แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - bilbill2255

หน้า: [1] 2 3
1
อื่นๆ / สมุนไพรสอยดาว สรรพคุณ-ประโยชน์
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:14:11 PM »

สมุนไพรสอยดาว
สอยดาว Mallotus paniculatus (Lam.) Muell. Arg.
ชื่อพ้อง M. cochinchinensis Lour.
บางถิ่นเรียกว่า สอยดาว สลัดป้าง (เมืองจันท์ ตราด) สตีตัน (เลย) แสด (ใต้).
ไม้พุ่ม หรือ  ไม้ใหญ่ สูงได้ถึง 20 ม. ยอดอ่อนมีขนสีขาว น้ำตาลอ่อน หรือ น้ำตาล. ใบ โดดเดี่ยว เรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปไข่ รูปไข่แกมข้าวหลามตัด หรือ สามเหลี่ยม กว้าง 3-22 เซนติเมตร ยาว 5-24 ซม. ปลายใบเรียวแหลมเป็นหางยาว บางคราวเป็นแฉกแหลม 3 แฉก ขอบของใบเรียบ หรือ หยักเป็นคลื่นห่างๆโคนใบกลม สอบมนๆโคนสุดมีต่อมใหญ่ 1 คู่ อยู่ข้างบน ด้านล่างมีขนรูปดาวสั้นๆหนาแน่น เส้นกิ้งก้านใบมี 5-8 คู่ เส้นใบย่อยเรียงเป็นขั้นบันได ตามเส้นใบ แล้วก็ก้านใบ มีขนสีน้ำตาลอ่อน ก้านใบยาว 3-18 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด และตามง่ามใบ ยาว 7-35 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีทั้งยังดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ. ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร สมุนไพร ดอกกลม เล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร กลีบ รูปไข่ 3-4 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน ยาว 2.5-2.7 มม. เกสรผู้มี 50-60 อัน. ดอกเพศเมีย ก้านดอกยาว 0.5-1 มิลลิเมตร กลีบดอกชิดกันเหมือนรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ยาว 2.5-2.7 มม. รังไข่มี 3 ช่อง ปลายท่อรังไข่เป็นรูปยาว 2-3 มม. ผล มี 3 พู กว้างประมาณ 7.5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 4.5 มม. มีขนยาว นุ่มปกคลุม. เม็ด รูปไข่ค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางราว 3 มม. สีดำ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ หรือ ป่าผลัดใบ.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มราก กินเป็นยาบำรุง หลังการคลอดบุตร ตำเป็นยาพอกรวมกับสมุนไพรอื่นๆพอกศีรษะแก้ปวด ต้น น้ำสุกต้น ใช้เป็นยาล้างแผล

Tags : สมุนไพร

2

สมุนไพรคำป่า
คำป่า Mallotus philippensis (Lam.) Muell. Arg.
บางถิ่นเรียกว่า คำป่า คำแดง คำแสด ทองคำเหล่า มะคาย แสด (กลาง) กายขัดหิน ขี้เนื้อ (เชียงใหม่) กือบอ ซาบอเส่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ขางปอย ซาดป่า (นครพนม) ขี้เต่า (สุราษฎร์ธานี) ทองคำขาว (เลย) กระทุ่ม (กึ่งกลาง จังหวัดราชบุรี) พลับพลากลิ่นเต่า (นครศรีธรรมราช) พลากวางใบใหญ่ (ตรัง) มะกายคัดเลือก (เหนือ) มินยะมายา (มลายู-จังหวัดยะลา) มือราแก้ปูเต๊ะ (มลายู-นราธิวาส) ลายเพศผู้ (เมืองจันท์) สากกะเบือ ละว้า (พิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย).
ไม้พุ่ม หรือ  ไม้ใหญ่ สูงได้ 5-15 มัธยม ยอดอ่อนมีต่อมสีแดงเล็กๆตามกิ่งมีขนสีน้ำตาล. ใบ ลำพังเรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปรี หรือรูปไข่ กว้าง 3-10 เซนติเมตร ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ หยักนิดหน่อย โคนใบแหลม มน หรือ ตัด ที่โคนสุดมีต่อม 1 คู่ เส้นใบคู่ล่างออกจากโคนใบ ขึ้นสูงเหนือกลางใบ เส้นใบย่อยเรียงเป็นขั้นบันได เส้นนูน เห็นกระจ่างทางข้างล่าง สีเขียวอมเหลือง ข้างล่างสีขาวนวล ก้านใบยาว 2-7 ซม. มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม. ดอก ออกเป็นช่อ เป็นกระจุก มีขนสั้นๆปกคลุม ช่อยาว 2.5-16 เซนติเมตร ก้านดอกมีขนรูปดาว. [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url][/color] ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 2-3.5 มม. กลีบดอกไม้มี 3-4 กลีบ ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร เกสรผู้ 23-32 อัน. ดอกเพศภรรยา ก้านดอกยาว 0.5-1 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้มี 5 กลีบ โคนกลีบชิดกันนิดหน่อย ยาว 1-2 มม. รังไข่มีขนรูปดาว ข้างในมี 3 ช่อง ปลายท่อรังไข่รูปยาวๆ2-4.5 มิลลิเมตร ผล รูปกลมแป้น มีพูตื้นๆ3 พู มีต่อมสีแดงปกคลุม, ข้างในมีขน กว้าง 7.5-10 มิลลิเมตร ยาว 5.7 มิลลิเมตร เม็ด รูปไข่ค่อนข้างจะกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 4 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วๆไปในป่าดงดิบ, ป่าละเมาะ รวมทั้งจากที่โล่งแจ้งพื้นดินผสมหิน เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,100 ม., บางที่ปลูกไว้เพื่อทำยา.
คุณประโยชน์ : ราก ใบ และก็ ขนผล ตำรวมกับน้ำผึ้ง, ทาแก้สัตว์เป็นพิษกัดต่อย, ทาแก้ปวดแผลอักเสบ, แก้สิว และก็ลอดฝ้า ผล น้ำต้มผล รวมทั้งใบ รับประทานแก้หวัด ผงจากขนผล รวมทั้งต่อมสีแดง, ใช้เป็นยาระบาย ขับพยาธิตัวตืดที่เป็นกับสัตว์เลี้ยง เม็ด ทำเป็นผง ใช้พอกแผล

