แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ณเดช2499

หน้า: [1] 2 3
1

สมุนไพรก้างปลาเครือ
ก้างปลาเครือ Phyllanthus reticulatus Poir.
บางถิ่นเรียก ก้างปลาเครือ (ทั่วไป) กระบอง (ประจวบคีรีขันธ์) ก้างปลาขาว (อ่างทอง จังหวัดเชียงใหม่) ก้างแดง (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ข่าชำนาญ (สุพรรณบุรี)โค่คึย สะแบรครั้ง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) หมัดคำ (แพร่) อำอ้าย (จังหวัดนครราชสีมา).
      ไม้พุ่ม ครึ่งหนึ่ง ไม้เถา เกลี้ยง หรือ มีขนน้อย กิ่งมีขนาดเล็ก. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รีแกมขอบขนาน กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-3 ซม. ปลายใบมน หรือ หยักเว้าน้อย; ขอบใบหมดจด โคนใบสอบ หรือ มน; ก้านใบยาว 2-3 มม. ดอก ออก 2-3 ดอก ตามง่ามใบเป็นช่อสั้นๆดอกแยกเพศ. สมุนไพร ดอกเพศผู้ มีกลีบรองกลีบดอก 4-6 กลีบ; ไม่มีกลีบดอกไม้; เกสรผู้ 3-6 อัน ก้านเกสรแยกกัน หรือ ติดกันก็ได้. ดอกเพศภรรยา กลีบรองกลีบดอกราวกับของดอกเพศผู้ รังไข่มี 3-4 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 หน่วย ท่อรังไข่แยกกัน หรือ ชิดกันก็ได้ แต่จำนวนมากจะแยกเป็น 2 แฉก. ผล นุ่ม ภายในมี 8-16 เม็ด. เม็ด มีหน้าตัดเป็น 3 เหลี่ยมด้านไม่เท่ากัน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ แล้วก็ที่รกร้างทั่วไป.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มรากรับประทานเป็นยาแก้หืดหอบ ต้น น้ำต้ม หรือ ยาชงเปลือก กินแก้น้ำเหลืองเสีย ขับเยี่ยว ฟอกโลหิต แก้บิด แล้วก็ท้องเดิน ใบ น้ำสุกใบ กินเป็นยาขับเยี่ยว; บดเป็นผุยผงใช้ใส่แผล ปั้นเป็นลูกกลอนประสมกับ การบูร (camphor) และ cubeb สารที่สกัดได้จากตะไคร้ต้น (Litsea cubeba Pers.) ใช้อมให้ละลายช้าๆแก้เลือดออกตามไรฟัน  ผล กินเป็นยาฝาดสมานในระบบทางเดินอาหาร และก็แก้อาการอักเสบต่างๆ

