แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - NOH1122

หน้า: [1] 2 3 ... 24
1
ว่านชักมดลูกราคาถูก

3

สมุนไพรตาตุ่มทะเล
ตาตุ่มทะเลExcoecaria agallocha Linn.
บางถิ่นเรียก ตาตุ่มทะเล} ตาตุ่ม (กึ่งกลาง); บูตอ (มลายู-จังหวัดปัตตานี).
ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 8-15 ม. เปลือกสีเทาวาว. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รี กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-9 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ หรือ มน; ขอบใบเรียบ หรือ หยักนิดหน่อย; ก้านใบยาว 1-2 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาว 3-7 ซม.; กลีบรองกลีบดอกไม้ 3 กลีบ; เกสรผู้ 3 อัน ไม่ติดกัน อับเรณูมี 2 ช่อง กลม. สมุนไพร ดอกเพศเมีย ออกเป็นช่อยาว 1.5-3.5 เซนติเมตร กลีบรองกลีบโคนเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็น 3 แฉก; รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย. ผล รูปกลมแป้น มี 3 พู กว้างโดยประมาณ 6 มม. ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร เม็ด ค่อนข้างจะกลม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าชายเลน.
สรรพคุณ : ราก ตำ หรือ ฝน ประสมกับขิง เป็นยาพอก หรือ ทา แก้อาการบวมตามมือและก็เท้า ต้น ยางมีฤทธิ์กัดทำลาย นำมาซึ่งอาการอักเสบ ถ้าหากเข้าตาจะมีผลให้ปวดอักเสบมากมาย ถึงทำให้ตาบอดได้ แก่นเรียกว่ากระลำพัก (ตาตุ่มทะเล) เมื่อเผาไฟจะมีกลิ่นหอมาก ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาขับลม ฟอกโลหิต ขับประจำเดือน ระบาย และก็ขับเสลด ถ้าเอาไม้จำพวกนี้ไปปักเลี้ยงหอยแมลงภู่ ผู้ที่รับประทานหอยที่เกาะไม้นี้ จะก่อให้ท้องเดินได้  ควันที่เกิดจากการเผาต้น ใช้รมแก้โรคเรื้อน  ยางต้นต้มรวมกับน้ำมัน ใช้ทาแก้โรคเรื้อน กัดแผลอักเสบเรื้อรัง ทาเช็ดนวดแก้ปวดตามข้อ และก็อัมพาต ถ้าเกิดกินยางต้นในขนาดต่ำๆเป็นยาถ่าย แต่ถ้าเกิดกินมากมายอาจทำให้สตรีแท้งลูกได้ ใบ เป็นพิษ น้ำสุกเปลือก รับประทานเป็นยาทำให้อาเจียน เป็นยาถ่าย แก้โรคลมชัก แล้วก็เป็นยาฝาดสมาน

Tags : สมุนไพร

4

ถั่งเช่าบำรุงไต สร้างเสริมระบบแพร่พันธุ์
 พ.ค. 2, 2016  kungtep
ไตแข็งแรง อวัยวะเพศแข็งตัว แพทย์แมะบอกมา หนังสือเรียนแพทย์ช่องทางจีน รับประทานถั่งเช่าบำรุงไต เสริมสร้างระบบสืบพันธุ์ผ่านไปฝั่งจีนบ้าง พบเจอแต่ว่าคนแข็งแรง คนจีนเน้นสุขภาพ และสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรจีนก็เกียรติศักดิ์เลื่องลือ เพราะเหตุว่ากินแล้วดี ได้ฟังแพทย์แมะ แพทย์แผนจีนแล้วยังอึ้ง ท่านต่างเอ่ยถึงเรื่องของสุขภาพ
สุขภาพทางเพศ รวมทั้งการผสมพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นถั่งเช่า รวมทั้งพูดว่า เครื่องเพศของคนเรานั้น เกี่ยวข้องกับไตสมรรถภาพทางเพศจะดีได้ จะต้องบำรุงไตให้แข็งแรง ชาวจีนเยอะมากๆก็เลยเลือกรับประทานถั่งเช่า ด้วยเหตุว่ามีฤทธิ์บำรุงไต คนเป็นโรคไตก็ประยุกต์ใช้กินกันมากมาย เพื่อช่วยบำบัดอาการ

แพทย์แผนจีน มีมุมมองว่าการปฏิบัติงานของไตจะเกี่ยวโยงกับระบบฮอร์โมน
สำหรับสตรี ไตจะแข็งแรงสมบูรณ์สูงที่สุดก็ตอนเป็นสาว รวมทั้งต่างหากคือช่วงเวลาที่หญิงเริ่มมีรอบเดือน ไตแข็งแรงมากมาย เลือดลมก็จะดี ระดูธรรมดา เลือดฝาด เปล่งปลั่ง อารมณ์ทางเพศสูง
ส่วนผู้ชายนั้น ไตจะแข็งแรงที่สุดตอนเป็นหนุ่มเหมือนกัน รวมทั้งถั่งเช่าจะบ่งบอกความแข็งแรงได้ด้วยการหลั่งน้ำอสุจิ คนที่ไตบริบูรณ์ น้ำกามจะมีปริมาณมาก น้ำกามแข็งแรง อวัยวะเพศแข็งตัวดี แต่ว่าคนเราพอเพียงอายุมากขึ้น ไตจะอ่อนแอลง ถั่งเช่าทิเบตความสามารถทางเพศเสื่อม จะเห็นว่าหญิงประจำเดือนหมด แล้วก็หมดความสามารถสำหรับในการขยายพันธุ์
ในทางตรงกันข้าม ถ้ามนุษย์เรามีความสามารถทางเพศดี ก็จะกลับไปเสริมลักษณะการทำงานของไต ไตไม่เสื่อม ดังที่หมอแมะท่านว่า มีเพศสัมพันธ์เสมอๆไตก็ได้แข็งแรงไปด้วย ข้อนี้สำคัญทีเดียว รู้แบบงี้จะรออะไร ซื้อถั่งเช่าทิเบตบำรุงไตมารับประทาน แต่ไม่ต้องไปไกลถึงจีน เดี๋ยวนี้มีจำหน่ายหลายยี่ห้อสินค้า หาซื้อมากินได้เลย แม้กระนั้นที่สำคัญเป็น เรื่องคุณภาพ ควรจะมีประสิทธิภาพและไม่ได้มาตรฐานGMP มีทะเบียนยายืนยันโดยกระทรวงสาธารณสุขไทย
ถ้าหากอยากได้ถั่งเช่าแคปซูลราคาขายส่ง ตามมาตรฐานGMPแล้วก็มีทะเบียนยา ผมแนะนำสินค้าของโรงงานเชียงดาว เป็นถั่งเช่าเพื่อส่งออกต่างประเทศ หากคุณภาพมิได้มาตรฐานไม่มีทางผ่านกฎเหล็กอย่างแน่แท้ โดยโรงงานแม่คำป้อ โอสถ เป็นผู้สร้างเชื่อถือได้ 100%
การกินแล้วจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน มิได้ขึ้นอยู่กับถั่งเช่าทิเบตอย่างเดียว อาหารเสริมทุกประเภทไม่ใช่ของกินหลัก และการกินอาหารเสริมสิ่งเดียว ถ้าหากไม่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีด้วย ยากจะได้ผล ท่านสามารถสอบถามเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และเนื้อหาของถั่งเช่าบำรุงไตได้ที่เจ้าหน้าที่แล้วก็เภสัชกรโรงงาน

Tags : ถั่งเช่า,ถั่งเช่าทิเบต

5

น้ำมันเหลือง น้ำมันไพล นวดแก้ปวดเมื่อย
 ม.ย. 15, 2018  kungtep
น้ำมันเหลือง น้ำมันนวดสมุนไพร แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกล้าม เข็ดหลาบขัดหยอกเย้าปวดเมื่อย นวดด้วยน้ำมันไพล คุณประโยชน์ช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบกล้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่นั่งทำงานเวลานานๆจะมีลักษณะอาการปวดหลัง ปวดเอว เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวร่างกาย
น้ำมันเหลือง อีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ทานยาเกลียดชังรับประทานยา ถ้าหากมีลักษณะปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดน่อง ปวดหัวเข่า คอกลยุทธ์ ลองใช้น้ำมันเหลือง ใช้กันมานานตั้งแต่โบราณ รู้จักกันในชื่อ”น้ำมันเหลือง” น้ำมันเหลืองจะมีส่วนผสมหลักๆคือไพล สรรพคุณของไพลคือบรรเทาอาการปวดปวดเมื่อยตามร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม คนไหนกันเกลียดชังกินยาใช้น้ำมันลูกสมุนไพลเป็นอีกลู่ทาง  ยาทาภายนอก นวดได้ทุกจุดที่มีลักษณะปวดเมื่อย
ส่วนประกอบน้ำมันเหลือง นวดคลายกล้าม มีส่วนผสมสมุนไพรหลากหลายประเภทน้ำมันเหลือง ได้แก่
น้ำมันไพล
น้ำมันระกำ
น้ำมันก้านพลู
น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวสกัดเย็น
การบูร
เกล็ดสาระแหน่
เหง้าไพลสด
อื่นๆ
สรรพคุณน้ำมันเหลือง ใช้ลดการอักเสบกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย โรคเหน็บชา ตะคิว แก้ฟกชำดำเขียว ข้อเข่าแล้วก็ข้อมืออักเสบ ช่วยบรรเทาเอ็นน้ำมันเหลือง

6

ถั่งเช่ายาบำรุงสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกาย
 เมษายน 21, 2018  kungtep
ถั่งเช่า “บำรุงสุขภาพ” เพิ่มฮอร์โมนเพศและก็ประสิทธิภาพที่ลดลงไป จิตใจหดหู่ไม่สดใสร่าเริง โรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นด้วยเหตุว่าร่างกายขาดฮอร์โมนเพศ
 เพิ่มความกระปี้กระเปร่าให้กับชีวิตคุณ ควรจะทานอาหารดีเป็นประโยชน์พร้อมทั้งอาหารเสริมสุขภาพ “ถั่งเช่าทิเบตบำรุงสุขภาพ
สรรพคุณของถั่งเช่ามีอะไรบ้าง
ยาบำรุงกำลังถั่งเช่า กินได้อีกทั้งผู้ชายและก็สตรี รับประทานเสมอๆจะเป็นยาอายุวัฒนะ เลือดลมสูบฉีดดี ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์โรคอามรมณ์ทางเพศเสื่อมนี้ อย่ามีความคิดว่าช่างเถอะ ถ้าท่านมองไปรอบข้าง ทั้งยังสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตประจำวันมีต้นสายปลายเหตุหลายชนิดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แล้วก็ทำให้แก่เร็ว
เพิ่มความแข็งแรง ความกำหนัด
ฮอร์โมนน้อยลง เนื่องจากว่าสถานการณ์โอบล้อม บางคนเครียดจัด จากการทำงาน ความเหนื่อยอ่อนล้าจากมลภาวะรอบกาย ส่งผลต่ออารมณ์และก็จิตใจ เปลี่ยนเป็นคนไร้ความรู้สึกทางเพศไปเลยก็มี

แนวทางกิน ถั่งเช่า
กินถั่งเช่าทิเบตเป็นประจำทุกวี่วัน จะช่วยบำรุงร่างกายรวมทั้งชะลอความแก่ก้าวหน้า จะมีผลให้ฮอร์โมนไม่หมดก่อนวัยอันควรจะ
ก่อนซื้อถั่งเช่ามารับประทาน พิจารณาผู้สร้าง เลือกแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพราะเห็ดถั่งเช่าทิเบตมีหลายประเภท มีทั้งยังเห็ดสังเคราะห์ เห็ดขึ้นธรรมชาติและที่เพาะจากฟาร์ม เห็ดถั่งเช่าจะมีคุณภาพดีสุดหมายถึงเห็ดที่เพาะจากฟาร์มและก็ที่เกิดจากธรรมชาติ ส่วนที่มาจากการสังเคราะห์ มีฤทธิ์ทางยาน้อยมาก
แนวทางสั่งซื้อ ถั่งเช่า
พอใจถั่งเช่า-ทิเบต หญ้าหนอนสีทองคำ ทดลองศึกษาข้อมูลอื่นๆอย่างรอบคอบ มีการวิจัยมากมายเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้ หลายๆท่านที่ได้รับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับถั่งเช่าไปแล้ว ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มแล้วก็ทดลองกินได้ผลลัพธ์ที่ดี กลับมาปึ๋งปั๋งเหมือนกับพึ่งปิ้งเข้าวัยชายหนุ่ม-สาว

Tags : ถั่งเช่า

7
มหันตภัย ! ความดันรวมทั้งเบาหวานภัยใกล้ตัว เจียวกู่หลานช่วยกำจัดได้
พฤษภาคม 8, 2018  kungtep
โรคความดันและก็เบาหวาน เป็นโรคที่คนส่วนมากไม่ดูถึงความร้ายแรงสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นหารู้ไม่ว่า สร้างความวิบัติต่อร่างกายรวมทั้งชีวิตอย่างไม่ได้นึกฝัน รีบป้องกันให้ถูกจุดด้วย ” สมุนไพรเจียวกู่หลาน

