แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - BeerCH0212

หน้า: [1] 2 3
1

สมุนไพรว่านธรณีสาร
ว่านธรณีสารPhyllanthus pulcher Wall. Ex Muell. Arg.
บางถิ่นเรียกว่า ว่านธรณีสาร(จังหวัดกรุงเทพมหานคร) กระทืบยอบ (ชุมพร) ก้างปลา (นราธิวาส) ก้างดิน ดอกใต้ใบ (นครศรีธรรมราช) ก้างแดง ครีบยอด (สุราษฎร์ธานี) คดทราย (จังหวัดสงขลา) เคอก้อเนาะ (มลายู-จังหวัดนราธิวาส) ตรึงบาดาล (ประจวบคีรีขันธ์) รูรี (สตูล).
ไม้พุ่ม สูงไม่เกิน 1 ม. ลำต้นกลม สั้น มีขนปกคลุมเป็นสีน้ำตาล ขนหักง่าย แม้กระนั้นกิ่งยาวเรียว ใบ คนเดียว เรียงสลับกันซ้ายขวาถี่ๆรูปขอบขนานเบี้ยวๆหรือ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 0.8-1.3 ซม. ยาว 1.5-3.0 เซนติเมตร ปลายใบกลม มน ปลายสุดมีติ่งแหลมเล็กๆขอบของใบเรียบ โคนใบแหลมหรือมน เบี้ยว เนื้อใบบาง เกลี้ยงทั้งสองด้าน ข้างล่างมีสีอ่อนกว่างด้านบน ก้านใบสั้นมากมาย โดยประมาณ 1 มม. มีหูใบเล็กๆแหลมๆหนึ่งคู่ ยาว 2.5 มิลลิเมตร ติดอยู่ที่โคนก้านใบ. ดอก ออกผู้เดียวๆตามง่ามใบและก็ปลายๆกิ่ง ซึ่งใบได้ลดรูปลงไปจนดูเหมือนช่อดอก. ดอกเพศผู้ ออกเป็นกลุ่มตามง่ามใบใกล้โคนกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-1 เซนติเมตร ดอกมี 4 กลีบ สามเหลี่ยม รูปไข่แกมสามเหลี่ยม หรือ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน เรียงเป็นชั้นเดียว สีเขียวอ่อน โคนกลีบสีแดงเข้ม ขอบกลีบสีอ่อน และก็เป็นแฉกแหลมๆมากมาย ยาว 3.5-4.5 มิลลิเมตร เกสรผู้มี 2 อัน ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นแท่งสั้นๆอับเรณูแตกตามยาว ฐานดอกมีต่อมรูปไต 4 ต่อม. สมุนไพร ดอกเพศภรรยา มักจะออกตามง่ามใบที่อยู่ตอนบนของกิ่ง ก้านดอกยาว 1.5-2.0 เซนติเมตร มีกลีบ 6 กลีบ รูปไข่ หรือ รูปไข่แกมขอบขนาน ยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร เรียงเป็นชั้นเดียว รังไข่รูปกลมแป้น มี 3 พู สีแดงเข้ม ไม่มีขน ข้างในมี 3 ช่อง ท่อรังไข่ 3 อัน แยกจากกันเกือบจะถึงโคนท่อ แต่ละอันแยกเป็น 2 แฉก ฐานดอกเป็นรูปถ้วย สูง 2 ใน 3 ของรังไข่. ผล ค่อนข้างจะกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 3 มม. ผิวเนียน สีน้ำตาลอ่อน ก้านผลยาว 2.5 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นราดกระจัดกระจายในป่าดงดิบ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 420 มัธยม ปลูกเป็นสมุนไพร และก็เป็นวัชพืชตามสวนผลไม้.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกอีกทั้งต้นกินแก้ปวดท้อง ใช้ด้านนอกเป็นยาล้างตา ทาผิวหนัง แก้ฝีอักเสบ แก้คัน ทาท้องแก้ไข้ รวมทั้งทาท้องเด็กช่วยให้ไตทำงานเป็นปกติ ใบ ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้ปวดฟัน พอกฝี แก้อาการบวม แล้วก็คันตามร่างกาย

2

สมุนไพรละหุ่ง
ละหุ่ง Ricinus communis Linn.
บางถิ่นเรียกว่า ละหุ่ง มะละหุ่ง (ทั่วๆไป) คิติ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่งสอน) คีเต๊าะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกำแพงเพชร) ปีมั้ว (จีน) มะโห่ง มะโห่งหิน (เหนือ) ละหุ่งแดง (กึ่งกลาง).
ไม้พุ่ม หรือ ต้นไม้ ขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 มัธยมยอดอ่อน แล้วก็ช่อดอกเป็นนวลขาว. ใบ ผู้เดียว เรียงสลับกัน กว้าง รวมทั้งยาว 15-60 เซนติเมตร มีแฉกเป็นแบบนิ้วมือ 5-12 แฉก ปลายแฉกแหลม ขอบหยักแบบฟันเลื่อน ที่ปลายแหลมของแต่ละหยักมีต่อม เนื้อใบค่อนข้างบาง ไม่มีขน สีเขียว หรือ เขียวแกมแดง ก้านใบยาว 10-30 ซม. มีต่อมที่ปลายก้าน.  สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด หรือ ตามปลายกิ่ง ตั้งตรง สีเขียว หรือ ม่วงแดง มีดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่บนช่อเดียวกัน. ดอกเพศผู้ อยู่ตอนบน กลีบรองกลีบดอกไม้บาง แยกเป็น 3-5 แฉก เกสรผู้เยอะมากๆ ก้านเกสรติดกันเป็นกระจุก หรือ แยกเป็นกรุ๊ปๆอับเรณูรูปออกจะกลม. ดอกเพศภรรยา อยู่ข้างล่างของช่อดอก ก้านดอกยาวกว่าดอกเพศผู้ กลีบรองกลีบเชื่อมชิดกันคล้ายกาบ ปลายมี 5 หยัก หลุดร่วงง่าย รังไข่มี 3 อัน แต่ละอันภายในมี 3 ช่อง มีไข่อ่อนช่องละ 1 หน่วย. ผล รูปไข่, เป็นจำพวกแก่แล้วแห้ง สีเขียว หรือ เขียวปนม่วง ยาว 1-1.5 ซม. มีหนามอ่อนๆคลุม. เมล็ด มีพิษ มีน้ำมัน.

