แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - billcudror1122

หน้า: [1] 2
1
อื่นๆ / สัตวว์ตถุ เต่าในประเทศไทย
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:37:10 PM »

เต่าในประเทศไทย
เต่าที่พบในประเทศไทย (ไม่รวมตะพาบน้ำ) มีขั้นต่ำ ๒๒ ชนิด จัดอยู่ใน ๕ สกุล คือ
๑.วงศ์เต่าสมุทร(Cheloniidea) พบ ๔ ชนิดเป็น เต่าตนุ(เต่าแสงแดด) เต่าต้นหญ้า เต่ากระ รวมทั้งเต่าหัวโต เป็นเต่ากระดองแข็ง มีแผ่นเกล็ดปกคลุม อาจเรียงต่อกัน(ยกตัวอย่างเช่น เต่าตนุ) หรือซ้อนกันบางส่วน (ยกตัวอย่างเช่น เต่ากระ) ขาหน้าแผ่เป็นครีบสำหรับว่ายน้ำ ขาข้างหลังเป็นครีบกว้างสำหรับใช้เป็นหางเสือ
สมุนไพร
๒.ตระกูลเต่าเฟื่อง(dermochelyidae) พบเพียงประเภทเดียว คือ เต่าเฟือง (มักเรียกกันไม่ถูกเป็น “เต่ามะเฟือง”) เป็นเต่ากระดองอ่อน มีสันยาวเรียกตัวบนหลังจากคอลงไปถึงก้น ๕ สัน ข้างตัวอีกข้างละสัน รวมเป็น ๗ สัน ใต้ท้องมีอีก ๕ สัน สันที่ใต้ท้องจะเลือนหายไปเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนสันบนหลังหายไปบ้างเมื่อเทียบกับอายุยังน้อย บนหัวตัวอ่อนมีเกล็ด แต่จะหายไปเมื่อโตขึ้น มีหนังคลุมแทน ขาหน้าแผ่เป็นครีบสำหรับว่ายน้ำ ยาวกว่าขาของเต่าสมุทรอื่นๆขาข้างหลังเป็นครีบกว้างๆสำหรับใช้เป็นหางเสือ แล้วก็ใช้ขุดหลุมเมื่อจะออกไข่
๓.วงศ์เต่าน้ำจืด(Emydidae) เจอขั้นต่ำ ๑๓ จำพวก ยกตัวอย่างเช่น เต่ากระอาน เต่าลายตีนเป็ด เต่าหับ เต่าแดง (เต่าใบไม้) เต่าหวาย เต่าบัว เต่าจักร เต่าท้องนา เต่าจัน เต่าปากเหลือง เต่าดำ เต่าทับทิม รวมทั้งเต่าแก้มแดง เต่าในสกุลนี้สามารถหดหัวเข้าไปไว้ภายในกระดองได้หมด ขาแบน นิ้วและก็เล็บยาวกว่าเต่าบก ระหว่างนิ้วมีแผ่นพังผืดกางไม่มากมายก็น้อย บนหัวคลุมด้วยหนัง ไม่เป็นเกล็ดเหมือนหัวเต่าบก แม้กระนั้นรอบๆกำดันนั้น หลังอาจลายทำให้มองคล้ายเกล็ด

๔.สกุลเต่าปูลู(Platysternidae) พบในประเทศไทยเพียงแค่ประเภทเดียว เป็นเต่าปูลู มีลักษณะสำคัญคือกระดองบนกับกระดองล่างเป็นคนละระดับ ยึดติดกันด้วยพังผืด กระดองทั้งสองแบนเข้าหากันมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หน้าอก หัวโต หดหัวเข้าไปในกระดองไม่ได้ หัวคลุมด้วยแผ่นซึ่งไม่แบ่งได้ชิ้นเกล็ดราวกับเต่าอื่น ระหว่างนิ้วมีพังผืดบ้าง แม้กระนั้นไม่เต็มนิ้ว นิ้วมีเล็บแหลมทุกนิ้ว เว้นนิ้วก้อย หางยาวมาก มีเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมปกคลุมบนหาง
๕.วงศ์เต่าบก(Testudinidae) เจอ ๓ ประเภท คือ เต่าหก เต่าเดือย แล้วก็ เต่าเหลือง เต่าในสกุลนี้ไม่เหมือนกับเต่าน้ำในวงศ์อื่นๆตรงที่ขาทั้ง ๔ กลม ไม่มีพังผืดยึดระหว่างนิ้ว เพราะเหตุว่าไม่ต้องใช้ขาว่ายน้ำ มีเกล็ดบนหัวรวมทั้งที่ขา

2
อื่นๆ / สัตววัตถุ เต่าน้ำจืด
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:57:57 AM »

วงศ์เต่าน้ำจืด
เต่ากระอานBatagur Baske(Gray) ๕๖ เซนติเมตร
เต่าขนาดใหญ่ กระดองเรียบ โค้งมน นิ้วเท้ามีพังผืดยึดเต็ม มี ๔ เล็บ จมูกค่อนข้างจะแหลม เพศผู้มีตาสีขาว เจอตามปากแม่น้ำ ปัจจุบันบางทีอาจสิ้นพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว
เต่าลายตีนเป็ดCallargur borneoensis (Schlegel & Muller), ๖๐ ซม.
เต่าขนาดใหญ่ เพศผู้มีหัวสีแดงเด่นในฤดูสืบพันธุ์ นิ้วเท้าหน้าหลังมีพังผืดยึดติดสำหรับช่วยสำหรับในการว่าย เจอตามปากแม่น้ำทางภาคใต้ อาจสิ้นพันธุ์ไปแล้ว
เต่าแดงCyclemys dentata(Gray), ๒๖ ซม.
ขอบกระดองด้านหลังเป้นจักๆ กระดองหลังสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มเป็นสีดำหรือสีเขียวขี้ม้า นาๆประการตามแต่เต่าแต่ละตัว เมื่อเล็กมีเกล็ดเป็นลายเส้นรัศมี แม้กระนั้นจะหายไปเมื่อโตขึ้น พบได้ในป่าทั่วทั้งประเทศ
เต่าหวายHeosemys grandis (Gray), ๔๘ เซนติเมตร
กระดองสีน้ำตาลเข้ม เป็นประจำมีเส้นสีครีมพิงยาวเป็นแถวกลางข้างหลัง ขอบกระดองหลังด้านหลังกระเป๋านจะๆกระดองท้องด้านหลังมีหยักลึก เจอตามแหล่งน้ำจืดทั้งยังบนเทือกเขาแล้วก็ดังที่ราบ

เต่าหับCuora amboinensis (daudin), ๒๑ ซม.
กระดองโค้งสูงขึ้นยิ่งกว่าเต่าน้ำจืดประเภทอื่น หัวค่อนข้างแหลม มีลายแถบสีเหลืองเป็นขอบ เต่าชนิดนี้สามารถหับหรือปิดกระดองได้มิดชิด เจอได้ตามหนองสระทั่วทั้งประเทศ
เต่าบัวHieremys annandalii(Boulenger), ๕๐ เซนติเมตร
เต่าขนาดใหญ่ สีแล้วก็รูปร่างกระดองแปรไปตามอายุ เมื่อโตเต็มกำลังกระดองมีสีดำ หัวสีเหลือง เจอได้ทั่วทั้งประเทศในแหล่งน้ำจืดชืดที่ออกจะนิ่ง
เต่าจักรHeosemys spinosa(Gray), ๒๓ เซนติเมตร
เต่าขนาดเล็ก กระดองออกจะแบนแล้วก็มีขอบแหลม แต่จะลดน้อยลงเมื่อโตขึ้น กระดองสีน้ำตาลปนแดง มีสันกึ่งกลางข้างหลังเห็นกระจ่าง นิ้วเท้าไม่มีพังผืด พบในป่าทางภาคใต้
เต่าจันPyxidea mouhotii(Gray), ๑๗ ซม.
สมุนไพร
เต่าขนาดเล็ก กระดองโค้งสูงสีน้ำตาลแดง มีสัน ๓ สัน หายาก เคยมีกล่าวว่าเจอในป่าทางภาคเหนือบริเวณชายแดนไทย – ลาว
เต่าทับทิมNotochelys platynota(Gray), ๓๖ เซนติเมตร
เต่าขนาดเล็ก กระดองหลังมีแผ่นเกล็ด ๖ – ๗ แผ่น แตกต่างจากเต่าจำพวกอื่นที่พบในประเทศไทย เมื่อยังเล็กอยู่กระดองมีสีเขียวสด เมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง
เต่าดำSiebenrockiella crassicollis(Gray), ๒๗ ซม.
กระดองสีดำ บางตัวมีแถบสีขาวที่แก้ม ลางถิ่นจึงเรียก เต่าแก้มขาว  ชอบซุกตัวอยู่ตามโคลนตมใต้น้ำ ทำให้มีกลิ่นตัวเหม็นเหมือนใบไม้เน่า ก็เลยมีชื่อเสียงว่า เต่าเหม็น ด้วย พบได้ตามหนองสระทั่วทั้งประเทศ
เต่าแก้มแดงTrachemys scriptaelegans(Wied), ๒๘ เซนติเมตร
เต่าขนาดเล็ก กระดองสีเขียวแม้กระนั้นจะคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้น ลักษณะเด่นอยู่ที่จุดสีแดงส้มข้างแก้ม เต่าจำพวกนี้นำเข้ามาเลี้ยงจนแพร่ระบาดทั่วไปตามแหล่งน้ำจืดของไทย

3

ขัณฑสกร
ขัณฑสกร ใช้เป็นน้ำกระสายยาและเครื่องยา ด้วยเหตุว่า มีรสหวานมีกลิ่นหอม ใช้ละลายยาเพื่อให้กินง่ายขึ้น และก็มีรสชาติน่ารับประทานขึ้น สรรพากรที่ใช้ในยาไทยนั้น เป็นของที่ได้จากธรรมชาติ ตำราโบราณส่วนมากบันทึกเสียงที่มาไว้แตกต่าง แล้วก็ว่าขัณฑสกรที่ได้จากแหล่งแตกต่างนั้นจะมีสรรพคุณแตกต่างไปด้วย ดังนี้
[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/color]
๑.ขัณฑสกร ที่ได้จากหยดค้าง คือน้ำค้างในช่วงฤดูหนาว(หน้าหนาว) ที่ตกลงบนใบของพืชประเภทหนึ่งที่ตำราเรียนเรียก ต้นขัณฑสกร ตำราเรียนโบราณกล่าวว่า พืชนี้พบในประเทศอินเดียรวมทั้งมาเลเซียเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยทราบว่าเป็นพืชชนิดใดแต่มั่นใจว่าไม่น่าจะเป็นพืชประเภทใดโดยเฉพาะ อาจเป็นพืชหลายหลายชนิดซึ่งมีดอกที่มีน้ำหวานมากมาย ผู้เก็บจะออกไปเก็บน้ำค้างหรือน้ำฝนที่ชะหรือละลายน้ำหวานแล้วตกอยู่บนใบไม้ตั้งแต่รุ่งเช้าตรู่เก็บใส่กระบอกไม้ไผ่ และจากนั้นจึงนำไปห้อยทิ้งเอาไว้ จนถึงน้ำหวานน้ำตกผลึกแล้วก็แห้ง จะได้ขัณฑสกรที่เป็นสีขาวนวลหรือสีขาวอมเหลืองขัณฑสกรที่ได้โดยแนวทางแบบนี้ น่าจะเป็นของส่วนประกอบระหว่างเลวูโลส (fructose) หรือน้ำตาลผลไม้ ซูโครส(sucrose) หรือน้ำตาลอ้อย แล้วก็ กลูโคส (dextrose) หรือน้ำตาลองุ่น หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่าจะมีรสหวานจนขม มีคุณประโยชน์ชูกำลัง ทำให้ปัสสาวะช่อง ทำให้ปัสสาวะคล่อง แก้เสลดจุกคอ ทำให้เปียกแฉะคอ แก้อยากดื่มน้ำ