โรคความดันสูง-เบาหวาน ภัยร้ายใกล้ตัวคุณ
สิ่งใดที่อยู่ใกล้ตัว สิ่งนั้นมักถูกละเลยเสมอ หลายสิ่งในชีวิตที่เรามักไม่ใส่ใจมองไม่เห็นถึงจุดสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น แฟน เพื่อนฝูง คนภายในครอบครัว ที่ถูกไม่เอาใจใส่จากพวกเราอย่างไม่ตั้งใจ อาจจะด้วยการมุ่งมั่นทำงานหรือเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ รวมทั้งก็มีหลายสิ่งรอบข้างที่พวกเรามักไม่เห็นถึงความอันตราย ที่จะนำมาสู่ตัวหรือคนรอบข้างสักเท่าไหร่ อย่างเรื่องของสุขภาพการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆในขณะที่ไม่ร้ายแรงและที่มีความคิดว่าไม่รุนแรง แม้กระนั้นแฝงด้วยภัยอย่างมหัน ที่รอจังหวะเวลาอยู่เป็นประจำ ได้แก่ โรคของความดันรวมทั้งโรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่ง 2 ต่างก็เป็นโรคที่ชินหูพวกเราเป็นอย่างดี ภัยร้ายก็มีแต่ก็ทุเลาและก็ปลอดภัยได้เพียงแค่ใช้ “เจียวกู่หลาน
ลดการอุดตันเส้นเลือด เจียวกู่หลาน
โรคความดันโลหิตสูง มีลักษณะอย่างไร?
ลักษณะการป่วยโรคความดันเลือดสูง ส่วนมากพวกเราจะเจอคนไข้ เป็นความดันเลือดสูงมากกว่าโรคความดันต่ำ  ซึ่งเป็นอาการของการบีบตัวของหัวใจร่วมกับแรงกดดันในกระแสโลหิตที่สูง เร็ว ถี่ มากกว่าปกติทั่วๆไป
ความดัน โรคเบาหวาน อายุ 40 ปีขึ้นไปต้องระวัง!
โรคความดันสูง มีต้นเหตุมาจากการเต้นของหัวใจ ที่เป็นอวัยวะสถานที่สำหรับทำงานอยู่ตลอดระยะเวลา  อีกทั้งแรงดันในเลือดที่จะต้องดำเนินงานเหมือนกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โรคความดันสูงเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ที่จะเป็นไปได้ง่ายดายที่สุดกับผู้ที่มีอายุ 35 – 40 ปีขึ้นไป จึงพินิจได้ว่าบิดามารดาบรรพบุรุษของเรามักเป็นโรคนี้กันมาก

สรรพคุณเจียวกู่หลาน
สรรพคุณและก็ผลดีใบเจียวกู่หลาน
“เจียวกู่หลาน” คุ้มครองปกป้องโรคความดันสูงรวมทั้งเบาหวานได้ไหม
การรักษาโรคความดันสูง ต้นเจียวกู่หล่านช่วยคุ้มครองปกป้องได้ ความเลวร้ายของโรคความดันสูงที่ควรรักษาด้วยการใช้ เจียวกู่หลานหมายถึงเมื่อความดันสูงมากมายๆจะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญๆหลายส่วนไม่เพียงพอ จนกระทั่งเสียหายมีผลต่อชีวิตได้ ยกตัวอย่างเช่น ไตวายเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว เส้นโลหิตแดงส่วนปลายแข็งดำเนินงานไม่เต็มกำลัง สมองเสื่อม และก็เส้นโลหิตสมองแตกได้สุดท้าย ซึ่งถ้าเกิดไม่ตายก็อาจเป็นอัมพาต
โรความดันและเบาหวาน คุ้มครองป้องกันได้ด้วย”เจียวกู่หลาน”
สมุนไพรรักษาโรความดัน-โรคเบาหวาน เจียวกู่หลาน ผู้เจ็บป่วยหรือผู้ต้องการับประทานป้องกัน ควรที่จะทำการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีทะเบียนยารวมทั้งทะเบียน(อย) ผลิตขึ้นมาจากโรงงานตามมาตรฐานGMP

Tags : เจียวกู่หลาน

8
น้ำเชื้ออ่อน สเปิร์มน้อย มีบุตรยาก ถั่งเช่าสมุนไพรเพิ่มน้ำอสุจิ
 เดือนพฤษภาคม 12, 2016  kungtep
น้ำเสปิร์มเชื้ออ่อน สเปิร์มน้อย มีบุตรยาก ถั่งเช่าสมุนไพรเพิ่มน้ำเชื้อ ช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง อวัยวะเพศแข็งดี แม้กระนั้นต้องเป็น ถังเฉ่าแท้บริสุทธิ์100% ชาวจีนนับได้ว่าเป็นยาโด๊ป
สำหรับบางครอบครัว การมีลูกดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก มูลเหตุหนึ่งพบว่าเป็นผลมาจากน้ำเชื้อของข้างชาย น้ำอสุจิไม่แข็งแรง สูตินรีแพทย์ โรงหมอวิภาวดีกล่าวเกี่ยวกับหัวข้อนี้ว่า ผู้ชายที่หลั่งน้ำกามจำนวนน้อย ความเข้มข้นของน้ำเชื้อที่ลดลงจะทำให้ความรู้ความเข้าใจในการมีลูกลดลงไปด้วย ความแข็งแรงสมบูรณ์ของสเปิร์มก็ส่งผลเหมือนกัน

ถั่งเช่าบำรุงฮอร์โมน บำรุงร่างกาย
อะไรทำให้น้ำอสุจิน้อย อสุจิไม่แข็งแรง หากเป็นภาษาโบราณเขาก็จะกล่าวกันว่า ไม่มีน้ำยา คำบอกเล่านี้จะไม่กำเนิดกับท่านถ้าได้มีการปรับขั้นตอนการดำรงชีพใหม่ ลองดูครับ
จากการเรียนของสูติแพทย์พบว่า การดื่ม การสูบบุหรี่ส่งผลต่อน้ำอสุจิ การใช้ชีวิตประจำวันที่จำต้องนั่งนานๆอัณฑะไม่เป็นอิสระ หรือถูกกระแทกกระเทือนมากๆก็ทำให้ความสามารถการผลิตน้ำเชื้อต่ำลงได้ สภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงยิ่งส่งผลโดยตรง รวมไปถึงคนที่เป็นโรคอ้วน โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันเลือด
 โดยเหตุนั้นควรจะ เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ หรือดื่มให้น้อยลง ค่อยปรับพฤติกรรมไป แปลงจากดื่มมาเป็นออกกำลังกายแทน หันมาเล่นกีฬาเพื่อร่างกายได้ออกแรงดีกว่า
นอกจากนั้นยังมีการศึกษาพบว่า สมุนไพรที่บำรุงร่างกาย บำรุงความสามารถทางเพศ ช่วยให้น้ำอสุจิแข็งแรง ก็คือถั่งเช่า ต้นหญ้าหนอนสีทองคำ สมุนไพรประเภทนี้มีสรรพคุณบำรุงร่างกายที่อ่อนแอ เลือดลมที่ไม่ค่อยไหลเวียนให้สูบฉีดดียิ่งขึ้น คนที่มีลักษณะหย่อนความสามารถทางเพศ องชาติไม่แข็ง หลั่งน้ำอสุจิไม่ดีเหมือนปกติ นํ้าอสุจิน้อย หลั่งเร็วเหลือเกิน กินถั่งเช่า หญ้าหนอนสีทองช่วยทำให้อาการ
ทดลองรับประทานถั่งเช่ามองครับผม กินบ่อยๆ พร้อมกับปรับวิถีชีวิตทุกวัน หันมาดำรงชีวิตแนวธรรมชาติเพื่อสุขภาพมอง ออกกำลังกายทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วก็จะต้องให้สุขภาพของเราได้พักผ่อนพร้อมด้วยกายและก็จิตใจ พักผ่อนกายก็คือการนอนหลับให้พอเพียง ส่วนการพักผ่อนจิตใจก็คือ ต้องไม่คิดมาก ไม่ตกอยู่ในภาวการณ์กังวลใจ หรือเครียด ความเคร่งเครียดก็เป็นตัวแนวทางการทำให้หย่อนยานความสามารถทางเพศ รวมทั้งมีลูกยาก
ต้องการมีร่างกายที่แข็งแรง ต้องหาถั่งเช่ามากิน บำรุงได้ทั้งยังหญิงและก็ชายไม่มีอันตราย คนแข็งแรงจะติดลูกง่าย แต่มีข้อควรปฏิบัติตามคือ ถั่งเช่าเลียนแบบมีขายมากมาย ก่อนซื้อตรวจทานฉลากผลิตภัณฑ์ให้ดี และอาจหาเนื้อหาเกี่ยวกับผู้สร้างเพื่อประกอบกิจการพินิจ
ถ้าเกิดอยากได้สินค้าที่มั่นจิตใจได้ 100% ขอเสนอแนะถั่งเช่าทิเบต เชียงดาว เนพบร์ฟูด ผลิตโดยโรงงานแม่คำป้อโอสถ ความโด่งดังเป็นที่เชื่อมั่นมานานหลายปี รวมทั้งด้วยประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับ ตอนนี้เชียงดาว เนเจอร์ฟูดได้ขยายการสร้างถั่งเช่า ต้นหญ้าหนอนสีทองคำไปที่ต่างประเทศ ท่านสามารถถามรายละเอียดอื่นๆได้จากฝ่ายขายของโรงงานเชียงดาว เนพบร์ฟูด