นิเวศน์วิทยา
: ถิ่นเดิมอยู่ในแอฟริกาเขตร้อน ปลูกกันทั่วๆไป
คุณประโยชน์ : ราก ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้ปวดฟัน น้ำต้มรากกินเป็นยาระบาย ใบ ใบสดมีฤทธิ์ฆ่าแมลงบางจำพวกได้ น้ำสุกใบกินเป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง ขับน้ำนม แล้วก็ขับรอบเดือน ใบเผาไฟใช้พอกแก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ปวดหัว แล้วก็แผลเรื้อรัง ตำเป็นยาพอกฝี พอกหัว แก้ปวด แก้บวมอักเสบ ตำประสมกับ Bland oil ที่อุ่นให้ร้อนใช้พอก หรือ ทาแก้ปวดตามข้อ และทาท้องเด็กแก้ท้องขึ้น เม็ด เป็นพิษมาก หากรับประทานเม็ดดิบๆเพียงแต่ 4-5 เม็ด ก็อาจส่งผลให้ตายได้ เมื่อจะจำมาใช้ทางยา ให้ทุบเอาเปลือกออก แยกจุดงอดออกจากเมล็ด ต้มกับนมกึ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ รับประทานแก้ปวดตามข้อ แก้ปวดหลัง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เป็นยาถ่าย ตำเป็นยาพอกแผล แก้ปวดตามข้อ หีบเอาน้ำมันได้น้ำมันละหุ่ง ซึ่งโดยมากใช้ในทางอุตสาหกรรม

3

สมุนไพรไม้เท้ายายม่อม
ไม้เท้ายายม่อม Trigonostemon longifolius
บางถิ่นเรียก เท้ายายม่อมป่า อ้ายบ่าว (จังหวัดปัตตานี)
ไม้ต้น หรือ ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 2-6 ม. ยอดอ่อนมีขนสีเหลืองอมแดง เมื่อแห้งมีสีเหลือง. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปหอกกลับถึงรูปช้อนปนรูปไข่กลับ กว้าง 5-14 ซม. ยาว 20-55 ซม. ปลายใบเรียวแหลมเป็นหาง ยาวราว 0.5-2 ซม. ขอบของใบหยักเล็กน้อยทางใกล้ปลายใบ ส่วนขอบใกล้โคนใบเรียบ; โคนใบเรียวแหลมจนกระทั่งเป็นครีบ; เส้นใบมี 15-20 คู่ ข้างบนใบสีเขียวเข้ม เกลี้ยง เว้นเสียแต่ตามเส้นกึ่งกลางใบมีขน ข้างล่างสีอ่อน มีขนห่างๆทั่วๆไป และมีขนมากตามเส้นกึ่งกลางใบ แล้วก็ขอบใบ; ก้านใบยาว 0.5-1.5 เซนติเมตร มีขน. ดอก ออกตามง่ามใบ เป็นช่อยาว ไม่แยกกิ่งก้านสาขา ยาว 15-25 เซนติเมตร มีขนหนาแน่น ใบตกแต่งรูปยาวปลายแหลม; ดอกเพศผู้ และก็ สมุนไพร ดอกเพศเมียกำเนิดบนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ มีกลีบรองกลีบ 5 กลีบ ด้านนอกมีขนยาวและก็แข็งชี้ไปทางปลายกลีบ; กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับปนขอบขนาน สีแดงคล้ำ เกสรผู้มี 3 หรือ 5 อัน ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นแท่ง อับเรณูติดที่ปลาย ก้านดอกมีต่อม 5 ต่อม ชอบเชื่อมชิดกันเหมือนรูปถ้วย. ดอกเพศภรรยา กลีบรองกลีบดอก และก็กลีบมีลักษณะเสมือนดอกเพศผู้หรือเปล่ามีกลีบดอก รังไข่มี 3 ช่อง ท่อรังไข่แยกเป็น 2 แฉก แต่ละแฉกแยกต่ออีก 2 แฉก. ผล เป็นช่อตั้งชัน มี 3 พู เส้นผ่าศูนย์กลางราว 14 มิลลิเมตร มีขนปกคลุมหนาแน่น; ก้านผลยาว 0.7-1.0 ซม. เม็ด มีขนาดเล็ก.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบทางภาคใต้ เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 400 ม.
สรรพคุณ : ราก น้ำยางรากใช้ทาแก้ผึ้งต่อย รวมทั้งทาแก้พิษแมงกะพรุน

