แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - billcudror1122

หน้า: [1] 2 3
1

สมุนไพรคุณยายถีบหลาน
คุณยายถีบหลาน Phyllanthus oxyphyllus Miq.
ชื่อพ้อง P. frondosus Wall. Ex Muell. Arg.
บางถิ่นเรียก ยายจูงหลาน (ชุมพร) ยมหิน (สุราษฎร์) ยายถีบหลาน (จังหวัดตรัง).
  ไม้พุ่ม หรือ ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 1-3 มัธยม เกลี้ยง กิ่งเป็นเหลี่ยมคมสี่เหลี่ยม ยาวเรียวและก็ตั้งตรง.ใบ คนเดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบแหลม กลม หรือ เว้านิดหน่อย มีเส้นใบเล็กเหมือนด้าย 5-9 คู่ เนื้อใบบาง ก้านใบสั้นมากมายโดยประมาณ 1-2 มิลลิเมตร หูใบมีขนาดเล็กมากมาย ติดที่โคนก้านใบ. สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อเล็กๆตามง่ามใบ รวมทั้งมักจะอยู่ทางด้านใตนใบ ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน.ดอกเพศผู้ กลีบรองกลีบมี 3 กลีบ รูปขอบขนานกว้าง ไม่มีกลีบดอกไม้ เกสรผู้มี 3 อัน เชื่อมชิดกันน้อย ฐานดอกมีต่อมเล็กๆ. ดอกเพศเมีย กลีบรองกลีบดอกมีจำนวน และลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ ไม่มีกลีบดอกอย่างเดียวกัน รังไข่กลม หมดจด ท่อรังไข่ปลายแยกเป็น 3 อัน แล้วก็ม้วน. ผล ไม่เคยเห็น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 100 มัธยม
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกใบอ่อนใช้อาบคุ้มครองปกป้องการตำหนิเชื้อในทารกแรกเกิด

2

สมุนไพรก้างปลาเครือ
ก้างปลาเครือ Phyllanthus reticulatus Poir.
บางถิ่นเรียก ก้างเครือ (ทั่วๆไป) ตะบอง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ก้างปลาขาว (อ่างทอง จังหวัดเชียงใหม่) ก้างปลาแดง (สุราษฎร์) ข่าคล่อง (สุพรรณ)โค่คึย สะกางรหน (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) หมัดคำ (แพร่) อำอ้าย (นครราชสีมา).
      ไม้พุ่ม ครึ่งหนึ่ง ไม้เถา สะอาด หรือ มีขนบางส่วน กิ่งมีขนาดเล็ก. ใบ ผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รีแกมขอบขนาน กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-3 ซม. ปลายใบมน หรือ หยักเว้านิดหน่อย; ขอบของใบหมดจด โคนใบสอบ หรือ มน; ก้านใบยาว 2-3 มม. ดอก ออก 2-3 ดอก ตามง่ามใบเป็นช่อสั้นๆดอกแยกเพศ. [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้ มีกลีบรองกลีบ 4-6 กลีบ; ไม่มีกลีบดอกไม้; เกสรผู้ 3-6 อัน ก้านเกสรแยกกัน หรือ ติดกันก็ได้. ดอกเพศเมีย กลีบรองกลีบดอกราวของดอกเพศผู้ รังไข่มี 3-4 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 หน่วย ท่อรังไข่แยกกัน หรือ ชิดกันก็ได้ แม้กระนั้นส่วนใหญ่จะแยกเป็น 2 แฉก. ผล นุ่ม ภายในมี 8-16 เม็ด. เมล็ด มีหน้าตัดเป็น 3 เหลี่ยมด้านไม่เท่ากัน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ และก็ที่รกร้างทั่วไป.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากรับประทานเป็นยาแก้หืดหอบ ต้น น้ำต้ม หรือ ยาชงเปลือก รับประทานแก้น้ำเหลืองเสีย ขับฉี่ ฟอกเลือด แก้บิด แล้วก็ท้องเดิน ใบ น้ำสุกใบ กินเป็นยาขับฉี่; บดเป็นผุยผงใช้ใส่แผล ปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับ การบูร (camphor) แล้วก็ cubeb สารที่สกัดได้จากตะไคร้ต้น (Litsea cubeba Pers.) ใช้อมให้ละลายช้าๆแก้เลือดออกตามไรฟัน  ผล กินเป็นยาฝาดสมานในระบบทางเดินอาหาร และก็แก้อาการอักเสบต่างๆ