Tags : สมุนไพร

3

สมุนไพรแสยก
แสยกPedilanthus tithymaloides Poit.
บางถิ่นเรียกว่า แสยกกะแหยก มหาประสาน ปิ้ง แสชูสามสี (กลาง) เคียะไก่ให้ (เหนือ) ตาสี่กะมอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) นางกวัก ว่านสลี (แม่ฮ่องสอน).
ไม้พุ่ม สูง 40-100 ซม. มีน้ำยางมาก ลำต้นหักงอไปๆมาๆทำให้เป็นรูปซิกข์แซก สีเขียว ผิวเรียบ. ใบ ผู้เดียว เรียงสลับกันซ้ายขวาในระนาบเดียวกัน รูปไข่ กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 3.5-7 ซม. ฐานในกลม มน หรือ แหลม ขอบใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ปลายใบมน หรือ แหลม เส้นใบเห็นไม่ชัดเจน เนื้อใบครึ้ม ด้านล่างมีขนอ่อน เส้นเล็ก ปกคลุมบางๆทั่วไป ก้านใบยาว 2-7 มิลลิเมตร หูใบมีลักษณะเป็นตุ่มกลุ่มเล็กๆ2 ตุ่มอยู่สองข้างโคนก้านใบ หล่นง่าย ต้นจะสลัดใบทิ้งหมด หรือแทบหมดก่อนมีดอก. ดอก สีแดงออกเป็นช่อตามลำต้น ที่ยอดแล้วก็ตามกิ่งกิ้งก้านสั้นๆใกล้ยอด ดอกเพศผู้แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ก้านช่อยาว 3-20 มม. มีขน ช่อดอกยาว 1-2.5 เซนติเมตร ใบประดับประดา [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ข้างนอกมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น ก้านดอกไม่มีขน ดอกมีลักษณะเหมือนรองเท้า หรือ เรือ มี 5 กลีบ เรียงเป็นสองชั้น ชั้นในมี 3 กลีบ สั้น แล้วก็แคบกว่ากลีบชั้นนอก มีขนละเอียด ที่ฐานด้านนอกมีต่อมน้ำหวานรูปกระทะคว่ำ 1 ต่อม ภายในมีต่อม 2 หรือ 4 ต่อม เรียงเป็นคู่ ที่ปลายมีแถบยาวหนึ่งแถบอยู่ตรงช่องระหว่างกลีบใหญ่ชั้นนอกสองกลีบ; เกสรผู้สั้น เวลาที่ดอกกำลังบานอับเรณูจะหันหน้าออก รังไข่มี 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย ท่อรังไข่มี 1 อัน ปลายท่อแยกเป็น 3 แต่ละอันแยกเป็น 2 แฉก. ผล เป็นประเภทแห้งแล้วแตก.

นิเวศน์วิทยา
: ปลูกเป็นไม้ประดับ นิยมปลูกตามแนวรั้ว ขึ้นง่ายแล้วก็ทนแล้งเจริญ
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำยางต้นใช้กัดหูด ทาผิวหนังแก้เกลื้อน แมลงป่องต่อย ตะขาบกัด แต่ว่าหากรับประทานเข้าไปจะก่อให้คลื่นไส้