๒.ขัณฑสกร ที่ได้จากน้ำอ้อย ได้จากการนำน้ำอ้อยมาอุ่นที่อุณหภูมิต่ำๆจนถึงงวด แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง จะได้เกร็ดสีขาวอมเขียว เกร็ดนี้มีส่วนประกอบหลักเป็นผลึกของน้ำตาลอ้อย แม้กระนั้นถ้าเกิดนำน้ำอ้อยไปตกตะกอนโปรตีนออกก่อน ฟอกสีให้ขาว แล้วตกผลึกจะได้น้ำตาลที่ใช้ปรุงแต่งรส ที่รู้จักกันทั่วๆไป ตำราโบราณว่าขัณฑสกรที่ได้จากน้ำอ้อยนี้มีสรรพคุณ บำรุงธาตุ รวมทั้งแก้ฝี ผอมเหลือง
๓.ขัณฑสกร ที่ได้จากน้ำผึ้งรวงที่เกิดริมหาด ว่ากันว่าน้ำผึ้งรวง (น้ำผึ้งที่บีบจากรวงผึ้งในธรรมชาติ ไม่ใช่ในรังผึ้งเลี้ยง) ที่เกิดชายหาดนั้น เมื่อเอามาอุ่นด้วยไฟอ่อนๆสนงวดลงบ้าง และก็ตั้งทิ้งเอาไว้ จะมีเกร็ดขัณฑสกรมากยิ่งกว่าน้ำผึ้งรวง ที่เกิดตามชายเขา หนังสือเรียนสรรพคุณยาโบราณว่า ขัณฑสกรที่ได้ด้วยวิธีแบบนี้มีคุณประโยชน์แก้นิ่ว แก้ท้องมาน แก้สะอึก แก้ไข้เซื่องซึม แก้จุกเสียด แก้ผื่นคัน แก้คอแห้งผาก
๔. ขันทศแขน ที่ได้จากเกสรบัวหลวง พบได้มากบนใบบัวหลวง ข้างหลังฝนตกโดยน้ำฝนชัดชัดเอาน้ำหวานจากดอกบัวหลวง แล้วขังไว้บนใบบัว เมื่อแดดออก น้ำระเหยไป จะเกล็ด สีขาวนวลหรือสีขาวอมเหลืองเกล็ดดังที่กล่าวถึงแล้ว ก็น่าจะเป็นของผสมระหว่าง น้ำตาลผลไม้ น้ำตาลอ้อย และ องุ่น น้ำตาลองุ่น เหมือนกันกับขัณฑสกรที่ได้จากหยดค้าง จึงมีคุณประโยชน์เสมอกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวขัณฑสกรหรือที่บางแบบเรียนเรียกว่า น้ำตาลกรวด นี้ ในทางเคมีจึงเป็นของผสม ของน้ำตาลละลายชนิดสุดแท้แต่บ่อเกิด อาจมีทั้งๆที่เป็นโมโนแซ็กคาไรด์ ตัวอย่างเช่นน้ำตาลผลไม้ น้ำตาลองุ่น และก็ ไดแซ็กคาไรด์ เช่นน้ำตาลอ้อย ในขณะนี้ขัณฑสกรที่หาซื้อได้ จากร้านขายเครื่องยาไทย มักไม่ใช่ขัณฑสกรที่ได้จากธรรมชาติ ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว บางร้านค้าเอาเกร็ดน้ำตาลอ้อย ที่ได้จากการเอาน้ำตาลทรายมาต้มกับน้ำแล้วเที่ยวจนถึงงวด มาขายเป็นขัณฑสกร แม้กระนั้นร้านรวงส่วนมากมักเอาสารสังเคราะห์ที่เรียก แซ็กคารินหรือดีน้ำตาล มาขายเป็นขัณฑสกร ซึ่งไม่ควรใช้สำหรับในการทำยาไทยเพราะเหตุว่าเป็นสารก่อโรคมะเร็ง ในตำราพระโอสถพระนารายณ์เจาะจง ให้ใช้ขัณฑสกรเป็นน้ำกระสายยาในยามี่ใช้แก้ เตโชธาตุ ธาตุไฟ ทุพพลภาพ ขนานที่ ๑ รวมทั้ง ๗ตัวอย่างเช่นในระหว่างที่๗ดังนี้ ถ้าเกิดมีถอย ให้เอาผลชะพลู ผลสมอไทย ผลจิงจ้อหลวง รากเจตมูลเพลิงเเดง ผลมะขามป้อม ว่านเปราะป่า รากไคร้ต้น รากไคร้เครือ ชะเอมต้นหญ้ารังกา รากกะค่อย เท่าเทียมทำเป็นจุล ละลายขันทศมือ กินตามควร แก้ธาตุไฟให้โทษแลฯ ละลายขันทศมือ กินตามควรนั้นหมายความว่าเมื่อจะรับประทานยานี้ให้เอาขัณฑสกรมาละลายน้ำสุกหรือน้ำฝนหรือน้ำสะอาดก่อนแล้วจึงเอาน้ำที่ได้นั้นไปละลายยากิน คำ ขัณฑสกร ที่ใช้ในที่ใช้กันในปัจจุบัน ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานพ. ศาสตราจารย์ ๒๕๒๕ ในตำราเรียนพระยาพระนารายณ์เขียนเป็น ขันทศมือ คำนี้มาจาก คำ ขัณฑ แสดงว่าก้อน และก็ ศแขน (อ่านว่า สะ-กะ-ระ มาจากคำสันสกฤต shakara ซึ่งเป็นสาเหตุของคำ sugar ในภาษาอังกฤษ) แสดงว่า น้ำตาล บางแบบเรียนก็เลยเรียกว่าขัณฑสกรว่า “น้ำตาลกรวด” มักมี ผู้เข้าใจผิดว่าขัณฑสกรเป็นแซ็กคารินหรือดีน้ำตาล มันเป็นสารสังเคราะห์ที่มีชื่อทางเคมีว่า 2,3-dihydro-3-oxobenzisosulfonazole เคยใช้ปรุงแต่งรสหวานแต่ปัจจุบันนี้ใช้น้อยลงมากด้วยเหตุว่าหรือแทบไม่ใช้ก็แล้ว

4
อื่นๆ / สัตววัตถุ ไก่บ้าน
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2017, 11:54:01 AM »

ไก่บ้าน
ไก่บ้าน หรือไก่เลี้ยง เป็นสัตว์ ๒ ขา มีขนปกคลุมตัว และมีปีก เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับมนุษย์มาแต่ว่าโบราณกาล ปัจจุบันนี้มีการพัมนาสายพันธุ์ต่างๆล้นหลาม มีในขณะที่เลี้ยงเพื่อกินเนื้อ เรียกไก่ เนื้อ รวมทั้งประเภทที่เลี้ยงเพื่อรับประทานไข่ เรียกไก่ไข่
ไก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (Linnaeus)

อยู่ในสกุล Phasianidae มีชื่อสามัญว่า domestic fowl
สมุนไพร เป็นไก่ที่มีสายพันธุ์มาจากไก่ป่า (junglefowl) ก็เลยมีลักษณะทั่วไปเหมือนไก่ป่า สิ่งที่แตกต่างที่พินิจได้ง่ายระหว่างไก่บ้านกับไก่ป่าก็คือ แข้งของไก่บ้านมีสีได้หลายสี ยกตัวอย่างเช่น สีขาว สีเหลือง แต่ว่าของไก่ป่ามีเพียงสีเดียวเป็นสีเทาเข้ม

5
อื่นๆ / สัตววัตถุ ไก่ป่า
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2017, 09:32:27 AM »

ไก่ป่า
ไก่ป่าฯลฯตระกูลของไก่บ้าน
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (Linnaeus)
อยู่ในตระกูล Phasianidae
มีชื่อสามัญว่า red jungle fowl
มีถิ่นเกิด แถบเอเชียใต้ (ศรีลังกาแล้วก็ประเทศอินเดีย) มาทางทิศตะวันออก จนถึงหมู่เกาะมลายู
ไก่ป่าที่พบในประเทศไทยมีเพียงแต่ชนิดเดียวเป็น Gallus gallus (Linnaeus) จำพวกนี้มีหน้าสีแดง ไม่มีขน หงอนสีแดง มีเหนียงสีแดงและติ่งหูอย่างละคู่ ขนบริเวณคอ หลัง ถึงบั้นท้ายมีสีส้ม ขนปีกสีเขียววาวขลิบสีส้มใต้ท้องสีน้ำเงินดำ หางโค้งลาด ปลายพริ้ว สีเขียวแซมดำรวมทั้งสีน้ำเงินเข้มเป็นเงา ความยาวของตัววัดจากปลายปากถึงปลายหางราว ๖๐ เซนติเมตร ตัวผู้หนัก ๘๐๐ – ๑๓๐๐ กรัม ไก่ป่าตัวผู้มีลักษณะสำคัญที่ต่างจากนกอื่นๆเป็น
๑.มีหงอนบนหัวที่เป็นเนื้อ ไม่ใช่หงอนที่กระเป๋านขน
๒.มีเหนียงเป็นเนื้อห้อยลงมาทั้งสองข้างของโคนปากแล้วก็คาง
๓.มีหน้าแล้วก็คอเป็นหนังหมดจดๆ ไม่มีขน
๔.โดยธรรมดาขนตามตัวมีสีงดงาม มีขนหาง ๑๔ – ๑๖ เส้นตั้งเรียงกันเป็นสันสูงตรงกลาง คู่กึ่งกลางยาวกว่าคู่ อื่น ปลายแหลมและอ่อนโค้ง เรียก หางกะลวย
๕.หน้าแข้งมีเดือยข้างละอันเป็นอาวุธ
ไก่ป่า ตัวเมียมักมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ขนไม่สวยสดงดงาม สีไม่จัดจ้า ลำแข้งไม่มีเดือย หงอนและเหนียงเล็กมากมาย หรือบางตัวแทบจะเป็นศูนย์ ไก่ป่าอาศัยตามพุ่มไม้เล็กๆในป่าทั่วไป บินได้เร็ว แม้กระนั้นในระดับที่ถือว่าต่ำๆแล้วก็ระยะทางสั้นๆเหมือนปกติอยู่เป็นฝูงใหญ่ทั้งตัวผู้และก็ตัวเมียรวมกันราว ๕๐ ตัว แม้กระนั้นจะแยกเป็นฝูงเล็กๆในฤดูสืบพันธุ์ ซึ่งเพศผู้ต้องต่อสู้กันเพื่อครอบครองพื้นที่รวมทั้งแย่งตัวเมียกันตัวละ ๓ – ๕ ตัว หลังผสมพันธุ์แล้วตัวเมียจะสร้างรังเป็นหลุมตื้นๆบนพื้นดินหรือบนกองใบไม้แห้งๆในที่ปลอดภัย  แล้วออกไข่คราวละ ๕ – ๖ ฟอง ไข่สีขาวหรือน้ำตาล ใช้เวลาฟักราว ๒๑ วัน ลูกไก่ป่าอายุ ๘ วันก็เริ่มบินเกาะตามก้านไม้ได้ และเมื่ออายุราว ๑๐ วัน ก็เริ่มบินได้ในระยะทางสั้นๆ

ไก่ป่าที่พบในประเทศไทยมี ๒ ชนิดย่อย เป็น
๑. ไก่ป่าติ่งหูขาว หรือ ไก่ป่าอีสาน (Cochin Chinese red jungle foml) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus gallus (Linnaeus) มีติ่งหูสีขาว พบได้มากทางภาคตะวันออกและก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๒. ไก่ป่าติ่งหูแดง หรือ ไก่ป่าประเภทพม่า (Burmese red jungle fowl) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus  spadiceus (Bonnaterre) มีติ่งหูสีแดง มักพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก รวมทั้งภาคใต้
คุณประโยชน์ทางยา
สมุนไพร โบราณไทยใช้ตับไก่เป็นอีกทั้งของกินรวมทั้งเป็นยา  แบบเรียนสรรพคุณยาโบราณบันทึกไว้ว่า  ตับไก่ใช้แก้โรคตาฝ้าตามัว ปัจจุบันนี้เพิ่งรู้ดีว่าโรคนี้มีต้นเหตุมาจากการขาดวิตามินเอ ซึ่งพบได้ทั่วไปในตับไก่ หมอแผนไทยรู้จักใช้เปลือกไก่ฟัก ไข่แดง ตับไก่ และเล็บไก่ป่า เป็นเครื่องยามาช้านานแล้ว ตำราเรียนโบราณว่า ไข่แดงมีรสมัน คาว มีคุณประโยชน์ชูกำลังสร้างความรุ่งเรืองให้แก่ร่างกาย ตับไก่มีรสมัน คาว มีสรรพคุณบำรุงเลือด แก้โลหิตจาง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง แก้โรคตาฝ้าตาพร่า แล้วก็เล็บไก่ป่าใช้แก้พิษไข้ ไข้กาฬ ไข้หัวทุกชนิด นอกเหนือจากนั้นไข่ขาวยังคงใช้เป็นตัวยาแต่งทางการปรุงยาสำหรับทำยาขี้ผึ้ง ตามที่ปรากฏในยาขนานที่ ๗๙ ใน หนังสือเรียนพระยาพระนารายณ์ ดังนี้
ขนานหนึ่ง ให้เอาพิมเสน ๒ สลึง การบูร ๓ สลึง มาตะกี่ ๕ สลึง ชันตะคียน กำยาน สิ่งละ ๗ สลึง สีปากขาว ๑๐ ตำลึง น้ำมันที่ทำจากมะพร้าวอันใหม่ดีนั้นครึ่งทนาน เคี่ยวขึ้นร่วมกันให้สุกดี  แล้วกรองกากออกเสีย เอาไว้ให้เย็น ก็เลยเอาไข่ไก่ เอาแต่ไข่ขาว ๒ ลูก เอาเหล้ากลั่นราวจอกหนึ่ง กวนกับไข่ให้สบกันดี แล้วจึงแบ่งออกให้เป็น ๓ ภาคๆหนึ่งนั้น เอาน้ำทะแลงไซ้ ๓ สลึง การบูร ๓ สลึง กวนเข้าด้วยกันให้สบก็ดี เป็นขี้ผึ้งแดง จึงเอาขี้ผึ้งขาวภาค ๑ นั้น มากมายวนด้วยจุที่สีพอควร เป็นสีปากเขียว ภาคหนึ่งเป็นสีผึ้งขาว ปิดแก้เพ่งดูม์ แสบร้อนให้เย็น