3

สมุนไพรผักหวานบ้าน
ผักหวานบ้าน Sauropus androgynous (Linn.) Merr.
ชื่อพ้อง albicans. Bl.
บางถิ่นเรียกว่า ผักหวานบ้าน ผักหวาน (ทั่วไป) ก้านตง จ๊าผักหวาน (เหนือ) โถหลุ่ยกะนีเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) นานาเซียม (มลายู-สตูล) ผักหวานใต้ใบ (จังหวัดสตูล) มะยมป่า (ประจวบคีรีขันธ์).
       ไม้พุ่ม หรือ พืชล้มลุก ที่มีโคนต้นค่อนข้างจะแข็ง สูง 0.5-2 มัธยมลำต้นอ่อน กลม หรือ เป็นเหลี่ยม หมดจด กิ่งอ่อนหักงอไปมาเป็นรูปสิกข์แซกเล็กน้อย. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รูปหอก กว้าง 1.3-3 เซนติเมตร ยาว 2.5-11 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน ขอบใบเรียบ โคนใบแหลม หรือ มน เส้นกิ่งก้านสาขาใบมีข้างละ 5-7 เส้น โค้งบางส่วน ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน; เมื่อทำให้แห้งจะมีสีเขียวอมเหลือง; [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ก้านใบสั้น โดยประมาณ 2-4 มม. หูใบรูปสามเหลี่ยม ยาว 1.7-3 มม. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่บนต้นเดียวกัน บางครั้งกำเนิดบนช่อเดียวกัน. ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 4-5 มิลลิเมตร ดอกรูปจาน กลีบรองกลีบสีเหลือง หรือ มีจุดๆสีแดง ดอกบนกว้างโดยประมาณ 5-12 มิลลิเมตร ขอบกลีบเป็นคลื่นบางส่วน หรือ แยกเป็นกลีบ 6 กลีบ ปลายกลีบกลม หรือตัดตรง เกสรผู้มี 3 อัน ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นท่อสั้นๆปลายแยกออกมาจากกัน ฐานดอกมีต่อม 6 ต่อม. ดอกเพศเมีย ก้านดอกยาวถึง 8 มม. กลีบรองกลีบดอกสีเหลือง หรือ สีแดงเข้ม ยาว 5-7 มิลลิเมตร แยกเป็น 6 กลีบ กลีบรูปไข่ หรือ ค่อนข้างจะกลม ปลายกลีบแหลมสั้นๆ; รังไข่รูปไข่ ด้านในมี 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 2 หน่วย ท่อรังไข่ 3 อัน สั้น แต่ละอันปลายแยกเป็นสอง และก็ม้วน. ผล รูปกลมแป้น สีขาวอมชมพู เส้นผ่านศูนย์กลาง 15-18 มม. ยาว 10-13 มม. กลีบรองกลีบดอกมีขนาดโตขึ้นเมื่อสำเร็จ. เม็ด สามเหลี่ยม กว้างราว 5 มม. ยาว 8 มิลลิเมตร สีออกดำ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ ป่าละเมาะ จากที่รกร้าง และก็ข้างถนน.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มรากรับประทานเป็นยาลดไข้ รวมทั้งเยี่ยวขัด ต้น แล้วก็ ใบ น้ำยางต้นแล้วก็ยางใบ ใช้หยอดตาแก้อักเสบ นำมาตำเป็นยาพอกผสมกับรากแล้วก็ cinnamon รักษาแผลในจมูก ตำผสมกับ arsenic ใช้ทาแก้โรคผิวหนังที่ติดโรค spirochete ประเภทหนึ่งได้

4
อื่นๆ / สมุนไพรมะฝ่อ สามารถนำมาเป็นชาได้ด้วย
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2018, 09:15:25 AM »

สมุนไพรมะฝ่อ
มะฝ่อ Trewia nudiflora Linn.
บางถิ่นเรียกว่า มะฝ่อ (ทั่วๆไป) ม่อแน่ะ เส่โทคลึ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มะผีปอบ (เหนือ) หม่าทิ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี).
ไม้ต้น ผลัดใบ ขนาดใหญ่ โคนต้นมีพอนแบออกเป็นปีก ต้นเพศผู้ทรงสูงชะลูด ต้นเพศเมียไม่สูงเท่า แต่แผ่กิ่งก้านสาขามากกว่า ตามยอดอ่อน ด้านล่างของใบ แล้วก็ช่อดอกมีขน. ใบ คนเดียว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปไข่ค่อนข้างกว้าง รูปกลมปนรูปหัวใจ หรือ สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด กว้าง 8-13 ซม. ยาว 10-22 ซม. โคนใบมนแหลม หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบของใบเรียบ ปลายแหลมเป็นหาง ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เส้นใบออกมาจากโคนใบ 3 เส้น เส้นแขนงใบข้างละ 3-5 เส้น ข้างบนหมดจด แต่เฉพาะตามเส้นใบมีขน ด้านล่างมีขนปกคลุมทั่วๆไป ก้านใบยาว 2.5-8.5 ซม. ดอก [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url]  ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ไม่มีกลีบ. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อยาว 15-22 ซม. ดอกอยู่ห่างๆกัน บานทยอยจากโคนช่อไปสู่ปลายช่อ กลีบรองกลีบดอกไม้ 3-4 กลีบ กลม หรือ รูปไข่ เวลาบานจะผายไปทางด้านหลัง เกสรผู้เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่บนฐานดอกนูนๆก้านเกสรไม่ติดกัน. ดอกเพศภรรยา ออกโดดเดี่ยวๆหรือ เป็นช่อ ก้านดอกยาว กลีบรองกลีบดอกไม้ 3-5 กลีบ ร่วงง่าย รังไข่มี 2-4 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย ท่อรังไข่ยาว โคนเชื่อมชิดกัน มีตุ่มอยู่ปกติ. ผล กลม แข็ง รสหวาน กินได้ มีเม็ดเดียว. เม็ด รูปไข่ เปลือกแข็ง.