Tags : ถั่งเช่า,ถั่งเช่าทิเบต

9

สมุนไพรพญายอ
เสลดพังพอนตัวเมีย
เสมหะพังพอนตัวเมีย ชื่อสามัญ Snake Plant
เสมหะพังพอนตัวเมีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Clinacanthus burmanni Nees, Clinacanthus siamensis Bremek., Justicia nutans Burm. f.) จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาแพทย์ (ACANTHACEAE)
สมุนไพรเสมหะพังพอนตัวเมีย พญายอ มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ลิ้นมังกร ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่), พญาข้อคำ (จังหวัดลำปาง), เสลดพังพอนตัวเมีย (พิษณุโลก), พญาบ้องดำ พญาข้อทอง (ภาคกลาง), ลิ้นงูเห่า พญายอ (ทั่วไป), โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ชิงเจี้ยน หนิ่วซิ้วฮวา (ภาษาจีนกลาง) เป็นต้น
รูปแบบของเสมหะพังพอนตัวเมีย
ต้นเสมหะพังพอนตัวเมีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มปนเถา มักเลื้อยพาดไปตามต้นไม้อื่นๆมีความสูงได้โดยประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นมีลักษณะสะอาด ต้นอ่อนเป็นสีเขียว ลำต้นมีลักษณะกลม ผิวเรียบเป็นข้อสีเขียว แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางปักชำหรือแยกเหง้ากิ้งก้านไปปลูก เจริญวัยได้ดีในดินทุกประเภท ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแดดจัด มีเขตการกระจายพันธุ์ในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย แล้วก็ไทย ในประเทศไทยพบบ่อยขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ หรือพบปลูกกันตามบ้านทั่วไป
ต้นเสลดพังพอนตัวเมีย
ต้นพญายอ
ใบเสมหะพังพอนตัวเมีย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงกันข้ามกันเป็นคู่ๆรูปแบบของใบเป็นรูปใบหอก รูปรีแคบขอบขนาน ปลายใบและก็โคนใบแหลม ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร รวมทั้งยาวราวๆ 7-9 ซม. แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบ
ใบเสลดพังพอนตัวเมีย
ดอกพญายอเสลดพังพอนตัวเมีย มีดอกเป็นช่อกลุ่มที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกประมาณ 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นสีแดงส้ม โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นหลอด ยาวราวๆ 3-4 เซนติเมตร ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก คือ ปากล่างและปากบน ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ กลีบเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนกลีบรองกลีบดอกนั้นเป็นสีเขียว ยาวเท่าๆกัน มีขนคือต่อมเหนียวๆอยู่โดยรอบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 2 อัน ส่วนเกสรเพศเมียเกลี้ยงไม่มีขน ออกดอกในช่วงราวๆต.ค.ถึงเดือนมกราคม (แต่ว่ามักจะไม่ค่อยมีดอก)
ดอกเสลดพังพอนตัวเมีย
พญาปล้องทอง
ลิ้นงูเห่า
ผลเสลดพังพอนตัวเมีย ผลได้ผลสำเร็จแห้งและแตกได้ (แม้กระนั้นผลไม่เคยติดเป็นฝักในประเทศไทย) รูปแบบของผลเป็นรูปกลมยาวรี ยาวได้โดยประมาณ 0.5 ซม. ก้านสั้น ข้างในผลมีเมล็ดราว 4 เม็ด
หมายเหตุ : เสมหะพังพอน เป็นชื่อพ้องของพรรณไม้ 2 ประเภทเป็นเสมหะพังพอนตัวผู้ รวมทั้งเสลดพังพอนตัวเมีย ซึ่งจะแตกต่างตรงที่เสลดพังพอนตัวผู้ลำต้นจะมีหนามแล้วก็มีดอกเป็นสีเหลือง ส่วนเสลดพังพอนตัวเมียลำต้นจะไม่มีหนามรวมทั้งมีดอกเป็นสีแดงส้ม เพื่อไม่ให้เป็นการงงมากหลายๆหนังสือเรียนก็เลยนิยมเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า “พญายอ” หรือ “พญาปล้องทองคำ” โดยเสมหะพังพอนเพศผู้นั้นจะมีคุณประโยชน์ทางยาอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย และก็ตำราเรียนยาไทยนิยมนำมาใช้ทำยากันมาก
คุณประโยชน์ของเสมหะพังพอนตัวเมีย
รากรวมทั้งเปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงกำลัง (รากรวมทั้งเปลือกต้น)
ต้นแล้วก็ใบใช้กินเป็นยาถอนพิษไข้ ดับพิษร้อน (ทั้งยังต้นและก็ใบ)1,3 ใช้เป็นยาลดไข้ ด้วยการใช้ใบสด 1 กำมือ ตำให้ถี่ถ้วน ผสมกับน้ำแช่ข้าว ใช้พอกบนศีรษะผู้ป่วยโดยประมาณ 30 นาที ลักษณะของการมีไข้แล้วก็ลักษณะของการปวดศีรษะจะหายไป (ใบ)6
ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (ทานอาหารเป็นพิษไข้ แล้วทำให้โรคกำเริบ) ด้วยการใช้รากสดเอามาต้มกินครั้งละโดยประมาณ 2 ช้อนแกง (ราก)
ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ ด้วยการนำใบสดมาเคี้ยวโดยประมาณ 10 ใบ กลืนเอาแต่น้ำยาพอให้ยาจืด แล้วจึงคายกากทิ้ง (ใบ)6
ช่วยแก้คางทูม ด้วยการใช้ใบสดโดยประมาณ 10-15 ใบ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าโรง คั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่บวม อาการบวมจะหายไป และลักษณะการเจ็บปวดจะหายไปข้างใน 30 นาที (ใบ)
ใช้เป็นยารักษาโรคบิด (ทั้งยังต้นและใบ)
รากใช้ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับประจำเดือน (ราก)
ใช้เป็นยาแก้เมนส์มาไม่ปกติ (ทั้งต้น)
ช่วยแก้อักเสบแบบโรคดีซ่าน (อีกทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้แผลอักเสบจับไข้ ไข่ดันบวม ด้วยการกางใบสดประมาณ 3-4 ใบ เอามาตำกับข้าวสาร 3-4 เม็ด ผสมกับน้ำพอเพียงแฉะ ใช้พอกราวๆ 2-3 รอบ จะช่วยให้อาการ (ใบ)
ลำต้นนำมาฝนแล้วก็ใช้ทาแผลสดจะช่วยทำให้แผลหายเร็ว (ลำต้น)ใช้รักษาแผลจากหมากัดมีเลือดไหล ด้วยการใช้ใบสดราว 5 ใบ นำมาตำพอกรอบๆแผลสัก 10 นาที (ใบ)
ใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวก ด้วยการกางใบสดนำมาตำต้มกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผล แผลจะแห้ง หรือจะใช้ใบสดนำมาตำอย่างถี่ถ้วนผสมกับเหล้า ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่ถูกไฟลุกหรือน้ำร้อนลวก จะมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อนเจริญ4 ส่วนอีกหนังสือเรียนกล่าวว่า นอกเหนือจากที่จะใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลยุ่ยเพราะเหตุว่าถูกแมงกะพรุนไฟ แผลสุนัขกัด และก็แผลที่เกิดขึ้นจากการเช็ดกกรดได้อีกด้วย เพียงนำใบไปหุงกับน้ำมันแล้วเอามาทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ใบโดยประมาณ 3-4 ใบ กับข้าวสาร 5-6 เม็ด เติมน้ำลงไปให้เพียงพอแฉะ แล้วเอามาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองได้ดี ทำให้แผลแห้งไว โดยให้เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง พอกไปสักพักหนึ่งแล้วให้เอาน้ำมาหยอดกันยาแห้งด้วย (ใบ)
ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ด้วยการใช้ใบสดตำผสมกับสุราใช้ทา หรือใช้เหล้าสกัดใบเสมหะพังพอน จะได้น้ำยาสีเขียวเอามาทาแก้ผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้สิวเม็ดผื่นผื่นคัน ด้วยการนำใบมาดองกับเหล้า แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวและเม็ดผดผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้ฝี ด้วยการกางใบนำมาตำผสมกับเกลือและก็เหล้า ใช้พอกรอบๆที่เป็น เปลี่ยนยาทุกเช้าตรู่แล้วก็เย็น (ใบ)
ต้นและก็ใบใช้เป็นยาขับพิษ ทำลายพิษ โดยยิ่งไปกว่านั้นพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ได้แก่ งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ลมพิษ แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการกางใบสดโดยประมาณ 5-10 ใบ นำมาขยี้หรือตำใช้ทาบริเวณที่เป็น หรือใช้ใบสดเอามาตำให้เพียงพอแหลก แช่ในเหล้าขาวโดยประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลส่วนอีกตำรับยาแก้ผื่นคัน ตามข้อมูลระบุว่า ให้ใช้ใบตำผสมกับดินสอพอง ใส่น้ำนิดหน่อย ใช้ทาบริเวณที่เป็น (ใบ)

คนกรุงจะนำใบมาตากแห้งแล้วตำผสมกับแมงป่องปิ้ง ใช้เป็นยาแก้พิษงู (ใบ)
พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังประเภทเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ขยุ้มตีนสุนัข และก็ใช้เป็นยาถอนพิษต่างๆด้วยการใช้ใบเสมหะพังพอนตัวเมียสดโดยประมาณ 10-20 ใบ (เลือกเอาเฉพาะใบสดสีเขียวเข้มเป็นเงา ไม่อ่อนหรือแก่กระทั่งเกินความจำเป็น) แล้วเอามาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว คั้นเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและเอากากพอกบริเวณแผล หรืออีกแนวทางให้จัดแจงเป็นทิงเจอร์เพื่อใช้ทารักษาอาการอักเสบจากเริมในปาก โดยใช้ใบสด 1 กิโลกรัม เอามาปั่นอย่างรอบคอบ เติมแอลกอฮอล์ 70% ลงไป 1 ลิตร แล้วหมักทิ้งเอาไว้ 7 วัน ระเหยบนเครื่องอังไอน้ำให้ปริมาตรลดน้อยลงครึ่งเดียว (ห้ามตั้งบนเตาไฟโดยเด็ดขาด) แล้วก็เพิ่มเติมกลีเซอรีน (Glycerine pure) อีกเท่าตัว (ครึ่งลิตร) แล้วนำน้ำยาเสลดพังพอนกลีเซอรีนที่ได้มาใช้ทาแผลเริม งูสวัด แผลร้อนในปาก และใช้ทำลายพิษต่างๆสำหรับตำรายาแก้งูสวัดอีกตำรับจะใช้ใบสดผสมกับดอกลำโพง โกฐน้ำเต้า อย่างละเท่ากัน รวมกันตำให้เพียงพอแหลก แช่กับเหล้า แล้วประยุกต์ใช้ทาแก้แผลงูสวัด (ใบ)
พญายอ ใช้แก้ถูกหนามพุงดอตำหรือถูกใบตะลังตังช้าง ด้วยการนำขี้ผึ้งแท้มาลุกลนไฟให้ร้อน แล้วเอามาคลึงเพื่อดูดเอาขนของใบตะลังตังช้างออกเสียก่อน แล้วจึงใช้ใบเสมหะพังพอนผสมกับสุราทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้เป็นยาแก้แพ้เกสรรักษาป่า ยางรักป่า และก็ยางสาวน้อยผัดแป้ง ด้วยการใช้ใบผสมกับเหล้า เอามาทาบริเวณที่คัน (ใบ
ใช้แก้ฝึกฝน เหือด ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 7 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 8 แก้ว ต้มให้เดือด 30 นาที เทยาออกรวมทั้งผึ่งให้เย็น แล้วนำใบสดมาอีก 7 กำมือ ตำผสมกับน้ำ 8 แก้ว แล้วเอาน้ำยาทั้งสองมาผสมกัน ใช้อีกทั้งกินแล้วก็ทาทา (ยาทาให้ใส่พิมเสนลงไปบางส่วน) เด็กที่เป็นหัด เหือด ให้กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว (ใบ)
พญายอ ทั้งยังต้นใช้เป็นยาแก้ปวดบวม เคล็ดลับปวดเมื่อย บวมช้ำ กระดูกร้าว ช่วยขับความชุ่มชื้นในร่างกาย แก้อาการปวดปวดเมื่อยเนื่องจากว่าเย็นเปียกชื้น (ทั้งต้น)
รากใช้เป็นยาแก้ลักษณะของการปวดปวดเมื่อยบั้นเอว (ราก)
ขนาดและการใช้ : ยาแห้งให้ใช้ทีละ 5-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน ส่วนยาสดให้ใช้ทีละ 30 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำกิน หรือตำพอกแผลด้านนอก
ข้อควรปฏิบัติตามพญายอ
: หากแม้ในอดีตกาลจะมีการใช้ใบสดนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นแผล แต่ในปัจจุบันแนวทางลักษณะนี้ไม่เป็นที่นิยมแล้ว เนื่องจากจะทำความสะอาดได้ยาก ทำให้กากติดแผล และก็อาจส่งผลให้ติดโรคเป็นหนองได้
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเสลดพังพอนตัวเมีย
พญายอ รากเจอสาร Betulin, Lupeol, β-sitosterol ส่วนใบพบสาร Flavonoids ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ สารกรุ๊ป monoglycosyl diglycerides ยกตัวอย่างเช่น 1,2-O-dilinolenoyl-3-O-b-d-glucopyranosyl-sn-glycerol รวมทั้งสารกลุ่ม glycoglycerolipids ซึ่งมีฤทธิ์ยั้งไวรัสเริม
จากการทดลองในสัตว์ใช้สกัดจากใบสดของเสมหะพังพอนตัวเมียด้วย n-butanol พบว่า สามารถลดการอักเสบได้2 โดยพบว่าจะช่วยลดการอักเสบของข้อเท้าหนูที่ทำให้บวมด้วยสาร carrageenan ได้ เมื่อใช้ตำรับยาที่มีเสลดพังพอนตัวเมียร้อยละ 5 ใน Cold cream รวมทั้งสารสกัดด้วยเอทานอลจากใบ เอามาทาเฉพาะที่ให้หนูแรท จะช่วยลดการอักเสบเรื้อรังได้ แต่ว่าเมื่อใช้สารสกัดด้วย n-butanol มาทาที่ผิวหนังจะไม่ได้ผล
สารสกัดจากใบความเข้ม 15 กรัม ต่อ 1 กิโล มีคุณภาพต้านทานการอักเสบเจริญ
เมื่อให้หนูเม้าส์กินสารสกัดด้วย n-butanol จากใบ พบว่า จะช่วยลดความเจ็บปวดของหนูที่ถูกรั้งนำให้ปวดด้วยกรดอะซีติเตียนคได้ ขึ้นรถสกัดความแรง 90 มก.ต่อกิโลกรัม จะมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับเฟนนิวบิวทาโซนขนาด 100 มิลลิกรัมต่อโล ส่วนสารสกัดด้วยน้ำและก็สารสกัดด้วยเอทานอล 60 จากใบ พบว่าไม่มีผลลดความเจ็บ
สารสกัดด้วยเฮกเซน บิวทานอล และเอทิลอะสิเตทจากใบเสลดพังพอนตัวเมียมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัสเชื้อเริม HSV-1 เมื่อนำไปทำเป็นตำรับเจลโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 4 และใช้ carbopol 940 เป็นสารก่อเจล พบว่าจะมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสได้ดีและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ ในช่วงเวลาที่เมื่อใช้สารก่อเจล poloxamer 407 จะมีพิษต่อเซลล์ แล้วก็จากรายงานการดูแลและรักษาผู้เจ็บป่วยโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์ชนิดเป็นซ้ำด้วยการใช้ยาจากสารสกัดเสมหะพังพอนตัวเมีย เปรียบเทียบกับยา acyclovir และยาหลอก โดยให้ผู้ป่วยทายาวันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 6 วัน พบว่าไม่ได้ต่างอะไรในช่วงเวลาการตกสะเก็ดของแผลคนเจ็บที่ใช้ยาจากสารสกัดใบและก็ยา acyclovir โดยแผลจะเป็นสะเก็ดด้านใน 3 วัน แล้วก็หายสนิทข้างใน 7 วัน ซึ่งต่างกันกับยาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยยาที่สกัดจากใบเสลดพังพอนตัวเมียจะไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการอักเสบรวมทั้งระคาย ขณะที่ acyclovir จะมีผลให้แสบ นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาที่ทำจากเสมหะพังพอนตัวเมียในคนไข้โรคเริม งูสวัด รวมทั้งแผลอักเสบในปาก แล้วพบว่าสามารถรักษาแผลและก็ลดการอักเสบเจริญ
พญายอ สารที่สกัดจากบิวทานอล (Butanol) ของใบเสลดพังพอนตัวเมีย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคเชื้อไวรัส Varicella zoster ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสประเภทที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเริมและอีสุกอีใส3 จากรายงานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดด้วยยาจากสารสกัดจากใบเปรียบเทียบกับยาหลอก โดยให้ป้ายยาวันละ 5 ครั้ง ตรงเวลา 1-2 สัปดาห์ จนกว่าแผลจะหาย พบว่าคนเจ็บหวานใจษาด้วยสารสกัดจากใบเสลดพังพอนตัวเมีย แล้วมีแผลเป็นสะเก็ดด้านใน 3 วัน และหายข้างใน 7-10 วัน จะมีจำนวนไม่น้อยกว่ากลุ่มสุดที่รักษาด้วยยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แล้วก็ระดับความเจ็บปวดจะต่ำลงเร็วกว่ากรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก โดยไม่เจอผลกระทบใดๆก็ตาม9
จากการทดสอบความเป็นพิษ เมื่อป้อนสารสกัด n-butanol จากใบให้หนูเม้าส์ พบว่ามีพิษบางส่วน แต่จะเป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าช่องท้อง ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1.3 กรัมต่อกก. (เสมอกันใบแห้ง 5.44 กรัมต่อโล) เมื่อนำมาป้อนเข้าทางปากหรือฉีดเข้าช่องท้องหนูเม้าส์ พบว่าไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการเป็นพิษอะไรก็แล้วแต่
จากการศึกษาพิษครึ่งหนึ่งเรื้อรัง
ด้วยการป้อนสารสกัด n-butanol จากใบในขนาด 270 แล้วก็ 540 มก.ต่อกก. ให้หนูแรททุกๆวัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่าไม่เป็นผลต่อการเติบโต แม้กระนั้นพบว่ามีน้ำหนักต่อมธัยมัเศร้าใจลง ในระหว่างที่น้ำหนักของตับเพิ่มขึ้น และไม่พบว่ามีความผิดปกติต่ออวัยวะอื่นๆหรืออาการไม่พึงปรารถนาแต่ว่าอ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเสลดพังพอน (พญายอ)