Tags : สมุนไพร

4

สมุนไพรมะขามป้อม
มะขามป้อม Phyllanthus emblica Linn.
บางถิ่นเรียก มะขามป้อม (ทั่วไป) กันโตด (เขมร-จันทบุรี) กำทวด (จังหวัดราชบุรี) มั่งลู่ สันยาส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน).
ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 8-12 ม. เปลือกสีเขียวอมเทา ลอกออกเป็นแผ่นๆแก่นไม้สีแดงอมน้ำตาล. ใบ ผู้เดียว สีเขียวอ่อน กว้าง 0.25-0.5 เซนติเมตร ยาว 0.8-1.2 เซนติเมตร เรียงชิดกัน ดูผาดๆราวกับใบตามติด ก้านใบสั้นมากมาย. ดอก เล็ก สีขาว หรือ นวล ดอกแยกเพศ แต่กำเนิดบนต้นเดียวกัน ออกตามง่ามใบ 6 ดอก มีกลีบรองกลีบดอกไม้ 6 กลีบ ไม่มีกลีบดอกไม้. สมุนไพร ดอกเพศผู้ มีเกสรผู้ 3 อัน ฐานรองดอกมีต่อม 6 ต่อม. ดอกเพศเมีย มีฐานรองดอกเป็นรูปถ้วย ขอบถ้วยหยัก รังไข่มี 3 ช่อง หลอดท่อรังไข่ปลายแยกเป็น 2 แฉก แตกต่างกัน. ผล กลม มีเนื้อครึ้ม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2-2 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวอ่อน ผลแก่สีเขียวอมเหลือง เนื้อกินได้ มีรสฝาก เปรี้ยว ขม รวมทั้งอมหวาน เปลือกเม็ดแข็ง มีสันตามแนวยาว 6 สัน ด้านในมี 6 เมล็ด.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นประปรายเป็นกลุ่มๆตามป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง รวมทั้งป่าดงดิบธรรมดา
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากกินเป็นยาลดไข้ เป็นยาเย็น ฟอกโลหิต รวมทั้งทำให้อ้วก ถ้าเกิดกลั่นราก จะได้สารที่มีคุณสมบัติเป็นยาฝาดสมานที่ดียิ่งกว่าสีเสียด (catechu) (55). ต้น เปลือกเป็นยาฝาดสมาน ใบ น้ำต้มใบใช้อาบลดไข้ ดอก มีกลิ่นหอมหวนเหมือนผิวมะนาว ใช้เข้าเครื่องยาเป็นยาเย็น และยาระบาย. ผล ใช้ได้ทั้งยังผลสด และก็ผลแห้ง มีฤทธิ์กัดทำลาย เป็นยาเย็น ยาฝาดสมาน แก้ไข้ ขับฉี่ ระบาย บำรุงหัวใจ ฟอกเลือด น้ำคั้นผลสด มีจำนวนวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้นประมาณ 20 เท่า ในจำนวนเท่ากัน ใช้แก้โรคลักปิดลักเปิด (scurvy) ยางผลใช้หยอดแก้ตาอักเสบ กินเป็นยาช่วยย่อย แล้วก็ขับเยี่ยว เนื้อผลแห้งที่เรียกว่า Emblic myrobalan ใช้เป็นยาฝาดสมาน เพราะว่ามี tannin แก้โรคริดสีดวงทวาร แก้บิด ท้องเสีย ใช้กับธาตุเหล็กแก้โรคดีซ่านและก็ช่วยสำหรับในการย่อย ถ้าหมักผลจะได้แอลกอฮอล์ รับประทานแก้อาหารไม่ย่อย แก้ไอ รวมทั้งแก้โรคดีซ่าน

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรสมอทะเล[/url][/size][/b]
สมอสมุทร Sapium indicum
บางถิ่นเรียก สมอทะเล กระหุด (กึ่งกลาง) กุระ ว่าวจุฬา (มลายู-ใต้).
ไม้ต้น สูงประมาณ 10-15 มัธยม ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรีปนรูปหอก หรือ รูปไข่ปนขอบขนาน กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-10 เซนติเมตร โคนใบแหลม หรือ มน ขอบของใบหยักมนรวมทั้งตื้น ปลายใบเรียวบาง ปลายสุดแหลม หรือ มน เส้นกิ้งก้านใบเล็ก เรียงถี่ๆห่างกันประมาณ 3-5 มิลลิเมตร โคนใบมีต่อม 2 ต่อม ก้านใบยาวโดยประมาณ 1 เซนติเมตร ดอก มันออกตามกิ่งที่อยู่ใกล้โคนต้น แยกเพศ แต่อยู่บนต้นเดียวกัน หรือ บางทีอาจอยู่บนช่อเดียวกัน ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาวโดยประมาณ 8-12 ซม. สมุนไพร ดอกสีเหลืองนวล ดอกเพศผู้ไม่มีก้านดอก ดอกเพศภรรยามีก้านดอก และก็มีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ มักอยู่ตรงโคนของช่อดอก; กลีบรองกลีบปลายแหลม ขอบกลีบมีขน. ดอกเพศผู้ มีเกสรผู้ 2-3 อัน ก้านเกสรไม่ชิดกัน อับเรณูไข่. ดอกเพศเมีย รังไข่มี 2-3 ช่อง ท่อเกสรมี 2-3 แฉก ม้วนออก. ผล รูปกลม มี 3 พู เส้นผ่าศูนย์กลางราว 2.5 ซม. เมื่อยังอ่อนอยู่ชุ่มฉ่ำน้ำ แก่จะแข็ง และก็แตกเป็น 3 เสี่ยง มีช่องละ 1 เมล็ด. เม็ด รูปรี ออกจะแบน ผิวสีอ่อน เป็นเงา.

นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นอยู่กับตามที่ลุ่ม หรือ ตามหาดทรายที่น้ำทะเลขึ้นถึง.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มเปลือกรากรับประทาน เป็นยาระบาย แล้วก็ทำให้อ้วก ต้น น้ำยางต้นเป็นพิษ ถ้าถูกผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ ผล น้ำยางผลมีฤทธิ์กัดทำลาย เมื่อรับประทานทำให้คลื่นไส้ ใช้เบื่อปลา เมล็ด กินได้ ใช้เป็นเครื่องเทศ

6

สมุนไพรมะเยา
มะเยา Vernicia fordii (Hemsley) Airy Shaw.
บางถิ่นเรียกว่า มะเยา (เหนือ) ทังอิ๊ว (จีน)
ไม้ใหญ่ ขนาดเล็ก สูง 4-10 ม. เปลือกสีน้ำตาลปนเทา. ใบ เดี่ยว เรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปไข่ป้อม หรือ รูปหัวใจ กว้าง 3-12 เซนติเมตร ยาว 5-15 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง; ขอบของใบเรียบ โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ เส้นใบออกมาจากโคนใบ 5-7 เส้น และออกจากเส้นกึ่งกลางใบแบบขนอีก 5-7 คู่ ใบแก่ด้านบนหมดจด ข้างล่างมีขนเล็กน้อย; ก้านใบยาว 9-12.5 เซนติเมตร ตรงรอยต่อระหว่างก้านใบ และแผ่นใบข้างบนมีต่อมกลมๆสีแดง 2 ต่อม. ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด แยกเพศ แต่ว่าอยู่บนต้นเดียวกัน ธรรมดา สมุนไพร กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาว แต่ว่าดอกเพศเมียอาจมีได้ถึง 9 กลีบ ที่ฐานกลีบมีลาย และก็จุดประสีเหลือง แดง บางครั้งเหลือง หรือ ม่วงอมน้ำเงิน. ดอกเพศผู้ มีเกสรผู้ 8-12 อันอับเรณูมี 2 ช่อง. ดอกเพศภรรยา มีเกสรเมียรูปไข่ ข้างในมี 3-5 ช่อง ผลรูปค่อนข้างกลม มีเนื้อ แก่สีเหลือง แดงคล้ำ หรือ น้ำตาลคละเคล้าดำ ด้านในมี 3-10 เมล็ด ส่วนใหญ่จะมี 5 เมล็ด เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง.