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นในป่าเปียกชื้น หรือ ขึ้นตามริมลำธาร
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรากรับประทานเป็นยาขับลม แก้ท้องเฟ้อ ใช้ทาเช็ดนวดแก้ปวดตามข้อ  ต้น น้ำสุกเปลือกเป็นยาเย็น บำรุงร่างกาย แก้อาการบวมน้ำ ท่อน้ำดีอักเสบ และก็ขับเสมหะ แก่นไม้ ใช้ทำหีบ และก็ลังใส่ของ ในอินเดียใช้ทำหีบบรรจุใบชาส่งไปขายต่างแดน แล้วก็ใช้ทำก้านไม้ขีด

5

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรแปะก๊วย[/url][/size][/b]
แปะก๊วย Ginkgo biloba L.แปะก๊วย (จีน)
ต้นไม้ ผลัดใบ สูง 10-25 ม. ทุกส่วนไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาห่างๆเปลือกสีเทา ต้นแก่เปลือกสีน้ำตาลอมเหลือง ใบ ออกมาจากปลายกิ่งสั้น กิ่งละ 3-5 ใบ รูปพัดจีน กว้าง 5-8 ซม. ยาวราว 8 เซนติเมตร ปลายใบเว้าตรงกลาง มีรอยเว้าตื้นๆหลายแห่ง หรือเป็นคลื่น โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ เส้นใบเรียงถี่ๆเป็นรูปพัด ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวเข้ม ก่อนผลัดใบจะกลายเป็นสีเหลือง ก้านใบเรียวยาว ดอก เป็นดอกแยกเพศ แล้วก็อยู่ต่างต้นกัน ออกที่ปลายกิ่งสั้น รอบๆเดียวกับที่เกิดใบ ดอกเพศผู้ แต่ละกิ่งจะออกราว 4-6 ช่อ ลักษณะช่อเป็นแท่งห้อยลง มีเกสรเพศผู้มากมาย สมุนไพร อับเรณูติดที่ปลายก้านเกสร มี 2 ลอน ดอกเพศเมีย ออกกิ่งละ 2-3 ดอก ดอกมีก้านยาว ที่ปลายก้านมีไข่ 2 เมล็ด ไข่ไม่มีรังไข่หุ้ม แต่ชอบเจริญวัยเพียงเมล็ดเดียว  ผล รูปออกจะกลม หรือ รี มีเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 3 เซนติเมตร สำเร็จประเภทมีเนื้อนุ่มแม้กระนั้นเม็ดแข็ง เมื่อสุกสีเหลือง ผิวมีนวล กลิ่นค่อนข้าเหม็น เมล็ด รูปรี หรือ รูปไข่ เปลือกแข็ง สีออกเหลืองนวล เนื้อข้างในเม็ดเมื่อทำให้สุกใช้เป็นของกินได้คาว แล้วก็หวาน เรียกว่า “แปะก๊วย”

นิเวศน์วิทยา
: มีบ้านเกิดในประเทศจีน รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น มีการกระจัดกระจายชนิดไปในทวีปอเมริกาและยุโรป นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในสวน แล้วก็ตามข้างถนน หรือ ปลูกเพื่อกินเนื้อในของเม็ด
คุณประโยชน์ : ใบ สารสกัดจากใบมีฤทธิ์ในการช่วยไหลเวียนของโลหิต มีฤทธิ์ฆ่าแมลงศัตรูพืช เม็ด กินได้เมื่อกำจัดสารพิษออกแล้ว ใช้เป็นยาฝาดสมาน ยับยั้งประสาท ขับเสมหะ แก้ไอ หืดหอบ บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด ขับพยาธิ ลดไข้ แล้วก็สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะต่อเชื้อวัณโรค เปลือกเม็ดมีฤทธิ์กัดทำลาย เมื่อสัมผัสจะทำให้ผิวหนังอักเสบแล้วก็มีหัวหน้ามาใช้เป็นยาฆ่าแมลง

6

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรเมื่อย[/url][/size][/b]
เมื่อยล้า Gnetum montanum Markgraf
บางถิ่นเรียกว่า เมื่อยล้า (ตราด) ม่วย (เชียงราย จังหวัดอุบลราชธานี) มะม่วย (เชียงใหม่) แฮนม่วย (เลย)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันแล้วก็ตามข้อจะบวมพอง ใบ คนเดียว เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานปนรูปไข่ มีขนาดไม่เหมือนกันมาก แต่ว่ากว้างไม่เกิน 12 เซนติเมตร ยาวไม่เกิน 20 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบกลม มน หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อเรือใบแข็งครึ้ม หรือ ออกจะดก เมื่อแห้งสีออกดำ เส้นใบโค้ง ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดและก็ตามลำต้น สมุนไพร ช่อดอกแตกกิ่งก้านสาขามา แยกเป็นช่อดอกเพศผู้แล้วก็เพศเมีย ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบศูนย์กลาง ช่อดอกเพศผู้ กว้างราวๆ 0.4 ซม. ยาวราว 3 ซม. แต่ละชั้นมีราว 20 ดอก ช่อดอกเพศภรรยา แต่ละชั้นมี 5-7 ดอก ผล รูปรี กว้างราว 1 เซนติเมตร ยาว 1.5 ซม. เมื่อสุกสีแดง ก้านผลอ้วน ยาวประมาณ 0.2 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในขั้นสูงจากน้ำทะเล 50-1,800 ม. พบในทุกภาคของประเทศ นอกจากภาคกึ่งกลาง
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากกินแก้พิษบางจำพวก และแก้ไข้ไข้มาลาเรีย