10

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เติบโตในแถบอินเดีย แอฟริกา รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและลำต้นประยุกต์ใช้เป็นยารักษาโรคตามแพทย์แผนโบราณของประเทศอินเดียรวมทั้งจีนมาอย่างนาน ใช้รักษาหลายโรค ดังเช่นว่า โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และยังเอามาทำกับข้าวได้อีกด้วย
ใบบัวบก
ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่มีประโยชน์ต่อสภาพร่างกายอยู่หลายแบบ เช่น ซาโปนิน (Saponin) หรือไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) เอเชียว่ากล่าววัวไซด์ (Asiaticoside) กรดทวีปเอเชียติก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) แล้วก็กรดมาดีคาสสิค (Madecassic Acid) จึงทำให้ประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ โดยมั่นใจว่ามีคุณประโยชน์หลายอย่าง ได้แก่ บรรเทาอาการอักเสบ ถ้าหากใช้รับประทานอาจมีคุณสมบัติช่วยลดความดันเลือดในหลอดโลหิตดำ และก็ประยุกต์ใช้รักษาโรคหรืออาการที่มีเหตุที่เกิดจากการตำหนิดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆตัวอย่างเช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การตำหนิดเชื้อที่ระบบทางเดินเยี่ยว โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาตกโรค โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีความเห็นว่าถ้าเกิดใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังบางทีอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นสาระสำคัญสำหรับการสมานรอยแผล ลดลางเลือนรอยแผลเป็น รวมทั้งปัญหาท้องลายที่มีต้นเหตุจากการท้อง แม้กระนั้นข้อรับรองหรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยมีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันความเชื่อ คุณประโยชน์ แล้วก็ความปลอดภัยของใบบัวบกสำหรับในการรักษาโรคพวกนี้
การดูแลรักษาด้วยใบบัวบกที่บางทีอาจได้ผล
เส้นโลหิตขอด มีการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งรายงานว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยบำรุงและสร้างสมดุลสำหรับในการเติบโตของเยื่อเกี่ยวเนื่อง (Connective Tissues) เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือด มีผลต่อความดันในเส้นเลือดฝอยแล้วก็เส้นโลหิตขอด ลดอัตราการกรองของเส้นเลือดฝอยโดยปรับแก้การไหลเวียนของโลหิต ยิ่งกว่านั้น ยังมีการเรียนรู้โดยการทบทวนการค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยว 8 ชิ้นเกี่ยวกับการดูแลรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบกในคนเจ็บที่มีปัญหาเส้นโลหิตขอดเรื้อรัง พบว่าลักษณะของการปวดขา ขาหนัก และอาการบวมน้ำทุเลาลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจช่วยทุเลาอาการคนป่วยเส้นเลือดขอดเรื้อรังลงได้ แต่ว่าจากการค้นคว้าระบุว่าบทสรุปข้างต้นจำต้องตีความด้วยความระวังเหตุเพราะข้อกำหนดต่างๆของงานศึกษาเรียนรู้วิจัย รวมทั้งยังจึงควรศึกษาเพิ่มเติมอีกเพื่อหาหลักฐานที่มีความถูกต้องชัดเจนและมีคุณภาพมากพอในการประเมินความสามารถการดูแลรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบก
การดูแลและรักษาด้วยใบบัวบกที่เป็นได้ แม้กระนั้นยังมีหลักฐานช่วยเหลือไม่พอ
โรคเส้นเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ใบบัวบกบางทีอาจช่วยสำหรับเพื่อการลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตได้ จากการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งโดยให้อาสาสมัครโรคหลอดเลือดแดงแข็งที่ไม่ออกอาการกรุ๊ปหนึ่งทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกตรงเวลา 6 เดือน รวมทั้งอีกกลุ่มไม่รับประทาน แล้วตรวจค้นความหนาแน่นของไขมันหรือพลัค (Plagues) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุของเส้นโลหิต พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มไม่ต่างอะไรกัน แต่ในกรุ๊ปที่ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกพบว่า อนุมูลอิสระในเลือดต่ำลง ปริมาณไขมันหรือพลัคที่เส้นโลหิตแดงใหญ่ที่คอและขาลดลง รวมทั้งรูปแบบของพลัคอีกทั้งความหนารวมทั้งความยาวก็ต่ำลงด้วยด้วยเหมือนกัน อีกทั้งยังไม่พบอาการที่ไม่ปรารถนา สามารถทนต่ออาการใกล้กันได้ รวมทั้งมีการบันทึกผลการตรวจเลือดเป็นประจำ เพราะเหตุว่าหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อโรคเส้นเลือดแดงแข็งยังน้อยเกินไป จึงจะต้องศึกษาต่อไป
ปกป้องลิ่มเลือด การรับประทานใบบัวบกอาจช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดลิ่มเลือดที่ขาซึ่งมีเหตุที่เกิดจากการโดยสารเครื่องบินเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จากหลักฐานที่ได้รับการพัฒนาแนะนำว่าใบบัวบกอาจช่วยลดของเหลวรวมทั้งเพิ่มการไหลเวียนเลือดในคนที่ขึ้นรถเครื่องบินติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ ยังไม่เป็นที่กระจ่างว่าการเรียนรู้ชิ้นนี้จะหมายคือการลดการสั่งสมของลิ่มเลือด เพราะว่าหลักฐานช่วยเหลือคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการปกป้องลิ่มเลือดยังน้อยเกินไป ก็เลยจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ในผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน งานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งให้คนเจ็บเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดฝอยจำนวน 50 คน กินสารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีสารสามเทอร์พีนอยด์เป็นหัวใจสำคัญ ขนาด 60 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก พบว่าสารตรีเทอร์พีนอยด์ของใบบัวบกมีคุณประโยชน์ต่อการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยของผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน แต่ว่าหลักฐานสนับสนุนคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการไหลเวียนของโลหิตยังไม่พอ ก็เลยจึงควรศึกษาต่อไป
แผลเบาหวาน มีการวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพและก็ผลข้างเคียงของการรับประทานสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลโรคเบาหวาน โดยแบ่งผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานปริมาณ 200 คนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งกินสารเอเชียตำหนิวัวไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มก. รวมทั้งอีกกลุ่มกินยาหลอกปริมาณ 2 แคปซูลหลังมื้ออาหารวันละ 3 ครั้ง และก็มีการให้คะแนนทุก 7 วัน พบว่าแผลของคนป่วยที่กินสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีมากกว่าและไม่เจอผลกระทบ หรือเรียกได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีคุณภาพสำหรับในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น รวมทั้งสามารถใช้ได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เกิดผลข้างเคียง แต่เนื่องจากหลักฐานเกื้อหนุนคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการรักษาแผลโรคเบาหวานยังไม่พอ จึงจำเป็นต้องศึกษาต่อไป
แผล สารออกฤทธิ์ของใบบัวบก เป็นต้นว่า เอเชียตำหนิโคไซด์ กรดทวีปเอเชียตำหนิก มาเดแคสโซไซด์ และก็กรดมาดีค้างสสิค เป็นสารช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนภายในร่างกายแล้วก็อาจมีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาแผลต่างๆอีกทั้งแผลขนาดเล็ก แผลไฟไหม้ แผลเป็นจากโรคสะเก็ดเงินหรือโรคหนังแข็ง รวมถึงแผลเป็นแบบนูน ซึ่งจากงานค้นคว้าชิ้นหนึ่งได้ชี้แนะว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกบริเวณผิวหนังภายหลังจากเย็บแผลแล้ว 2 ครั้งต่อวัน ต่อเนื่องนาน 6-8 อาทิตย์ อาจช่วยลดการเกิดแผลได้ รวมถึงแผลเป็นแบบนูนหรือคีลอยด์ แต่เพราะหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อแผลยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
ท้องลาย จากการมีครรภ์ ได้มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยเสนอแนะให้ผู้ที่กำลังมีครรภ์ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี และคอลลาเจน เสมอๆทุกวันในช่วง 6 เดือนสุดท้ายก่อนการคลอด ซึ่งบางทีอาจช่วยปัญหารอยแตกได้ นอกจากนั้น ยังมีการทดสอบโดยให้หญิงตั้งท้องจำนวน 100 คน ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี รวมทั้งคอลลาเจน-อีลาสติน ไฮโดรไลเซท ทาบริเวณผิวหนังที่มีรอยแตกเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของใบบัวบกอาจจะทำให้กำเนิดรอยแตกหรือท้องลายน้อยกว่าในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก แต่ว่าด้วยเหตุว่าหลักฐานช่วยเหลือคุณลักษณะของใบบัวบกต่อรอยแตกหรือท้องลายยังไม่แน่นอน จึงควรต้องศึกษาต่อไป
ลดความรู้สึกวิตกกังวล การดูแลรักษาแบบหมอแผนจีนมีการนำใบบัวบกมาใช้เพื่อทุเลาอาการเซื่องซึมและก็ความรู้สึกหนักใจ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเล่าเรียนทดสอบชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับคุณภาพของใบบัวบกในการลดความกลุ้มใจ โดยสุ่มให้อาสาสมัครรับประทานใบบัวบกในปริมาณ 12 กรัมหรือกินยาหลอก จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าใบบัวบกมีฤทธิ์ต้านความไม่สบายใจ ช่วยลดความเครียด แม้กระนั้นยังคงจะต้องเล่าเรียนเพิ่มต่อไปถึงความสามารถของใบบัวบกสำหรับในการรักษาโรควิตกกังวล
โรคและอาการอื่นๆยกตัวอย่างเช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นลมแดด การตำหนิดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ท้องเดิน ของกินไม่ย่อย ซึ่งยังจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาหาสมรรถนะและความปลอดภัยสำหรับการรักษาถัดไป

ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการรับประทานใบบัวบก
 การใช้สารสกัดจากใบบัวบกทาบริเวณผิวหนังอาจมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แม้กระนั้นการรับประทานใบบัวบกบางทีอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก คนที่กำลังมีท้อง หรือคนที่อยู่ในตอนให้นมบุตร เนื่องจากว่ายังไม่มีหลักฐานทางด้านการแพทย์พอเพียงที่จะช่วยเหลือถึงเรื่องความปลอดภัยทั้งยังต่อเด็ก คุณแม่ หรือทารกในครรภ์
การรับประทานใบบัวบกอาจเป็นต้นเหตุให้กำเนิดความเสียหายต่อตับ โดยเหตุนั้นคนที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับไม่ควรรับประทานใบบัวบก เพราะว่าอาจจะทำให้อาการต่างๆห่วยแตกลงได้ รวมถึงไม่ควรกินใบบัวบกร่วมกับยาที่ส่งผลต่อตับในกลุ่มพวกนี้ ดังเช่น พาราเซตามอล อะไม่โอดาโรน คาร์บามาซีปีนป่าย ไอโซไนอะซิด ซิมวาสแตติเตียนน เป็นต้น
การรับประทานใบบัวบกในจำนวนมากอาจจะเป็นผลให้รู้สึกอยากนอนได้มากกว่าปกติ หรือหากรับประทานร่วมกับยานอนหลับหรือยาคลายความวิตกกังวล ยกตัวอย่างเช่น โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ฟิโนบาร์บิทอล แล้วก็โซลพิเดม
ควรหยุดรับประทานใบบัวบกอย่างน้อย 2 อาทิตย์สำหรับคนที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด ด้วยเหตุว่าบางทีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้ในการผ่าตัดรวมทั้งอาจจะเป็นผลให้รู้สึกง่วงนอนได้มากขึ้น
ควรหารือแพทย์ก่อนรับประทานใบบัวบก ถ้าหากอยู่ในตอนการใช้ยาหรืออาหารเสริมประเภทอื่นๆอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าอาจจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ประสงค์ถ้ากินใบบัวบกในระหว่างการดูแลรักษาของผู้เจ็บป่วยโรควิตกกังวล คนป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง คนเจ็บอัลไซเมอร์ รวมถึงคนที่ใช้ยานอนหลับหรือยาหนักใจน้อยลง และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุว่าอาจก่อให้กดประสาทมากยิ่งขึ้น http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