2

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i]โลดทะนง[/url][/b]
โลดทะนง Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib
ชื่อพ้อง Baliospermum reedioides Kurz.
บางถิ่นเรียกว่า โลดทะนง (ราชบุรี ปราจีนบุรี จังหวัดตราด) อาหารเย็นเนิน (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์) ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี) ทะนง รักทะนง (จังหวัดนครราชสีมา) ทะนงแดง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) นางแซง (อุบลราชธานี) โลดทะนงแดง (จังหวัดบุรีรัมย์) หนาดคำ (เหนือ) หัวยาข้าวเย็นเนิน (ราชบุรี).
  ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 0.5-1.5 ม. มีขนปกคลุมครึ้มนแน่นทั่วไป. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกน รูปขอบขนาน แคบบ้างกว้างบ้าง หรือ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 7-12 ซม.; ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ โคนใบกลม หรือ มน เส้นใบมี 5-7 คู่ ด้านล่างนูน มีขนทั้ง 2 ด้าน ด้านบนค่อนข้างสาก ด้านล่างขนยาว นุ่มและก็หนาแน่นกว่าข้างบน ที่ฐานใบมีต่อมเล็กๆ2 ต่อม ก้านใบยาว 10-15 มม. มีขน. ดอก สีขาว ชมพู ม่วงเข้ม หรือ แทบดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ แล้วก็ตามกิ่ง ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียกำเนิดบนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ ดอกตูมกลม กลีบรองกลีบ 5 กลีบ รูปไข่กลับ ข้างนอกมีขน กลีบ 5 กลีบ รูปไข่กลับ ไม่มีขน เกสรผู้ 3 อัน ก้านเกสรชิดกัน อับเรณูรูปกลม ฐานดอกขอบเป็นคลื่น. ดอกเพศเมีย สมุนไพร ดอกตูมรูปไข่ กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่ปลายมน กว้างราวๆ 1.5 มิลลิเมตร ยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขน กลีบดอกไม้รูปไข่ กว้างประมาณ 2 มม. ยาว 3 มม. รังไข่รูปไข่ มีขน ท่อรังไข่สั้น มี 3 อัน ปลายท่อใหญ่ ปลายสุดหยักเว้าเล็กน้อย ฐานดอกขอบไม่เป็นคลื่น. ผล มี 3 พู เส้นผ่าศูนย์กลางราว 12 มิลลิเมตร มีขนปกคลุมหนานแน่น ก้านผลยาวโดยประมาณ 15 มม. เม็ด รูปออกจะกลม หรือ รูปไข่แกมสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร สีออกเหลือง ผิวเรียบ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วๆไปในที่ดินปนทราย ในป่าสัก รวมทั้งมีราดกระจัดกระจายในป่าเบญจพรรณแล้ง เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 450 ม.
คุณประโยชน์ : ราก รสร้อน ฝนกินเพื่อทำให้อาเจียน ทำให้ท้องเดิน ใช้ถอนพิษคนที่กินยาเบื่อเมา แก้หืด ใช้ด้านนอกฝนทาเป็นยาเกลื่อนฝี แก้ฟกช้ำ เคล็ดบวม กินเป็นยาคุม

3

สมุนไพรสมอทะเล
สมอสมุทร Sapium indicum
บางถิ่นเรียก สมอสมุทร กระหุด (กลาง) กุระ กุลา (มลายู-ใต้).
ต้นไม้ สูงโดยประมาณ 10-15 ม. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรีแกมรูปหอก หรือ รูปไข่ปนขอบขนาน กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร โคนใบแหลม หรือ มน ขอบใบหยักมนและก็ตื้น ปลายใบเรียวบาง ปลายสุดแหลม หรือ มน เส้นกิ่งก้านสาขาใบเล็ก เรียงถี่ๆห่างกันโดยประมาณ 3-5 มม. โคนใบมีต่อม 2 ต่อม ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ดอก มันออกตามกิ่งที่อยู่ใกล้โคนต้น แยกเพศ แม้กระนั้นอยู่บนต้นเดียวกัน หรือ บางทีอาจอยู่บนช่อเดียวกัน ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาวราวๆ 8-12 เซนติเมตร [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกสีเหลืองนวล ดอกเพศผู้ไม่มีก้านดอก ดอกเพศภรรยามีก้านดอก และก็มีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ มักอยู่ตรงโคนของช่อดอก; กลีบรองกลีบดอกไม้ปลายแหลม ขอบกลีบมีขน. ดอกเพศผู้ มีเกสรผู้ 2-3 อัน ก้านเกสรไม่ชิดกัน อับเรณูไข่. ดอกเพศเมีย รังไข่มี 2-3 ช่อง ท่อเกสรมี 2-3 แฉก ม้วนออก. ผล รูปกลม มี 3 พู เส้นผ่านศูนย์กลางราว 2.5 เซนติเมตร เมื่อยังอ่อนอยู่ฉ่ำน้ำ แก่จะแข็ง และก็แตกเป็น 3 เสี่ยง มีช่องละ 1 เมล็ด. เม็ด รูปรี ค่อนข้างจะแบน ผิวสีอ่อน วาว.

นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นอยู่กับจากที่ลุ่ม หรือ ตามชายหาดที่น้ำทะเลขึ้นถึง.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มเปลือกรากกิน เป็นยาระบาย แล้วก็ทำให้อาเจียน ต้น น้ำยางต้นเป็นพิษ หากถูกผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ ผล น้ำยางผลมีฤทธิ์กัดทำลาย เมื่อรับประทานทำให้คลื่นไส้ ใช้เบื่อปลา เม็ด กินได้ ใช้เป็นเครื่องเทศ

4

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรว่านหางช้าง[/url][/size][/b]
ว่านหางช้าง Belamcanda chinensis (L.) DC.
ว่านหางช้าง (กรุงเทพมหานคร) ว่านมีดยับ (ภาคเหนือ)
            ไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีลำต้นใต้ดินแล้วก็มีรากมาก ลำต้นที่อยู่เหนือดินตั้งชันสูง 1-1.5 ม. ใบ มักจะออกหนาแน่นอยู่ส่วนโคนของลำต้น เรียงสลับซ้ายขวาในราบเดียวกัน ใบที่อยู่ส่วนบนของลำต้นมักจะมีขนาดเล็ก แล้วก็เรียงห่างๆแผ่นใบรูปกระบี่ กว้าง 2-4.5 เซนติเมตร ยาว 20-60 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเป็นกาบ ขอบใบเรียบ สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อ แกนช่อแตกกิ่ง ดอกออกที่ปลายกิ่งก้านสาขา 6-12 ดอก ก้านดอกยาว 2-4 เซนติเมตร ตรง หรือ โค้งน้อย เมื่อดอกตกแล้ว ก้านดอกยังคงติดอยู่ กลีบดอกไม้โคนเชื่อมชิดกันน้อย ปลายแยกเป็นกลีบรูปขอบขนาน 6 กลีบ ยาว 2.5-3.5 เซนติเมตร เรียงเป็น 2 ชั้นๆละ 3 กลีบ กลีบชั้นในมีขนาดเล็กกว่ากลีบชั้นนอกนิดหน่อย เมื่อดอกบานกลีบดอกกางออก โคนกลีบสอบแคบกระทั่งเป็นก้าน ข้างนอกสีเหลือง ขอบกลีบ รวมทั้งด้านในสีส้ม มีจุดประสีแดงเข้ม กลีบชั้นนอกมีต่อม เป็นร่องยาว 1 ต่อม สีแดงเข้ม เกสรเพศผู้มี 3 อัน ก้านเกสรไม่ชิดกัน อับเรณูรูปยาวแคบ รังไข่มี 3 พู รูปยาวปลายใหญ่มากยิ่งกว่าโคน หมดจด ก้านเกสรเพศเมียยาวโค้งแม้กระนั้นสั้นกว่ากลีบ ปลายเกสรเพศเมียมี 3 อัน ติดกัน ผล รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานปนรูปไข่กลับ เป็นพูลึก 3 พู เปลือกบาง แก่แตกตามยาวเป็น 3 เสี่ยง มีเมล็ดพูละ 3-8 เม็ด รูปเกือบกลม เส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 5 มิลลิเมตร สีดำ ผิวเป็นเงา

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามชายป่า มีปลูกบ้างเป็นไม้ประดับ ถิ่นกำเนิดอยู่แถบตะวันออกของทวีปเอเชีย
คุณประโยชน์ : หัวใต้ดิน ใช้เข้าเครื่องยาสำหรับบำรุงร่างกาย แก้ต่อมทอนซิลอักเสบและโรคที่เกี่ยวกับปอด ยกตัวอย่างเช่น ไอ หืด หอบ ตับและก็ม้ามโต เป็นยาขับลม ขับเสมหะ ยาระบาย ลำไข้ ขับเหงื่อ ขับฉี่ ขับประจำเดือน ต้มน้ำรวมกับใบให้สตรีอาบหลังการคลอดลูก ราก เป็นยาระบาย แก้พิษงูบางประเภท ใช้เป็นยาฟอกโลหิตรวมทั้งใช้ถอนพิษสำหรับวัวควายที่รับประทานพืชเป็นพิษบางชนิดเข้าไป ต้น ตำเป็นยาพอกแก้ปวดหลัง ปวดข้อ พอกฝี น้ำยางจากต้นกินเป็นยาพาราท้องและก็เป็นยาบำรุงธาตุ