นิเวศน์วิทยา
: มีบ้านเกิดในประเทศจีน ขึ้นทางแถบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ปลูกลงในพื้นที่หลายเขตของจีน เพราะเป็นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ปลูกกันบ้างทางภาคเหนือของไทย.
คุณประโยชน์ : ต้น ทั้งยังต้นมีคุณลักษณะเป็นสารกำจัดศัตรูพืช เมล็ด เม็ดที่ยังไม่แก่จัด ผึ้งให้แห้งในร่ม ต้มกับเนื้อหมู ให้เด็กรับประทานแก้โรคขาดอาหาร และโรคโลหิตจางสำหรับสตรี เนื้อเมล็ดแก่สกัดให้น้ำมันมะเยา (Tung oil) ถึง 33% แค่เป็นพิษมากกว่าน้ำมันที่ได้จากเมล็ดมะเยาชนิดอื่น เนื่องจากว่ามีกรด eleostearic ปริมาณสูง แล้วก็เป็นน้ำมันพืชเพียงแต่ประเภทเดียวที่มีกรดจำพวกนี้ ก็เลยทำให้แห้งเร็วเป็นพิเศษ เอาไปใช้ในทางอุตสาหกรรมหลายจำพวก ใช้เป็นยาใช้ภายนอกแก้โรคผิวหนังบางจำพวกทาแก้แผลอักเสบ ผสานกับปูนรับประทานกับหมาก ใช้ทาแผลกันน้ำ และก็เมื่อทำให้บริสุทธิ์แล้ว ใช้กินเป็นยาระบายได้เหมือนกันกับน้ำมันละหุ่ง แต่ว่ามีข้อดีกว่าตรงที่ไม่มีกลิ่นและก็รส ไม่ทำให้อาเจียนอ้วก

7

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i]กระเบากลัก[/url][/b]
กระเบากลัก Hydnocarpus ilicifolia King
บางถิ่นเรียก กระเบากลัก (จังหวัดสระบุรี) กระเบาชาวา (เขมร-เมืองจันท์) กระค่อยพนม (เขมร-สุรินทร์) กระเบาลิง (ทั่วไป) กระเบียน ขี้มอด (จันทบุรี) กระเรียน (จังหวัดชลบุรี) คมขวาน (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จ๊าเมี่ยง (จังหวัดสระบุรี แพร่) ดูกช้าง (กระบี่) บักกราย พะโลลูตุ้ม (มลายู-จังหวัดปัตตานี) หัวค่าง (ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
ต้นไม้ ขนาดกลาง สูง 10-30 ม. กิ่งอ่อนมักมีขนสีน้ำตาลแดงกระจัดกระจายห่างๆกิ่งแก่สะอาด ลำต้นตรง เปลือกเรียบสีเทา ใบ คนเดียว ออกเวียนสลับกัน รูปไข่ ขอบขนาน หรือ รูปไข่ปนรูปใบหอก กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 12-17 ซม. ตัวใบค่อยๆเรียวสอบไปยังปลายใบ โคนใบมนหรือเบี้ยว ขอบของใบหยักเป็นฟันเลื่อยห่างๆค่อนไปทางปลายใบ ปรากฏชัดในใบอ่อน เนื้อใบดกเกลี้ยงวาว เส้นใบมี 6-8 คู่ เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแห เห็นได้ชัดทั้งสองด้าน ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ สีเขียวอ่อน เป็นดอกแยกเพศ กลีบเลี้ยงรวมทั้งกลีบดอกมีอย่างละ 4 กลีบ. สมุนไพร ดอกเพศผุ้ มีเกสรเพศผู้ 14-20 อัน สีขาว ก้านเกสรสั้นแล้วก็มีขนประปราย อับเรณูรูปไข่ปนรูปขอบขนาน ดอกเพศภรรยา มีเกสรเพศผู้ที่ไม่สมบูรณ์ราว 15 อัน รังรูปกลมรีหรือรูปไข่ มีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ผล กลม แข้ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม. ผิวมีขนนุ่มสีดำ ข้างในมีเมล็ดรูปไข่ 10-15 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบแล้งหรือป่าเบญจพรรณทั่วไป ตามป่าหาด และรอบๆเขาหินปูน ความสูง 20-400 มัธยม
คุณประโยชน์ : เม็ด ให้นำมันกระค่อย ราวกับ H. anthelminthica รวมทั้งมีสรรพคุณคล้ายกัน นอกจากนี้น้ำมันจากเม็ดยังคงใช้สำหรับการทำสบู่