7

สมุนไพรหญ้าเจ้าชู้
ต้นหญ้าเจ้าชู้ Chrysopogon aciculatus (Retz.) Trin.
บางถิ่นเรียก หญ้าเจ้าชู้ หญ้าสึกกร่อน ต้นหญ้าขี้ข้า ต้นหญ้านกคุ่ม (ภาคกลาง) ต้นหญ้าก่อน (ภาคเหนือ) หญ้ากะเตรย หญ้าขี้เตรย (ภาคใต้) หญ้าน้ำลึก (ตราด)
ไม้ล้มลุก จำพวกต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี ลำต้นทอดนอนไปตามพื้นดินได้ไกลๆตามลำต้นมีกาบใบแก่ๆหุ้มห่ออยู่ ลำต้นตั้งชัน สูง 15-25 ซม. ไม่ค่อยแตกกิ่ง ใบ ชอบมีมากมายที่โคนต้น กาบใบยาว 1-3 เซนติเมตร กาบอันท้ายที่สุดยาวถึง 6 ซม. หุ้มห่อรอบลำต้น มีตาลายมยาว บางเวลามีสีม่วง มีขนยาวนุ่มเล็กน้อยที่รอยต่อระหว่างกาบใบแล้วก็ตัวใบ ตามขอบของใบตรงข้างในมีขนหนาแน่น ตัวใบ กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ยาว 2-8 เซนติเมตร ใบเหนือสุดลดรูปลงเหลือขนาดเล็กมา ขอบของใบสากคาย ขอบจักแหลมห่างๆรอบๆโคนใบเป็นตุ่มๆแล้วก็มีขน เนื้อใบบาง เป็นมัน ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อกระจัดกระจาย ยาว 3-6 เซนติเมตร แข็ง ตั้งชัน สีม่วงแกมแดง ช่อดอกย่อยติดกันเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งก้านสาขาช่อกลุ่มละ 3 ช่อ แม้กระนั้นมีเพียงดอกเดียวแค่นั้นที่เป็นดอกสมบูรณ์เพศ และไม่มีก้านดอก โคนดอกมีเซลล์แข็งๆ สมุนไพร ส่วนอีกสองดอกเป็นดอกเพศผู้ มีก้านดอก ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีขน ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้าน ยาว 3-4 มิลลิเมตร กาบช่อดอกย่อยอันข้างล่างรูปใบหอก หลังแบน มีเส้น 2 เส้น ปลายแยกเป็น 2 ยอดแหลม ตามขอบใกล้ปลายมีขนสาก กาบช่อดอกย่อยอันบน ยาว 2.5-3.5 มม. ลักษณะก็จะคล้ายท้องเรือ กาบล่างของดอก (sterile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร รูปใบหอก ปลายแหลม บางใส ขอบมีขน ส่วนกาบล่างอีกอันหนึ่ง (fertile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร บางใส แคบ ปลายมีหนามแหลม ยาวราวๆ 5 มม. กาบบนของดอก บางใส ปลายแหลม ยาว 1.6 มม. อับเรณูยาวประมาณ 1 มม. สีส้ม ปลายเกสรเพศเมียมี 2 อัน มองเห็นแน่ชัดยื่นออกมาจากกึ่งกลางช่อดอกย่อย ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร มีขนยาวละเอียดเป็นเงา เป็นพู่คล้ายขน เมล็ด รูปขอบขนาน ยาวราว 2 มม.

นิเวศน์วิทยา : ขึ้นได้ทั่วไป
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกกินแก้ท้องเดิน ต้น น้ำต้มดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แล้วก็ถอนพิษบางจำพวก ขี้เถ้าจากต้นกินแก้ปวดข้อ เมล็ด ใช้ขับพยาธิตัวกลม

Tags : สมุนไพร

8

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรแขม[/url][/size][/b]
แขม Saccharum arundinaceum Retz.
บางถิ่นเรียก แขม (ทั่วๆไป) ตะโป (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) แตร๊ง (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) ปง (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก พวกต้นหญ้า ขึ้นเป็นกอขนาดใหญ่ ลำต้นสูงได้ถึง 3 ม. กว่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ใบ รูปยาว ปลายเรียว กว้าง 2.5-5 ซม. ยาวราว 1.5 ม. ขอบใบหยาบ เส้นกลางใบสีขาว กาบใบยาวถึง 40 ซม. ผิวเรียบ สะอาด ลิ้นใบขอบเป็นเยื่อตื้นๆขอบเป็นขนแข็ง เกลี้ยง ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ ยาว 0.3-1 ม. แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ไม่มีขน หรือตามกิ่งเล็กๆอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีขนเป็นมันคล้ายเส้นไหม ช่อดอกย่อย (spikelet) มีขนยาวสีขาวเป็นมันปกคลุมช่อดอกย่อยออกเป็นคู่ ช่อหนึ่งมีก้าน อีกช่อหนึ่งไม่มีก้าน กาบช่อดอกย่อยยาวพอๆกับช่อดอกย่อย กาบดอกสั้นกว่า บาง สมุนไพร เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่หมดจด ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขน โผล่ด้านข้าง สีม่วงแดง

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามริมฝั่งน้ำทั่วไป
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มกินเป็นยาเย็น ขับปัสสาวะ รวมทั้งแก้โรคผิวหนังบางจำพวก ต้น ต้มน้ำดื่มแกฝี หนอง