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรขานาง[/url][/size][/b]
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกึ่งกลาง เชียงใหม่ เมืองจันท์) ขางนาง คะนาง (ภาคกึ่งกลาง) ค่านาง วัวด (จังหวัดระยอง) ช้างเผือกหลวง (เชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (กาญจนบุรี) เปื่อยขานาง เปื๋อยนาง (จังหวัดอุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง) ลิงง้อ (จังหวัดนครราชสีมา) แลนไฮ้ (ลาว-แม่ใส่)
    ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ ผลัดใบ 15-30 มัธยม ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับกับช่วงปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบของใบจักมนตื้นรวมทั้งห่างๆด้านล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีประมาณ 12 คู่ แทบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 ซม. ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ สมุนไพร ช่อดอกยาว 10-35 เซนติเมตร แขวนลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกระจุกๆเวียนกันบนแกนดอกกลุ่มละ 2-3 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบดอกไม้ติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบแต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ฝาผนังรังไข่ชิดกับฝาผนังภายในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ติดกันเพียงเล็กน้อยที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวโดยประมาณ 3 มม. เป็นประเภทผลแห้งแก่ไม่แตก ภายในมีเพียงแค่ 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วๆไป ความสูง 50-300 มัธยม
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาฝาดสมาน

6

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรเมื่อย[/url][/size][/b]
เมื่อย Gnetum montanum Markgraf
บางถิ่นเรียกว่า ปวดเมื่อย (จังหวัดตราด) ม่วย (จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุบลราชธานี) มะม่วย (เชียงใหม่) แฮนม่วย (เลย)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันรวมทั้งตามข้อจะบวมพอง ใบ โดดเดี่ยว เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ มีขนาดไม่เหมือนกันมาก แม้กระนั้นกว้างไม่เกิน 12 ซม. ยาวไม่เกิน 20 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบกลม มน หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อเรือใบแข็งหนา หรือ ค่อนข้างจะครึ้ม เมื่อแห้งสีออกดำ เส้นใบโค้ง ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดและก็ตามลำต้น สมุนไพร ช่อดอกแตกกิ่งก้านสาขามา แยกเป็นช่อดอกเพศผู้รวมทั้งเพศเมีย ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบแกนกลาง ช่อดอกเพศผู้ กว้างโดยประมาณ 0.4 เซนติเมตร ยาวราวๆ 3 เซนติเมตร แต่ละชั้นมีโดยประมาณ 20 ดอก ช่อดอกเพศเมีย แต่ละชั้นมี 5-7 ดอก ผล รูปรี กว้างราวๆ 1 ซม. ยาว 1.5 ซม. เมื่อสุกสีแดง ก้านผลอ้วน ยาวราวๆ 0.2 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในระดับสูงจากน้ำทะเล 50-1,800 มัธยม พบในทุกภาคของประเทศ นอกจากภาคกึ่งกลาง
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรากกินแก้พิษบางชนิด รวมทั้งแก้ไข้มาลาเรีย