11

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่พวกเราต่างรู้จักกันดีในฐานะของผักท้องถิ่น นิยมเอามากินกับน้ำพริกหรือเมนูอาหารต่างๆแบบใหม่ๆรวมทั้งยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเพื่อดับหิว แก้ช้ำใน และเพื่อช่วยบำรุงรักษาร่างกาย ซึ่งจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบทวีปเอเชียพวกเรานี้เอง ด้วยคุณประโยชน์ที่นานาประการ จึงทำให้มันเป็นทั้งยังยารักษาโรคแล้วก็ตัวช่วยเลี้ยงดูสุขภาพ ในปัจจุบันเริ่มมีการทำวิจัย สกัดสารสำคัญในใบบัวบกประยุกต์ใช้ในการรักษาในรูปของยาแคปซูล แล้วก็บัวบกผงสำหรับชงดื่มอีกด้วย
ลักษณะของใบบัวบก
บัวบก มีชื่อเรียกทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica อยู่ในตระกูล Umbelliferae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับผักชี ส่วนชื่อท้องถิ่นถูกเรียกในชื่อที่นานัปการ เช่น ผักแว่น ผักหนอก และกะโต่ เป็นต้น  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุก มีกอติดอยู่ที่พื้นดิน ลำต้นจะเลื้อยแพร่แขนงไปตามพื้นดินในแนวยาว มีอายุยืนยาวได้นานนับเป็นเวลาหลายปี การแตกรากและก็ใบจะเกิดขึ้นตามข้อ ลักษณะเป็นใบคนเดียว มีรูปร่างเสมือนไต จะออกเป็นกลุ่มตามข้อ ขอบของใบหยัก มีก้านใบยื่นยาวออกมา ดอกเป็นสีม่วงปนแดง ผลแบน ออกเป็นดอกลำพังหรือช่อขนาดเล็กโดยประมาณ 3-4 ดอก มีเอกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของกลิ่น รวมทั้งรสที่ขมผสมหวาน
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากใบบัวบักที่นิยมเอามารับประทาน
พวกเราบางทีอาจคุ้นชินว่าบัวบกเป็นพืชสมุนไพรแก้ช้ำในเป็นหลัก แม้กระนั้นที่จริงแล้วสมุนไพรจำพวกนี้เป็นประโยชน์สำหรับการรักษาอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเดิน รักษาโรคในกระเพาะ ช่วยบำรุงรักษาสมอง และก็ช่วยเพิ่มความจำ เป็นต้น การรับประทานใบบัวบกแบบใหม่ๆจะมีผลให้ร่างกายได้สารสำคัญหลากหลายประเภท ที่พบได้มากเป็น "สารไกลโคไซด์" (Glycosides) ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่ผลเข้าไปกีดกันการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมภาวะของเซลล์และก็เนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย มีส่วนช่วยรีบการสร้างคอลลาเจนที่ผิว กระดูก และเส้นเอ็น ทำให้แผลสมานตัวเข้าหากันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
คุณประโยชน์ของใบบัวบก ไม่ว่าจะเป็นการทานเป็นต้นดิบๆหรือเอามาคั้นเป็นน้ำดื่ม ล้วนมีคุณประโยชน์ทางยาที่ไม่ได้ต่างอะไรกัน
เนื่องจากว่ามีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะช่วยลดการเกิดอาการร้อนใน ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม ในกรุ๊ปสตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดเมนส์ คนที่จำต้องใช้สมองสำหรับในการทำงานมากๆใบบัวบกจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความจำเจริญ ช่วยลดความเคร่งเครียด ลดการอักเสบที่ผิวหนัง อาการฟกช้ำรวมทั้งร่องรอยผิดปกติที่เกิดบนผิวหนัง นอกจากนั้นคนที่บริโภคใบบัวบกข้างหลังการผ่าตัด จะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น แล้วก็ลดการตำหนิดเชื้อได้
คุณประโยชน์ของบัวบกกับผลวิจัย
งานวิจัยได้เอ่ยถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีสรรพคุณสะดุดตาในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองสำหรับเพื่อการจำสิ่งต่างๆเจริญขึ้น รวมทั้งช่วยความเจริญเรียนรู้ทางสมอง รวมทั้งด้วยคุณสมบัติพิเศษพวกนี้ทำให้มันแปลงเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ
จากการทดลองในลูกหนู พบว่ามีความจำรวมทั้งการเรียนที่ดีขึ้น ส่วนในคน มีการทดสอบในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มก. ต่อเนื่องกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม พบว่ามีความรู้และมีความเข้าใจสำหรับในการทำความเข้าใจที่ดีมากยิ่งกว่า ส่วนในคนแก่ให้ทดลองรับประทานสารสกัดบัวบก 750 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 2 เดือน พบว่า ทั้งความจำรวมทั้งการเรียนดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอารมณ์ปรวนแปร ทำให้ผู้สูงวัยมียิ้มแย้มแจ่มใสเยอะขึ้นด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้ทำการทดสอบกับเพศหญิงอายุโดยประมาณ 33 ปี รับประทานสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความตึงเครียด ความวิตก รวมทั้งสภาวะเศร้าหมองลงได้
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ พบหลักการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยทำให้การหายใจระดับเซลล์ด้านในสมองดำเนินงานเจริญขึ้น มีสารต้านอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท รวมทั้งต้านทานการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้
การนำใบบัวบกมาใช้บริโภคเพื่อเป็นยา
บัวบกสามารถประยุกต์ใช้เป็นยาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นสด เม็ด หรือใบ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบประยุกต์ใช้มากที่สุด การเลือกใบบัวบกที่ดี ควรจะเลือกใบที่โตเต็มกำลังและก็สมบูรณ์ นำมาใช้ตากแห้งป่นเป็นผงใส่ลงในแคปซูลโดยประมาณ 500 มก. รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย
นำเอาใบบัวบกสด 1 กำมือ มาคั้นให้ได้น้ำ หรือตำให้ถี่ถ้วนแล้วผสมกับน้ำ 1 แก้ว คนจะกว่าจะเข้ากันจากนั้นกรองให้เหลือแค่น้ำ ผสมน้ำตาลหรือเกลือก็ได้ตามถูกใจ ดื่มทีละ 1 แก้ว ก่อนที่จะกินอาหาร 3 มื้อ ราว 5-7 วัน จะช่วยลดอาการร้อนในและแก้บอบช้ำในได้
กรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง ให้สามารถดื่มน้ำใบบัวบกทุกวี่วัน ต่อเนื่องกันประมาณ 7 วัน จะช่วยลดความดันให้อยู่ในระดับปกติ
เม็ดของบัวบกที่มีรสขมและก็เย็น นิยมนำมาใช้แก้ไข้ ลดลักษณะของการปวดหัว แล้วก็แก้บิด

ข้อควรปฏิบัติตามในการใช้ใบบัวบก
ก่อนกินใบบัวบกเพื่อเป็นยา ต้องวิเคราะห์สุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนก่อนว่าฐานรากแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีความเสี่ยงหรือเปล่า เนื่องจากสารบางประเภทในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้ลักษณะโรคกำเริบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้
เพราะว่าบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การกินมากเกินความจำเป็นจะทำให้สะสมในร่างกายจนถึงรู้สึกหนาวมากขึ้นได้
หลบหลีกการกินใบบัวบกติดต่อกันทุกวี่ทุกวัน หรือรับประทานทีละมากๆเมื่อกินติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรจะหยุดพัก 1 อาทิตย์ และหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมากินใหม่
สำหรับผู้ที่กินใบบัวบกสดๆต่อเนื่องกันทุกวัน ควรจะกินในสัดส่วนราวๆวันละ 3-6 ใบ ไม่ควรเหลือเกินกว่านี้
ถ้าหากร่างกายมีลักษณะอ่อนล้า วิงเวียน ใจสั่น หรือหัวใจเต้นแตกต่างจากปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องเสีย หลังจากการกิน ควรจะหยุดรับประทานโดยทันทีและรีบเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วน
ในฝูงชนที่จะต้องกินยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่สมควรกินใบบัวบก เนื่องมาจากจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมมากเพิ่มขึ้น
ใบบัวบกคือพืชสมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด ราคาแพงถูก แต่มากไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยคุณประโยชน์ทางยา ที่จะเป็นลู่ทางในการรักษาโรคต่างๆและก็ใช้สำหรับบำรุงร่างกายได้อย่างมีคุณภาพ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

12

เหงือกปลาหมอ
บ้านเกิดเมืองนอนเหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอนับว่าเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยพวกเราเนื่องจากว่ามีประวัติสำหรับเพื่อการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณแล้ว ซึ่งเหงือกปลาหมอนี้เป็นพรรณไม้ที่มักขึ้นที่โล่งแจ้งและมักจะพบบ่อยในบริเวณป่าชายเลน หรือตามพื้นที่ชายน้ำริมฝั่งลำคลอง เจริญวัยเจริญในที่ร่มและมีความชุ่มชื้นสูง หรือในแถบที่ดินเค็มและไม่ชอบที่ดอน แถบภาคอีสารก็มีรายงายว่าปลูกได้เช่นกัน เหงือกปลาแพทย์ พบอยู่ 2 จำพวกเป็นประเภทดอกสีขาว Acanthus ebracteatus Vahl พบบ่อยในภาคกึ่งกลางและภาคตะวันออก จำพวกดอกสีม่วง  Acanthus ilicifolius L. พบทางภาคใต้ ทั้งยังเหงือกปลาหมอยังเป็นประเภทไม่ลือชื่อของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย
ลักษณะทั่วไป
ต้นเหงือกปลาหมอ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มีความสูงโดยประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นแข็ง มีหนามอยู่ตามข้อของลำต้น ข้อละ 4 หนาม ลำต้นกลม กลวง ตั้งชัน มีสีขาวอมเขียว ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซนติเมตร
ใบเหงือกปลาหมอ ใบเป็นใบคนเดียว ลักษณะของใบมีหนามคมอยู่ขอบขอบของใบและปลายใบ ขอบของใบเว้าเป็นระยะๆผิวใบเรียบเป็นเงาลื่น แผ่นใบสีเขียว เส้นใบสีขาว มีชำเลืองสีขาวเป็นแนวก้างปลา เนื้อใบแข็งรวมทั้งเหนียว ใบกว้างราวๆ 4-7 ซม. รวมทั้งยาวโดยประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใบจะออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ก้านใบสั้น
ดอกเหงือกปลาหมอ มีดอกเป็นช่อตั้งตามปลายยอด ยาวราวๆ 4-6 นิ้ว ทั้งนี้สีของดอกขึ้นกับชนิดของต้นเหงือกปลาหมอเป็น ดอกมีชนิดดอกสีม่วง หรือสีฟ้า และก็จำพวกดอกสีขาว แต่ลักษณะอื่นๆเหมือกันคือ  ที่ดอกมีกลีบรองดอกมี 4 กลีบ กลีบแยกจากกัน ส่วนกลีบดอกไม้เป็นท่อปลายบานโต ยาวโดยประมาณ 2-4 ซม. รอบๆกึ่งกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้แล้วก็เกสรตัวเมียอยู่
ผลเหงือกปลาหมอ ลักษณะของผลเป็นฝักสีน้ำตาล รูปแบบของฝักเป็นทรงกระบอกกลมรี รูปไข่ ยาวราว 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักมีสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน ข้างในฝักมีเมล็ด 4 เม็ด
เหงือกปลาหมอ
รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
ชื่ออื่น : แก้มหมอ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน
ในตำราเรียนยาไทยพูดว่า เหงือกปลาหมอสามารถแก้โรคผิวหนังได้ทุกชนิด
ในเมื่อเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณเด่นแก้น้ำเหลืองเสียได้ โรคผิวหนังต่างๆแม้แต่ โรคอีสุกอีใส ที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสก็จะเบาลงลง
ในกรณีโรคผิวหนังพุพองจากเชื้อไวรัสเอดส์ แม้จะรุนแรงกว่าโรคผิวหนังทั่วไป แม้กระนั้นเมื่อใช้เหงือกปลาแพทย์เป็นทั้งยังยากินรวมทั้งต้มน้ำอาบต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป แผลพุพอง ก็จะบรรเทาเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคนไข้โรคผิวหนังด้วย
แนวทางปรุงยาแล้วก็การใช้ยาก็มีหลายแนวทาง คือ
วิธีต้มยารับประทานและก็อาบ
เอาเหงือกปลาหมอสดหรือแห้งสับเป็นท่อนเล็กๆใส่เต็มขันขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำ 4 ขัน ต้มยาให้เดือดนาน 10 นาที ตักน้ำยาขึ้นมา 1 แก้ว แบ่งไว้สำหรับดื่มกินขณะอุ่นๆทีละครึ่งแก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้าตรู่-เย็น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร
ส่วนน้ำยาที่แบ่งไว้อาบนั้น จำต้องใช้อาบขณะน้ำยายังอุ่นอยู่ ก่อนอาบน้ำต้องชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ให้สะอาดซะก่อน เมื่ออาบน้ำยาแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำธรรมดาตามอีก อาบน้ำยาวันละ 2 ครั้ง ยามเช้า-เย็นทีละ 3-4 ขัน แต่ว่าถ้าหากมีเหงือกปลาหมอเป็นจำนวนมาก บางทีก็อาจจะต้มยาเพื่อแช่ทั้งตัวในอ่างก็ยิ่งดี
แนวทางการทำเป็นยาลูกกลอน
นำเหงือกปลาหมอทั้งยัง 5 คราวตากแห้งมาบดเป็นผุยผงละเอียด 2 ส่วน ผสมน้ำผึ้งแท้ 1 ส่วน ปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. คนแก่รับประทานครั้งละ 2 เม็ด เด็กอาจจะรับประทานครั้งละ 1 เม็ดหรือครึ่งเม็ดตามขนาดอายุและน้ำหนัก รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนกินอาหาร เช้า-เย็น รับประทานไปเรื่อยจนกว่าจะหาย แม้กระนั้นถ้าหากเป็นโรคผิวหนังจากภูมิต้านทานบกพร่องก็ต้องกินตลอดไป