6
อื่นๆ / สัตววัตถุ ไก่บ้าน
« เมื่อ: ธันวาคม 11, 2017, 02:59:16 PM »

ไก่บ้าน
ไก่บ้าน หรือไก่เลี้ยง เป็นสัตว์ ๒ ขา มีขนปกคลุมตัว แล้วก็มีปีก เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับมนุษย์มาแต่ว่าสมัยโบราณ ปัจจุบันมีการพัมนาสายพันธุ์ต่างๆมาก มีทั้งๆที่เลี้ยงเพื่อกินเนื้อ เรียกไก่ เนื้อ แล้วก็จำพวกที่เลี้ยงเพื่อกินไข่ เรียกไก่ไข่
ไก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (Linnaeus)

อยู่ในตระกูล Phasianidae มีชื่อสามัญว่า domestic fowl
[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/b][/url] เป็นไก่ที่มีสายพันธุ์มาจากไก่ป่า (junglefowl) ก็เลยมีลักษณะทั่วๆไปเหมือนไก่ป่า ข้อแตกต่างที่พินิจได้ง่ายระหว่างไก่บ้านกับไก่ป่าก็คือ แข้งของไก่บ้านมีสีได้หลายสี ได้แก่ สีขาว สีเหลือง แม้กระนั้นของไก่ป่ามีเพียงสีเดียวคือสีเทาเข้ม

7
อื่นๆ / สัตววัตถุ อีกากับนกกาเหว่า
« เมื่อ: ธันวาคม 10, 2017, 02:50:26 PM »

อีกากับนกกาเหว่า
กาเป็นนกที่ถูกนกกาเหว่าออกไข่และให้ฟักแทนมากที่สุด นกกาเหว่าตัวเมียตกไข่ในตอนเวลาสายหลังจากกาออกจากรังไปแล้ว ก่อนออกไข่ นกกาเหว่าตัวเมียเป็นต้องทำลายไข่ของกาทุกคราว ครั้งละ ๑ ฟอง แล้วออกไข่ของมันตามธรรมดานกกาเหว่าตกไข่เพียง ๑ ครั้งต่อรังกาแต่ละรัง แม้กระนั้นอาจมีนกกาเหว่าตัวอื่นมาตกไข่ในรังการังเดียวกันได้ ลูกนกกาเหว่าที่กาฟักออกเป็นตัวแล้ว มักทำลายไข่ของกาที่เหลืออยู่หรือลูกของอีกาเสมอ [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u][/b][/url] รังอีกาลางรังพบได้มากอีกาตัวผู้แล้วก็กาตัวเมียเลี้ยงลูกนกกาเหว่า ๑ ตัว นกจำพวกนี้สร้างรังตามต้นไม้สูงๆโดยเอาก้านไม้มาขัดแย้งกันหยาบๆวางไข่ปีละครั้งละ ๓-๕ ฟอง ไข่สีฟ้าอมเขียว มีกระสีน้ำตาล ตัวเมียกกไข่ราว  ๑๘  วัน ก็เลยฟักออกมาเป็นตัว เพศผู้จะหาอาหารมาเลี้ยง แล้ว  ๓-๔  สัปดาห์ ตัวอ่อนก็เลยเริ่มฝึกบิน กาเป็นนกที่ฉลาดหลักแหลม สามารถเลียนเสื่อมเสียได้ดังนกแก้วหรือนกขุนทองแม้กระนั้นอาจเลียนได้ไม่มากมายคำ มีนิสัยขี้ขโมยลูกนกหรือไข่นกอื่นเป็นของกิน

8
อื่นๆ / สัตววัตถุ อีเเก
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2017, 11:00:38 PM »

อีแก
อีมึงเหมือนกา แต่ว่าตัวเล็กกว่า
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Corvus splendens  Vieillot
จัดอยู่ในสกุล  Corvidae
มีชื่อสามัญว่า house crow
ขนาดวัดจาดปลายปากถึงปลายหางยาวราว ๔๓ เซนติเมตร ปากหนา สีดำ ปลายแหลม หัวดำ แต่รอบๆท้ายทอยมีสีเทา ขนเรียกตัวมีสีดำ อาจมีสีเทาคละเคล้า คอ ข้างหลัง แล้วก็อกมีสีเทา ปีกสีดำ เล็บแข็งแรงและก็ทนมากมายนกประเภทนี้อยู่รวมกันเป็นฝูงเช่นเดียวกับกา แผดเสียงร้อง “กอๆ” ถ้าเกิดตัวหนึ่งตัวใดโดนจับจะเรียกให้ตัวอื่นมาช่วย นิสัยเฉลี่ยวฉลาดเกมคดโกงและก็ชอบทำร้าย ขโมยรับประทานลูกนกอื่น มักหากินในที่โล่งแจ้ง กินได้ทั้งยังพืชรวมทั้งสัตว์ อีเอ็งสร้างรังอยู่บนคาคบสูง โดยการเอากิ่งไม้แห้งมาขัดกันเป็นรูปแอ่งตื้นๆออกไข่คราวละ ๔-๕  ฟอง ไข่สีฟ้าอมเขียว ใช้เวลาฟักราว ๑๖-๑๗  วัน ลูกนกบินได้ราว  ๓๕  วัน ในประเทศไทยเจออีแกรอบๆจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และก็ประจวบเหมาะคิรีขันธ์ ในเมืองนอกพบอาศัยอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมากๆที่เนปาล ประเทศอินเดีย ศรีลังกา โดยทำมาหากินอยู่ตามกองขยะ นกสกุลแล้วก็ตระกูลเดียวกันอีกชนิดที่เจอในประเทศไทย คือ อีแก (Corvus  splendens  Vieillot) มีขนาดเล็กกว่าอีกาไม่มากมาย และก็ขนบริเวณท้ายทอยถึงต้นคอมีสีเทา

คุณประโยชน์ทางยา
 แพทย์ สมุนไพร แผนไทยใช้หัวกาสุมหรือเผาไฟ ผสมยาต้มแก้ไข้พิษ ไข้รอยดำ  ส่วนกระดูกกาเผาไฟผสมยามหานิลแท่งทองคำ (มอง  คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม  ๔  เครื่องยาธาตุวัตถุ)ใน พระหนังสือปฐมจินดาร์  มียากวาดแก้หละแสงเดือนขนานหนึ่ง เข้า “กระดูกกา” เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง ร่วมกับ “กระดูกอีแร้ง” และก็ “กระดูกงูงูเหลือม” ดังนี้ขนานหนึ่งท่านให้เอาหัวสุนักข์ดำ ๑ กระดูกกา ๑ กระดูกแร้ง ๑ กระดูกงูเหลือม ๑ รวมยา ๔  สิ่งนี้ เผาไฟให้ไหม้ ลิ้นสมุทร ๑ บอแร็ก ๑ กานพลูพิมเสน ๑ รวมยา ๘  สิ่งนี้เอาเท่าเทียม เอารากดินเผาเท่ายาทั้งหลาย  ทำเปนจุณ  เอาเหล้าเป็นกระสาย บดทำแท่งไว้ ละลายเหล้าทาปาก แก้หละแสงจันทร์หายดีนักนอกจากนี้ ในพระคู่มือดังที่กล่าวมาข้างต้นยังใช้ยากวาดซางแดงนานหนึ่ง ยาขนานนี้เข้า “ศีร์ษะกา” ร่วมกับ  “ศีรษะงูเห่า

9
อื่นๆ / สัตววัตถุ พญาเเร้ง
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2017, 04:01:13 PM »

พญาอีแร้ง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sarcogyps  calvus  (Scopoli) จัดอยู่ในสกุลเดียวกับอีแร้ง
เป็นตระกูล  Accipitridae
มีชื่อสามัญว่า  red-headded vulture หรือ king vulture
นกแร้งเจ้าพระยา หรือ อีแร้งหัวแดง (ลาว) ก็เรียก นกชนิดนี้เป็นนกขนาดใหญ่ ขนาดวัดจากปลายปากถึงปลายหางยาวราว  ๘๔  ซม. ขนทั่วตัวสีดำ หัว คอ รวมทั้งแข็งเป็นเนื้อสีแดง มีขนอุยสีน้ำตาลออกขาว มีแถบสีขาวตรงส่วนบนของอกและที่ต้นขาทั้งสอง เมื่ออายุยังน้อยขนทั่วตัวมีสีน้ำตาล ใต้ท้องสีอ่อนกว่า แล้วก็มีลักษณะเป็นลายเกร็ด ส่วนบนมีขนสีขาวทั่วไป
พญาอีแร้งไม่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเสมือนอีแร้งปกติ พบได้มากอยู่โดดเดี่ยวหรืออยู่เป็นคู่ และลวกินซากสัตว์ร่วมกับอีแร้งอื่นๆเชื่อว่านกประเภทนี้เป็น “เจ้าแห่งอีแร้ง” จำต้องลงกินซากสัตว์ก่อนจำพวกอื่นๆแล้วก็เลือกกินเฉพาะส่วนที่มีรสชาติดีเยี่ยมที่สุด ก็เลยเรียก“พญานกแร้ง” ชอบอาศัยอยู่ตามชายเขาและท้องนา มีเขตผู้กระทำระจายชนิดกว้างมากมาย ตั้งแต่ประเทศจีน  อินเดีย  ลงมาตอนใต้จนถึงคาบสมุทรมลายู ในอดีตกาลเคยพบเยอะมากอยู่ทั่วๆไปในประเทศไทย มักทำรังอยู่บนต้นไม้สูง ตามป่าเขาและทุ่งข้าว นากแล้วหลังจากนั้น ในประเทศไทยยังเจออีแร้งดำหิมาลัย (cinereous  vulture) อันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Aegypius  monachus  (Linnaeus) เป็นนกที่ย้ายถิ่นเข้ามายังประเทศไทยในตอนนอกฤดูสืบพันธุ์ หรือบางทีอาจเป็นนกที่หลงเข้ามา แต่ว่าเป็นนกหายากและมีจำนวนน้อยมาก

ประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยตามบ้านนอกใช้หัวอีแร้งเผา ผสมเป็นยาแก้ไข้รอยแดง ไข้พิษ กระดูกอีแร้งเผาไฟเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งใน “ยามมหานิลแท่งทอง” (มอง  คู่มือการปรุงยาแผนไทย เล่ม  ๔  เครื่องยาธาตุวัตถุ) แก่ไข้พิษ ไข้กาฬ ส่วนหางอีแร้งรวมทั้งหางอีกาเผาไฟ ตำราโบราณมีรสเย็น เบื่อ บดผสมกวาวเครือแก้ซางชัก และใช้รมภูติผีแม่ซื้อที่รบกวนเด็กที่เป็นลมซางจำพวกนี้ ถ้าแก้โลหิตเป็นพิษให้เข้า “ดีอีแร้ง” เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่ง ดังนี้ ยาแก้เลือดทำพิษ เอาดีนกแร้ง เจาะไนดี แล้วเอาพริกไทยตำยัด   ใส่ให้เต็ม ตากให้แห้ง หากจะแก้เลือดทำพิษ ให้ฝนกับเหล้ากินหายดีเลิศฯ พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์ให้ยาหลายขนานที่เข้า “กระดูกแร้ง”  เป็นเครื่องยาด้วย มีอยู่ขนานหนึ่งเข้า “ศีร์ษะนกแร้ง” เป็นยากวาดซางแดงดังนี้ [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u][/b][/url] ขนานหนึ่ง   ท่านให้เอาศีร์ษะงูเห่า  ๑  ศีร์ษะอีแร้ง  ๑  ศีร์ษะกา  ๑   หอยสังข์  ๑  รากดิน  ๑  ดอกบุนนาค  ๑  ดินถนำ  ๑  น้ำประสานทอง  ๑  หมึกหอม  ๑  นอแรด  ๑  เขากุย  ๑  มูลหมูไม่มีอารยธรรม  ๑  กฤษณา  ๑  กะลำภัก  ๑  ผลจันทร์  ๑  ดอกจันทร์  ๑  เขี้ยวเสือ  ๑  เขี้ยวจระเข้  ๑  เขี้ยวแรด  ๑  เขี้ยวหมู  ๑  ฟันกรามแรด  ๑  กรามช้าง  ๑   รวมยา  ๒๒  สิ่งนี้ เอาเท่าเทียม ทำเปณจุณ บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำมะนาว กวาดได้สารพัดทรางทั้งหมดหายวิเศษนัก

10
อื่นๆ / สัตววัตถุอีเเอ่นกินรัง
« เมื่อ: ธันวาคม 09, 2017, 04:00:49 PM »

อีแอ่นกินรัง
อีแอ่นรับประทานรังเป็นอีแอ่นอย่างน้อย ๓ ชนิด
ในสกุล Collocalia
สกุล Apodidae เป็น
๑.อีแอ่นรับประทานรัง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  fuciphaga  (Gmelin)
มีชื่อสามัญว่า  edible – nest  swiftlet ประเภทนี้สร้างรังด้วยน้ำลายล้วนๆ
สมุนไพร
๒.อีแอ่นรับประทานรังสะโพกขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  germani  Oustalet
มีชื่อสามัญว่า Germain’s  swiftlet จำพวกนี้ทำรังด้วยน้ำลายล้วนๆเช่นเดียวกับชนิดแรก