Tags : สมุนไพร

8

สมุนไพรอ้อ
อ้อ Arundo donax L.
บางถิ่นเรียก อ๋อ (ทั่วๆไป) อ๋อหลวง (ภาคเหนือ) อ๋อใหญ่ (ภาคกึ่งกลาง)
ไม้ล้มลุก จำพวกหญ้า อายุยาวนานหลายปี มักขึ้นเป็นกอ สูง 2-8 ม. ลำต้นเป็นบ้องตั้งตรง ด้านในกลวง แตกกิ่งก้านบ้างนิดหน่อย ลำต้นกว้าง 1.5-3 ซม. ปล้องสั้น กาบห่อหุ้มลำต้น ยาว 10-15 ซม. ยาวกว่าข้อมาก มีตาลายมยาว สีออกนวล สะอาด หรือมีขนยาว ที่รอยต่อของกาบใบและก็ตัวใบมีลิ้นใบ (ligule) ยาว 2-3 มม. ขอบจักหรือชายชุดครุย ใบ ยาว 45-60 เซนติเมตร โคนใบกว้าง 4-6 ซม. มีลายตามยาว เนื้อใบหนา ปลายเรียวแหลมเป็นหางยาว ชอบพับลง สะอาด ขอบใบสาก ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อใหญ่กระจาย ยาว 30-75 ซม. สมุนไพร ดอกหนาแน่น ช่อดอกแตกกิ่งจำนวนมาก ยาวราว 15-30 ซม. มีขนยาวคล้ายขน ช่อดอกย่อย (spikelet) ยาว 13-17 มม. มีดอก 4-5 ดอก กาบช่อย่อยกาบด้านล่าง ยาว 11-14 มิลลิเมตร มีเส้นตามยาว 5 เส้น กาบบนรูปแคบๆยาว 11-14 มม. มีเส้นตามแนวยาว 3 เส้น ปลายแหลมบาง กาบข้างล่างของดอก รูปไข่แกมรูปหอก ยาว 10-15 มม. มีขนยาวและก็หนาแน่นใกล้โคน ขนยาวราวๆ 10 มิลลิเมตร บาง ปลายแหลม ที่โคนมีเส้นตามทางยาว 7-8 เส้น กาบบนของดอก ยาว 6-11 มม. เป็นเยื่อบางใส กว้าง ปลายมน หรือ ตัด ขอบมีขนปกติ และก็ขนแข็งๆเกสรเพศผู้มี 3 อัน อับเรณูยาว 2-2.2 มม. เรียวเล็ก สีเหลือง รังไข่หมดจด ก้านเกสรเพศเมียสั้นๆ2 อัน ปลายเกสรเพศเมียยาวราว 1 มิลลิเมตร มีขนสีน้ำตามปนเหลือง ยาวเหมือนขนนก

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นดังที่ราบลุ่มชื้นแฉะทั่วๆไป
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากกินเป็นยาขับฉี่ เหง้า น้ำต้มเป็นยาระบาย ขับประจำเดือน และก็ห้ามการหลั่งน้ำนมของสตรี

9

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรอ้อเล็ก[/url][/size][/b]
อ๋อเล็ก Phragmites australis Trin. ex Steud.
บางถิ่นเรียก อ้อเล็ก อ้อลาย (ภาคกลาง) อ๋อ (ทั่วไป) อ้อน้อย (เชียงใหม่)
ไม้ล้มลุก ประเภทหญ้า อายุยาวนานหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นตรง กลวง สูงได้ถึง 4 มม. เส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 1.2 เซนติเมตร ใบ รูปยาวแคบ หรือรูปใบหอกกว้าง กว้างราว 2.5เซนติเมตร ยาวได้ถึง 60 ซม. ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ที่ยอด ยาว 50 ซม. หรือมากยิ่งกว่า มีกิ่งเล็กๆหนาแน่น สีออกม่วงหรือน้ำตาล มีช่อย่อย (spikelet) มากมาย โตสุดกำลังยาวราวๆ 1.2 เซนติเมตร มีดอกย่อย 3-7 ดอก สมุนไพร ดอกด้านล่างสุดมันจะเป็นดอกเพศผู้ นอกนั้นเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ช่อดอกย่อยติดตามศูนย์กลางห่างๆเป็นระยะ มีขนเสมือนไหมอยู่ระหว่างดอกย่อย กาบช่อดอกย่อยมีเส้นตามยาว 3 เส้น กาบดอกบาง สะอาด ปลายแหลม มีกลีบเกล็ด (lodicule) 2 อัน  ผล ที่ปลายมีโคนของก้านเกสรเพศเมียติดอยู่

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่น จากที่เปียกชื้นและริมฝั่งน้ำ
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกเป็นยาเย็น กินขับเหงื่อ ขับเยี่ยว แก้ปวดข้อ รวมทั้งแก้คลื่นไส้