วิธีการทำเป็นแคปซูล
นำผงเหงือกปลาหมอที่ผ่านการร่อนเป็นผงละเอียดราวกับแป้งใส่แคปซูลขนาด 250 มก. คนแก่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 2-3 เวลาก่อนรับประทานอาหาร เด็กลดลงตามส่วน
 เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณมากไม่น้อยเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น
-ราก มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการแก้โรคหืด อัมพาต แก้ไอ แล้วก็ใช้ขับเสลด
-ต้น มีสรรพคุณรักษาโรคหลายแบบ โดยใช้ต้นตำผสมน้ำรักษาวัณโรค อาการผอมเกร็ง ถ้าใช้ทาก็ช่วยแก้โรคเหน็บชาได้
-ลำต้น ไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆก็จะได้สรรพคุณทางยาไม่เหมือนกันออกไปอีก
-ต้นรวมรากต้มอาบแก้พิษไข้หัวลม แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
-ทั้งยังต้นสดตำพอกปิดหัวฝีแผลเรื้อรังถอนพิษ ต้มรับประทานแก้พิษโรคฝีดาษ ฝีทั้งผอง ผลรับประทานเป็นยาขับโลหิตเมนส์ นอกนั้น หากตาเจ็บ ตาแดง เอา
"เหงือกปลาหมอ" อีกทั้งต้นตำกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาหาย เป็นเหน็บชา ชาหมดทั้งตัว
- ทั้งยังต้นตำทาบริเวณที่เป็นจะดียิ่งขึ้น
- ตำเอาน้ำกินกากพอก งูกัด
- ต้นกับขมิ้นอ้อยตำทาป็นฝีฟกบวม เป็นริดสีดวงทวาร
- ต้นตำกับขิงรับประทาน โรคเรื้อน คุดทะราด ไม่สบายจับสั่น
- ต้นตำใบส้มป่อยต้มดื่ม เจ็บหลัง เจ็บเอว
- "เหงือกปลาหมอ" กับชะเอมเทศตำผงละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนกิน ริดสีดวงแห้ง
ในท้อง ผอมบางเหลืองหมดทั้งตัว รับประทานทุกวี่วัน
- "เหงือกปลาหมอ" กับเปลือกมะรุมเท่ากันใส่หม้อ เกลือบางส่วน หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ ใช้ฟืน 30 แท่ง ต้มกับน้ำกระทั่งเดือดให้งวดจึงยกลง กลั้นหายใจกินขณะอุ่นจนหมด เป็นริดสีดวง มือตายตีนตาย ร้อนหมดทั้งตัว มึนหัว ตามัว เจ็บระบมหมดทั้งตัว ตัวแห้ง จะหายได้
- "เหงือกปลาหมอ" ทั้งยัง 5 รวมราก กับ อาหารเย็นเหนือ อาหารมื้อเย็นใต้ ปริมาณเท่ากัน กะตามอยากได้ ต้มกับน้ำจนเดือดดื่มขณะอุ่นทีละ 1 แก้ว 3 เวลา รุ่งเช้า ตอนกลางวัน เย็น ต้มดื่มปอดเริ่มมีปัญหาเป็นฝ้าจะอาการดีขึ้น ไปให้แพทย์เอกซเรย์ปอดไม่เป็นฝ้าอีกหยุดต้มกินได้เลย และต้องระวังอย่าให้เป็นอีก
ยาอายุวรรฒนะ
- "เหงือกปลาหมอ" 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นรับประทานทุกวี่วัน
กินได้ 1 เดือน ไม่มีโรค สติปัญญาดี
กินได้ 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง
กินได้ 3 เดือน โรคริดสีดวงทุกประเภทหาย
กินได้ 4 เดือน แก้ลม 12 จำพวก หูดี
กินได้ 5 เดือน หมดโรค
กินได้ 6 เดือน เดินไม่รู้จักเหนื่อย
กินได้ 7 เดือน ผิวงาม
กินได้ 8 เดือน เสียงไพเราะเพราะพริ้ง
กินได้ 9 เดือน หนังเหนียว
-"เหงือกปลาหมอ" 1 ส่วน ดีปลี 1 ส่วน ทำผงชงรับประทานกับน้ำร้อนถ้าหากผิวแตกหมดทั้งตัวหายได้ ทั้งหมดทั้งปวงที่บอกเป็นตำราเรียนยาโบราณ ไม่เชื่อก็ไม่สมควรดูถูกเหยียดหยาม ทราบไว้เป็นวิชา http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเหงือกปลาหมอ

13

รากสามสิบ
รากสามสิบ ชื่อสามัญ Shatavari8
รากสามสิบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Asparagus racemosus Willd. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Protasparagus racemosus (Willd.) Oberm.) จัดอยู่ในตระกูลหน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ASPARAGOIDEAE4
สมุนไพรรากสามสิบ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สามร้อยราก (จังหวัดกาญจนบุรี), ผักหนาม (นครราชสีมา), ผักชีช้าง (หนองคาย), จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ), เตอสีเบาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), พอควายเมะ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), ชีช้าง, ผักชีช้าง, จั่นดิน, ม้าสามต๋อน, สามสิบ, ว่านรากสามสิบ, ว่านสามสิบ, ว่านสามร้อยราก, สามร้อยผัว, สาวร้อยผัว, ศตาวรี เป็นต้น
ลักษณะของรากสามสิบ
ต้นรากสามสิบ จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่นด้วยหนาม (หนามเปลี่ยนแปลงมาจากใบเกล็ดรอบๆข้อ) สามารถเลื้อยปีนต้นไม้อื่นขึ้นไปได้สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกแขนงเป็นเถาห่างๆลำต้นเป็นสีเขียวหรือสีขาวปนเหลือง เถามีขนาดเล็กเรียว กลม เรียบ ลื่น รวมทั้งเป็นเงา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-5 มม. เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม หนามมีลักษณะโค้งกลับ ยาวโดยประมาณ 1-4 มม. บริเวณข้อมีกิ่งแตกแขนงแบบรอบข้อ และก็กิ่งนี้จะกลายเป็นสีเขียวลักษณะแบนเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม กว้างราว 0.5-1 มม. และก็ยาวราว 0.5-2.5 มม. ปฏิบัติหน้าที่แทนใบ มีเหง้าและรากอยู่ใต้ดิน ออกเป็นกลุ่มคล้ายกระสวย ลักษณะของรากออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย ลักษณะอวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว มีขนาดโตกว่าเถามาก มีเขตผู้กระทำระจายจำพวกในประเทศไทย ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ชวา จีน มาเลเซีย และก็ประเทศออสเตรเลีย พบขึ้นตามป่าในเขตร้อนชื้น ป่าเขตร้อนแห้ง ป่าผลัดใบ ป่าโปร่งหรือตามเขาหินปูน
ต้นรากสามสิบ
สามร้อยราก
ใบรากสามสิบ ใบเป็นใบลำพัง แข็ง ออกรอบข้อเป็นฝอยๆเล็กเหมือนหางกระรอก หรือออกเรียงสลับเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ ใบเป็นสีเขียวดก รูปแบบของใบเป็นรูปเข็มขนาดเล็ก ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1 มม. และก็ยาวโดยประมาณ 10-36 มิลลิเมตร แผ่นมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน มีหนามที่ซอกกระจุกใบ ก้านใบยาวราว 13-20 เซนติเมตร
ใบรากสามสิบ
ดอกรากสามสิบ มีดอกเป็นช่อกระจะ ยาวราวๆ 2-4 ซม. โดยจะออกที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบแล้วก็ข้อเถา ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ดอกเป็นสีขาวแล้วก็มีกลิ่นหอมหวน มีราวๆ 12-17 ดอก ก้านดอกย่อยยาวโดยประมาณ 2 มิลลิเมตร มีกลีบรวม 6 กลีบ แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ และวงในอีก 3 กลีบ กลีบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลีบมน ขอบเรียบ กลีบกว้างราวๆ 0.5-1 มม. และก็ยาวราว 2.5-3.5 มม. กลีบมีลักษณะบางและก็ย่น โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปดอกเข็มยาวราว 2-3 มิลลิเมตร ส่วนปลายแยกเป็นแฉก ดอกมีเกสรผู้เชื่อมและอยู่ตรงข้ามกับกลีบรวม เป็นเส้นเล็ก 6 อัน ก้านชูอับเรณูเป็นสีขาว อับเรณูเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่เป็นรูปไข่กลับ อยู่เหนือวงกลีบ ยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากกว่า ส่วนก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉกขนาดเล็ก โดยจะออกดอกในช่วงโดยประมาณม.ย.ถึงมิถานายน1,2,4,5
ดอกรากสามสิบ
ผลรากสามสิบ รูปแบบของผลเป็นทรงค่อนข้างกลม หรือเป็นพู 3 พู ผิวผลเรียบวาว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-6 มม. ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะกลายเป็นสีแดงหรือสีม่วงแดง ภายในผลมีเม็ดโดยประมาณ 2-6 เม็ด เม็ดเป็นสีดำ เปลือกหุ้มมีลักษณะแข็งแต่ว่าเปราะ ออกผลในช่วงโดยประมาณเดือนเมษายนถึงก.ค.1,8
ผลรากสามสิบ
เมล็ดรากสามสิบ