๓.อีแอ่นรังดำ หรือ อีแอ่นหางสี่เหลี่ยม
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocalia  maxima  Hume
ชื่อสามัญว่า  black – nested  swiftlet   ชนิดนี้ทำรังด้วยขนยาวราว  ๖0  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมจำนวนร้อยละ  ๔0 อีแอ่นในสกุล  Colocalia   ที่เจอในประเทศไทยมี  ๕  จำพวก  นอกเหนือจาก  ๓  จำพวกข้างต้นแล้ว   ที่เหลืออีก  ๒  จำพวกเป็น
๔.อีแอ่นท้องขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Colocalia  esculenta  (Linnaeus)
มีชื่อสามัญว่า  glossy  swiftlet   ประเภทนี้สร้างรังด้วยต้นหญ้าและพืชต่างๆ  มีน้ำลายเป็นตัวเชื่อมเพียงเล็กน้อย

11
อื่นๆ / สัตววัตถุ น้ำมันขนเเกะ
« เมื่อ: ธันวาคม 08, 2017, 01:40:17 AM »

น้ำมันขนแกะ
น้ำมันขนแกะ (wool-fat  หรือ  Adeps  Lanae) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากขนแกะ ส่วนปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน น้ำมันนี้มีส่วนสำคัญเป็นคอเลสเตอรอลแล้วก็ไฮโซคอเลสเตอรอล (isocholesterol) ตลอดจนเอสเตอร์ของกรดมันประเภทอื่นๆอีกหลากหลายประเภท ดังเช่น กรดแลโนแพลมิติก (lanopalmitic  acid) กรดแลโนชอลิก (lanocerric  acid) กรดคาร์นิวบิก  (carnubic  acid) กรดโอลีอิก (oleic  acid) กรดไมริสติก (myristic  acid) น้ำมันขนแกะนี้ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อดูดน้ำสำหรับเพื่อการทำยาขี้ผึ้ง (ointment)  และยาครีม  (cream) รวมทั้งใช้สำหรับทากันผิวหนังแห้งแตก โดยยิ่งไปกว่านั้นอากาศหนาวเมื่ออากาศแห้งมาก น้ำมันขนแกะที่มีน้ำผสมอยู่ด้วยจำนวนร้อยละ ๒๕-๓0 (hydrated  wool-fat) เรียก แลโนลิน  (lanolin)

คุณประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้นมแกะและเขาแกะเป็นกระสายยาและเครื่องยา ดังนี้
๑. น้ำนมแกะ ได้จากแกะตัวเมียที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ พระคัมภีร์คุณประโยชน์ (แลมหาพิกัด) บันทึกไว้ว่า “น้ำนมแกะแก้โรคหืดไอ แล้วก็จุกเสียด ก้าวหน้าไฟธาตุ” ยาขนานที่  ๖๖ ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ เข้า”นมแกะ” เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้
 สมุนไพร น้ำมันมหาวิศครรภราชไตล เอาโหราทั้งสอง หนัก ๗ บาท สคัดค้าน  ชะพลู เปล้าใหญ่ เปล้าราม เปล้าสีน้ำเงิน เทียน ๕  เทียนเยาวภานีเป็น  ๖  โกฏอีกทั้ง ๕ กานพลู ใบกระวาน ลูกเอ็น จันทน์แดง จันทน์ขาว หางไหล มหาละลาย   ลูกตลอด สิ่งละตำลึง  ๑  ตรีกระฏุก เปล้าน้อย พิมเสน รากไคร้หอม  รากต้นแฝกหอม ไค้เครือ เปราะหอม สิ่งละ ๒ ตำลึง รากคันทา สหัสคันทา  อัชระคันทา อบเชย รากผักแผ้วแดง รัตโชติ สิ่งละ  ๓  ตำลึง   รากเจตมูลเพลิงเเดง แก่นสน สิ่งละ  ๔  ตำลึง  กฤษณา  ใบตลอด สิ่งละ  ๕  ตำลึง  ลูกลางโพง   ๒0  ลูก  น้ำมะกรูด   น้ำมะนาวน้ำมะงั่ว น้ำส้มส้า นมโค น้ำนมกระบือ  น้ำนมแกะ นมแพะ น้ำมันคูเลละ น้ำมันเชตะ น้ำมันพิมเสน  น้ำมันดิน  สิ่งละทนาน   น้ำมันงาเชย  ๗  ทนาน มะพร้าวไฟ  ๓  ลูก บิดมัวแต่น้ำกะทิ หุงให้อาจแต่น้ำมัน   ทาแก้เส้นอุทธังคมาวาตา   อโธค   มาวาตา   อันปน พระโลหิต แล่นในพระเส้นสบาย ให้พระเส้นตึงแลกเปลี่ยนระด่างนั้นออกสม่ำเสมอ ข้าพพระพุทธเจ้าออกพระสิธิสารประกอบทูลเกล้าฯ   มอบให้ทรง  ใน วัน  ๓ ฯ ๑0  ค่ำ  ศักราช  ๒๒๓0   ปีเสือ  อัฐศกฯ
๒.เขาแกะ   ได้จากเขาของแกะทั้งปวงผู้รวมทั้งเพศเมีย   ใช้เป็นเครื่องยาในยาไทย  อย่างเช่น  “ยาจักรวาลฟ้าครอบ”   ในพระคัมภีร์ธาตุวิภังค์  ซึ่งมีบันทึกไว้ดังต่อไปนี้ยาชื่อจักรวาลฟ้าครอบ   แก้พิษไข้รอยดำทั้งสิ้น   สารพัดพิษอันอะไรก็แล้วแต่ก็ดีแล้ว   พิษกาฬด้านในข้างนอก   ในกลุ้มในใจดีแล้ว   แลพิษกาฬทั้งมวล  ๗๐๐   พวกที่ไม่ได้ขึ้นมาทำพิษ   คุดอยู่ในหัวใจแลตับปอดข้างในก็ดีแล้ว   แลหลบอยู่ตามผิวหนังภายในดีแล้ว   แลพิษโรคฝีดาษฝีหัวเดียว  ดีแล้ว   ตานทรางก็ดี   ท่านให้ยำยาขนานใหญ่นี้ไว้แก้   เว้นไว้แต่ว่าบุราณบาปแลเดี๋ยวนี้บาปนอกเหนือจากนั้นหายสิ้นแล   แพทย์ทั้งสิ้นจงเร่งทำยาขนานนี้ขึ้นไว้ให้เถิด   ก็เลยจะสู้กันกับกาฬ   ๗๐๐  พวกได้   ท่านให้เอา  เขี้ยวเสือ  ๑   เขี้ยวหมู  ๑   เขี้ยวหมี  ๑   เงี่ยงปลาฉนาก  ๑   เงี่ยงปลาปลากระเบน  ๑   นอแรด  ๑   งา  ๑   เขากุย  ๑   เขากวาง  ๑   เขาแพะ  ๑   เขาแกะ  ๑   ทั้งนี้คั่วให้เกรียม   หวายตะค้า  ๑   หวายตะมอย  ๑   เจ็ตต้นภังคี  ๑   สังกะระณี  ๑   ดอกสัตบุศย์  ๑   สัตตบงกเงินช  ๑   สัตบัน  ๑   บัวหลวง  ๑   บัวขม  ๑   บัวเผื่อน  ๑   จงมายากลนี  ๑   พิกุล  ๑   บุนนาค  ๑   สาระภี  ๑   มลิซ้อน  ๑   มลิลา  ๑   ดอกจำปา  ๑   ดอกกระดังงา  ๑   กฤษณา  ๑   กะลำภัก  ๑   ขอนดอก  ๑   ใบพิมเสน  ๑   พิมเสนเกล็ด  ๑   การะบูร  ๑   น้ำประสานทอง  ๑   โกฏ  ๕  หนึ่ง   เทียน  ๕  หนึ่ง   ลูกจันทร์  ๑   ดอกจันทร์  ๑  กระวาน ๑   กานพลู  ๑   สมุลแว้ง  ๑   เห็ดกะถินขาว  ๑   เห็ดกะถินวิมาน  ๑   เห็ดมะพร้าว  ๑   เห็ดตาล  ๑   เห็ดงูเห่า  ๑   เห็ดมะขาม  ๑   เห็ดไม้รัง  ๑   เห็ดไม้แดง  ๑   เห็ดตับเต่า  ๑   หัวมหารอยดำ  ๕  หนึ่ง   ยาดังนี้เอาส่วนเสมอกัน   สารพัน  (ดี)   เป็นน้ำกระสายบดปั้นแท่งไว้   แก้กาฬ  ๗๐๐  ประเภท   แก้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง   น้ำกระสายยายักใช้เอาตามแต่ที่ถูกใจด้วยโรคนั้นเหอะ   แก้ในวสันตฤดู   คือน่าฝนแล

Tags : สมุนไพร

12
อื่นๆ / สัตววัตถุ ชะมดเชียง
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 03:11:21 AM »