Tags : สมุนไพร

7

สมุนไพรหญ้าเจ้าชู้
ต้นหญ้าเจ้าชู้ Chrysopogon aciculatus (Retz.) Trin.
บางถิ่นเรียก หญ้าเจ้าชู้ หญ้าสึกกร่อน ต้นหญ้าขี้ครอก ต้นหญ้านกคุ่ม (ภาคกึ่งกลาง) ต้นหญ้าก่อน (ภาคเหนือ) หญ้ากะเตรย หญ้าขี้เตรย (ภาคใต้) ต้นหญ้าน้ำลึก (ตราด)
ไม้ล้มลุก ประเภทต้นหญ้า อายุยาวนานหลายปี ลำต้นทอดนอนไปตามพื้นดินได้ไกลๆตามลำต้นมีกาบใบแก่ๆห่ออยู่ ลำต้นตั้งชัน สูง 15-25 เซนติเมตร ไม่ค่อยแตกแขนง ใบ มักจะมีมากมายที่โคนต้น กาบใบยาว 1-3 เซนติเมตร กาบอันในที่สุดยาวถึง 6 ซม. ห่อหุ้มรอบลำต้น มีตาลายมยาว บางโอกาสมีสีม่วง มีขนยาวนุ่มห่างๆที่รอยต่อระหว่างกาบใบแล้วก็ตัวใบ ตามขอบใบตรงภายในมีขนหนาแน่น ตัวใบ กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ยาว 2-8 เซนติเมตร ใบบนสุดลดรูปลงเหลือขนาดเล็กมา ขอบใบสากคาย ขอบจักแหลมห่างๆรอบๆโคนใบเป็นตุ่มๆและมีขน เนื้อใบบาง เป็นเงา ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อกระจาย ยาว 3-6 เซนติเมตร แข็ง ตั้งชัน สีม่วงแกมแดง ช่อดอกย่อยติดกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่งก้านสาขาช่อกระจุกละ 3 ช่อ แม้กระนั้นมีเพียงดอกเดียวแค่นั้นที่เป็นดอกบริบูรณ์เพศ และไม่มีก้านดอก โคนดอกมีเซลล์แข็งๆ สมุนไพร ส่วนอีกสองดอกเป็นดอกเพศผู้ มีก้านดอก ยาวโดยประมาณ 5 มม. มีขน ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้าน ยาว 3-4 มม. กาบช่อดอกย่อยอันด้านล่างรูปใบหอก หลังแบน มีเส้น 2 เส้น ปลายแยกเป็น 2 ยอดแหลม ตามขอบใกล้ปลายมีขนสาก กาบช่อดอกย่อยอันบน ยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร ลักษณะก็จะคล้ายท้องเรือ กาบด้านล่างของดอก (sterile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร รูปใบหอก ปลายแหลม บางใส ขอบมีขน ส่วนกาบล่างอีกอันหนึ่ง (fertile lemma) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร บางใส แคบ ปลายมีหนามแหลม ยาวโดยประมาณ 5 มม. กาบบนของดอก บางใส ปลายแหลม ยาว 1.6 มิลลิเมตร อับเรณูยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร สีส้ม ปลายเกสรเพศเมียมี 2 อัน เห็นกระจ่างแจ้งยื่นออกมาจากกึ่งกลางช่อดอกย่อย ยาว 1-1.5 มิลลิเมตร มีขนยาวละเอียดเป็นเงา เป็นพู่คล้ายขนนก เมล็ด รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา : ขึ้นได้ทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มกินแก้ท้องร่วง ต้น น้ำต้มดื่มเป็นยาขับฉี่ รวมทั้งถอนพิษบางจำพวก ขี้เถ้าจากต้นรับประทานแก้ปวดข้อ เมล็ด ใช้ขับพยาธิตัวกลม