4

สมุนไพรตะขบควาย
ตะขบควาย Flacourtia jangomas (Lour.) Raeusch.
บางถิ่นเรียก ตะขบควาย (ภาคกลาง) กือลุก (มลายู-ปัตตานี) ครบ (ปัตตานี) มะเกว๋นควาย(ภาคเหนือ)
  ต้นไม้ ขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 5-10(-14) ม. ต้นอ่อนมีหนาม เมื่อแก่เกลี้ยง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนถึงสีทองแดง หรือ สีเหลืองอมชมพู ล่อนออกเป็นแผ่นบางๆตามกิ่งอ่อนมีจุดสีขาวๆจำนวนไม่ใช่น้อยเป็นช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศ ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับ รูปไข่ค่อนข้างจะแคบ ถึงรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-10 เซนติเมตร ปลายใบเรียวยาว ที่ปลายสุดทื่อ โคนใบกลม หรือ แหลม ขอบใบจะตื้นๆเนื้อใบค่อนข้างจะบาง ใบอ่อนออกสีชมพู หรือ สีน้ำตาลอ่อน ข้างล่างสีอ่อนกว่า เกลี้ยง ข้างบนเป็นเงา ก้านใบยาว 6-8 มม. มีขน หรือ ขนบางทีก็อาจจะหลุดหล่นไปเมื่อแก่ ดอก มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำผึ้ง ออกเป็นช่อตามง่ามใบ สมุนไพส แต่ละช่อมีดอกปริมาณน้อย เป็นดอกแยกเพศ  ดอกเพศผู้ ช่อยาว 1.5-3 เซนติเมตร ก้านดอกเล็ก ยาว 0.5-1 เซนติเมตร กลีบดอก 4(-5) กลีบ รูปไข่ ปลายมน ยาวราว 7 มม. สีออกเขียว มีขนทั้งสองด้าน ขอบกลีบมีขนหนาแน่น ฐานดอกมีเนื้อ ขอบเรียบหรือจะน้อย สีขาว หรือ เหลือง เกสรเพศผู้มีไม่น้อยเลยทีเดียว หากเกสรสะอาด ดอกเพศภรรยา ช่อยาว 1-1.5 ซม. กลีบดอกคล้ายดอกเพศผู้ รังไข่รูปคนโฑ ข้างในมี 4-6 ช่อง มีไข่ช่องละ 2 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียมีพอๆกับจำนวนช่อง แต่ละก้านปลายแยกเป็นสองแฉกและม้วน ผล ค่อนเรากลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม. มีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ที่ปลายผล สีแดงอมน้ำตาลอ่อน หรือ ม่วง เมื่อแก่เป็นสีดำ เนื้อสีเหลืองอมเขียว มีเมล็ด 4-5 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: สันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย มีปลูกตามสวนทั่วไป
คุณประโยชน์ : ราก เปลือกรากตำพอกแผล และก็ผิวหนังอักเสบ ต้น น้ำสุกเปลือกกินเป็นยาแก้อาการไม่ดีเหมือนปกติของท่อน้ำดี บำรุงธาตุ แล้วก็บำรุงร่างกาย ใบ น้ำสุกใบเป็นยาฝาดสมานแก้ท้องเสีย ขับเหงื่อ ขับรอบเดือนและก็ให้สตรีกินข้างหลังการคลอดบุตร นอกจากนั้นให้สีเขียวขี้ม้า ใช้ย้อมผ้าไหมได้ดี ผล กินแก้อาการแตกต่างจากปกติของท่อน้ำดี แม้กระนั้นถ้าหากกินมากๆอาจก่อให้แท้งบุตรได้เหมือนกับน้ำสุกใบ

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรขานาง[/url][/size][/b]
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกึ่งกลาง จังหวัดเชียงใหม่ เมืองจันท์) ขางนาง คะนาง (ภาคกลาง) ค่านาง โคด (จังหวัดระยอง) ช้างเผือกหลวง (จังหวัดเชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (จังหวัดกาญจนบุรี) เปื่อยยุ่ยค่ะนาง เปื๋อยนาง (อุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (จังหวัดลำปาง) ลิงง้อ (จังหวัดนครราชสีมา) แลนไฮ้ (ลาว-แม่ใส่)
    ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ 15-30 ม. ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับกับตอนท้ายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 ซม. ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบใบจักมนตื้นและก็ห่างๆข้างล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราว 12 คู่ เกือบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 เซนติเมตร ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ สมุนไพร ช่อดอกยาว 10-35 เซนติเมตร แขวนลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกลุ่มๆเวียนกันบนแกนดอกกลุ่มละ 2-3 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบดอกติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกแต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ฝาผนังรังไข่ติดกับผนังภายในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ชิดกันเพียงนิดหน่อยที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวโดยประมาณ 3 มม. เป็นประเภทผลแห้งแก่ไม่แตก ภายในมีเพียงแค่ 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ความสูง 50-300 มัธยม
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาฝาดสมาน

Tags : สมุนไพร

6

สมุนไพรกระเบาใหญ่
กระเบาใหญ่ Hydnocarpus anthelminthica Pierre
บางถิ่เรียก กระเบาใหญ่ กระค่อยน้ำ กระเบาแข็ง กาหลง (ภาคกลาง) กระค่อย (ทั่วๆไป) กระเบาตึก (เขมร-พระอาทิตย์อก) ตัวโฮ่งจี๊ (จีน) ค่อย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
  ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลาง สูง 15-20 มัธยม ลำต้นตรง. ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 4-6 ซม. ยาว 15-20 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนเบี้ยว ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา เกลี้ยง เส้นใบมี 8-10 คู่ เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแหเห็นชัด ใบแห้งสีน้ำตาลแดง สมุนไพร ดอก ออกตามง่ามใบ เป็นดอกแยกเพศ กลีบเลี้ยงรวมทั้งกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ดอกเพศผู้ สีชมพู มีกลิ่นหอมสดชื่น ออกลำพังๆก้านดอกยาว เกสรเพศผู้มี 5 อัน ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อสั้นๆผล กลมใหญ่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-10 เซนติเมตร สีขาว ผิวเรียบ มีขน หรือ เกล็ดสีน้ำตาลแดงคลุม