คุณประโยชน์ของรากสามสิบ
รากสามสิบมีรสเฝื่อนเย็น มีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงกำลัง ใช้เป็นยาชูกำลัง (ราก)
ตำรายาไทยจะใช้รากเป็นยาแก้กษัย (ราก)
ในประเทศประเทศอินเดียจะใช้รากเป็นยากระตุ้นประสาท (ราก)
รากใช้ผสมกับเหง้าขิงป่ารวมทั้งต้นจันทน์แดง ผสมกับสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาลดระดับความดันเลือดรวมทั้งลดไขมันในเลือด (ราก)
รากสามสิบมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นหลักการทำงานของตับอ่อนให้เพิ่มการหลั่งสาร insulin (ราก)
ต้นหรือรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษาโรคคอพอก (ราก, ทั้งต้น)
ผลมีรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อเป็นยาดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง (ผล)
รากมีรสฝาดเย็น ใช้กินเป็นยาแก้พิษร้อนในหิวน้ำ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ (ราก)
ช่วยขับเสลด4 แก้การติดเชื้อที่หลอดลม (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาช่วยขับลม และก็ช่วยลดกรดในกระเพาะ (ราก)
ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับไส้ แก้อาการอาหารไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะ โรคกระเพาะ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องร่วง แก้บิด (ราก)
ใบมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ใบ)
ตำรายาสมุนไพรพื้นบ้านของจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ขัดค่อย ขับฉี่ ช่วยหล่อลื่นแล้วก็กระตุ้น (ราก)
ช่วยรักษาอาการประจำเดือนไม่ดีเหมือนปกติของสตรี (ราก)
ทั้งยังต้นหรือรากนำมาต้มกับน้ำเป็นยาแก้ตกเลือด (ราก, อีกทั้งต้น)
ในอินเดียจะใช้รากสามสิบเป็นยากระตุ้นสมรรถนะทางเพศทั้งยังชายและก็หญิง คนทางภาคเหนือบ้านเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับเพศชาย รับประทานแล้วกระปรี้กระเปร่าเหมือนม้า 3 ตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนหมอยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยสามี” พูดอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ อายุเท่าไรก็ยังมองสาวเสมอ แต่ว่าไม่ใช่กินแล้วจะสามารถมีสามีได้เป็นร้อยคน ในแบบเรียนอายุรเวทจะใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเพื่อการบำรุงสตรี ทำให้กลับมาเป็นสาว ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นภาวะระดูแตกต่างจากปกติ ภาวะหมดประจำเดือน ปวดระดู ตกขาว มีลูกยาก หมดอารมณ์ทางเพศ ช่วยบำรุงท้อง บำรุงนม คุ้มครองปกป้องการแท้ง ฯลฯ ส่วนวิธีการใช้ก็ให้นำรากมาต้มรับประทาน หรือนำรากมาตากแห้งแล้วบดเป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง นอกนั้นยังใช้กระตุ้นนมในวัวนมได้อีกด้วย (ราก)
ใช้เป็นยาบำรุงตับและปอดให้กำเนิดกำลังเป็นปกติ แก้ตับและปอดทุพพลภาพ (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้พิษจากแมลงป่องกัดต่อย (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้ลักษณะของการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน (ราก)
ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง (ราก)
รากใช้กินเป็นยาแก้อาการปวดปวดเมื่อย ครั่นตัว (ราก)
ช่วยแก้อาการปวดข้อและก็คอ (ราก)
ใบมีคุณประโยชน์ช่วยขับนม ช่วยให้เจริญอาหาร (ใบ)
รากใช้เป็นยาบำรุงทารกในครรภ์ บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกายหลังการคลอดลูกของสตรี (ราก)
ใน “พระหนังสือคุณประโยชน์ (แลมหาพิกัด)” ได้กล่าวถึงสรรพคุณของรากสามสิบไว้ว่า “ผักหวานเพศผู้มีรสหวาน แก้กำเดา แก้ดวงตาโรค รากสามสิบทั้ง 2 มีคุณยิ่งกว่าผักหวาน” กำเดาหรือไข้กำเดา มีอยู่ 2 ประเภท อย่างแรกหมายถึงตัวร้อน ไม่อยากกินอาหาร ปวดหัว และอีกอย่างหนึ่งเป็นมีลักษณะอาการรุนแรงมากยิ่งกว่า มีเม็ดผุดขึ้นตามร่างกาย มีลักษณะคัน ไอ มีเสมหะ และมีเลือดออกทางปากรวมทั้งจมูก (ราก)
ส่วนในหนังสือ “พระตำราเวชศาสตร์ช่วยเหลือ” ได้เอ๋ยถึงตำรับยารักษาคนธาตุหย่อนยาน อันมีตัวยารากสามสิบรวมอยู่ด้วยร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆอีกหลายประเภท โดยระบุว่ามีคุณประโยชน์ (ที่ค่อนจะเข้าใจยาก) ว่าช่วยกันจำเริญชีวิตให้เกิดกำลัง ให้บำรุงธาตุไฟ ให้เจริญอินทรีย์แต่ละอย่าง มีกำลังมากแตกต่างกัน กินเข้าไปแล้วหาโทษไม่ได้ ใช้ได้ทั้งยังเด็ก คนแก่ คนมีกำลัง คนผอม คนไม่มีกำลัง คนธาตุหย่อน ให้ประกอบยานี้กันเหอะ อนึ่ง กินแล้วให้เกิดขึ้นบุตร ให้อกตอแค่นเดือนงทั้ง 4 มีกำลัง ถึงกระหักก็ดีแล้ว แพทย์ก็เชื่อถือรักษาโดยใช้ยานี้เหอะ (ราก)
อีกตำรับหนึ่งเป็นยาแก้โรคผอมบาง แก้หอบหืด แก้ปิดตะ แล้วก็แก้โรคลมต่างๆจะมีสมุนไพรอยู่ด้วยกัน 20 อย่างและก็รากสามสิบ (ราก)
ใน “พระตำราวรโยคสาร” ตำรับยา “วะระที่นาทิภาควิชา” เป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยรากไม้ 17 อย่าง และก็รากสามสิบ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ใช้แก้อันตะวิทราโรค หรือโรคที่มีอาการทิ่มแทงในลำไส้ใหญ่ ใช้เป็นยาแก้มันทาคินี แก้เสลด แก้ระอุลุมโรคหายแล แล้วก็ยังมีตำรับยาอีกอย่างก็คือ ตำรับยาแก้เสมหะ ที่มีสมุนไพรรวมอยู่ด้วย 16 อย่าง และรากสามสิบ (ราก)
ตำรับยาบำรุงท้อง แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ ประกอบไปด้วยสมุนไพร 13 ประเภท ได้แก่ รากสามสิบ แก่นสน กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปลือกสมุลแว้ง เทียน 5 บัวน้ำอีกทั้ง 5 โกฐ 5 จันทน์อีกทั้ง 4 แล้วก็เทวดาทาโร (ใช้อย่างละเท่ากัน) นำทั้งผองมาใส่ในหม้อเคลือบหรือหม้อดิน เติมน้ำลงไปให้ท่วมยาสูงราว 6-7 ซม. แช่ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วนำขึ้นตั้งด้วยไฟอ่อนๆต้มต้มประมาณ 30 นาที น้ำยาเดือดและก็มีกลิ่นหอมยวนใจจึงชูลงจากเตา ใช้ดื่มก่อนอาหารเช้ารวมทั้งเย็น วันละ 2 เวลา เป็นยาบำรุงครรภ์อย่างดี (ราก)
นอกเหนือจากนั้นยังมีสรรพคุณของรากสามสิบตามเว็บไซต์ต่างๆนอกจากที่กล่าวมา สมุนไพรชนิดนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยสร้างสมดุลให้แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง แก้วัยทอง เพิ่มขนาดทรวงอกและบั้นท้าย ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดอักเสบ กำจัดกลิ่นในช่องคลอด ช่วยกระชับช่องคลอด ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับรูปร่าง ลดไขมันส่วนเกิน บำรุงโลหิต บำรุงผิวพรรณ ลดสิว ลดฝ้า ทำให้ผิวขาวใส ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก ช่วยสร้างเสริมแล้วก็ปรับปรุงความจำแล้วก็ปัญญา (ไม่มีอ้างอิง)
ขนาดรวมทั้งวิธีใช้ : การใช้รากตาม ให้ใช้รากราวๆ 90-100 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละครั้งในช่วงเช้า
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของรากสามสิบ
สารสำคัญที่เจอ ดังเช่นว่า asparagamine, cetanoate, daucostirol, sarsasapogenin, shatavarin, racemosol, rutin
สมุนไพรรากสามสิบมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านทานเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้ลักษณะของการปวด คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันเลือดสูง ขับน้ำนม มีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะ ยับยั้งพิษต่อตับ
สารสำคัญที่เจอในรากคือสาร steroidal saponins ซึ่งเป็นสารที่ปฏิบัติหน้าที่เอาอย่างฮอร์โมนเพศ จึงน่าจะมีหน้าที่สำหรับการรักษาอาการที่เกิดขึ้นในตอนวัยหมดระดูของสตรี รวมไปถึงการช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคหัวใจและเส้นโลหิตรวมถึงโรคกระดูกพรุน
จากการศึกษาเล่าเรียน
ในหนูแรทโดยใช้สารสกัดจากรากด้วยเอทานอล แบ่งเป็น 2 ช่วงเป็นตอนเฉียบพลันแล้วก็ตอนยาวต่อเนื่อง โดยการศึกษาเล่าเรียนในช่วงเฉียบพลันป้อนสารสกัดเอทานอลจากรากสามสิบในขนาด 1.25 กรัมต่อกก. ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นเบาหวาน หนูแรทที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 และก็จำพวกที่ 2 พบว่าไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ช่วยทำให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของกลูโคส ในนาทีที่ 30 ดียิ่งขึ้น ส่วนการศึกษาเล่าเรียนตอนยาวตลอดวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แล้วก็เพิ่มระดับของอินซูลิน 30%เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน และเพิ่มไกลวัวเจนที่ตับ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม จึงสรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการขัดขวางการย่อยและการดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และก็เพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งน่าจะมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการนำไปใช้รักษาผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้9
จากการทดลองทางคลินิกหมายถึงการใช้รักษาโรคกระเพาะในคนจริงๆโดยการรับประทานผงแห้งของราก พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับในการรักษาแผลที่กระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็ก จากการที่กรดเกิน
เมื่อปี คริสต์ศักราช1997 ที่ประเทศอินได้ทำการทดลองใช้รากสามสิบกับผู้ป่วยความดันเลือดสูงจำพวก mild hypertension โดยทดลองเปรียบเทียบกับยาลดระดับความดัน (Propranolol) ใช้ระยะเวลาทำทดลองนาน 3 เดือน ผลการทดลองพบว่า ผู้เจ็บป่วยมีความดันเลือดต่ำลง < 90 mm.Hg. รวมทั้งลดไขมันได้ผลดี

  • K. Mitra และก็แผนก (คริสต์ศักราช1996) ที่อินเดียได้ทำทดสอบการใช้สารสกัดจากรากสามสิบกับหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นด้วย Streptozotocin ผลของการทดสอบพบว่า สารสกัดดังที่กล่าวถึงแล้วสามารถกระตุ้นตับอ่อนของหนูให้เพิ่มการหลักhttp://www.disthai.com/


    Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

14


ราชพฤกษ์

คูน ประโยชน์และก็คุณประโยชน์ของคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
เรื่องราวดอกราชพฤกษ์
           ต้น[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นบ้านของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย ประเทศพม่า และก็ศรีลังกา โดยนิยมนำมาปลูกกันมากในเขตร้อน สามารถเจริญวัยเจริญในที่โล่ง และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ก็ยังไม่ได้ผลสรุปชัดเจน จนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 ต.ค. พ.ศ. 2544
ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะ ต้นราชพฤกษ์ มีดอกสีเหลืองชูช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" และก็มีการลงชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ ยอดเยี่ยมใน 3 เครื่องหมายประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เหตุเพราะฯลฯไม้ประจำถิ่นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แล้วก็มีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับขนบธรรมเนียมหลักๆในไทยและก็เป็นต้นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่นิยมนำมาปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังคงใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองอร่าม พุ่มงามเต็มต้น เทียบเป็นเครื่องหมายที่ศาสนาพุทธ
  • แก่ยืนนาน และทนทาน