Tags : สมุนไพร

8

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรหญ้าพง[/url][/size][/b]
หญ้าดง Sorghum halepense (L.) Pers.
บางถิ่นเรียกว่า หญ้าดง ต้นหญ้าปง (ภาคเหนือ) อ้อยลา (ไชยบาดาล)
ไม้ล้มลุก ชนิดหญ้า อายุยาวนานหลายปี ลำต้นสูง 50-150 เซนติเมตร แตกแขนง มักจะมีสีนวลขาว เหง้าใต้ดินสีขาว อาบน้ำ มีกาบห่อ ที่ข้อมีขนเป็นปุยนุ่น กาบหุ้มข้อที่โคนมีขน ใบ ใบแรกที่เกิดมักจะเป็นกาบสี่เหลี่ยมรูปยาวแคบ มีขน และก็ตลบกลับไปข้างหลัง ยาวพอๆกับกาบของใบที่ 2 กาบใบหมดจด มีลายตามยาว ที่รอยต่อระหว่างใบรวมทั้งกาบมีลิ้นใบยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร บางๆเว้าแหว่งไม่เป็นระเบียบ ใบแบน กว้าง 8-25 มิลลิเมตร ยาว 30-70 เซนติเมตร ขอบของใบมีขนสาก ที่โคนใบข้างบนมีขนเป็นกลุ่ม เส้นกึ่งกลางใบสีออกขาวเห็นได้ชัด สมุนไพร ดอก ออกที่ยอด เป็นช่อกระจายโปร่งๆยาว 15-50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายออก มีขนสาก ตามง่ามมีขนละเอียด ช่อดอกย่อย (spikelet) สีเขียวอ่อน หรือสีม่วง เป็นมัน ติดเป็นคู่ๆตามศูนย์กลาง ดอกหนึ่งเป็นดอกบริบูรณ์เพศ ไม่มีก้านดอก ส่วนอีกดอกหนึ่งเป็นดอกเพศผู้ มีก้านดอก ช่อดอกย่อยที่ไม่มีก้านช่อ ยาว 4.5-5.5 มม. รูปไข่ มีขนราบเป็นมัน เวลาที่ดอกบานจะมีขนยาวๆ1 เส้น ยื่นยาวออกไป 1-1.5 ซม. หล่นง่าย ช่อดอกย่อยที่มีก้านยาว 5-7 มม. ปลายแหลม อับเรณูสีเหลืองทองคำ ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร ปลายเกสรเพศเมียมีขนยาวละเอียดเป็นพูเหมือนขนนก โค้งงอ ยาว 3-3.5 มม. สีทองคำ หรือสีน้ำตาลปนแดง เม็ด รูปไข่อ้วน สีน้ำตาลอมแดง ยาว 2.5-2.75 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าผลัดใบ
คุณประโยชน์ : ต้น ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ แม้กระนั้นควรมีการเก็บเกี่ยวทิ้งเอาไว้ระยะหนึ่งก่อนนำไปให้สัตว์กินมิฉะนั้นสัตว์อาจตายได้ (16, 19) เม็ด น้ำต้มรับประทานเป็นยาเย็น รวมทั้งขับเยี่ยว

9

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรหญ้าตีนกา[/url][/size][/b]
ต้นหญ้าตีนกา Eleusine indica (L.) Gaertn.
บางถิ่นเรียกว่า ต้นหญ้าตีนกา หญ้าปากควาย (กึ่งกลาง) ต้นหญ้าตีนกับแก้ (เลย) หญ้าตีนนก (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) หญ้าปากคอก (สระบุรี) ต้นหญ้าผากควาย (ภาคเหนือ)
         ไม้ล้มลุก จำพวกหญ้า อายุปีเดียว แตกกิ่งก้านมากที่โคนต้น ลำต้นสูง 25-60 ซม. แบน สีเขียวอ่อนมันเป็นเงา เหนียว บางครั้งอาจจะแผ่ติดพื้นดินหรือตั้งตรงก็ได้ กาบโอบห่อหุ้มลำต้น ลักษณะแบนเหมือนกับลำต้น มีตาลายมยาว ตามขอบและก็ที่คอต่อมีขนยาวห่างๆที่คอต่อมีลิ้นสั้นๆบางๆยาว 0.2-0.5 มิลลิเมตร ปลายตัดเรียบ หรือเป็นชุดครุย ใบ รูปยาวแคบ กว้าง 4-10 มิลลิเมตร ยาว 15-25 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนใบมน ตามขอบของใบใกล้ปลายใบมีขนสาก ด้านบนมีขนยาวห่างๆ มีแถบสีเหลืองใสจากโคนใบ ยาว 2-3 มม. ดอก ออกเป็นช่อ 2-6 ช่อ รวมกันเป็นช่อใหญ่แบบซี่ร่ม แต่ว่ามีอยู่ช่อหนึ่งมักจะออกจากลำต้นรวมทั้งอยู่น้อยกว่าช่ออื่นๆแต่ละช่อกว้าง 4-8 มิลลิเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร  สมุนไพร แต่ละช่อมีหลายช่อดอกย่อย (spikelets) ยาว 5-7 มม. ออกจากแกนกลางด้านเดียว แต่ละช่อดอกย่อยมี 3-8 ดอก (florets) เกลี้ยง กาบของช่อดอกย่อยใบข้างล่าง (lower glume) กว้าง โค้งเป็นรูปเรือ ขอบบางใสหรือมีสีม่วง ยาว 2-3 มม. มีเส้นตามยาว 2-4 เส้น ใบบน ยาว 3-4 มม. มี 6-9 เส้น ส่วนดอกย่อยมีกาบล่าง (lemma) ยาว 3-3.5 มิลลิเมตร ปลายแหลมโค้งเป็นรูปเรือเห็นได้ชัด มีเส้นใกล้ขอบข้างละ 1-2 เส้น แต่ว่ามองเห็นไม่ชัดเจน ที่สันมีขนสากและมีเส้น 3-4 เส้น เห็นแน่ชัด กาบบน (palea) ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีเส้นตามทางยาวมองเห็นชัดแจ้ง 2 เส้น อับเรณูรูปไข่แกมรูปขอบขนานกว้าง สีเหลือง ยาว 0.5-0.75 มม. ปลายเกสรเพศเมียสีม่วง มองเห็นไม่ชัด ผล มีเปลือกซึ่งโปร่งแสงหุ้มห่ออยู่อย่างหละหลวมๆสีออกสีแดงเข้มคละเคล้าน้ำตาล ตามขอบมีริ้วออกเป็นรัศมีโดยรอบ ยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นได้ทั่วๆไปทั้งยังในที่ราบต่ำ และที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 ม. ขึ้นไป
สรรพคุณ : ราก แล้วก็ ต้น น้ำสุกรากหรือต้น (รากได้ผลดีมากกว่า) รับประทานเป็นยาขับเหงื่อ ลดไข้ ขับฉี่ แก้บิด รวมทั้งเป็นยาบำรุงตับ ใบ น้ำคั้นใบสดรับประทานเป็นยาขับน้ำคร่ำข้างหลังคลอดบุตร