9

สมุนไพรพะวาใบใหญ่
พะวาใบใหญ่ Garcinia vilersiana Pierre
บางถิ่นเรียกว่า พะวาใบใหญ่ (จังหวัดชลบุรี เมืองจันท์) ไข่ตะไข้ ตะบอก (จันทบุรี) จำพูด (ภาคกึ่งกลาง) ปราโฮด (เขมร-สุรินทร์) ปะหูด (ตะวันออกเฉียงเหนือ มะพูด (ภาคกึ่งกลาง ภาคใต้) ส้มปอง ส้มม่วง (จันทบุรี)
ไม้ต้น สูง 12-15 มัธยม เปลือกสีออกดำ ค่อนข้างหยาบ มีน้ำยางสีเหลือง ใบ คนเดียว ออกตรงกันข้าม รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานปนรี กว้าง 6-12 เซนติเมตร ยาว 15-37 เซนติเมตร โคนใบมน หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ม้วนลงน้อย เนื้อใบดกคล้ายแผ่นหนัง ข้างบนเป็นเงา เส้นใบเรียงไม่บ่อยนักกันรวมทั้งมองเห็นไม่ชัดเจน ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. มีรอยย่นตามขวาง ดอก ดอกเพศผู้ หรือดอกบริบูรณ์เพศออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/b][/url]  แกนช่อเป็นเกล็ดและก็มีขนละเอียด ก้านดอกย่อยเป็นสี่เหลี่ยม ยาว 1-1.5 เซนติเมตร มีขน กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. งอเป็นกระพุ้ง ขอบมีขน กลีบดอกมี 4 กลีบ ค่อนข้างกลม หนา กว้าง 6-7 มม. ยาว 8-5 มิลลิเมตร งอเป็นกระพุ้ง ดอกเพศผู้ เกสรเพศเมียไม่มีก้าน ยอดเกสรเพศเมียมี 6 พู ผล กลม กว้างโดยประมาณ 3 ซม. ยาวราว 4 เซนติเมตร สุกสีเหลือง นุ่ม มี 3-5 เม็ด
นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นใกล้ลำห้วย เจอทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น เปลือกต้น ตำผสมแอลกอฮอล์ลงไปน้อย เป็นยาพอกแก้กลยุทธ์ขัดยอด และก็แผลอักเสบเรื้อรัง

Tags : สมุนไพร

10

สมุนไพรบุนนาค
บุนนาค Mesua ferrea L.
บุนนาค (ทั่วไป) ก๊าก่อ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน ก้ำก่อ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ปะนาคอ (มลายู-ปัตตานี) สารภีดอย (จังหวัดเชียงใหม่)
    ต้นไม้ สูง 15-25 ม. ทรงพุ่มเป็นรูปเจดีย์ต่ำๆมีพูพอนนิดหน่อยตามโคนต้น เปลือกสีน้ำตาลผสมเทารวมทั้งผสมแดง มีรอยแตกตื้นๆข้างในเปลือกมียางสีขาว ใบอ่อน สีชมพูอมเหลืองอ้อยเป็นพู่ ใบ เดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนานแคบ หรือ รูปหอก กว้าง 1.5-3.5 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ข้างบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีคราบสีขาวนวล ก้านใบเล็ก ยาว 4-7 มม. [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอก ออกตามง่ามใบ ออกลำพังๆหรือ เป็นกลุ่มๆละ 2-3 ดอก สีขาว หรือ เหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมยวนใจ บานสุดกำลังกว้าง 7-10 ซม. กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปช้อน งอเป็นกระพุ้ง กลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่กลับ ปลายกลีบบานและก็หยักเว้าเข้า โคนกลีบสอบ เกสรเพศผู้มีเยอะมากๆ สีเหลือง อับเรณูสีส้ม รังไข่มี 2 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียยาว ผล รูปไข่ ปลายโค้งแหลม กว้างโดยประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 3.5 ซม. มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบติดอยู่แล้วก็ขยายโตขึ้นเป็นกาบหุ้มผล ผลสีน้ำตาลเข้ม แข็งมากมาย เม็ดแบน มี 1-2 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ แล้วก็ภาคใต้ สูงจากระดับน้ำทะเล 20-700 ม.
คุณประโยชน์ : ต้น เปลือกให้ยางมาก เป็นยาฝาดสมาน มีกลิ่นหอมน้อย ต้มรวมกับขิงกินเป็นขาขับเหงื่อ ใบ ตำเป็นยาพอกโดยรวมกับน้ำนมและน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวใช้รวมหัวแก้ไข้หวัดอย่างแรง ดอก แห้งมีกลิ่นหอมสดชื่นมากมาย ใช้เข้าเครื่องยาเป็นยาฝาดสมาน บำรุงธาตุ แก้ไอ ขับเสลด หรือ บดให้เป็นผุยผงผสมกับเนยเหลว เป็นยาพอกแก้ริดสีดวงทวาร ผล กินเป็นยากระตุ้นแนวทางการทำงานของร่างกาย แก้น้ำเหลืองเสีย รวมทั้งแก้ทางเดินฉี่อักเสบ เม็ด ให้น้ำมันเป็นยาใช้ภายนอกถูกนวดแก้ rheumatism ทาแก้บาดแผลนิดๆหน่อยๆแก้ผื่นคันแล้วก็แก้หิด กรดที่เจอในน้ำมันจะเป็นพิษต่อหัวจิตใจ