คูน หรือ ราชพฤกษ์ (Golden Shower, Indian Laburnum) เป็นพืชสมุนไพรพวกยืนต้นขนาดกึ่งกลางถึงกับขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเรียกตามแคว้นต่างๆตัวอย่างเช่น ภาคเหนือเรียก ราชพฤกษ์, ต้นลมแล้ง หรือชัยพฤกษ์ ส่วนปัตตานีเรียก ลักเคย หรือลักเกลือ แล้วก็กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรีเรียก กุเพยะ เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรประจำถิ่นของเอเชียใต้ไปจนถึงประเทศอินเดีย ศรีลังกา รวมทั้งประเทศพม่า และก็คูนหรือราชพฤกษ์นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทยอีกด้วย
————– advertisements ————–
การรักษา
           แสงสว่าง : อยากได้แสงอาทิตย์จัด หรือที่โล่งแจ้ง รวมทั้งเจริญเติบโตได้ดีในเป็นพิเศษ
           น้ำ : ถูกใจน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพอากาศร้อนได้ดิบได้ดี
           ดิน : สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยมูลสัตว์ ในอัตรา 2-3 โลต่อต้น รวมทั้งควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
การขยายพันธุ์
           วิธีเพาะพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยม คือ การเพาะเม็ด โดยใช้เม็ดสดๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แม้กระนั้นจะต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เนื่องจากว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ แล้วหลังจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ผ่านวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอหล่อเลี้ยงเมล็ดได้ แล้วหลังจากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะพบรากแตกหน่อ แล้วก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อถือเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นพืชที่มีความมงคล ที่ควรปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็หากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยให้มีเกียรติตำแหน่ง ศักดิ์ศรี และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยศาสตร์ โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะว่าเป็นไม้มงคลนาม
ลักษณะทั่วไปของคูน
สำหรับต้นคูนนั้นจัดว่าเป็นต้นไม้ขนาดกึ่งกลาง โดยลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา มักขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในดินที่สามารถระบายน้ำเจริญ ส่วนใบจะมีสีเขียววาว โคนมน เนื้อใบหมดจดแล้วก็บาง ดอกจะออกเป็นช่อ มีกลีบทรงไข่กลับอยู่ 5 กลีบ และก็เห็นเส้นกลีบแจ่มชัด ฝักอ่อนมีสีเขียวแล้วก็จะเป็นสีดำเมื่อแก่จัด และก็ในฝักจะมีผนังเยื่อบางๆกั้นเป็นช่องๆอยู่ตามแนวขวางของฝัก และด้านในช่องพวกนี้จะมีเม็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
คุณประโยชน์และก็คุณประโยชน์ของคูน
ใบ – ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเชื้อโรคต่างๆช่วยระบายท้อง สามารถใช้พอกแก้อาการปวดข้อ หรือแก้ลมตามข้อ แล้วก็ช่วยแก้โรคอัมพาตของกล้ามเนื้อบนบริเวณใบหน้า หรือนำไปต้มกินแก้เส้นพิการ และโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ให้รสเมา
ดอกราชพฤกษ์ – ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ แก้พรรดึก (ท้องผูก) และโรคกระเพาะอาหาร รวมทั้งแผลเรื้อรัง ให้รสขมเปรี้ยว
ราก – ช่วยในการทำลายเชื้อคุดทะราด ระบายพิษไข้ แก้กลากหรือเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึมหนักบริเวณศีรษะ และก็ช่วยถ่ายสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนออกมาจากร่างกาย แก้อาการหายใจขัด ทำให้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยหน้าอก แก้อาการไข้ ไปจนถึงรักษาโรคหัวใจ ถุงน้ำดี มีฤทธิ์ถ่ายแรงกว่าเนื้อในฝัก สามารถใช้ได้กับเด็กหรือสตรีตั้งครรภ์ ไม่เป็นผลใกล้กันใดๆก็ตามให้รสเมา
แก่น – ช่วยในการขับพยาธิไส้เดือน ให้รสเมา
กระพี้ – ช่วยแก้โรครำมะนาด ให้รสเมา
เนื้อในฝัก – ใช้พอกเพื่อช่วยแก้อาการปวดข้อ แก้ต้นตานขโมย ปรับปรุงแก้ไขมาลาเรีย แก้บิด ถ่ายพยาธิ หรือคนที่มีลักษณะท้องผูกเรื้อรัง รวมถึงถ่ายเสมะและแก้พรรดึก (ท้องผูก) ไปจนถึงระบายพิษไข้ สามารถใช้ได้ในเด็กแล้วก็สตรีตั้งท้อง ไปจนถึงเป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนหรือไข้ท้อง ให้รสหวานเบื่อ
เปลือกฝัก – ทำให้แท้งลูก ทำให้คลื่นไส้ และก็ขับเกลื่อนกลาดที่ค้างอยู่ออกมา ให้รสฝาดเมา
เม็ด – ทำให้อาเจียน ให้รสฝาดเมา
เปลือกต้น – ช่วยแก้อาการท้องเดิน ใช้ฝนผสมกับหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ และก็น้ำตาล รับประทานเพื่อให้เกิดลมเบ่ง ให้รสฝาดเมา
เปลือกราก – ช่วยแก้ไข้ไข้จับสั่น และระบายพิษไข้ ให้รสฝาด
ดอกคูน หรือ ดอกราชพฤกษ์
ต้นคูนมักนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนแล้วก็กึ่งเขตร้อน สามารถเจริญวัยได้ดีใน รวมทั้งปลูกได้ง่ายในดินซึ่งร่วนซุย ดินร่วนคละเคล้าทราย หรือดินร่วนเหนียว รวมถึงยังทนต่อลักษณะอากาศแห้งและก็ดินเค็มได้ดี แต่หากอากาศหนาวจัดอาจจะก่อให้ติดเชื้อโรคราหรือโรคใบจุดได้http://www.disthai.com/

15

เห็ดหลินจือ
สปอร์เห็ดหลินจือแดง-ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของเห็ดหลินจือ
เมื่อ ค.ศ 2005 บริษัทของเรามีจุดเริ่มต้นขึ้นจากความจำเป็นหาสมุนไพรคุณภาพสูงจากในหลายประเทศ จวบจนกระทั่งพวกเราเจอรวมทั้งมีส่วนร่วมกับบริษัทยยาของรัฐบาลจีน รวมทั้งได้ นำเข้าสปอร์เห็ดหลินจือประสิทธิภาพสูงหลังจากนั้นเป็นต้นมา
นับ 10 กว่าปี ที่เราเป็นผู้บุกเบิก แล้วก็เป็นผู้นำในด้านสปอร์เห็ดหลินจือแดงคุณภาพสูง คุณภาพเป็นหัวใจสำคุณของพวกเรา สปอร์เห็ดหลินจือของเรา จะถูกคัดสรรอย่างยอดเยี่ยมก่อนถึงมือบริโภค เห็ดหลินจือแดงที่เรานำเข้ามา ถูกเพาะด้วยวิธีประณีตบรรจง ทำให้จับตัวได้ดอกเห็ดที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งกว่า
พวกเราใส่ใจและก็ตรวจทานคุณภาพในทุกกรรมวิธีการผลิตอย่างใกล้ชิด แล้วก็ด้วยแนวทางการผลิตที่ดูแลอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราได้รับการรับรองมาตฐาน GMP (GOOD Manufacturing Practice) ทุกล็อตที่เราผลิตออกมา จะได้รับการตรวจคุณภาพจากห้องแล็ปในโรงหมอ
เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่านผู้ที่กำลังหาสินค้าเห็ดหลินจือมากิน
งานวิจัยยืนยันว่าการกินสปอร์เห็ดหลินจือจะได้ประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งกว่าการทานดอก เพราะว่าสปอร์มีสารออกฤทธิ์สำคัญมากกว่ารวมทั้งสปอร์ที่ถูกกระเทาะนั้น เปลือกหุ้มจะต่อต้านโรคมะเร็ง รวมทั้งเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีมากยิ่งกว่า เทียบกับแบบมิได้กระเทาะเปลือก
ที่พลาดไม่ได้ที่สุดเป็น.....
ท่านๆสามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆโดยปลอดภัยใด อีกกด้วย เห็ดหลินจือมีมากว่า 100 สายพันธุ์แต่สายพันธุ์ที่มีสรรพคุณทางยาเหมาะสมที่สุดเป็นเห็ดหลินจือแดง เพราะสายพันธุ์นี้จะมีสารออกฤทธิ์กรุ๊ป Polysaccharide อยู่เป็นอย่างมากที่สุด
ส่วนท่านที่กำลังเลือกซื้อเห็ดหลินจือออกมาขายในท้องตลาดแบบอย่างต่างๆล้นหลาม อีกทั้งในรูปแบบดอกอบแห้ง แคปซูล น้ำเห็ดหลินจือ กาแฟเห็ดหลินจืออื่นๆอีกเยอะมาก
ด้วยเหตุนี้การจะเลือกซื้อเห็ดหลินจือให้ได้แบบที่มีคุณภาพดี จะต้อง......
มองตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ว่าตัวเห็ดหลินจือนั้นได้รับการเลี้ยงที่สมควรหรือปล่าว ด้วยเหตุว่าการควบคุมอณหภูมิ ความชุ่มชื้น สารอาหาร รวมทั้งกรรมวิธีการแปลรูปล้วนส่งผลต่อจำนวนสาระสำคัญในตัวเห็ดหลินจือ บรรจุภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องมาจากเห็ดหลินจือจะขึ้นราได้ง่ายเมื่อโดนความชื้อ ด้วยเหตุนั้นตัวบรรจุภัณฑ์จะต้องเลือกเป็นขวดที่กันความชื้อได้ดิบได้ดีอีกด้วย
เห็ดหลินจือกับประโยชน์ต่อสุขภาพ
เห็ดหลินจือ (Lingzihi หรือ  REISHI)มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กาโนเดอร์ มา ลูซิดัม (Ganoderma Lucidum) เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ มีสีเข้มมีผิวแวววาว มีลักษณะเหมือนไม้ รวมทั้งมีรสขม มีประวัตศาสตร์ช้านานสำหรับเพื่อการใช้เห็ดหลินจือ เพื่อรักษาหรือบำรุงสุขภาพในประเทศแถบเอเซีย โดย เฉพาะเมืองจีนและก็ประเทศญี่ปุ่น เนื่องด้วยเชื่อว่าสารประกอบข้างในเหลืดหลินจือมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ
ในเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่อาจเกิดผลดีต่อสุขภาพมากไม่น้อยเลยทีเดียว พวกเส้นใยต่างๆโปรตีนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่บางชนิด เชเนแคลเซียม โพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัสแมกนีเซียม เซเลเนียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มองแดง สารโมเลกุลชีวภาพที่สำคัญ เย่างสเตียรอยด์(Steroids) เทอร์ป่ายปีนอยด์ (Terpenoide) นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ไกลวัวโปรตีน (Glycoproteins)พอลิแซ็กคาไรค์ (Polrsacchayides) และก็สารอนุพันธ์อื่นๆโดยเฉพาะกรดอะมิโนไลซีน (Lysine) รวมทั้งลิวซีน (Leucine)ด้วยเหตุดังกล่าว มีบางบุคคลหรือในบางวัฒนธรรมนำเห็ดหลินจือมาทำครัวและดัดแปลงเพื่อการบริโภคอย่างมากมาย นักวิทยาศาสตร์ก็เลยมีความสนใจและก็นำเห็ดหลินจือมาทดสอบหาประสิทธิผลทางการรักษาและก็การบำรุงสุขภาพ เพื่อพิสูจน์ว่าเห็ดชนิดนี้มีสาระต่อร่างกายของมนุษย์ใช่หรือไม่

เห็ดหลินมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่อาจเป็นไปได้ใช่หรือ?
แม้มีการค้นคว้าทดลองมากมายเกี่ยวกับคุณลักษณะและก็คุณค่าที่อาจเป็นไปได้ของเห็ดหลินจือ
แต่ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อรับรองด้านวิทยาศาสตร์รวมทั้งการแพทย์ที่แจ้งชัดถึงคุณสมบัติแล้วก็คุณประโยชน์ที่บางทีอาจเป็นได้ของเห็ดหลินจือแต่ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่แจ่มแจ้งถึงคุณสมบัติรวมทั้งประสิทธิผลด้านใดๆด้วยเหตุนั้น ผู้ซื้อควรศึกษาค้นคว้าข้อมูลของเห็ดหลินจือ ปริมาณรวมทั้งกรรมวิธีการบริโภคที่เหมาะสม แล้วก็ความจำกัดต่างๆและก็ต้นสายปลายเหตุทางสุขภาพของตนเองให้ดีก่อนที่จะมีการบริโภค
ตัวอย่างงานค้นคว้าวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับเห็ดหลินจือที่อาจมีผลต่อร่างกาย
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
งานวิจัยหนึ่งได้ทดลองหาประสิทธิผลและความปลอดภัยของการบริโภคอาหารเสริมเห็ดหลืนจือในคนเจ็บ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำนวน 32 ราย  ผลเป็น เห็ดหลินจืออาจมีคุณประโยชน์ในด้านการยับยั้งลักษณะของการปวด ไม่เป็นอันตรายต่อการกินไปสู่ร่างกายและไม่มีผลใกล้กัน แม้กระนั้น กลับไม่ปรากฏผลที่มีความนัยสำคัญสำหรับในการต้านปฎิกิริยาออกซิเดชัน การต้านการอักเสบ หรือผลการปรับระบบภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด
เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
มีการทดลองที่ทดสอบคุณภาพของเห็ดหลินจือในด้านการเพิ่มสรรถยนต์ภาพของร่างกาย โดยได้ ทดสอบในคนไข้โรคปวดกล้ามไฟโปรไมอัลเจีย (Fibromyalgia)ผู้หญิงปริมาณ 64 ราย ตลอดเวลาการทดลอง 6 อาทิตย์ คนไข้บริโภคเห็ดหลินจือจำนวน 6 กรัม/วัน ต่อจากนั้นจึงทดสอบสมรรถภาพร่างกายของคนป่วย ผลของการทดสอบและก็กำหนดแผนการรักษาคนป่วยโรคนี้ต่อไป แม้กระนั้นยังคงขาดหลักฐานช่วยเหลือที่ชัดเจน ควรต้องมีการทำการวิจัยในด้าน เพื่อหาหลักฐานและเครื่องพิสูจน์ที่แนชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อไป
ต้านการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน รวมทั้งคุ้มครองปกป้องการทำลายเซลล์ตับ
จากการทดลองหาความสามารถของสารตรีเทอร์พีนอยด์ (Trirpenoids)รวมทั้งโพลีแซ็กคาไรด์(Polysaccharide)ในเห็ดหลินจือในด้านการต้านการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน และการป้องกันการทำลายเซลล์ตับในกรุ๊ปผู้ทดลองที่มีสุขภาพดี 42 คน ผลลัพธ์คราวแสดงถึงความสามารถของเห็ดหลินจือสำหรับในการช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ และก็ยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของตับ
อย่างไรก็ตาม หากแม้เห็ดหลินจืออาจช่วยต่อต้านปริกิรริยาขบวนการออกซิเดชันได้ แต่ว่าการทดสอบดังกล่าวเป็นเพียงแค่การวิจัยขนาดเล็ก ควรศึกษาค้นคว้าต่อไปเพื่อหาหลักฐานและข้อพสจน์ที่กระจ่างแจ้งที่แจ้งชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ http://www.disthai.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 24