10

สมุนไพรข้าวฟ่าง
ข้าวฟ่าง Setaria italic (L.) P. Beauv.
บางถิ่นเรียก ข้าวฟ่าง (ภาคกลาง) ฟ่างหางสุนัข (สุราษฎร์ธานี)
ไม้ล้มลุก ประเภทต้นหญ้า อายุปีเดียว ลำต้นกลม ตั้งชันหรือทอดนอนน้อย ตอนโคนขึ้นเป็นกอ สูง 100-150 เซนติเมตร ใบ ออกเรียงสลับ แผ่นใบเรียวยาว ออกจะกว้าง กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 35-50 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนป้าน ขอบใบจะละเอียด เนื้อในออกจะหยาบคาย เส้นกลางใบชัดเจน กาบใบยาว 10-15 เซนติเมตร มีขนตามขอบ ลิ้นใบที่อยู่ระหว่างรอยต่อภายในของกาบใบรวมทั้งแผ่นใบเป็นแผ่นสั้นๆและปลายเป็นขน สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีขนาดใหญ่ รูปด้านนอกทรงกระบอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 20-30 เซนติเมตร ช่อดอกย่อยกำเนิดบนกิ่งก้านสาขาช่อสั้นๆรอบศูนย์กลางช่อดอก ช่อดอกย่อยออกจะกลม ยาวราว 2 มิลลิเมตร สีเหลือง กาบที่รองรับช่อดอกย่อย 2 อันยาวไม่เท่ากัน อันด้านล่างยาว 1/2 อันบนยาว 3/4 ของความยาวช่อดอกย่อย ช่อดอกย่อยมีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างเป็นดอกไม่มีเพศหรือดอกเพศผู้ ดอกบนเป็นดอกบริบูรณ์เพศ อยู่ข้างในกาบ 2 อัน กาบด้านล่าง (lemma) รูปคล้ายเรือ สีเหลืองฟาง เนื้อบาง กาบบน (palea) บางมากกว่า เกสรเพศผู้มี 3 อัน อับเรณูสีเหลือง เกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 2 แฉก สีขาว ผล ขนาดเล็ก ค่อนข้างจะกลม ยาวโดยประมาณ 1 มม. อยู่ด้านในกาบทั้งคู่ โดยที่ต่อมากาบด้านล่างมีสีน้ำตาลอมแดงแล้วก็กำเนิดรอยหยักตามแนวขวาง ส่วนกาบบนมีสีเหลือง

