญี่ปุ่น จะกินขิงดองตามเข้าไปภายหลังกินอาหารจานนั้นหมดแล้ว เพื่อไม่ให้รสอาหารจานเดิมติดอยู่ในปากจนทำให้เกิดความรู้สึกเลี่ยนแล้วก็กินจานต่อไปไม่ไหว ทั้งยังเป็นเหตุให้ชิมรสของกินจานต่อไปได้อย่างเต็มเปี่ยมอีกด้วย
* โซเดียมต่ำ
 แม้ขิงดองจะมีรสจัด แต่ว่าน่าประหลาดที่ขิงดองเป็นของกินที่มีโซเดียมต่ำมากมายเมื่อเทียบกับของกินดองชนิดอื่นๆเมื่อเอามารับประทานและจากนั้นก็ทำให้ไม่ต้องวิตกกังวลกับปริมาณโซเดียม ลดการเสี่ยงที่จะเกิดความดันเลือดสูงลงไปได้อีกมากมายเลย
ประโยชน์ของขิง และโทษที่คุณอาจไม่คาดฝัน
ข้อควรคำนึงสำหรับเพื่อการทานขิง
- อาจจะก่อให้เกิดภาวะสอดแทรกสำหรับการตั้งครรภ์ได้
 มีบางการศึกษาเล่าเรียนพบว่าขิงมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนสำหรับเพื่อการมีครรภ์แล้วก็การแท้ง แต่ว่าสำหรับเพื่อการมีท้องรายอื่นๆนั้นไม่พบว่าการกินขิงจะมีผลให้กำเนิดอาการพวกนั้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการอาเจียนจากการแพ้ท้องได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้คุณควรไปปรึกษาแพทย์ก่อนจะที่ใช้ขิงสำหรับเพื่อการรักษาอาการแพ้ท้องด้วยตนเองจ้ะ
- นำมาซึ่งการก่อให้เกิดแผลร้อนในข้างในปากได้
 ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้าเกิดกินเข้าไปในจำนวนที่มากก็จะสามารถเยื่อบุด้านในโพรงปากเกิดการอักเสบจนเป็นอาการร้อนในได้ เพราะฉะนั้นไม่สมควรกินขิงมากเกินความจำเป็นค่ะ
- ยั้งการแข็งตัวของเลือด
 การเรียนหนึ่งในประเทศออสเตรเลียพบว่า ขิงนั้นมีสรรพคุณในการต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอสไพริน สถาบันสุขภาพของประเทศออสเตรเลียได้ออกการเตือนให้งดเว้นการรับประทานขิงในระหว่างที่ใช้ยาละายลิ่มเลือดเพราะว่าจะก่อให้กำเนิดความเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดอาการช้ำเลือดหรืออาการเลือดออกได้ ด้วยเหตุนี้แม้คุณมีลักษณะเลือดออกแตกต่างจากปกติหรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรหลีกเลี่ยงการกินขิงจ้ะฃ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรขิง

15

น้ำมันเหลือง
น้ำมันเหลือง ไพล หรือปูลอย ปูเลย มิ้นสะล่าง ว่านไฟ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber montanum (Koenig) Link ex Dietr. หรือ Zingiber cassumunar Roxb. วงศ์ Zingiberaceae เป็นสมุนไพรตัวหนึ่งในบัญชียาจากสมุนไพร ใน บัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 2554 กลุ่มที่ 2 บัญชียาปรับปรุงจากสมุนไพร กลุ่มยารักษาอาการทางกล้ามเนื้อแล้วก็กระดูก ยาสำหรับใช้ข้างนอก เช่น ตำรับยาครีมไพล ประกอบด้วยน้ำมันไพลที่จากการกลั่น ร้อยละ 14 โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก (v/w) และก็ ยาน้ำมันไพล สารสกัดน้ำมันไพลที่ได้จากการทอด (hot oil extract) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ในตำรับ ซึ่งเป็นสูตรเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ข้อบ่งใช้ของทั้งคู่ตำรับคือ ทุเลาอาการบวม ฟกช้ำ เคล็ดลับยอก
น้ำมันเหลือง ไพลที่ได้จากการทอดและก็การกลั่นแตกต่างเช่นไร? น้ำมันไพลที่ได้จากผู้กระทำลั่นเป็น น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเป็นของเหลวที่เป็น hydrophobic ระเหยได้ บางครั้งอาจจะได้จากผู้กระทำลั่นโดยการต้มด้วยน้ำ (water distillation) ละอองน้ำจะพาเอาน้ำมันหอมระเหย ไปควบแน่นเมื่อสัมผัสกับความเย็นของเครื่องควบแน่น (condenser) ขั้นตอนการกลั่นแบบงี้เป็นแนวทางที่ชาวยุโรปดั้งเดิมนิยมใช้กัน แต่มีข้อเสียตรงที่ไพลที่เอามากลั่นจะถูกความร้อนนาน อาจจะก่อให้น้ำมันไพลที่ได้มีกลิ่นผิดไปได้ หรือจะได้จากผู้กระทำลั่นโดยใช้การผ่านของละอองน้ำเข้าสู่ภาชนะที่มีไพลบรรจุอยู่ (steam distillation) ไอน้ำจะพาเอาน้ำมันเหลือง หอมระเหยไปควบแน่นที่เครื่องควบแน่น แนวทางลักษณะนี้มีจุดเด่นกว่าเป็น ไพลจะถูกความร้อนไม่มาก น้ำมันหอมระเหยที่ได้จะไม่มีกลิ่นผิดเพี้ยนไป โน่นคือน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากอีกทั้ง 2 แนวทาง จะมีสารประกอบทางเคมีที่แตกต่างบ้าง โดยธรรมดาน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากการกลั่นจะมีสารประกอบทางเคมีที่มีโมเลกุลเล็ก อาทิเช่น สารกลุ่ม monoterpenes (สารที่มีคาร์บอนปริมาณ 10 ตัว) และก็สารกรุ๊ป sesquiterpenes (สารที่มีคาร์บอนจำนวน 15 ตัว) น้ำมันหอมระเหยไพลที่ได้จากการกลั่นประกอบด้วย สารกรุ๊ป monoterpenes ดังเช่น sabinene, terpinen-4-ol, alpha-pinene, alpha-terpinene, gamma-terpinene, limonene, myrcene, p-cymene, terpinolene2, (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl)butadiene (DMPBD), (E)-4-(3’,4’-dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol (Compound D)3,4
ส่วนน้ำมันเหลือง ไพลที่ได้จากการทอดด้วยน้ำมันพืช เป็นแนวทางของคนประเทศไทยโบราณที่ใช้เตรียมน้ำมันไพลเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นน้ำมันถูนวด แก้ปวดกล้าม เดี๋ยวนี้หลายโรงพยาบาลของเมืองได้มีการเตรียมเป็นเภสัชตำรับของโรงหมอ และเป็นหนึ่งตำรับในบัญชียาจากสมุนไพร ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 2554 น้ำมันไพลสูตรนี้จัดแจงได้จากการนำไพลสดมาทอดกับน้ำมันพืชชนิดอิ่มตัว (มีกรดไขมันจำพวกอิ่มตัว) ได้แก่ น้ำมันที่ทำจากมะพร้าว น้ำมันเหลือง หรือน้ำมันปาล์ม ไม่สมควรใช้น้ำมันพืชประเภทไม่อิ่มตัว (ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว) ดังเช่นว่า น้ำมันงา น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะกอก น้ำมันคำฝอย น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากรำข้าวน้ำมันเหลือง ทั้งนี้ก็เพราะว่าน้ำมันชนิดไม่อิ่มตัวจะไม่ทนต่อความร้อน ทำให้ภาระคู่ในโมเลกุลมีการแตก และรวมตัวเป็นสาร “โพลีเมอร์” เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดความหนืด นอกเหนือจากนี้จะทำให้กำเนิดควันได้ง่าย และน้ำมันกลิ่นหืน น้ำมันพืชที่ใช้ทอดเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมัน (fatty acids) ซึ่งนับได้ว่าเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีขั้วน้อย เป็นตัวทำละลายที่ดีในการสกัดสารที่มีขั้วน้อยด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวน้ำมันพืชก็สามารถจะสกัดน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีสารประกอบที่มีขั้วน้อยรวมทั้งโมเลกุลเล็กได้ พร้อมทั้งสกัดสารประกอบที่มีขั้วน้อยแต่มีโมเลกุลใหญ่ได้ด้วย ซึ่งในไพลนอกจากประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังประกอบสารกลุ่ม arylbutanoids, curcuminoids, รวมทั้ง cyclohexene derivatives เป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่กว่าสารในน้ำมันหอมเหลือง รวมทั้งเป็นสารที่ไม่ระเหย สรุปกล้วยๆคือ น้ำมันไพลที่ได้จากผู้กระทำลั่นจะเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วยสารโมเลกุลเล็กและระเหยได้ ส่วนน้ำมันที่ได้จากการทอดจะประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารที่มีโมเลกุลใหญ่และไม่ระเหย
น้ำมันเหลือง หอมระเหยแล้วก็สารที่มีโมเลกุลใหญ่ (สารกรุ๊ป arylbutanoids, curcuminoids, และ cyclohexene derivatives) เป็นกลุ่มสารที่มีผลการศึกษาเรียนรู้วิจัยพบว่า มีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบแล้วก็แก้ปวดในสัตว์ทดลอง โดยมีกลไกการออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยากลุ่ม NSAIDs3,4-12 นอกจากนั้นยังมีรายงานการศึกษาเล่าเรียนน้ำมันเหลือง ทางสถานพยาบาลพบว่า ครีมไพลหรือไพลจีซาล (14% ของน้ำมันหอมระเหย) มีฤทธิ์ลดการอักเสบและก็การปวดของข้อเท้าพลิกในคนเจ็บนักกีฬาที่เจ็บข้อเท้าพลิกมากกว่ากรุ๊ปควบคุมที่ได้รับยา หลอก13 และพบว่าครีมไพจีซาลได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับในการรักษาลักษณะของการปวดปวดเมื่อยหลัง ไหล่ ก้านคอ เอว หัวเข่า14 แต่ตำรับยาน้ำมันเหลืองที่ได้จากการทอดด้วยน้ำมันพืช หรือการสกัดด้วยตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว ยังไม่เคยมีการศึกษาเล่าเรียนทางคลินิกมาก่อน ซึ่งช่วงนี้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาโครงการ “การพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทยเพื่อลดผลพวงจากการเปิดเสรีเชิงพาณิชย์ AFTA ด้วยสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ 2554” เป็นโครงการที่ได้รับทุนส่งเสริมจากกองทุน FTA กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำลังศึกษาเล่าเรียนทางคลินิกในคนไข้ข้อหัวเข่าเสื่อมของตำรับยาครีมไพลสกัด ซึ่งเป็นการเลียนแบบกระบวนการสกัดแบบภูมิปัญญา ซึ่งเป็นการสกัดสารหลายๆประเภท ไม่เฉพาะแต่น้ำมันเหลือง หอมระเหยเพียงแค่นั้น แล้วก็ได้แก่การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้ม

หน้า: [1] 2 3