นิเววิทยาศน์
: ขึ้นตามป่าดิบใกล้ชายน้ำ ทางภาคใต้แล้วก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับความสูงจากน้ำทะเล 50-200 ม.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกเปลือก กินเป็นยาขับเยี่ยว เมล็ด เป็นยาขับพยาธิ เมื่อทำบีบเม็ดจะได้นำมันกระเบา ใช้ทาแก้โรคเรื้อน หรือ โรคชันนะตุ ใช้ทาเช็ดนวดแก้ปวดท้อง รูมาติซึม และก็โรคเก๊าท์

7

สมุนไพรมะม่วย
มะม่วย Gnetum latifolium Bl. Var. funiculare (Bl.) Markgraf
บางถิ่นเรียก มะม่วย (จังหวัดสุรินทร์) มะหน่วย กะรูวะ (มลายู-จังหวัดนราธิวาส)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันและตามข้อจะบวมพอง ใบ โดดเดี่ยว เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานปนรี รูปขอบขนานแกมรูปใบหอก กว้าง 5-5.5 เซนติเมตร ยาว 13-16 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้นๆโคนใบสอบแคบ ขอบของใบเรียบ เนื้อใบหนามัน เส้นใบเป็นแบบขนนกโค้ง เมื่อแห้งใบจะมีสีน้ำตาล เห็นเส้นแขนงใบชัดเจนก้านใบยาวราว 1 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามลำต้น ดอกเพศผู้แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ช่อดอกแตกเป็นหลายกิ่งก้านสาขา สมุนไพร ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบแกนกลาง ช่อดอกเพศผู้ ยาว 2-5 ซม. มีจำนวนดอก 30-50 แต่ละชั้นมี 6-8 ดอก แต่ละดอกมีกาบรอง 2 อัน ที่เชื่อมติดกันเป็นกระจัง มีแผ่นใบสร้างอับสปอร์เพศผู้ ยาว 3 มม. และก็มีอับสปอร์เพศผู้ติดต่อ 2 อัน  ช่อดอกเพศเมีย ยาว 5-8 ซม. แต่ละชั้นดอก 6-9 ดอก ดอกยาวโดยประมาณ 4 มม. ปลายดอกเรียวแหลมแล้วก็ชี้ขึ้น ผล รูปกลมรี หรือ รูปไข่ กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5-2.5 ซม. เมื่อสุกสีแดง หรือ สีส้มคล้ำ ก้านผลเรียว ยาว 0.5-2 ซม. เมล็ดแข็ง มีเนื้อห่ออยู่ด้านนอก
นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบ ป่าพรุ ที่ราบลุ่มถึงความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 300 ม. พบทั่วทุกภาคของประเทศ (ออกดอกแล้วก็ผลระหว่างเดือน กันยายน-กรกฎาคม)
สรรพคุณ : ต้น น้ำยางจากเปลือกต้นเป็นพิษ ใช้ทาลูกศรแม้กระนั้นพิษไม่รุนแรงนัก เม็ด กินได้เมื่อทำให้สุก

Tags : สมุนไพร

8

สมุนไพรเดือย
เดือย Coix lachrymal-jobi L.
บางถิ่นเรียก เดือย (ทั่วๆไป) มะเดย (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 1-2 ม. ลำต้นแข็งแรง ตั้งชัน หมดจด ใบ รูปหอก กว้าง 2.5-5.0 เซนติเมตร ยาว 20-45 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือเว้าน้อย ขอบของใบสากคม เส้นกึ่งกลางใบแลเห็นชัด ลิ้นใบ (ligule) สั้น เป็นเยื่อบางหมดจด กาบใบโอบรอบลำต้น ยาว 3.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อ ตามง่ามใบใกล้ยอด ยาวโดยประมาณ 7.5 ซม. กาบใบหนึ่งจะมีช่อดอกออกมาหลายช่อ โดยมีก้านช่อยกขึ้นมาเหนือกาบ ส่วนที่เป็นดอกมีช่อดอกย่อยเพศเมีย (pistillate spikelet) 1 ช่อ รวมทั้งช่อดอกย่อยไม่มีเพศ 2 ช่อ อยู่ข้างในเปลือกแข็ง รูปกลมรี หรือ รูปหยดน้ำ ผิวเกลี้ยงเป็นมัน สีขาวหรือฟ้า คล้ายลูกปัด ยาว 5-8 มิลลิเมตร มีปลายเกสรเพศเมียสีม่วง และช่อดอกย่อยเพศผู้ (male spikelet) ออกมาทางปลายลูกปัด สมุนไพร ช่อดอกเพศผุ้แกนกลางยาว 3.5 เซนติเมตร ดอกย่อยเพสผู้ติดตามศูนย์กลางเป็นคู่ หรือ 3 ไม่มีเส้นขนยาวๆดอกย่อย (floret) มีกาบช่อย่อย (glume) รองรับอยู่ 2 อัน อันนอก 1 อัน แล้วก็อันในหนึ่งอัน มีกาบด้านล่าง (lemma) 1 อัน กาบบน (palea) เล็กๆ1 อัน และเกสรเพศผู้มี 3 อัน ผล เป็นผลเทียม มีขนาดรูปร่างและก็สีสันต่างๆกัน ประเภทที่มีเปลือก ผลแข็งกินไม่ได้ สำหรับพันธุ์ที่มีเปลือกผลอ่อนกินได้

นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นใกล้น้ำและในที่เปียกชื้น ปลูกได้ทั่วไปเป็นมั่งคั่งญพืชแล้วก็เป็นยา
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรับประทานเป็นยาขับพยาธิในเด็ก ขับฉี่ แล้วก็แก้รอบเดือนแตกต่างจากปกติ เม็ด กินได้ เป็นอาหารประเภทแป้ง เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ฟอกโลหิต ลดหุ่น

9

สมุนไพรตะไคร้หอม
ตะไคร้หอม Cymbopogon nardus (L.) Rendle
ตะไคร้หอม (ภาคกึ่งกลาง) จะไคมะขูด ตะไครมะขูด (ภาคเหนือ) ตะไคร้แดง (นครศรีธรรมราช)
ไม้ล้มลุก อายุนับเป็นเวลาหลายปี ขึ้นเป็นกอมากถึง 2.5 มัธยม ยอดโน้มลง ขนหมดจด มีรากฝอยแตกออกจากโคน ใบ ด้านล่างๆกว้าง 2 ซม. ยาวถึง 1 มัธยม ใบบนๆเล็กมากยิ่งกว่า ขอบและผิวใบสาก ขนสะอาด เว้นเสียแต่ใกล้ๆที่โคน ลิ้นใบยาว 5 มิลลิเมตร เกลี้ยง ดอก ออกเป็นช่อเล็กเรียว  คดไปๆมาๆ ปล้องยาว 1.5-2.5 เซนติเมตร สมุนไพร  มีใบเล็กๆที่แต่ละข้อ รวมทั้งตามง่ามจะแตกกิ่งสั้น ซึ่งประกอบด้วยช่อดอก 1 คู่ ยาวไม่เท่ากัน โดยมีกาบห่อหุ้มยาว 1.5-2 เซนติเมตร ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้าน ยาว 4-4.5 มม. กาบช่อดอกย่อยอันด้านล่าง (lower glume) เกลี้ยง แบน ปลายเรียวแหลม เป็นสันโดยที่สันมีปีกแคบๆที่ปลายและที่ปีกจักเป็นซี่ฟันเล็กๆมีเส้นตามแนวยาว 2-4 เส้น ขอบงอ อันบนรูปเรือ มีเส้นตามทางยาว 1 เส้น สันมีซี่ฟันที่ปลาย กาบดอกล่างยาว 3 มิลลิเมตร บาง เป็นครุย ไม่มีเส้นตามแนวยาว กาบดอกบนคล้ายคลึงกันแต่ว่าสั้นกว่า ปลายจักเป็น 2 พูสั้นๆโดยมีขนแข็งที่รอยจัก อับเรณูยาว 1.5 มิลลิเมตร ส่วนช่อดอกย่อยที่มีก้าน มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แม้กระนั้นสั้นกว่าน้อย ดอกย่อยบนเป็นดอกเพศผู้ไม่มีกาบดอก (lemma) ตะไคร้หอม C. nardus และตะไคร้ C. citratus ต่างกันที่กาบช่อดอกย่อยอันด้านล่างของช่อดอกยอยที่ไม่มีก้าน (lower glume ของ sessile spikelet)

นิเวศน์วิทยา
: เจอทั่วไปในเอเซียอาคเนย์ เป็นพืชถูกใจแดด
คุณประโยชน์ : ราก และก็ ต้น แก้แผลในปาก แก้ปากแตกระแหง ทำให้แท้ง ขับประจำเดือน ขับลมในไส้ แก้อาการแน่นจุกเสียด แก้อาเจียน แก้ไข้ น้ำมันจากต้น ทาคุ้มครองป้องกันยุง