11

สมุนไพรโหระพา
โหระพา Ociumum basilicum L.
บางถิ่นเรียก โหระพา (ทั่วๆไป) ห่อกวยโชคไม่ดี ห่อวอซุ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) อิ่มคิวขาว (งู-แม่ฮ่องสอน)
ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. ทุกส่วนมีกลิ่นหอมยวนใจ ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นและก็กิ่งเป็นสี่เหลี่ยมมนๆสีม่วง หรือเขียวอมม่วง หมดจด หรือเมื่อยังอ่อนอยู่มีขน ใบ คนเดียว ออกตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปไข่ปนรี กว้าง 1.2-3 เซนติเมตร ยาว 3-6 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบขอบใบเรียบ หรือบางทีก็อาจจะหยักแบบฟันเลื่อยห่างๆสะอาดหรือมีขน ก้านใบยาว 1-3 ซม. สมุนไพร  ดอก สีขาวอมม่วง ออกเป็นช่อกระจะที่ยอด ยาว 5-25 เซนติเมตร ริ้วตกแต่งรูปไข่หรือรูปไข่ปนรูปใบหอก ยาว 9-10 มิลลิเมตร ก้านดอกย่อยยาว 5-7 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงยาว โดยประมาณ 4 มม. (เมื่อสำเร็จยาว 5-6 มม.) เชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็นปาก ปากบนแบนใหญ่ รูปค่อนข้างจะกลม มีส่วนแบออกไปคล้ายปีกที่โคน ปากล่างยาวกว่าปากบน มีหยักแหลม 4 หยัก กึ่งกลาง 2 หยักยาวแหลม มีขนอีกทั้งด้านนอกรวมทั้งด้านใน กลีบดอกไม้ยาว 7-12 มิลลิเมตร เชื่อมชิดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นปาก ปากบนมีหยักมนๆ4 หยัก ขนาดไล่เลี่ยกัน มีขนสีขาว ปากข้างล่างยาวกว่าปากบน ขอบเรียบ กึ่งกลางเว้าเป็นแอ่งบางส่วน ภายนอกมีขนสีขาว เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ คู่บนยาวกว่าคู่ด้านล่าง ติดอยู่กับหลอดดอกใกล้โคนดอก รอบๆใกล้โคนก้านเกสรคู่บนมีติ่ง ที่ติ่งมีขน เกสรคู่ด้านล่างติดอยู่ใกล้ปากหลอดดอก ไม่มีติ่ง อับเรณูมี 2 พู เชื่อมต่อกัน ก้านเกสรเพศเมียสีขาวอมม่วง ปลายแยกเป็น 2 แฉก ผล เล็ก แข็ง รูปรี หรือขอบขนานแกมรี ยาวราว 1.5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ปลูกทั่วๆไปเป็นพืชสวนครัว และก็ปลูกเพื่อการค้าขาย
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกกินเป็นยาบำรุงธาตุสำหรับเด็ก และก็ใช้เป็นยาลดไข้ ใบ กินได้ มีกลิ่นหอมสดชื่น ใช้แต่งกลิ่นอาหาร เป็นยาฝาดสมาน แก้บิด บำรุงร่างกาย ขับลม ช่วยย่อย ลดไข้ แก้ไอ ขับเสลด ผสมกับขิงรวมทั้งพริกไทยขาว กินลดไข้ เป็นยาบำรุงปลายประสาท แก้โรคไต แก้หวัด น้ำคั้นจากใบใช้ทาผิวหนังแก้ขี้กลากโรคเกลื้อน หยอดหูแก้ปวด  น้ำมันที่กลั่นได้จากใบ ใช้เป็นยาคุ้มครองป้องกันแมลงรวมทั้งฆ่าแบคทีเรียบางประเภท ดอก เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ ยาบำรุง แก้ไอในเด็ก เม็ด เป็นยาเย็น ทำเป็นยาชงแก้บิด ท้องเดิน ขับเยี่ยว ขับเหงื่อ และเป็นยาระบาย

12

สมุนไพรฟันปลา
ฟันปลา Litsea umbellate Merr.
บางถิ่นเรียกว่า ฟันปลา เศร้าใจ (ปราจีนบุรี) เมนตรือ (เขมร-เมืองจันท์) สะเตื้อ (จังหวัดตราด)
       ต้นไม้ ขนาดเล็ก หรือไม้พุ่ม สูง 3-10 ม. ตามกิ่งไม้มีขนสีน้ำตาล ใบ เดี่ยวออกเรียงสลับ หรือเรียงเวียนห่างๆรูปรี หรือ มีขนาดออกจะเล็ก กว้าง 4-10 ซม. ยาว 7.5-23 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือมน โคนใบแหลมขอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่นนิดหน่อย ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีขนเฉพาะตามเส้นกลางใบและก็เส้นกิ่งก้านสาขาใบ ด้านล่างเป็นรอยเปื้อนขาว มีขน เส้นใบมี 6-10 คู่ ด้านล่างมองเห็นชัดกว่าข้างบน ก้านใบยาว 6-12 มม. มี ดอก ออกเป็นช่อ เป็นกลุ่มตามง่ามใบ ก้านช่อยาว 2-5 มิลลิเมตร ช่อดอกมีขนปกคลุมหนาแน่น สมุนไพร กลีบรวมเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 4-6 กลีบ ทั้งยังถ้วยและกลีบติดทนจนได้ผลสำเร็จ ผล รูปไข่หรือค่อนข้างจะกลม ปลายมีติ่งแหลม โคนมีชั้นของกลีบรวมรองรับอยู่ ขอบกลีบรวมมีขน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ พบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และทางภาคใต้ของไทย
คุณประโยชน์ : ต้น เปลือกต้นเจอ alkaloid ใบ ตำเป็นยาพอกฝี