Tags : สมุนไพร

10

สมุนไพรหญ้าไม้กวาด
หญ้าไม้กวาด Thysanolaena maxima (Roxb.) Kuntze
บางถิ่นเรียก ต้นหญ้าไม้กวาด ต้นหญ้ายูง (จังหวัดยะลา) ตองกเงินตา (ภาคเหนือ) เค้ยหลา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เลาแล้ง (จังหวัดสุโขทัย) ต้นหญ้ากาบ ไผ่ใหญ่ (เลย)
สมุนไพร ไม้ล้มลุก พวกต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี สูงโดยประมาณ 4 ม. ต้นกลม ใบ ค่อนข้างกว้าง กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 30-55 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบบ้าน ขอบใบจักละเอียด เนื้อใบค่อนข้างจะครึ้ม กาบใบหมดจด ยกเว้นตามขอบตอนบนมีขนสั้น กาบใบกลมส่วนปลายเป็นก้านสั้นๆซึ่งมีสีแดงเข้ม ลิ้นใบที่ระหว่างรอยต่อด้านในของกาบใบและแผ่นใบเป็นเยื่อบางๆยาวราว 2 มม. ปลายตัด ดอก ออกเป็นช่อกระจาย มีขนาดใหญ่ ปลายช่อโค้งลง ยาวโดยประมาณ 50 เซนติเมตร ช่อดอกย่อย (spikelet) มีก้าน มักอยู่เป็นคู่ กาบช่อย่อย (glume) 2 อันคล้ายกัน รูปไข่ อันบนยาวและบางมากยิ่งกว่าอันด้านล่าง แต่ละช่อย่อยมีดอกย่อย 2 ดอก เจอน้อยที่มี 3 ดอก ดอกล่างเป็นดอกไม่มีเพศ มีแต่กาบข้างล่างรวมทั้งมีขนใกล้ๆขอบ ดอกบนเป็นดอกบริบูรณ์เพศ กาบด้านล่าง (lemma) มีสันตามยาว 3 สัน ขอบทั้งยัง 2 ด้าน บางใส และก็มีขนค่อนข้างแข็ง กาบบน (palea) มีเส้นสันตามแนวยาว 2 เส้น เนื้อบางใส เกสรเพศผู้มี 2 อัน เกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 2 แฉก เป็นขุย ผล รูปไข่ ยาวประมาณ 0.6 มิลลิเมตร สีน้ำตาลปนแดง

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามเชิงเขา หรือ บนเขาสูง 300-3,000 ม.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกใช้อมกลั้วคอเมื่อเป็นไข้ ดอก ช่อดอกใช้ทำไม้ปัดกวาด

11

สมุนไพรกระทิง
กระทิงCalophyllum inophyllum L.
บางถิ่นเรียกว่า กระทิง (ภาคกึ่งกลาง) ทิง (กระบี่) เนาวกาน (น่าน) สารภีสมุทร (ประจวบฯ) สารภี แนน (ภาคเหนือ)
      ต้นไม้ สูง 8-20 ม. ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มไม้ทึบ ไร้ระเบียบ ลำต้นค่อนข้างสั้น และก็มักบิด แตกเป็นกิ่งใหญ่ๆมากไม่น้อยเลยทีเดียวในแนวดิ่งแล้วก็นอน หรือห้อยลง เปลือกเรียบสีน้ำตาลผสมเทา หรือ ค่อนข้างจะดำ ข้างในมีน้ำยางสีเหลืองใส ตายอดเป็นรูปกรวยคว่ำ มีขนสีน้ำตาลปนแดงกระจาย ใบ เดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีถึงไข่กลับ กว้าง 4.5-8 เซนติเมตร ยาว 8-15 ซม. ปลายใบนกว้าง รวมทั้งมักหยักเว้ากึ่งกลางเล็กน้อย โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา หมดจด เป็นมัน เส้นใบถี่มาก และก็ขนานกัน ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร สมุนไพร ดอก สีขาว กลิ่นหอมหวน ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกบานเต็มที่กว้างโดยประมาณ 2 ซม. กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ ยาว 2.7-10 มม. ชั้นนอกรูปร่างกลมค่อนข้างจะหนา สะอาด ชั้นในรูปไข่กลับ เหมือนกลีบดอกไม้ กลีบมี 4 กลีบ กว้าง 7-8 มม. ยาว 9-12 มม. รูปไข่กลับ หรือ รูปช้อน ขอบงอ เกสรเพศผู้มีจำนวนหลายชิ้น รังไข่ค่อนข้างจะกลม สีชมพู ก้านเกสรเพศเมียยาว ผล ค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3 ซม. ปลายเป็นติ่งแหลม ผิวเรียบ สีเขียว เปลือกออกจะหนา

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าใกล้ชายทะเล ในพื้นที่ที่เป็นโขดหิน เหนือระดับน้ำทะเล 5-50 มัธยม
คุณประโยชน์ : ราก ยาชงรากใช้หยอดตาแก้ตาอักเสบ และใช้ล้างแผล ต้น รวมทั้ง เปลือกต้น ให้ยางใช้สำหรับทาแผล เป็นยาฝาดสมานพอกทรวงอกแก้วัณโรคปอด ถ้าหากรับประทานจะก่อให้อาเจียน เป็นยาระบาย ใช้แต่งกลิ่น ให้มีกลิ่นเหมือนผักชีฝรั่ง หรือดอก lavender หรือ สารหอม coumarin ขับฉี่ ใช้ภายนอกสำหรับล้างแผนอักเสบเรื้อรัง ใบ ใช้เบื่อปลา หากนำมาแช่น้ำทิ้งเอาไว้ค้างแรมจะได้น้ำที่มีสีน้ำเงิน กลิ่นหอมสดชื่นใช้ล้างตา แก้ตาอักเสบ น้ำคั้นจากใบเป็นยาฝาดสมานข้างนอกใช้กับโรคริดสีดวงทวาร เมล็ด ให้น้ำมันแล้วก็ยางอยู่รวมกัน แยกน้ำมันออกมาใช้ทาถูกนวดแก้ปวด rhuematism แก้ผื่นคัน แก้โรคผิวหนังบางประเภท แก้เหา น้ำมันจากเมล็ดทำให้บริสุทธิ์ กินแก้โรคหนองใน