ชะมดเชียง
ชะมดเช็ดเป็นสัตว์หลายอย่างในสกุล  Moschus จัดอยู่ในสกุล  Cervidae (ในความหมายหนึ่งของคำ “เชียง” มีความหมายว่าที่สูง) ตำราเรียนบางเล่มเรียกสัตว์เหล่านี้ว่า กวางชะมด ตามชื่อสามัญที่เรียก musk deer แม้กระนั้นชะมดเช็ดมีลักษณะหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับกวาง เป็นต้นว่า ลำตัวมีขนาดเล็กถึงปานกลาง ตัวผู้มีเขี้ยวใหญ่แล้วก็ยาวมากมาย ด้านบนของกะโหลกไม่มีปุ่มกระดูกที่ปฏิบัติภารกิจเป็นฐานรองรับโคนเขา
ชีววิทยาของชะมดเชียง
ชะมดเช็ดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีกีบคู่ รูปร่างคล้ายสัตว์พวกกวาง มีขนาดเล็ก วัดจากปลายจมูกถึงตูด ๘๐-๑๐๐ ซม. น้ำหนักตัว ๗-๑๗ กิโลกรัม หัวเล็ก   ไม่มีเขา เพศผู้มีเขายาวเหมือนใบมีด ยื่นพ้นฝีปากบนอย่างชัดเจน ตัวเมียมีเขี้ยวสั้นมากไม่ยื่นออกมาเสมือนตัวผู้ ใต้คอมีแถบขนสีขาว ๑-๒  แถบ ขนบนลำตัวค่อนข้างหยาบคาย สีลำตัวผันไปสุดแต่ประเภทมีตั้งแต่สีน้ำตาลอมเหลือง น้ำตาลเข้มจนกระทั่งสีคล้ำเกือบดำ ใต้ท้องสีจางกว่าลางชนิดมีจุดสีจางๆบนด้านข้างของลำตัวมีถุงน้ำดี   นมมี ๑ คู่ ขาคู่ขี้เกียจมากกว่าขาคู่หน้าราว ๕ ซม. กีบเท้ายาวเรียว ตัวผู้เมื่อโตเต็มกำลังมีต่อมคล้ายถุงอยู่ระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์กับสะดือสำหรับผลิตสารที่มีกลิ่น ลักษณะเป็นน้ำมันคล้ายวุ้นสีน้ำตาลแกมแดง เมื่อแห้งจะเป็นก้อน และก็เปลี่ยนเป็นสีดำ เรียกชะมดเชียงหรือ musk ซึ่งตำราเรียนหลายเล่มเขียนไม่ถูกว่า ชะมดเชียงได้จากอัณฑะ(testes)   ของสัตว์พวกนี้ชะมดเชียงที่ใช้เครื่องยาที่เรียก ชะมดเช็ด ด้วยเหมือนกันนั้น บางทีอาจได้จากสัตว์ ๔ จำพวก เป็น
๑.จำพวกที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus moschiferus Linnaeus ประเภทนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดลำตัว ๕๕-๖๐ เซนติเมตร ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม มักมีลายจุดและก็ขีดสีจางกว่าบนลำตัว ขนค่อนข้างจะยาวและนุ่ม คอมีแถบสีขาวพิงตามแนวยาว ๒ แถบ กระดูกขายาวกว่าชนิดอื่นๆลูกชะมดเช็ดประเภทนี้มีลายจุดแล้วก็ขีดสีขาวเด่นหมดทั้งตัว เจออาศัยอยู่ในดินแดนไซบีเรียจนกระทั่งเกาะแซ็กคาลินในประเทศรัสเซีย มองโกเลีย เกาหลี แล้วก็จีนทางเหนือ
๒.ชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus  chrysogaster  (Hodgson) ขนาดลำตัว  ๕๐-๕๖  เซนติเมตร กะโหลกหัวมีส่วนปากยาวกว่าประเภทอื่น ลำตัวสีน้ำตาลเหลือง   มีประสีจาง   ไม่แจ่มชัดนัก ปลายใบหูสีเหลือง   ลำคอมีแถบกว้างสีขาวเพียงแต่แถบเดียวจำพวกย่อยที่เจอในรัฐสิกขิมของประเทศอินเดียแล้วก็เนปาล มีลำตัวสีน้ำตาลคล้ำแทบดำ ไม่มีแถบสีขาวที่ลำคอ อาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงแถบแนวเขาหิมาลัยแล้วก็แนวเขาใกล้เคียงในประเทศอัฟกานีสถานที่ ปากีสถาน ภาคเหนือของประเทศอินเดีย (ในเมืองชัมมูและก็กัศมีร์กับเมืองสิกขิม) ภูเขาฏาน เนปาล แล้วก็ภาคตะวันตกของจีน
๓.ประเภทที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus   fuscus  Li  ขนาดลำตัว ๕๐-๕๓ ซม. ลำตัวสีดำเข้ม ไม่มีสีจางบนลำตัว มักอยู่ตามซอกเขาลึก ริมแม่น้ำในเขตยุนครึ้มนของจีนและเขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศพม่าภาคเหนือ เนปาล เมืองสิกขิมของอินเดีย  รวมทั้งภูเขาฏาน
๔.ชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus  berzovskii  Flerov  ประเภทนี้คราวขนาดเล็กที่สุด ขนาดลำตัวสั้นกว่า ๕๐ เซนติเมตร ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม มีจุดละเอียดสีน้ำตาลเหลืองประตลอดลำตัว ลำคอมีลายแถบสีขาว ๒ แถบ ปลายใบหูมีสีดำ พบอาศัยอยู่ในป่าทึบของจีน ตั้งแต่ภาคตะวันตก ภาคใต้ ไปจนกระทั่งถึงชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม
ชะมดเช็ดเป็นสัตว์ประหม่า
มักซุกซ่อนตัว มีประสาทรับเสียงดีเลิศ เมื่อตกอกตกใจจะกระโจนหนีไปอย่างเร็ว ในช่วงเช้าแล้วก็เย็นจะออกจากแหล่งที่พักนอน ซึ่งเป็นตามซอกหินหรือขอนไม้เพื่อทำมาหากิน   ตัวอย่างเช่น ดอกไม้ ใบไม้ ยอดอ่อนของพืช แล้วก็หญ้า ในฤดูหนาวจะกินก้านไม้เล็กๆมอส และไลเคนตามปรกติอยู่สันโดษตลอดปี เว้นเสียแต่กลุ่มของชะมดเชียงตัวเมียกับลูกแค่นั้นในเขตที่อาศัยมีทางเดินติดต่อกันระหว่างแหล่งอาหาร แหล่งลี้ภัย รวมทั้งที่ถ่ายมูลหลังจากที่ถ่ายมูลจะใช้ขาคู่หน้าเขี่ยดินกลบ สมุนไพร ชะมดเช็ดเพศผู้แสดงแนวเขตโดยการเอากลิ่นจากต่อมทาไว้ตามต้นไม้ ก้านไม้ และหิน พิจารณาได้จากรอยเปื้อนน้ำมันที่ติดอยู่เข้าใจว่ากลิ่นดังกล่าวยังใช้เป็นสื่อให้ตัวเมียเข้ามาหาด้วย
ฤดูผสมพันธุ์ของชะมดเช็ด
อยู่ในราวพ.ย.ถึงธ.ค. ตัวผู้วิ่งตามต้อนตัวเมียและสู้กับเพศผู้ตัวอื่นๆเพื่อฉกชิงตัวเมีย เขี้ยวที่ยาวอาจจะทำให้กำเนิดรอยแผลฉกรรจ์บนลำคอและก็บนแผ่นข้างหลังของคู่ต่อสู้ ในช่วงนี้ตัวผู้แทบจะอดอาหารเลย ทั้งยังตื่นตัวอยู่ตลอดระยะเวลารวมทั้งวิ่งไปมาในรอบๆกว้าง เมื่อหมดฤดูสืบพันธุ์ก็เลยจะกลับไปอาศัยอยู่บริเวณที่อยู่เดิมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะมีท้องนาน  ๑๕๐-๑๘๐   วัน โดยทั่วไปจะคลอดครั้งละตัว ลูกอ่อนเมื่อแรกเกิดมีน้ำหนัก  ๖๐๐-๗๐๐  กรัม ลำตัวมีจุดแล้วก็ขีดสีขาวบดบังหมดทั้งตัว ในตอนอาทิตย์แรก ลูกชะมดเชียงซุกตัวนิ่งอยู่ตามซอกหินหรือตามพุ่มทึบ ตัวเมียเข้าไปให้นมลูกเป็นครั้งเป็นคราว ในระหว่างรับประทานนมลูกจะใช้ขาหน้าเกาะเขี่ยขาคู่หลังของแม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นให้นมไหล ความประพฤติแบบนี้ไม่พบในสัตว์พวกกวาง เมื่ออายุได้รา  ๑ เดือน ก็เลยออกไปพบรับประทานพร้อมกับแม่ ชะมดเชียงแก่  ๘-๑๒  ปี   ถิ่นที่อยู่ส่วนมากเป็นป่าที่อยู่ไกลห่างจากชุมชน มักเป็นป่าสนหรือป่าผลัดใบที่รกทึบบนภูเขาหิน ในเขตหนาวและเขตอบอุ่นของซีกโลกภาคเหนือ ตั้งแต่ประเทศรัสเซีย มองโกเลีย ประเทศเกาหลี จีน ลงมาถึงตามประเทศที่อยู่ตามแนวแนวเขา ในภูมิภาคเอเชียใต้ ดังเช่นว่า อัฟกานีสถานที่ประเทศปากีสถาน ตอนเหนือของอินเดีย เมืองสิกขิม ภูฏาน เนปาล และภูมิภาคในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เมียนมาร์จนกระทั่งเวียดนาม

ประโยชน์ทางยา
สรรพคุณทางโบราณว่า ชะมดเชียงมีรสหอมเย็นและคาวนิดหน่อย ใช้ปรุงเป็นยาชูกำลังและก็บำรุง ใจไม่ให้ขุ่นหมอง ใช้ผสมในยาแผนไทยต่างๆหลายขนาน ดังเช่นว่ายาแก้ลมยาแก้เจ็บคอยาแก้ไข้หนาวสั่น ยาแก้โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อ แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อในโรคไอกรน แม้กระนั้นมักใช้ในจำนวนน้อย เนื่องจากว่าราคาแพงแพงและหายาก ชะมดเชียงมีองค์ประกอบทางเคมี ชื่อสาร  มัสโคลน(muscone)ยิ่งกว่านั้นยังมีชัน(resin)คอเลสเตอรีน(cholesterin) โปรตีนไขมันรวมทั้งสารอื่นๆอีกหลากหลายประเภท ใช้ในอุตสาหกรรมทำน้ำหอม

13

สุดยอดยากษัยเส้น ที่รักษาโรคให้หายขาด
ขายส่งกระชายดำ ได้อธิบายเรื่องโรคกษัยไว้อย่างละเอียดว่า ไกษย (กษัย, กไสย) คือโรคที่มีขึ้นแก่มนุษย์ ทำให้มีอาการแห่งความเสียหาย ซูมผอมบาง สุขภาพเกี่ยวกับร่างกายไม่สมบูรณ์ ดังนี้ขายกษัยเส้น[/url][/i]เนื่องจากเป็นโรคหรือไข้อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของร่างกายให้ทรุดโทรมไปทีละเล็กละน้อย ตรงเวลาต่อเนื่องกัน โดยมิได้รับการบำบัดรักษา หรือรักษาแม้กระนั้นไม่ถูกกับโรคหรือไข้นั้นๆโดยตรง เพราะว่าไม่มีอาการอะไรรุนแรงให้เห็นชัด
ขายยากษัยเส้นเป็นยารูปแบบเม็ด ใช้เพื่อทุเลาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้กษัยเส้น กษัยลม แก้ท้องเป็นเถา ใช้เป็นยา ใช้เป็นธาตุเบา (รับประทานยาระบายอ่อนๆก็ถ่าย) 2 เม็ด ธาตุกลาง 3 เม็ด รวมทั้งใช้ธาตุหนัก (จำเป็นต้องกินยาถ่ายมากๆก็เลยจะถ่าย) 4 เม็ด ซึ่งถ้าหากอยากระบายอ่อนๆยาตัวนี้ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร แล้วก็ในเด็ก และมีข้อควรคำนึง
อย่างไรก็ตามรับผลิตกษัยเส้นเดี๋ยวนี้มียากษัยเส้นหลายยี่ห้อวางจำหน่ายตามตลาด ผู้ที่จะใช้รักษากษัยควรจะพินิจพิเคราะห์ตัวที่เชื่อถือได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์แผนโบราณก่อนใช้ เนื่องด้วยยาแต่ละตัวเห็นผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งขายยากษัยเส้นอาจเป็นผลข้างเคียงต่อคนเจ็บได้
ขายยากษัยเส้นสำหรับคนใดกันแน่ที่มีปัญหาข้างต้นอยากหา สินค้าที่ช่วยในเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระ แล้วก็ความเสื่อมโทรมของระบบในร่างกาย ความสามารถ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ลดสิว กระ จุดด่างดำ ฝ้า แก่ก่อนวัย และปัญหาผิว
ขายยากษัยเส้นสามารถแก้ปวด อักเสบ ข้อ กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ คลายเส้น อีกทั้งกระทันหัน รวมทั้ง เรื้อรัง
- ขายยากษัยเส้นสามารถสำหรับข้อหัวเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกทับเส้น กระดูกทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกทับเส้น
- ขายยากษัยเส้นสามารถแก้อาการ ชา ปลายมือ ปลายตีน ไหลเวียนเลือดเต็มประสิทธิภาพ ไปเลี้ยงปลายมือปลายตีนอย่างมาก
- ขายยากษัยเส้นสามารถแก้กษัย ทำระบบทางเดินปัสสาวะให้สะอาด แก้อาการบวมน้ำ ขาบวม ตัวบวม เมื่อไตดี ก็หายปวดหลังปวดเอว ค่อยตนสบายตัว
- ขายยากษัยเส้นสามารถขับล้างกรดยูริก แล้วก็ กรดแลคติก ที่มีสะสมมากจนเกินความจำเป็น ออกทางปัสสาวะ แล้วก็ อุจจาระ ทีละเล็กละน้อยไปเรื่อยส่งผลให้เก๊าท์ต่ำลงเรื่อยๆ
- ขายยากษัยเส้นสามารถบำรุงเส้นเอ็น รวมทั้ง กล้ามเนื้อให้แรง มีความเหนียว และก็ ยืดหยุ่นก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายหายเหน็ดเหนื่อย กระปรี้กระเปล่า บำรุงกำลัง
- ขายยากษัยเส้นสามารถทำให้นอนหลับสบาย ล้างพิษภายในร่างกาย แก้เส้นท้องตึง
- ขายยากษัยเส้นสามารถแก้เส้นเลือดขอด
ส่วนประกอบสำคัญ
 

ลูกกระวาน
 
โกฐน้ำเต้า
 
รากเจตมูลเพลิงแดง
 
รงทองประสะ
 
สมอไทย
 
ยาดำ
 
อื่นๆ

ขายยากษัยเส้น ขายส่งยากษัยเส้น จำหน่ายยากษัยเส้น
แคปซูลยากษัยเส้น รับผลิตยากษัยเส้น