10

สมุนไพรต้นหญ้าตีนกา
ต้นหญ้าตีนกา Eleusine indica (L.) Gaertn.
บางถิ่นเรียกว่า ต้นหญ้าตีนกา ต้นหญ้าปากควาย (กึ่งกลาง) ต้นหญ้าตีนกับแก้ (เลย) หญ้าตีนนก (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) หญ้าปากคอก (สระบุรี) หญ้าผากควาย (ภาคเหนือ)
         ไม้ล้มลุก ประเภทต้นหญ้า อายุปีเดียว แตกกิ่งก้านมากมายที่โคนต้น ลำต้นสูง 25-60 ซม. แบน สีเขียวอ่อนมันเป็นเงา เหนียว บางทีก็อาจจะแผ่ติดพื้นดินหรือตั้งชันก็ได้ กาบโอบหุ้มลำต้น ลักษณะแบนเหมือนกับลำต้น มีลายตามยาว ตามขอบและก็ที่คอต่อมีขนยาวห่างๆที่คอต่อมีลิ้นสั้นๆบางๆยาว 0.2-0.5 มม. ปลายตัดเรียบ หรือเป็นครุย ใบ รูปยาวแคบ กว้าง 4-10 มม. ยาว 15-25 ซม. ปลายแหลม โคนใบมน ตามขอบใบใกล้ปลายใบมีขนสาก ด้านบนมีขนยาวเล็กน้อย มีแถบสีเหลืองใสจากโคนใบ ยาว 2-3 มม. ดอก ออกเป็นช่อ 2-6 ช่อ รวมกันเป็นช่อใหญ่แบบซี่ร่ม แต่ว่ามีอยู่ช่อหนึ่งชอบออกมาจากลำต้นรวมทั้งอยู่น้อยกว่าช่ออื่นๆแต่ละช่อกว้าง 4-8 มม. ยาว 4-7 ซม.  [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url][/color] แต่ละช่อมีหลายช่อดอกย่อย (spikelets) ยาว 5-7 มม. ออกมาจากศูนย์กลางด้านเดียว แต่ละช่อดอกย่อยมี 3-8 ดอก (florets) หมดจด กาบของช่อดอกย่อยใบด้านล่าง (lower glume) กว้าง โค้งเป็นรูปเรือ ขอบบางใสหรือมีสีม่วง ยาว 2-3 มม. มีเส้นตามยาว 2-4 เส้น ใบบน ยาว 3-4 มม. มี 6-9 เส้น ส่วนดอกย่อยมีกาบด้านล่าง (lemma) ยาว 3-3.5 มม. ปลายแหลมโค้งเป็นรูปเรือเห็นได้ชัด มีเส้นใกล้ขอบข้างละ 1-2 เส้น แม้กระนั้นเห็นไม่ชัด ที่สันมีขนสากแล้วก็มีเส้น 3-4 เส้น มองเห็นเด่นชัด กาบบน (palea) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีเส้นตามยาวเห็นแน่ชัด 2 เส้น อับเรณูรูปไข่แกมรูปขอบขนานกว้าง สีเหลือง ยาว 0.5-0.75 มม. ปลายเกสรเพศเมียสีม่วง แลเห็นไม่ชัด ผล มีเปลือกซึ่งโปร่งแสงห่ออยู่อย่างหละหลวมๆสีออกสีแดงเข้มผสมน้ำตาล ตามขอบมีริ้วออกเป็นรัศมีโดยรอบ ยาวราวๆ 1-2 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นได้ทั่วไปทั้งในที่ราบต่ำ และที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 มัธยม ขึ้นไป
สรรพคุณ : ราก แล้วก็ ต้น น้ำต้มรากหรือต้น (รากได้ผลดีมากยิ่งกว่า) รับประทานเป็นยาขับเหงื่อ ลดไข้ ขับปัสสาวะ แก้บิด และก็เป็นยาบำรุงตับ ใบ น้ำคั้นใบสดรับประทานเป็นยาขับน้ำคาวปลาหลังคลอดบุตร

Tags : สมุนไพร

11

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรหญ้าชันกาด[/url][/color][/size][/b]
ต้นหญ้าชันกาด Panicum repens L.
บางถิ่นเรียกว่า ต้นหญ้าชันกาด (ภาคกลาง) เดือนมมัน หญ้าอ้อน้อย (จังหวัดเชียงใหม่)
    ไม้ล้มลุก พวกต้นหญ้า อายุปีเดียว สูง 50-100 เซนติเมตร แบน ลำต้นตรง หรือส่วนโคนทอดนอนไปตามพื้นดิน ปลายตั้งตรง มีรากออกตามข้อ ใบ ออกเรียงสลับซ้ายขวา อยู่ในระนาบเดียวกัน รูปยาวแคบปนรูปใบหอก ยาว 7-15 ซม. ตัวใบค่อยๆเรียวแหลมไปยังปลาย ข้างบนใบแล้วก็ขอบบีขนนิดหน่อย ด้านล่างสีอ่อนกว่าข้างบน ลิ้นใบบาง ยาว 2 มม. ดอก ออกเป็นช่อกระจายที่ยอด ยาว 10-20 เซนติเมตร กิ่งช่อดอกมีช่อดอกย่อย เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รูปหอกกาบช่อดอกย่อยบาง อันข้างล่างปลายมน อันบนรูปหอก ปลายแหลม ประกอบด้วยดอกย่อย 2 ดอก  สมุนไพร ดอกด้านล่างไม่สมบูรณ์ ดอกบนเป็นดอกบริบูรณ์เพศ กาบดอกเรียบมัน เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขน ผล มักจะสำเร็จที่ไม่สมบูรณ์ ด้านการสืบเผ่าพันธุ์สามารถแพร่พันธุ์ด้วยเหง้า หรือลำต้นใต้ดิน

นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นในที่แห้งแล้ง รกร้าง ข้างถนน รวมทั้งตามสวน
สรรพคุณ : เหง้า น้ำสุกเหง้ามีรสขื่น ดื่มแก้ระบบฉี่ทุพพลภาพ ขับฉี่ ขับนิ่ว ลดไข้ และก็แก้ประจำเดือนไม่ดีเหมือนปกติ