13

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u]พิลังกาสา[/url][/b]
ชื่อท้องถิ่นอื่น  ผักจำ  ผักจ้ำแดง (จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย) พิลังกาสา (ภาคกลาง) ตีนจำ (เลย)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Ardisia polycephala Wall. ex A.DC.
ชื่อตระกูล  MYRSINACEAE
ชื่อสามัญ Philangkaasaa.
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มครึ่งไม้ใหญ่ขนาดเล็ก (S/ST) ขนาดย่อม มีความสูงราว 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบต้น แม้กระนั้นไม่มากเท่าไรนัก ลักษณะลำต้นสีเทา ผิวตะปุ่มตะป่ำ
สมุนไพร ใบ เป็นใบลำพัง ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ๆตามข้อต้น ลักษณะใบรูปไข่ ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบเรียบ ใบหนาดกทึบ และใหญ่ มีสีเขียววาว
ดอก มีดอกเป็นช่อ อยู่ตามปลายกิ่ง หรือตามส่วนยอด ดอกสีขาวเหลือบม่วง เป็นกลุ่มใหญ่
ผล ขนาดเท่าเม็ดนุ่น เป็นพวงช่อใหญ่สีม่วงแดง เมื่อแก่สีเข้มจนกระทั่งแทบดำ

นิเวศวิทยา
กำเนิดดังที่รกร้างว่างเปล่า ป่าเบญจพรรณปกติ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและบังร่มเงา่ได้ดี ตามสวนสาธารณะ
การปลูกแล้วก็ขยายพันธุ์
เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญวัยได้ในดินที่ร่วนซุยที่มีอินทรียวัตถุมากมาย แพร่พันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
ส่วนที่ใช้ รส และก็สรรพคคุณ
ราก รสฝาดเปรีี้ยว แก้กามโรค โรคหนองใน พอกปิดแผลทำลายพิษงูกัด ใช้กากพอกแผล
ต้น   รสฝาด แก้โรคเรื้อน โรคผิวหนัง
ใบ รสขื่นร้อน แก้ตับทุพพลภาพ แก้ปอดดทุพพลภาพ
ดอก รสฝาด ฆ่าเชื้อโรค
ผล รสร้อนฝาดสุขุม แก้ไข้ ท้องเดิน โรคเรื้อน กุฏฐัง
การใช้และปริมาณที่ใช้

  • แก้โรคผิวหนัง หรือ โรคเรื้้อน กุฏฐัง โดยใช้ผลสด 10-15 กรัม นำมาโขลกอย่างถี่ถ้วน ผสมเหล้าโรงนิดหน่อย ใช้ทาและพอกรอบๆที่เป็นวันละ 2 เวลา รุ่งเช้าเย็น หรือบางทีอาจจะใช้เปลือกต้น 1 ฝ่ามือ หรือ หนักโดยประมาณ 20 กรัม สับเป็นขิ้นแล้วตำอย่างถี่ถ้วนผสมสุราโรงนิดหน่อยคั้นเอาน้ำทาแล้วก็พอกด้วยกากวันละ 2 เวลา


14

สมุนไพรเลี่ยน
ชื่อพื้นบ้านอื่น เกรียน เฮี่ยน (ภาคเหนือ) เคี่ยน เลี่ยน เลีี่ยนใบใหญ่ (ภาคกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Melia azedarach L.
ชื่อพ้อง Melia dubia Cav.. Melia toosendan Siebola & Zucc..
ชื่อตระกูล  MELIACEAE
ชื่อสามัญ Bead tree, Bastard cedar , Perisian lilac , White cedar.
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น (T/ST) ขนาดกลาง สูง 10-20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวยหรือทรงกระบอก ค่อนข้างจะโปร่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลแตกเป็นร่อง โตเร็ว เจริญเติบโตก้าวหน้าในดินซึ่งร่วนซุย แดดจัด
ใบ ใบประกอบแบบขนสองชั้น ปลายคี่ เรียงสลลับที่ปลายกิ่ง แกนกลางใบประกอบยาว 30-60 เซนติเมตร ใบย่อยเยอะๆ รูปรีแกมรูปขอบขนาน เรียงตรงกันข้าม กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-6 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลมหรือสอบและก็มักเบี้ยว ขอบของใบจะฟันเลื่อยห่างๆ
สมุนไพร ดอก มีดอกเป็นช่อที่ซอกรอบๆปลายกิ่ง กลีบ 5-6 กลีบ สีชมพูหรือขาวอมม่วงอ่อนๆเส้นผ่าศูนย์กลางดอกโดยประมาณ 2 ซม. เกสรเพศผู้ 10 อัน สีม่วง อยู่ติดกันเป็นหลอด ดอกมีกลิ่นหอมสดชื่น ออกดอก ธ.ค.-มีนาคม
ผล รูปกลมหรือรี กว้างโดยประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2.5 ซม. เมื่อแก่เป็นสีเหลือง เม็ดต่อเมล็ด