แก้กษัยเส้น เส้นตึง ช่วยขับลม
ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดข้อ ชามือ ชาเท้า
ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคอัมพฤกษ์
ขับลมในเส้นเอนตามส่วนต่างๆของร่างกาย
ขับอาการร้อนที่ผิดปกติ คลายกล้ามเนื้อที่ตึงเกินไป
แก้กระดูกทับเส้น ท้องผูกเรื้อรัง ช่วยระบายอ่อนๆ
สรรพคุณสมอไทย
สมอไทย สมอไทยในหนังสือเรียนยาหมอแผนไทยมีสรรพคุณค่าดังนี้
ใช้รักษาอาการบิด แก้ไข้ ขับเสมหะ ขับน้ำดี ใช้เป็นยาระบาย
และรักษาโรคท้องเดิน บำรุงร่างกาย ใช้ฟอกเลือด  แก้ร้อนใน
รักษาสมดุลของธาตุต่างๆภายในร่างกาย ใช้แก้ไอ แก้เจ็บคอ
แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงน้ำดี ขับฉี่
ขับน้ำเหลือง ช่วยให้เจริญอาหาร แก้เจ็บท้องรับผลิตกษัยเส้น
ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง หยุดประสาท รวมทั้งยังสามารถ
ใช้รักษา และก็คุ้มครองปกป้องโรคต่างๆได้อีกได้แก่ โรคมะเร็ง โรคตับขับพิษให้ออกจากร่างกาย (ดีท๊อกซ์) แคปซูลกษัยเส้นโรคภูมิแพ้ ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการอักเสบ
รวมทั้งต้านทานเชื้อต่างๆยกตัวอย่างเช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย
และก็ยังอุดมด้วยแร่ธาตุ แล้วก็วิตามินต่างๆอีกเยอะมากขายส่งกษัยเส้น
ที่สำคัญสมอไทยยังถูกจัดอยู่ในพิกัดตรีผลา
เช่นเดียวกับมะขามป้อมและก็สมอพิเภกอีกด้วย
สรรพคุณอื่นๆ
สรรพคุณเจียวกู่หลาน
เจียวกู่หลานสรรพคุณ หมอแผนจีนใช้ส่วนเหนือดินหรือใบ
เป็นยาแก้อักเสบแก้ไอ ขับเสลด
แก้หลอดลมอักเสบจำพวกเรื้อรัง แพทย์แผนไทย
ใช้ส่วนที่เป็นก้านตากแห้งบดละเอียดเช่นกัน
แก้เหน็ดเหนื่อย แก้แผลอักเสบ ช่วยทำให้ไม่เหนื่อยง่าย แคปซูลกษัยเส้นเจียวกู่หลาน ในเจียวกู่หลานมีสารจีแพนโนไซด์ (Gypenoside) ที่ออกฤทธิ์คล้ายกับจินเซนโนไซด์ เจอได้ในโสม จึงทำให้มีคุณประโยชน์ในแบบเรียนยาแผนโบราณหมายถึงช่วยทำนุบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ รวมทั้งใช้ขับเสลด แก้ไอ แก้อักเสบ ทุเลาลักษณะของการปวดกระดูก ส่วนเจียวกู่หลานสำหรับเพื่อการขายส่งกษัยเส้นหมอแผนปัจจุบันมีคุณประโยชน์ ลดไขมันแล้วก็คลอเรสเตอรอลในเลือด ลดการเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคหัวใจ ปรับความสมดุลของระบบเลือด ลดความดันเลือด ควบคุมน้ำตาลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคเบาหวาน ต่อต้านอนุมูลอิสระ คุ้มครองป้องกันความเสื่อมโทรมของเซลล์ต่างๆในร่างกายรับผลิตกษัยเส้นทั้งยังสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ปกป้องรักษาตับ คุ้มครองป้องกันโรคสูญเสียความจำ ต้านทานเซลล์มะเร็ง ป้องกันการเกิดภาวการณ์ตันของเส้นโลหิตในสมองได้ขายส่งกษัยเส้น
สรรพคุณถั่งเช่า
ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ต่างๆเยอะแยะ อย่างเช่น เสริมสร้างรวมทั้งปรับแต่งลักษณะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างขายส่งกษัยเส้นหลักการทำงานของตับ บำรุงเลือด โดยช่วยทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกเยอะขึ้นทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำอย่างเพียงพอและช่วยลดระดับน้ำตาลรวมทั้งลดไขมันในเลือดแคปซูลกษัยเส้นอีกทั้งในถั่งเช่ายังเจอสาร คอไดเซปิน (cordycepin) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต บำรุงไต รวมทั้งยังมีกรดคอไดเซปิค (codycepic acid) ที่มีสรรพคุณเพิ่มการเผาผลาญอาหารรวมถึงช่วยสลายลิ่มเลือดคุ้มครองโรคหัวใจขาดเลือดและก็คุ้มครองปกป้องเลือดออกในสมองรวมถึงสารโพลีแซคคาไรด์ในถั่งเช่ายังช่วยต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งต้านเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านี้ถั่งเช่ายังเสริมความสามารถทางเพศและช่วยให้น้ำเชื้อแข็งแรงทั้งทำให้เสปิร์มในน้ำเชื้อแข็งแรงได้อีกด้วยรับผลิตกษัยเส้น

Tags : ขายส่งกษัยเส้น

14

สรรพคุณอันน่าทึ่ง 35 ประการของว่านชักมดลูก
ขายว่านชักมดลูกมีความปลอดภัยมากยิ่งกว่า กวาวเครือขาว แล้วก็ยังช่วยให้ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ขายว่านชักมดลูก ช่วยรักษาอาการมดลูกทรุดตัว หรือมดลูกต่ำไม่เข้าที่ มีส่วนช่วยเสริมหรือขยายหน้าอกคุณประโยชน์ของว่านชักมดลูก ช่วยให้ผิวพรรณผ่องแผ้วผ่องใส ขาวนวล รวมทั้งมีเลือดฝาด มีส่วนช่วยลดลางเลือนรอยเหี่ยวย่น ฝ้า และก็รอยดำ ประโยชน์ซึ่งมาจากว่านชักมดลูก ช่วยแก้อารมณ์แปรปรวนต่างๆของสตรี อาทิเช่น อารมณ์โกรธ จิตใจห่อเหี่ยวใจ ขี้โมโห อ่อนไหวง่าย ให้หายไป ช่วยกระชับพุงที่หย่อนยานคล้อยหลังคลอดลูก ช่วยกระชับช่องคลอดข้างในของสตรี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ขายว่านชักมดลูกช่วยคุ้มครองโรคมะเร็งปากช่องคลอดหรือในมดลูก ช่วยรักษาซีสต์หรือเนื้องอกด้านในช่องคลอดให้ฝ่อตัวลง ช่วยกำจัดกลิ่นภายในช่องคลอดของสตรีให้ลดน้อยลงหรือหายไป ช่วยเพิ่มน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดของสตรี ช่วยรักษาอาการถ่วงเสียวของมดลูก หรือลักษณะของการเจ็บท้องน้อยบ่อยๆให้ดีขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาอาการระดูมาเปลี่ยนไปจากปกติ ช่วยรักษาอาการปวดท้องระหว่างมีระดู หรืออาการปวดท้องอย่างรุนแรงให้มีลักษณะดีขึ้น ขายส่งว่านชักมดลูกช่วยแก้อาการตกขาวในสตรี ทำให้อาการดีขึ้น ช่วยทำสตรีมีอารมณ์ทางเพศที่บริบูรณ์ ทำให้อารมณ์ทางเพศหายไปกลับมาเหมือนเดิม ขายว่านชักมดลูกสรรพคุณ ช่วยขับน้ำคร่ำ ช่วยแก้พิษของกินไม่ย่อย ช่วยรักษาแล้วก็บรรเทาลักษณะโรคริดสีดวงทวาร ช่วยรักษาโรคโรคไส้เลื่อน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยทอง คุณประโยชน์ว่านชักมดลูก ช่วยขจัดกลิ่นปาก แล้วก็กลิ่นตามตัว ช่วยต้านอนุมูลอิสระและก็การอักเสบต่างๆซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมแล้วก็ค้างมไม่ดีเหมือนปกติของเซลล์ภายในร่างกายขายว่านชักมดลูก สรรพคุณช่วยป้องกันเซลล์เรตินาของตาจากอนุมูลอิสระต่างๆขายส่งว่านชักมดลูกช่วยคุ้มครองป้องกันโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อมของคนวัยทอง ช่วยคุ้มครองและก็รักษาโรคกระดูกพรุน โดยช่วยคุ้มครองปกป้องการสูญเสียแคลเซียม ช่วยรักษาความหน้าแน่นของมวลกระดูก ขายว่านชักมดลูกผลดีว่านชักมดลูก ช่วยรักษาซ่อมระบบเส้นโลหิตและหัวใจ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งตัวมากยิ่งขึ้น ช่วยคุ้มครองอาการเยื่อบุฝาผนังเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจขาดความยืดหยุ่น ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (P388 leukemic cell) ด้วยการไปทำลายดีเอ็นของเซลล์มะเร็ง ช่วยสำหรับในการลำเลียงไขมันออกจากเยื่อต่างๆเข้าไปในตับและก็ช่วยเสริมให้เกิดการขับคอเลสเตอรอลและก็กรดน้ำดีสู่ทางเดินอาหารแล้วก็ออกจากร่างกายพร้อมด้วยอุจจาระ รับผลิตว่านชักมดลูกคุณประโยชน์ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี และก็ช่วยเสริมให้มีการหลั่งกรดน้ำดีมากเพิ่มขึ้น จึงช่วยลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับจากพิษคาร์บอนเตตร้าคลอไรด์ โดยไปช่วยกระตุ้นกลไกการล้างพิษแล้วก็ลดการสร้างสารเคมีที่เป็นพิษกับร่างกาย ช่วยคุ้มครองป้องกันตับแล้วก็ไต มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์กับโรคในระบบประสาท นำมาเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับเพื่อการผลิตยาสมุนไพรและขายยี่ห้อต่างๆทั้งจำพวกแคปซูล ชนิดผง
ส่วนประกอบสำคัญ
ว่านชักมดลูก
ว่านมหาเมฆ
โกฐเชียง
ดอกคำฝอย
ขิง
ดีปลี
ฝางเจตมูลเพลิงแดง
โสมคน
อื่นๆ

ขายว่านชักมดลูก[/url] ขายส่งว่านชักมดลูก แคปซูลว่านชักมดลูก
รับผลิตว่านชักมดลูก[/size][/b]
ขายว่านชักมดลูกสรรพคุณช่วยกระชับช่องคลอดภายในสตรี
ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงจะแระสงค์ ทำให้มดลูกต่ำ
และอาการตกขาวดีขึ้นตามเดิม
ช่วยรักษาลักษณะของการปวดระดู
ทำให้อารมย์ทางเพศสมบูรณ์
รักษาอาการถ่วงเสียวมดลูก
หรือปวดท้องน้อยตอนมีประจำเดือน
ขายว่านชักมดลูก นับว่าเป็นสมุนไพร สำหรับสตรี
อย่างแท้จริง โดยมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้ รักษาอาการปวดระดู
มาไม่ดีเหมือนปกติ รักษาอาการเลือดออกจากมดลูกหลังคลอด
รักษามดลูกอักเสบ แคปซูลว่านชักมดลูกช่วยบรรเทาอาการปวดท้องระหว่างมีระดู
ขับน้ำคร่ำ แก้ตกขาว บรรเทาอาการปวดภายหลังคลอดบุตร
ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วกว่าธรรมดาในสตรีหลังคลอด ส่วนคุณประโยชน์
ของการขายชักมดลูกที่ใช้ได้อีกทั้งชายและหญิง คือ ใช้รักษาอาการ
ตับอักเสบ แก้เจ็บท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการริดสีดวงทวาร
ใช้แก้ธาตุทุพพลภาพ แล้วก็ของกินไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ลดลักษณะของการปวดบวมและการอักเสบของแผลต่างๆช่วยกระตุ้น
การสร้างเซลล์ใหม่และก็ซ่อมแซมความทรุดโทรมของเซลล์แคปซูลว่านชักมดลูก
ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใสสดใส ช่วยลดคลอเรสเตอรอล
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากว่าสาร curcumin
ในว่านชักมดลูกมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้วก็ยับยั้งการเกิด
ออโตออกซิเดชั่นได้
ดอกคำฝอย สรรพคุณของดอกคำฝอยนั้นมีดังนี้ ใช้เป็นยาระบาย
ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยทำนุบำรุงประสาท บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ
รักษาลักษณะของการมีไข้หลังคลอดลูก บรรเทาอาการปวดของสตรีรับผลิตว่านชักมดลูก
ที่รอบเดือนมาไม่ปกติ รักษาอาการดีซ่าน ใช้แก้หวัด
รักษาอาการบวม ต่อต้านการเกิดออกซิเดชั่นต่างๆอาทิเช่น ปกป้องรักษา
เซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยคุ้มครองปกป้องอาการ
อัลไซเมอร์ คุ้มครองปกป้องเซลล์สร้างกระดูกและไขกระดูก ช่วยเพิ่มการ
แคปซูลว่านชักมดลูกสร้างเม็ดเลือด และก็คุ้มครองปกป้องแขนเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดคุ้มครองปกป้องตับทำให้
ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งตับ ขายว่านชักมดลูกสาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในระบบ
ไหลเวียนโลหิต ทำให้สามารถลดความด้นเลือด และคุ้มครองปกป้อง
การเกิดโรคหัวใจ รวมถึงโรคเส้นโลหิตในสมองด้วย
ลดระดับน้ำตาลรวมทั้งคลอเรสเตอรอลในเลือดรวมถึงสามารถรับผลิตว่านชักมดลูก
บรรเทาลักษณะของการปวดและก็ต้านการอักเสบได้
สรรพคุณอื่นๆ
สรรพคุณสะค้าน
สะค้าน [/b]ใช้ปรุงอาหารช่วยเพิ่มรสเผ็ด เป็นต้นว่าใส่แกงหน่อ แกงขนุน(ม้ง) แก่นไม้ ซอยใส่ลาบ ใส่แกง(กะเหรี่ยงแดง) ลำต้น ใช้ใส่แกง ช่วยให้มีกลิ่นหอมยวนใจ(ขมุ) ลำต้น ใช้เป็นเครื่องเทศทำอาหารเพิ่มรสเผ็ด(เมี่ยน) ลำต้น ใช้เป็นองค์ประกอบในแคปซูลว่านชักมดลูกของกิน ช่วยกำจัดกลิ่นคาว(ไทลื้อ) เครือแก่ สับเป็นแว่นเล็กๆแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปเป็นส่วนประกอบในของกิน ดังเช่น แกงหัวปลี, ใบอ่อน นำไปแกงขนุน มีกลิ่นหอมสดชื่น(ชาวเมือง) แก้ลมอัมพฤกษ์ แก้ลมในทรวงอก ขับลมในทรวงอก ขับลมในลำไส้ บำรุงกำลัง แก้ไข้ แก้โรคหืด แก้จุดเสียด รักษาธาตุ ใช้เป็นยาแก้ลมในกองเสมหะเลือด (ใบ) ดอกมีรสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณเป็นยาแก้ลมอัมพฤกษ์ ลมปัตคาดที่เกิดขึ้นมาจากพิษพรรดึก (ดอก) ผลมีรสร้อนนิดหน่อย ใช้เป็นยาแก้ลมแน่นในทรวงอก (ผล)รับผลิตว่านชักมดลูก
สะค้านหรือเถาสะค้านเป็นเครื่องยาไทย โบราณจัดไว้เป็นตัวยาประจำธาตุลม หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่าสะค้านมีรสเผ็ดร้อน แก้ลมอันบังเกิดในกองธาตุรวมทั้งกอง สมุฏฐาน ใช้ขับลมในไส้ แก้จุดเสียด แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุทำให้ผายเรอ ไม่อยากอาหาร มือเท้าเย็น ปากแห้ง คอแห้ง คลื่นเหียนอาเจียนจนกระทั่งขั้นหายใจขัด เครื่องยานี้จัดอยู่ในพิกัดยาที่เรียกว่า “เบญจกูล” เป็นตัวยาในตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณหลายขนาน พบในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2549 2 ตำรับ ดังเช่นว่าแคปซูลว่านชักมดลูกยาหอมนวโกฐ และก็ยาประสะกานพลู
สรรพคุณขี้เหล็ก
ขี้เหล็ก รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย รักษาโรคหืด รักษาโรคโลหิตทุพพลภาพ ผายธาตุรักษารังแค ขับพยาธิ สารในกรุ๊ปแอนทราควิโนน (anthraquinones) ช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ทำให้ขายส่งว่านชักลูกขับถ่ายได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นยาระบาย และแก้ของกินท้องผูก ช่วยยั้งรวมทั้งชะลอการขยายตัวของเซลล์ของมะเร็ง
ใบขี้เหล็ก รักษาโรคบิด เบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาโรคฝีมะม่วง รักษาโรคเหน็บชา ลดระดับความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย รักษาอาการนอนไม่หลับ รับผลิตว่านชักมดลูกใบขี้เหล็กมีสารที่ชื่อว่า “แอนไฮไดรบาราคอล” (Anhydrobarakol) ที่มีสรรพคุณช่วยสำหรับในการแคปซูลว่านชักมดลูกผ่อนคลายความเครียดบรรเทาอาการจิตเพ้อเจ้อ
แก่น รักษาโรคโรคเบาหวาน รักษาโรคหนองใน ใช้เป็นยาระบาย รักษาวัณโรค รักษาโรคมะเร็งปอด ปอดอักเสบ โรคมะเร็งไส้ โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
รากขี้เหล็ก รวมทั้งเปลือกลำต้น (รสขม) ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ในลักษณะเดียวกันที่กล่าวข้างต้น นำเปลือกขี้เหล็กมาต้มน้ำอาบในลักษณะเช่นเดียวกันกับใบ เพื่อรักษาโรคผิวหนัง นำราก และก็เปลือกมาต้มดื่ม ช่วยอาการท้องเดิน แก้เมื่อย แก้อาการเหน็บชะตามร่างกาย บำรุงไต บรรเทาลักษณะของการมีไข้หวัด แก้ตัวร้อน รักษา และทุเลาอาการเป็นริดสีดวงรับผลิตว่านชักมดลูก
ฝัก และเม็ดขี้เหล็ก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ในลักษณะเดียวกันที่กล่าวข้างต้น แก้ปวดเมื่อย เหน็บชา ช่วยลดอาการไอ แล้วก็ขับเสลด ช่วยลดความเคร่งเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และก็ช่วยให้ง่วงหงาวหาวนอนง่าย ช่วยสำหรับในการขับลม แก้ลมดันในระบบทางเดินอาหารขายส่งว่านชักมดลูก