12

สมุนไพรหญ้าไข่เหา
หญ้าไข่เหา Panicum sarmentosum Roxb.
หญ้าไข่เหา (จังหวัดลำปาง) ต้นหญ้าฝรั่ง (จ.กรุงเทพฯ)
  ไม้ล้มลุก ประเภทหญ้า มักจะเลื้อยปกคลุมต้นไม้อื่น ลำต้นกลมแข็ง ยาวได้ถึง 17 ม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มม. มีขนนิดหน่อย หรือ สะอาด โคนต้นมีรากเล็กๆออกรอบข้อ ใบ รูปแถบแกมรูปใบหอก หรือรูปขอบขนาน กว้าง 1.2-3.0 ซม. ยาว 30-37.5 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลม หรือเว้านิดหน่อย ผิวเนียนหรือมีขนอีกทั้ง 2 ด้าน หรือมีขนเฉพาะข้างล่าง ขอบของใบหยาบคายมีเส้นใบจำนวนหลายชิ้น ก้านใบเป็นกาบหมดจด หรือมีขนห่างๆที่รอยต่อระหว่างโคนใบแล้วก็กาบใบมีขนกลุ่มหนึ่ง ดอก ออกเป็นช่อแบบกระจาย ยาว 15-30 ซม. มีแขนงช่อเป็นจำนวนมาก สมุนไพร ช่อดอกย่อยสีออกน้ำตาล เป็นเงา ยาว 2-2.5 มม. กาบช่อดอกย่อยอันล่างยาวกึ่งหนึ่งของช่อดอกย่อย มีเส้นตามทางยาว 3 เส้น อันบนรวมทั้งกาบดอกอันล่างมีเส้น 5 เส้น กาบดอกอันบนสั้นแล้วก็แคบ มีเส้น 2 เส้น ส่วนกาบดอกของดอกย่อยบนวาว เกลี้ยง เกสรเพศผู้มี 3 อัน รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 เส้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นขนนก ผลอยู่ในกาบดอก

นิเวศน์วิทยา
: มีบ้านเกิดเมืองนอนในเกาะเกะสุมาตรา ในประเทศไทยเจอขึ้นตามชายเขาแล้วก็จากที่ราบต่ำ
สรรพคุณ : ราก ใช้เคี้ยวกินกับหมากสำหรับกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ต้น น้ำยางจากต้นใช้รวมกับสมุนไพรอื่นๆรับประทานแก้ประจำเดือนไม่ดีเหมือนปกติ

13

ข้าวโพด
ข้าวโพด Zea mays L.
บางถิ่นเรียกว่า ข้าวโพด (ภาคกลาง) ข้าวแข่ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ข้าวสาลี สาลี (ภาคเหนือ) บือเคส่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) โพด (ภาคใต้)
       ไม้ล้มลุก จำพวกต้นหญ้า อายุปีเดียว สูง 0.6-3 ม. ที่โคนมักมีรากค้ำยัน ใบ รูปแถบกว้าง 3-12 เซนติเมตร ยาว 35-100 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบกลม ขอบของใบมันสาก และเป็นคลื่น กาบใบหยาบคาย มีขนนุ่ม ขอบเรียบหรือมีขนยาว ลิ้นใบยาว 4-6 มิลลิเมตร ดอก ออกเป็นช่อแยกเพศ ช่อดอกเพศผู้ อยู่ที่ปลายมีช่อดอกออกทุกด้านของศูนย์กลาง ช่อดอกที่ปลายยาว 20-40 เซนติเมตร ช่อดอกตามข้างๆ ยาว 12-30 ซม. แกนกลางเป็นสัน มีขนน้อย ช่อดอกย่อยยาว 8-13 มม. รูปขอบขนาน ปลายแหลม มักมีแต้มสีม่วง กาบช่อดอกอันล่างบาง มีขน ขอบของใบมีขนยาว มีเส้นตามแนวยาว 7-13 เส้น กาบบนคล้ายคลึงกัน มี เส้น 6-8 เส้น กาบดอกที่ 1 สั้นกว่าน้อย มี 3 เส้น กาบบนยาวเสมอกัน มี 2 เส้น อับเรณูยาว 4.5-5.5 มม. สีม่วงหรือเหลือง กาบดอกที่ 2 สั้นกว่ากาบดอกที่ 1 มี 1 เส้น กาบบนใหญ่มากยิ่งกว่า ไม่มีสัน เกสรเพศผู้คล้ายดอกที่ 1 ช่อดอกเพศเมีย ออกตามง่ามใบ โดยมีแกนกลางแข็ง มักออกลำพังๆบางคราวก็ไม่พบช่อดอกเพศภรรยาในต้นที่อ่อนแอ แต่ละช่อดอกจะมีกาบ 8-13 กาบหุ้มห่ออยู่ ช่อดอกย่อยมี 8-30 แถว สมุนไพร กาบช่อดอกย่อยอันข้างล่างยาว 3.5-6 มิลลิเมตร รูปไข่กลับ โคนสอบแคบ ปลายตัด มีขนที่ขอบ อันบนรูปรียาว 3-5.5 มม. กาบดอกที่ 1 ใส ไม่มีเส้น กาบบนปลายเว้าเป็นแอ่ง โคนสอบแคบ ไม่มีเส้น กาบดอกที่ 2 ใส ไม่มีเส้น กาบบนโค้งนูนคลุมรังไข่ ก้านเกสรเพศเมียที่เรียกว่าฝอยข้าวโพด ยาว 20-30 ซม. สีม่วง เขียว หรือขาว ปลายม่วง แตกเป็นสองแฉกสั้นๆผล ที่รักเรียกว่าเมล็ดข้าวโพด ติดบนแกน (ซังโพด) มีใบเป็นกาบห่อ ผล รูปไข่กลับหรือรูปไข่ ปลายแหลม มน หรือตัด โคนแหลม หรือมน มักแบน สีเหลืองอ่อน เหลืองทอง แดงอมส้ม หรือสีม่วง