นิเวศวิทยา
มีถิ่นเกิดในเอเชียเขตร้อน จีน ทางตอนเหนือของอินเดียรวมทั้งออสเตรเลีย พบตามชายเขาดิบรวมทั้งป่าเบญจพรรณทั่วภาคทุกภาคไทย
การปลูกรวมทั้งแพร่พันธุ์
เป็นไม่ที่ปลูกง่าย เจริญวัยได้ดีในดินทั่วๆไป ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ดหรือปักขำราก
ส่วนที่ใช้ รส รวมทั้งสรรพคุณ
ทั้งต้น รสขม แก้โรคผิวหนัง แก้โรคเรื้อน เป็นยาอายุวัฒนะ
เมล็ด ให้น้ำมัน ใช้ทาแก้ปวดข้อ
ใบ ให้สีเขียวใช้ย้อมผ้า
วิธีการใช้และก็จำนวนที่ใช้

  • แก้โรคผิวหนัง แก้โรคเรื้อน โดยใช้ต้นสด 10-20 กรัม หรือยาวราว 1 ฝ่ามือ สับเป็นชิ้น ต้มในน้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มให้เหลือ 3 ใน 4 ส่วน กรองเอาน้ำกิน วันละ 2-3 เวลา


15

สมุนไพรเสลดพังพอน
ชื่อพื้นเมืองอื่น  พิมเสนต้น  เสมหะพังพอน  เสมหะพังพอนเพศผู้ (ภาคกลาง) เช็กเชเกี่ยม (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Barleria lupulina Lindl.
ชื่อสกุล   ACANTHACEAE
ชื่อสามัญ Salet phangphon tuapuu.
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่ม (S) แตกกิ่งก้านสาขามากรอบๆลำต้น สูงราว 1 เมตร มีหนามสีน้ำตาลคู่ ตามข้อและโคนใบ กิ่งก้านมีสีน้ำตาลปนแดง
ใบ เป็นใบคนเดียว ออกตรงกันข้ามเป็นคู่ๆลักษณะใบรูปยาว เรียวแคบ โคนและก็ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบสะอาด พื้นใบมีสีเขียวเข้มและมัน ก้านใบสั้น ก้านใบตลอดจนเส้นกลางใบมีสีแดง ที่โคนกว้างมีหนามแหลม 1 คู่ สีม่วง ชี้ลง
สมุนไพร ดอก มีดอกเป็นช่อตามยอดหรือที่ปลายกิ่ง เมื่อดอกยังอ่อนนมีใบประดับหุ้มมิด เมื่อดอกบานจะโผล่เลยใบเสริมแต่งออกมาครึ่งหนึ่ง ใบประดับรูปกลมรี ช่วงท้ายมีสีน้ำตาลอมแดง กลีบรองกลีบสีเขียวมี 5 กลีบ กลีบดอกไม้สีเหลืองจำปา ตรงโคนเป็นหลอดตรงปลายแยกเป็น 5 กลีบผล เป็นฝัก ลักษณะรูปมนรี แบนแล้วก็ยาว โคนกว้าง ปลายแหลม ภายในผลมีเม็ด 2-4 เม็ด

นิเวศวิทยา
เป็นไม้กลางแจ้งที่ไม่ขึ้นทั่วไป มีแม้กระนั้นเฉพาะตามบ้านซึ่งปลูกเอาไว้ใช้
การปลูกและก็ขยายพันธุ์                                    
เติบโตก้าวหน้าในดินร่วนซุย มีความชื้น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด หรือตัดลำต้นปักชำ โดยตัดเป็นท่อนๆยาวโดยประมาณ 1-2 คืบ ปักชำในแปลงที่เตรียมไว้หรือปักชำในที่ชุ่มชื่นก่อน เมื่อออกรากดีแล้วจึงย้ายไปปลูกในแปลง
ส่วนที่ใช้ รส แล้วก็สรรพคุณ
ใบ รสจืดเย็น โขลกกับสุราคั้นเอาน้ำดืื่ม เอากากพอกแก้พิษงู แก้ไฟลามทุ่ง แผลฟกช้ำดำเขียวจากาเกลื่อนกลาดระทบกระแทก แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาทิเช่น ผึ้ง ตะขาบ ฯลฯราก รสจืดเย็น ฝนกับเหล้าหรือเหล้าโรงทาแก้พิษงู แมลงสัตว์กัดต่อย
วิธีใช้รวมทั้งจำนวนที่ใช้

  • รักษาลักษณะของการปวดฝี ถอนพิษ ปวดอักเสบปวดร้อน โดยที่ใช้ใบสด 1 กำมือ หรือราวๆ 20 กรัม ตำให้รอบคอบผสมกับเหล้าพอกรอบๆที่เป็นฝี หรือรอบๆที่เป็นวันละ 3 เวลา
  • รักษาอาการแพ้ อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย โดยใช้ใบสด 1 กำมือ โขลกอย่างละเอียดคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่เป็น หรือโขลกผสมเหล้าโรงเล็กน้อยด็ได้
ข้อควรทราบ
ในประเทศมาเลเซีย ใช้แก้ปวดฟันและก็แก้งูกัด  แล้วก็ถือกันว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่จะป้องกันภัยจนถึงอันตรายต่างๆได้ด้วย

หน้า: [1] 2 3