Tags : สมุนไพร

12

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรตังหน[/url][/size][/b]
ตังหน Calophyllum tetrapterum Miq. Var. tetrapterum Stevens ตังหน (ภาคใต้)
ต้นไม้ สูง 10-30 มัธยม ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นกลม หรือ รูปเจดีย์ต่ำๆกิ่งอ่อน สีน้ำตาลปนเทา ลำต้นเปลาตรง เปลือกดก สีน้ำตาลคละเคล้าเทา เรียบ หรือ แตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ดใหญ่ๆน้ำยางสีเหลืองใส ข้น กิ่งมักจะเป็นสี่เหลี่ยม แบนน้อย ใบ ลำพัง ออกตรงกันข้าม รูปรีถึงรูปไข่กลับ กว้าง 1.6-5.2 เซนติเมตร ยาว 3.7-13.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบของใบค่อนข้างจะครึ้มกว่าส่วนอื่น แล้วก็มีสีจาง เส้นใบตรง ขนาน แล้วก็ถี่ชิดกันมากมาย ก้านใบยาว 8-15 มม. ด้านบนเป็นร่อง สมุนไพร ดอก สีขาว ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ช่อหนึ่งๆมีโดยประมาณ 5-9 ดอก ใบประดับประดาร่วงง่าย ก้านดอกยาว 0.5-2 เซนติเมตร สะอาด มีกลีบรวม 4 หรือ 8 กลีบ กลีบรวมคู่นอกรูปไข่ถึงรูปรีกว้าง กว้าง 2-4 มม. ยาว 2.5-5 มม. รอบๆข้างนอกใกล้ปลายกลีบ มักมีผิวเป็นตุ่มๆหรือ มีขนบางส่วน กลีบรวมที่อยู่ด้านในรูปรีถึงรูปรางน้ำ กว้าง 1.5-3.5 มม. ยาว 3.5-8.5 มม. เกสรเพศผู้มีเยอะมากๆ ผล รูปรีถึงกลม กว้าง 5-12 มม. ยาว 6.5-16 มิลลิเมตร ปลายผลแหลมหรือกลม เมื่อแห้งจะออกสีเทา หรือน้ำตาลอ่อน ผลอ่อนผิวเหี่ยวย่น ผลเมื่อแก่ผิวเรียบรวมทั้งกลีบรวมจะหลุดหล่นไป ผิวผลเมื่อแห้งจะบางเปราะ มีเมล็ดเดียว

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดงดิบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ของประเทศไทย ความสูง 200-600 ม.
คุณประโยชน์ : แพทย์พื้นเมืองบางพื้นที่ใช้ ใบและเปลือกต้ม ผสมกับตัวยาอันอื่นกินแก้ไข้จับสั่น

13

สมุนไพรว่านหอมแดง
ว่านหอมแดง Eleutherine palmifolia (L.) Merr.
บางถิ่นเรียก ว่านหอมแดง (ภาคกึ่งกลาง) บ่อพบ เพาะบีเบ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านไก่แดง ว่านเข้า ว่านหมาก (ภาคเหนือ) ว่านเพลาะ (เชียงใหม่)
  ไม้ล้มลุก หัวใต้ดินรูปไข่ยาว สีแดง มีลักษณะเหมือนหัวหอม ลำต้นที่อยู่เหนือดินตั้ง โค้ง หรือ เอนนอนแต่ว่าปลายโค้งขึ้น ใบ แทงขึ้นมาจากพื้นดิน รูปหอก จีบทับกันคล้ายพัด กว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ยาว 25-60 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบแคบ ขอบใบเรียบ ขนสะอาด ใบที่ออกตามลำต้นมีขนาดเล็ก ดอก ออกเป็นช่อ ก้านช่อยาว 2.5-4 ซม. ตั้งชัน หรือ กางออก มักจะโค้งกาบหุ้มดอกมี 2-10 อัน ทับกันอยู่ที่ง่ามใบใกล้ยอด ยาว 12-16 มิลลิเมตร สีเขียว ดอกมีจำนวน 4-10 ดอก ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. ถูกกาบหุ้มดอกหุ้มไว้ ดอกสีขาว มี 6 กลีบ กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร รูปขอบขนาน รูปไข่กลับ หรือ รูปช้อน เรียงเป็น 2 วง กลีบที่อยู่วงในมีขนาดเล็กกว่ากลีบวงนอก เกสรเพศผู้มี 3 อัน สีเหลืองสด ติดอยู่ที่โคนกลีบ ก้านเกสรไม่ติดกัน อับเรณูตั้ง รังไข่รูปรี ก้านเกสรเพศเมียสีเหลืองแยกเป็นกิ่งก้านสาขาสั้นๆ3 กิ้งก้าน ผล รูปขอบขนาน หัวตัด มี 3 ช่อง เมล็ดรูปรี อัดกันแน่น

นิเวศน์วิทยา
: เกิดตามป่าดงดิบราบต่ำ และก็ปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้าน
คุณประโยชน์ : หัวใต้ดิน เป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ทำให้อาเจียน แก้บิด รวมทั้งอาการอักเสบของริดสีดวงทวาร น้ำยาที่ได้จากหัวใต้ดินใช้ทาบาดแผลนิดๆหน่อยๆแมลงกัดต่อย บดเป็นผุยผงทาแก้ปวดท้อง