Tags : ขายว่านชักมดลูก,ขายส่งว่านชักมดลูก,รับผลิตว่านชักมดลูก

15
อื่นๆ / ขายสมุนไพรว่านชักมดลูกสรรพคุณดีๆ
« เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 10:54:42 AM »


ขายส่งว่านชักมดลูก ว่านชักมดลูกเหมาะสำหรับสตรีอย่างไร
ขายส่งว่านชักมดลูกตามบันทึกในตำรับยาแผนโบราณได้กล่าวไว้ว่า "ว่านชักมดลูก" เป็นประโยชน์ และให้ความปลอดภัยสำหรับในการใช้สำหรับเพศหญิงมากกว่ากวาวเครือ เนื่องจากนชักมดลูกมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ เสริมอก ทำให้ผิวพรรณขาวนวล ลบรอยเหี่ยวย่นได้ แต่ได้ขายว่านชักมดลูก ที่มีคุณลักษณะที่พิเศษเป็นช่วยรักษามดลูกที่ทรุด หรือเรียกว่ามดลูกต่ำให้เข้าที่ นอกเหนือจากนี้ยังช่วยกระชับช่องคลอด กระชับหน้าท้องที่หย่อนยานอันมีต้นเหตุที่เกิดจากการคลอดบุตร ทำให้หน้าท้องดึงเรียบราวกับสาวๆแล้วก็ยังช่วยทำให้เพศหญิงที่อารมณ์ทางเพศหายไป กลับมามีอย่างเดิม รวมทั้งยังขายว่านชักมดลูก ยังสามารถช่วยทำให้หญิงที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว จิตใจห่อเหี่ยว อ่อนไหวง่าย อารมณ์เสียง่ายหายไป สามารถทำให้ครึกครื้นแข็งแกร่งขึ้น ทั้งยังช่วยปกป้องโรคมะเร็งปากช่องคลอด หรือข้างในมดลูก ยังช่วยรักษาซีสต์ รวมทั้งเนื้องอกภายในช่องคลอดให้ฝ่อตัว หรือเล็กลงด้วย นอกเหนือจากนี้ยังสามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนอย่างสำเร็จหยุดชะงัก
      ขายว่านชักมดลูก แต่ดังนี้เพียงอย่างเดียวจะให้คุณประโยชน์ได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ ตามตำราโบราณได้กำหนดถึงการนำสมุนไพรมาใช้งานว่าจำเป็นต้องปรุงขึ้นตามสูตรยานั้นๆและจำต้องอาศัยสมุนไพรอีกหลายชนิดผสมเข้าไป จึงจะช่วยให้ออกฤทธิ์ รวมทั้งเห็นผลสูงสุด ซึ่งสรรพคุณของว่านชักมดลูก ที่มีบันทึกตามตำรับยาแผนโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้ระบุถึงผลการเอามาบำบัดอาการต่างๆที่เกิดสังกัดร่างกายไว้ว่า
ว่านชักมดลูกเป็นยังไง?
ขายว่านชักมดลูก รวมทั้งยังเป็นสมุนไพรที่ถูกจัดอยู่ในตระกูลของ “ขิง” เป็นกรุ๊ปเดียวกับขมิ้นชัน เป็นพืชที่มีลำต้น แม้กระนั้นมีหัวฝังตัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งว่านชักมดลูกเองก็มีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่พบมากมากมายในตลาดหลักๆจะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ เป็นต้นว่า
         1.ว่านชักมดลูกตัวเมีย (Curcuma comosa Roxb.) มีลักษณะหัวหลมรีตามแนวตั้ง มีกิ่งก้านสาขาสั้น
         2.ว่านชักมดลูกตัวผู้ (Curcuma latifolia) หัวใต้ดินจะมีลักษณะกลมแป้นมากยิ่งกว่าว่านชักมดลูกตัวเมีย
ด้วยลักษณะก็จะคล้ายกดกันของว่านชักมดลูกเหล่านี้ ทำให้ผู้บริโภคมักกำเนิดความสับสน ซึ่งแหล่งเพาะพันธุ์ว่านชักมดลูกที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยนั้น ชอบปลูกกันมากในบริเวณจังหวัดเลย และก็จังหวัดเพรชบูรณ์
ขายว่านชักมดลูก แม้กระนั้นในตำราเรียนยาสมุนไพรของไทยนั้น นิยมใช้ว่านชักมดลูกตัวเมียเข้ามาเป็นส่วนผสมหลัก โดยมีคุณสมบัติช่วยในการรักษาอาการต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ เจ็บท้องประจำเดือน ตกขาว ฯลฯ
 จากการศึกษาวิจัยของหมอแผนปัจจุบันค้นพบว่า ว่านชักมดลูกนั้น มีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเอาโตรเจน ที่ช่วยขายส่งว่าชักมดลูกสำหรับเพื่อการรักษาสุขภาพต่างๆของสตรีวัยทองได้อย่างดีเยี่ยม
ว่านชักมดลูกในสตรี
ระยะแรก ซึ่งเป็นระยะที่เริ่มมีระดู จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตตามรูปแบบของผู้หญิงที่ควรเป็น ได้แก่ ไม่มีอาการปวดขายว่านชักมดลูกระดูสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส หน้าอกเต่งตึงตามวัยช่วยรักษาอาการตกขาวที่ผิดปกติ รวมทั้งทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น
      ระยะที่สอง วัยแต่งงานหรือมีบุตรแล้ว จะช่วยทำให้อารมณ์ทางเพศสมบูรณ์ขึ้น ช่องคลอดกระชับ ทรวงอกเต่งตึงอยู่เสมอ พุงไม่ลายหลังจากการคลอดบุตร นอกเหนือจากนี้ยังช่วยให้อารมณ์จิตใจแจ่มใสมีชีวิตชีวา ช่วยดับกลิ่นไม่ต้องการที่จะพบเจอ และลบรอยเหี่ยวย่นตามร่างกายทั่วๆไปเจริญ
      ระยะที่สาม หรือระยะเริ่มเข้าสู่วัยทอง เป็นภายหลังอายุ 45 ปีขึ้นไป ว่านชักมดลูกจะช่วยไม่ให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด มึนหัว หน้ามืด อ่อนเพลียรับผลิตว่านชักมดลูกอ่อนเพลียง่าย อาการร้อนวูบวาบ ปวดเนื้อ ปวดศรีษะ อารมณ์ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ จิตใจท้อใจหม่นหมอง ท้อใจ สูญเสียความทรงจำ นอนยาก เวลามีเซ็กส์ไม่มีอารมณ์ น้ำหล่อลื่นไม่มี อาการกลุ่มนี้แคปซูลว่านชักมดลูกตามตำราโบราณได้มีบันทึกไว้ว่า "ว่านชักมดลูก" สามารถช่วยไขปัญหาต่างๆนี้ได้
ส่วนประกอบสำคัญ
ว่านชักมดลูก
ว่านมหาเมฆ
โกฐเชียง
ดอกคำฝอย
ขิง
ดีปลี
ฝางเจตมูลเพลิงแดง
โสมคน
อื่นๆ