นิเวศน์วิทยา
: มีบ้านเกิดในอเมริกาเขตร้อน นิยมปลูกเป็นพืชไร่ทั่วๆไป
คุณประโยชน์ : ผล ใช้ทำแป้งข้าวโพดเมื่อแฉะจะเป็นของกินที่ดีสำหรับคนฟื้นไข้ เนื่องด้วยเป็นแป้งที่ย่อยง่าย ฝอยข้าวโพดเป็นยาขับฉี่ และก็ทำให้เยื่อบุข้างในชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ใช้แก้ขัดค่อยในผู้ที่เป็นโรคโรคหนองใน น้ำมันใช้ทำครัว เป็นตัวทำละลายของ ergosterol

Tags : สมุนไพร

14

สมุนไพรติ้วตำ
ติ้วตำ Cratoxylum sumatranum (Jack) Blume ssp. neriifolium (Kurz) Gogelein
บางถิ่นเรียก ติ้วตำ ติ้วเสลา (ภาคเหนือ) ขี้ติ้ว (จังหวัดเชียงใหม่) สลิว (ภาคกึ่งกลาง)
ไม้ใหญ่ สูง 10-35 มัธยม กิ่งก้านสะอาด เปลือกสีเทา มีรอยแตกตามยา ยอดอ่อนมีรอยแผลเป็นอยู่ระหว่างโคนก้านใบที่เกิดขึ้นจากหูใบหลุดร่วงไปเห็นได้ชัด ใบ คนเดียว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ปนขอบขนาน กว้าง 2-7 เซนติเมตร ยาว 4-18 ซม. ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนใบเว้าบางส่วน กลม หรือ แหลม ขอบใบเรียบ ข้างล่างชอบมีสีอ่อน ก้านใบสั้นมากมาย หรือ ไม่มีเลย ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง แล้วก็ตามง่ามใบ สมุนไพร มีดอกจำนวนน้อย ก้านยาว 1.5-5 มม. กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกไม้มี 5 กลีบ สีแดงสดถึงสีแดงอิฐ โคนกลีบสีเขียวอ่อน เกสรเพศผู้ติดเป็นกลุ่มๆอับเรณูไม่มีต่อม เกสรเพศผู้เป็นหมันสีเหลืองติดเป็นกรุ๊ปๆผล ทรงกระบอก กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-9 มิลลิเมตร ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง ด้านในมี 3 ช่อง แก่จะแตกเป็น 3 เสี่ยง เม็ดรูปหอกกลับ หรือ รูปขอบขนาน ช่องหนึ่งมี 3-10 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นกลาดเกลื่อนบนภูเขาในป่าดงดิบแล้งทางภาคเหนือ และภาคทิศตะวันออกของไทย
สรรพคุณ : ราก เปลือก รวมทั้งใบ ต้มน้ำให้สตรีดื่มข้างหลังการคลอดบุตร ใบ ชงดื่มแทนใบชา เป็นยาช่วยในการย่อยได้ดิบได้ดี ใบอ่อนเคี้ยวรับประทานแก้ไอ

15
สมุนไพรชะสงามสง][/url][/size][/b]
สมุนไพรชะมวง
ชะมวง Garcinia cowa Roxb.
บางถิ่นเรียก ชะมวง (ภาคกึ่งกลาง) กะมวง (ภาคใต้) มวงส้ม (นครศรีธรรมราช) หมากโมก (อุดรธานี)
ไม้ต้น สูงไม่เกิน 20 ม. ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนเกลี้ยง เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ค่อนข้างจะเรียบ ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปรี รูปใบหอก หรือ ใบหอกกว้าง กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 8-13 มม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างดก เส้นใบแลเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 8-13 มม. ดอก สีเหลือง ออกจะเล็ก [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้และดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้มักจะออกตามกิ่งเป็นกลุ่ม กระจุกละ 3-8 ดอก ดอกบานกว้าง 10-13 มม. ก้านดอกใหญ่แล้วก็สั้นราว 6 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปไข่กว้าง กลีบมี 4 กลีบ ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง สีเหลืองด้านในสีชมพู หรือ สีแดงอมม่วง เกสรเพศผู้มีเยอะแยะ ก้านเกสรสั้นมากมายติดกันเป็นกรุ๊ป รูปสี่เหลี่ยมอยู่กึ่งกลางดอก ดอกเพศภรรยามี 2-5 ดอก ออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกคล้ายดอกเพศผู้ แต่กลีบยาวกว่า ดอกบานกว้าง 12-15 มม. เกสรเพศผู้เทียมเรียงบริเวณรังไข่ ก้านเกสรติดกันเป็นกรุ๊ปๆปลายก้านมีต่อม 1 ต่อม รังไข่กลม ไม่มีก้าน ยอดเกสรเป็นรูปดาว 6-8 แฉก ผล กลมหรือรูปขอบขนาน กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 2.5-5 ซม. มี 5-8 พู ด้านบนแบนเล็กน้อย และมียอดเกสรเพศเมียติดอยู่ ผิวสีเหลืองอมส้ม เนื้อรวมทั้งเยื่อห่อหุ้มเม็ดสีส้มอ่อน เม็ดรูปขอบขนาน ยาว 13-20 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในป่าดงดิบแล้วก็มีปลูกทั่วไปทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และก็ภาคใต้
สรรพคุณ : ราก ปรุงเป็นยาทำลายพิษไข้ แก้บิด ต้น ให้ยางใส (resin) ที่ใช้ทางยาได้ ให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า ใบ ใช้ปรุงเป็นยากัดถูเสมหะและก็เลือด แก้ไอ ใบอ่อนกินได้ มีรสเปรี้ยว ผล หั่นเป็นแว่นตาแห้ง ใช้รับประทานเป็นยาแก้บิด

Tags : สมุนไพร

หน้า: [1] 2 3