14

สมุนไพรสะระแหน่ประเทศญี่ปุ่น
สะระแหน่ญี่ปุ่น Mentha arvensis L. var. piperascens Malinv.
บางถิ่นเรียกว่า สะระแหน่ญี่ปุ่น ต้นน้ำมันหม่อง ไม่ญี่ปุ่น (จังหวัดกรุงเทพมหานคร)
  ไม้ล้มลุก อายุนับเป็นเวลาหลายปี ต้นสูง 20-40 เซนติเมตร มีขนเล็กน้อย ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้ามรูปไข่ รูปไข่ออกจะแคบ หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2-5 ซม. ปลายโคนสอบ ขอบจักเป็นฟันเลื่อย มีต่อมเป็นจุดๆแล้วก็มีขนทั้งยังด้านบนและก็ข้างล่าง ก้านใบยาว 3-10 มม. ดอก ออกเป็นช่อกลุ่มตามง่ามใบ ก้านช่อดอกสั้น ก้านดอกย่อยสั้นกว่ากลีบเลี้ยง เกลี้ยง  สมุนไพร หรือมีขนกลีบเลี้ยงเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2.5-3 มม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก ชอบมีขนยาวที่คอหลอด ที่แฉกมีขนสามเหลี่ยมแคบๆปลายเรียวแหลม กลีบดอกไม้สีขาว หรือชมพูอ่อน เชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 4-5 มิลลิเมตร ปลายหลอดแยกเป็น 4 แฉกเท่าๆกัน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรตรง ยาวเท่าๆกัน อับเรณูเป็น 2 พู เรียงขนานกัน ผล ขนาดเล็ก รูปรีแบนเล็กน้อย ยาว 0.7 มม. ฐานสอบป้านๆรวมทั้งเป็นสามเหลี่ยม

นิเวศน์วิทยา
: สามารถปลูกได้ในแทบทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินดูเหมือนจะทุกชนิด ชอบน้ำมากมายแม้กระนั้นไม่แฉะ ชอบแสงมาก อุณหภูมิที่สมควรอยู่ระหว่าง 25๐-30­๐ C
คุณประโยชน์ : ใบ กินได้ใช้แต่งรสของกิน เป็นต้นว่า ใส่ยำต่างๆใบแห้งเป็นยาฆ่าเชื้อโรคพอกแก้ปวดข้อ รับประทานเป็นยาเย็น ขับลม บำรุงธาตุ ขับเมนส์ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รวมทั้งบำรุงปลายประสาท สกัดให้น้ำมันไม่นต์มี menthol 80-90% ทั้งยังต้น ขยี้ทาขมับ แก้ปวดหัว สูดดมแก้ลม ทาแก้ฟกบวม รับประทานแก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ

15

สมุนไพรงาขี้ม้อน
งาขี้ม้อน Perilla frutescens (L.) Britton
บางถิ่นเรียก งาขี้ม้อน (ภาคเหนือ) สวยน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) แง (จังหวัดกาญจนบุรี) นอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) น่อง (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี)
ไม้ล้มลุก ตั้งชัน สูง 50-150 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมมนๆระหว่างเหลี่ยมเป็นร่อง แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมหวน มีขนยาวละเอียดสีขาวปกคลุมหนาแน่น เมื่อโตเต็มที่ ที่โคนต้นหมดจด ส่วนโคนต้นและโคนกิ่งแข็ง [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ใบ โดดเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปไข่หรือกลม กว้าง 2-8 ซม. ยาว 3-9.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลมหรือแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบกลม ป้าน หรือ ตัด ขอบของใบจะแบบฟันเลื่อย สีเขียวอ่อน ด้านล่างสีอ่อนกว่าข้างบน มีขนทั้งสองด้าน ตามเส้นใบมีขนหนาแน่น ด้านล่างมีต่อมน้ำมัน ก้านใบยาว 10-45 มิลลิเมตร มีขนยาวหนาแน่น ดอก ออกเป็นช่อกระจะ ตามง่ามใบรวมทั้งที่ยอด ริ้วประดับประดาดอกย่อย รูปไข่ กว้าง 2.5-3.2 มิลลิเมตร ยาว 3-4 มม. ไม่มีก้าน โคนริ้วตกแต่งกลมกว้าง ขอบเรียบ มีขน ปลายเรียวแหลม ก้านดอกย่อยยาวโดยประมาณ 1.5 มม. มีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก แฉกกลางข้างบนสั้นกว่าแฉกอื่นๆมีเส้นตามยาว 10 เส้น ข้างนอกมีขนและก็มีต่อมน้ำมัน ภายในมีขนยาวเรียงเป็นวงรอบปากหลอด เมื่อดอกเจริญรุ่งเรืองไปเป็นผลแล้ว กลีบเลี้ยงจะใหญ่ขึ้น กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดทรงกระบอก ปลายแยกเป็นปาก ยาว 3.5-4 มิลลิเมตร ข้างนอกมีขน ด้านในมีขนเรียงเป็นวงอยู่ตรงกลางหลอด ปากบนปลายเว้านิดหน่อย ปากข้างล่างมี 3 หยัก ปลายมนหยักกึ่งกลางใหญ่กว่าหยักอื่นๆแล้วก็เฉพาะหยักนี้ด้านในมีขน เวลาดอกบานกลีบนี้จะกางออก เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็นคู่ คู่บนสั้นกว่าคู่ด้านล่างบางส่วน ก้านเกสรเกลี้ยง อับเรณูมี 2 พู ข้างบนติดกัน ข้างล่างกางออก จานดอกเห็ดชัด รังไข่ยาวประมาณ 3 มม. มีพูกลมๆ4 พู ก้านเกสรเพศเมีย ยาว 2.6-3 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2 แฉก ไม่มีขน ผล รูปไข่กลับ ขนาดเล็ก ยาวราวๆ2 มิลลิเมตร แข็ง สีน้ำตาล หรือสีเทา มีลายรูปตาข่าย

นิเวศน์วิทยา
: มีปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย
คุณประโยชน์ : ใบ และยอดอ่อน ใช้แต่งรสอาหาร แก้ไอ แก้หวัดและช่วยสำหรับในการย่อย เมล็ด น้ำมันสกัดจากเม็ดใช้ประกอบอาหารได้ กินเป็นยาชูกำลัง ทำให้ร่างกายอบอุ่นและแก้ท้องผูก

Tags : สมุนไพร

หน้า: [1] 2 3