ขายว่านชักมดลูก ขายส่งว่านชักมดลูก แคปซูลว่านชักมดลูก
รับผลิตว่านชักมดลูก

ขายว่านชักมดลูกสรรพคุณช่วยกระชับช่องคลอดด้านในสตรี
ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงแระสงค์ ทำให้มดลูกต่ำ
และก็อาการตกขาวตามธรรมดา
ช่วยรักษาอาการปวดรอบเดือน
ทำให้อารมย์ทางเพศสมบูรณ์
รักษาอาการถ่วงเสียวมดลูก
หรือเจ็บท้องน้อยตอนมีเมนส์
ขายว่านชักมดลูกนับว่าเป็นสมุนไพร สำหรับสตรี
อย่างแท้จริง โดยมีคุณประโยชน์ดังนี้ รักษาลักษณะของการปวดเมนส์
มาไม่ปกติ รักษาอาการเลือดออกมาจากมดลูกข้างหลังคลอด
รักษามดลูกอักเสบ แคปซูลว่านชักมดลูกช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดท้องระหว่างมีรอบเดือน
ขับน้ำคาวปลา แก้ตกขาว บรรเทาลักษณะของการปวดภายหลังจากคลอดบุตร
ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วกว่าธรรมดาในสตรีหลังคลอด ส่วนสรรพคุณ
ของการขายชักว่านมดลูกที่ใช้ได้ทั้งยังชายรวมทั้งหญิงเป็นใช้รักษาอาการ
ตับอักเสบ แก้ปวดท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการริดสีดวงทวาร
ใช้แก้ธาตุพิการ รวมทั้งของกินไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ลดอาการปวดบวมและการอักเสบของแผลต่างๆช่วยกระตุ้น
การสร้างเซลล์ใหม่รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมความเสียหายของเซลล์แคปซูลว่านชักมดลูก
ช่วยทำให้ผิวพรรณแจ่มใสสดใส ช่วยลดคลอเรสเตอรอล
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ต้านอนุมูลอิสระ เพราะว่าสาร curcumin
ในว่านชักมดลูกมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระและยับยั้งการเกิด
ออโตออกซิเดชั่นได้
ดอกคำฝอย สรรพคุณของดอกคำฝอยนั้นมีดังนี้ ใช้เป็นยาระบาย
ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยบำรุงประสาท บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ
รักษาอาการไข้ข้างหลังคลอดบุตร ทุเลาอาการปวดของสตรีรับผลิตว่านชักมดลูก
ที่ระดูมาไม่ปกติ รักษาอาการโรคตับเหลือง ใช้แก้หวัด
รักษาอาการบวม ต้านการเกิดออกซิเดชั่นต่างๆอาทิเช่น ปกป้อง
เซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยคุ้มครองป้องกันอาการ
อัลไซเมอร์ ป้องกันเซลล์สร้างกระดูกและไขกระดูก ช่วยเพิ่มการ
แคปซูลว่านชักมดลูกสร้างเม็ดเลือด และก็คุ้มครองป้องกันแขนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดคุ้มครองตับทำให้
ลดความเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็นโรคมะเร็งตับ ขายว่านชักมดลูกสาสามารถทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในระบบ
ไหลเวียนของเลือด ทำให้สามารถลดความด้นโลหิต รวมทั้งคุ้มครองปกป้อง
การเกิดโรคหัวใจ รวมทั้งโรคหลอดเลือดในสมองด้วย
ลดระดับน้ำตาลแล้วก็คลอเรสเตอรอลในเลือดรวมทั้งสามารถรับผลิตว่านชักมดลูก
บรรเทาลักษณะของการปวดและก็ต่อต้านการอักเสบได้
สรรพคุณดีปลี
ดีปลี [/b]ตามแนวคิดของแพทย์แผนไทยจัดเป็นสมุนไพรประจำธาตุดิน ช่วยหยุดธาตุปถวีโทษ ดอกดีปลีเป็นยารสเผ็ดร้อนขม สรรพคุณทางแผนโบราณใช้บำรุงธาตุ ขับลม แก้จุกเสียด ใช้เป็นยาสำหรับใช้กับฟุตบาทหายใจ ดังเช่น ขับเสมหะ แก้โรคหืด แก้หลอดลมอักเสบและแก้นอนไม่หลับ แก้ลมเหียน เป็นยาขับน้ำดี เป็นยาขับระดูทำให้สตรีกำเนิดอาการแท้งบุตร เป็นยาขับพยาธิในท้อง ใช้เป็นยาทาภายนอกสำหรับบรรเทาอาการปวดที่กล้ามเนื้อ โดยการทำให้ร้อนแดงแล้วก็มีเลือดมาเลี้ยงรอบๆนั้นมากขึ้นเรื่อยๆจึงสามารถแก้อาการอักเสบ ดีปลีถูกใช้เป็นตัวยาตัวหนึ่งในตำรับยาไทยได้แก่ ยาสหัสสายธาร เบญจกูล และอีกหลายตำรับ
หนังสือเรียนยาโบราณ: กล่าวว่า ผลแก้อัมพาต แก้เส้นปัตตะฆาต แก้เส้นอัมพฤกษ์ แก้โรคกุฏฐังให้ปิดธาตุ แก้โรคหลอดลมอักเสบ เป็นยาขับรอบเดือน เป็นยาธาตุ ขายว่านชักมดลูกทาแก้ปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ หยุดอชิณโรค บำรุงธาตุ ขับลม ขับลมให้กระจาย ขับผายลม แก้ลม ขับลมในไส้ แก้ท้องเสีย แก้ธาตุทุพพลภาพ แก้ธาตุไม่ดีเหมือนปกติ แก้ปฐวีธาตุพิการ แก้วิสติปัฏฐี แก้ปัถวีธาตุ 20 ประการ บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร แก้จุกเสียด ก้าวหน้าไฟธาตุ แก้ปวดท้อง ขับเสลดในโรคหืด แก้อุระเสลด (เสมหะในทรวงอก) ปรุงเป็นยาประจำ ปัถวีธาตุ เป็นยาขับรกให้รกออกง่าย ภายหลังจากการคลอดบุตรรวมทั้งใช้เวลาโลหิตตกมาก แก้เสมหะ แก้โรคหืดไอ แก้ลมเวียนหัว แก้ริดสีดวงทวาร แก้คุดทะราด รับผลิตว่านชักมดลูกแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาการอ้วก (มีสาเหตุจากธาตุเปลี่ยนไปจากปกติ)
หนังสือเรียนยาไทย: ดีปลีจัดอยู่ใน “พิกัดตรีกฎุก” หมายความว่าของที่มีรสร้อน 3 อย่าง เป็นพิกัดยาที่ประกอบด้วยเครื่องยา 3 อย่าง ในจำนวนเสมอกันเป็น พริกไทย ขิงแห้ง แล้วก็ดีปลี มีคุณประโยชน์แก้โรคที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากวาตะ(ลม) เสลด รวมทั้งปิตตะ(ดี) แคปซูลว่านชักมดลูกในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ แล้วก็กองสมุฏฐาน “พิกัดตรีสันนิบาตผล(ตรีสัพโลหิตผล)" เป็นการจำกัดตัวยาแก้ไข้สันนิบาต 3 อย่าง คือ ผลดีปลี รากพริกไทย และก็รากกระเพราแดง มีคุณประโยชน์แก้ไข้สันนิบาต แก้ในกองลม บำรุงธาตุ แก้ปถวีธาตุ 20 ประการ “พิกัดตัวยาเผ็ดร้อน 6 จำพวก” คือการจำกัดจำนวนตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด คือ ดีปลี พริกไทย ผลผักชีลา ใบแมงลัก ผลกระวาน ใบโหระพา มีขายส่งว่านชักมดลูกคุณประโยชน์แก้ลมจุกเสียด บอบช้ำบวม ช่วยสำหรับในการย่อยอาหาร “พิกัดเบญจกูล” เป็นการจำกัดจำนวนเครือญาติยาที่มีรสร้อน 5 อย่าง มี เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง มีคุณประโยชน์กระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ บำรุงกองธาตุทั้ง 4 ให้บริบูรณ์
 
แบบเรียนยาพระโอสถพระนารายณ์:ปรากฏตำรับ “ยาอาภิสะ” มีดีหัวปลีเป็นองค์ประกอบหลักร่วมกับสมุนไพรอื่นอีกหลายแบบ มีรับผลิตว่านชักมดลูกสรรพคุณแก้ริดสีดวง ไอ ผอมแห้งแรงน้อย แก้เสมหะในหน้าอกรวมทั้งคอ
นอกจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้เริ่มแรกตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) ปรากฏการใช้เม็ดเทียนดำ ในยารักษาลักษณะของโรคในระบบต่างๆของร่างกาย รวม 5 ตำรับ คือ
1.ยารักษากรุ๊ปอาการทางระบบไหลเวียนเลือด (แก้ลม) ปรากฏตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มีส่วนประกอบของดีหัวปลี ร่วมกับการรับผลิตว่านชักมดลูกอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณสำหรับในการแก้ลมหน้ามืด แก้อาการหน้ามืด ลายตา ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน คลื่นไส้ แก้ลมจุกแน่นในท้อง

  • ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มีส่วนประกอบของดีปลีกล้วยร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณ ทุเลาอาการท้องอืดเฟ้อ ตำรับ “ยาประสะกานพลู” มีส่วนประกอบของดีหัวปลีร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณทุเลาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องด้วยธาตุไม่ดีเหมือนปกติ ตำรับ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของดีหัวปลี ร่วมกับการขายส่งว่านชักมดลูก[/url]ลูกอีก 12 ประเภทในตำรับ มีสรรพคุณทุเลาอาการท้องร่วงประเภทที่ไม่มีต้นเหตุมาจากการติดเชื้อ ดังเช่นว่า อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนรวมทั้งท้องเดินประเภทที่ไม่มีไข้

    3.ยารักษากรุ๊ปอาการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ปรากฏตำรับ “ยาประสะไพล” มีส่วนประกอบของดีปลีกล้วยร่วมกับการขายว่านชักมดลูกชนิดอื่นๆในตำรับ ใช้ในสตรีที่ประจำเดือนมาไม่บ่อยนัก หรือมาน้อยกว่าธรรมดา
    สรรพคุณดอกคำฝอย
    ดอกคำฝอย ขับเมนส์ บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต แก้ตกเลือด แก้ดีพิการ ขับเหงื่อ ยับยั้งประสาท แก้ไข้ในเด็ก แก้โรคตับเหลือง ปรับปรุงแก้ไขข้ออักเสบ แก้หวัด น้ำมูกไหล แก้โรคฮิสทีเรีย อาการ รักษาอาการบวม รักษาท้องเป็นเถาดาน ใช้เป็นยาระบาย รักษาอาการไข้หลังคลอด ระงับอาการปวดในสตรีที่รอบเดือนมาไม่เป็นปกติ เป็นยาสามัญประจำบ้าน รักษาลักษณะของการป่วยไข้ในเด็ก บำรุงคนเป็นอัมพาต ดอกเป็นยาชงใช้ดื่มร้อนๆแก้โรคตับเหลือง โรคไขข้ออักเสบ เป็นหวัดน้ำมูกไหล ต้มอาบเวลาออกหัด รักษาอาการคันตามผิวหนัง เกสร บำรุงเลือดประจำเดือน ขับระดู บำรุงหัวใจ และมีการขายส่งว่านชักมดลูกบำรุงประสาท บำรุงโลหิตและน้ำเหลืองให้ธรรมดา แก้ดีพิการ แก้แสบร้อนตามผิวหนัง
    ตำรายาประจำถิ่นของหลายประเทศ: กล่าวว่าเนื่องจากว่าดอกคำฝอยมีสีแดง จึงมีสรรพคุณบรรเทาโรคที่เกี่ยวกับเลือด เป็นต้นว่า รอบเดือน ขับเหงื่อ โดยการทำเป็นยาชง ยาระบายพวกโลหิตรับผลิตว่านชักมดลูก
    ต่อต้านออกซิเดชั่น สารสกัดด้วยน้ำจากกลีบคำฝอยมีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการต้านทานออกซิเดชั่น จับอนุมูลอิสระ และก็ สามารถปกป้องการทำลายส่วนต่างๆของร่างกายจากอนุมูลอิสระได้แก่

  • คุ้มครองสมองจากการทำลายของอนุมูลิอิสระ
  • คุ้มครองปกป้องเซลล์สร้างเนื้อกระดูก
  • ป้องกันเยื้อบุเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • คุ้มครองปกป้องตับ
ขายว่ายชักมดลูกทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นระบบการไหลเวียนของเลือด มีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการขยายเส้นเลือดแดง เพิ่มการไหลเวียนเลือด แล้วก็การนำออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื้อรวมทั้งยังสามารถยั้งการเกิดลิ่มเลือด รวมถึงละลายลิ่มเลือดได้อีกด้วย ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้สามารถมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการลดระดับความดันเลือด รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการคุ้มครองหรือรักษาโรคหัวใจ สารสีคาร์ทามินที่เจอในดอกคำฝอย มีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการลดความข้นเหนียวของเลือด ทำให้โลหิตไหลเวียนมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาโรคที่เกี่ยวโยงกับเลือดคั่ง เช่น โรคเส้นโลหิตสมองแตก ขายส่งว่านชักมดลูก
ต่อต้านอักเสบ ทุเลาปวด สารสกัดด้วยน้ำจากกลีบดอกคำฝอยมีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการต้านอักเสบโดยยั้งการสร้างไนตริกออกไซด์และก็พรอสตาแกลนดินซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีการเกิดการอักเสบ พบคุณลักษณะต้านอักเสบในคนเจ็บโรคหัวใจเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังเจอคุณสมบัติในการเเคปซูลว่านชักมดลูกบรรเทาปวดที่สามารถนำไปปรับปรุงสารที่ใช้สำหรับในการลดอาการปวดเพื่อทดแทนมอร์ฟีน หรือยาพาราอื่นๆที่มีผลข้างๆต่างๆ
ลดคอลเลสเตอคอยล ลดระดับคอลเลสเตอคอยลรวม รวมทั้งเพิ่มระดับคอลเลสเตอรรอคอยลชนิดดี
ลดระดับน้ำตาลในเลือด สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์แล้วก็น้ำจากดอกคำฝอยมีคุณสมบัติสำหรับการลดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปรักษาโรคโรคเบาหวาน
มีคุณลักษณะของเอสโตรเจนที่ได้จากพืช(phytoestrogen) ดอกคำฝอยมีคุณลักษณะเหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงนิยมใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับสตรี ดังเช่นว่า ประจำเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติ หรือใช้ในหญิงวัยหมดประจำเดือนรับผลิตว่านชักมดลูก
คุณประโยชน์ด้านอาหาร ในเม็ดคำฝอย มีน้ำมันมาก สารในดอกคำฝอย พบว่าแก้อาการอักเสบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคบางตัวได้ ในประเทศจีน ดอกคำฝอย เป็นยาเกี่ยวกับสตรี ตำรับยาที่ใช้รักษาสตรีที่เมนส์คั่งค้างไม่ปกติ หรือลักษณะของการปวดบวม ฟกช้ำ ชอบใช้ดอกคำฝอยด้วยเสมอ โดยต้มน้ำแช่สุรา หรือใช้แนวทางตำพอก ใช้ดอกคำฝอยแก่ มาชงน้ำร้อน กรอง จะได้น้ำสีเหลืองส้ม (สาร safflower yellow) ใช้แต่งสีอาหารที่อยากได้ให้เป็นสีเหลือง

Tags : ขายส่งว่านชักมดลูก,ขายส่งว่านชักมดลูก,รับผลิตว่านชักมดลูก

หน้า: [1] 2