นิเวศน์วิทย
: ปลูกเพื่อใช้เมล็ดเป็นอาหารคนและก็นก ต้นเป็นต้นหญ้าอาหารสัตว์
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำสุกเป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ เม็ด เป็นอาหารของคนรวมทั้งสัตว์ สามารถเอามาทำเป็นข้าวมอลต์เจริญ ใช้ทางยาเป็นยาเย็น ขับเยี่ยว ยาฝาดสมานสำหรับแก้ท้องเสีย น้ำสุกเม็ดทุกรับประทานเป็นยาลดไข้ ตำพอกแก้ปวด rheumatism รวมทั้งยับยั้งลักษณะของการปวดระหว่างการคลอดลูก

Tags : สมุนไพร

11

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรพะวาใบใหญ่[/url][/size][/b]
พะวาใบใหญ่ Garcinia vilersiana Pierre
บางถิ่นเรียกว่า พะวาใบใหญ่ (จังหวัดชลบุรี จันทบุรี) ไข่ตะไข้ ตะกล่าว (จันทบุรี) จำพูด (ภาคกึ่งกลาง) ปราโฮด (เขมร-สุรินทร์) ปะหูด (ตะวันออกเฉียงเหนือ มะกล่าว (ภาคกึ่งกลาง ภาคใต้) ส้มปอง ส้มม่วง (จันทบุรี)
ไม้ต้น สูง 12-15 มัธยม เปลือกสีออกดำ ค่อนข้างจะหยาบ มีน้ำยางสีเหลือง ใบ ลำพัง ออกตรงกันข้าม รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานปนรี กว้าง 6-12 เซนติเมตร ยาว 15-37 เซนติเมตร โคนใบมน หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ม้วนลงเล็กน้อย เนื้อใบดกเหมือนแผ่นหนัง ข้างบนเป็นมัน เส้นใบเรียงไม่สม่ำเสมอกันและเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. มีรอยย่นตามขวาง ดอก ดอกเพศผู้ หรือดอกสมบูรณ์เพศออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ สมุนไพร  แกนช่อเป็นเกล็ดและก็มีขนละเอียด ก้านดอกย่อยเป็นสี่เหลี่ยม ยาว 1-1.5 ซม. มีขน กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร งอเป็นกระพุ้ง ขอบมีขน กลีบมี 4 กลีบ ค่อนข้างจะกลม หนา กว้าง 6-7 มิลลิเมตร ยาว 8-5 มิลลิเมตร งอเป็นกระพุ้ง ดอกเพศผู้ เกสรเพศเมียไม่มีก้าน ยอดเกสรเพศเมียมี 6 พู ผล กลม กว้างราวๆ 3 เซนติเมตร ยาวโดยประมาณ 4 ซม. สุกสีเหลือง นุ่ม มี 3-5 เม็ด
นิเวศน์วิทยา
: ชอบขึ้นใกล้ลำห้วย เจอทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และก็ภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น เปลือกต้น ตำผสมแอลกอฮอล์ลงไปน้อย เป็นยาพอกแก้เคล็ดลับขัดยอด และก็แผลอักเสบเรื้อรัง

Tags : สมุนไพร

12

สมุนไพรก้านเหลือง
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ต้น สูง 2-7 มัธยม อาจจะสูงได้ถึง 15 มัธยม เปลือกเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล กิ่งก้านเล็กเรียว มีขนตามปลายกิ่ง ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับรอบลำต้น รูปขอขนานรูปรี หรือ รูปไข่กลับปนรูปรี กว้าง 3-8 ซม. ยาว 10-16 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งมน โคนใบสอบแคบหรือกลม เส้นใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 ซม. มีดอกช่อละ 1-1.5 ซม. สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-3 ดอก มีขนห่างๆราบกับผิว [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก กลีบดอกไม้สีขาวอมเขียว เชื่อมชิดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 5 อัน เชื่อมติดกับหลอดกลีบ เกสรเพศเมียเป็นหมัน มีขน ดอกเพศภรรยา มีกลีบเลี้ยงรวมทั้งกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ แต่มีขนาดใหญ่กว่าน้อย เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 5 อัน รังไข่รูปไข่ มีขน ผล รูปขอบขนานปนรูปรี กว้าง 2-2.7 เซนติเมตร ยาว 3-4 เซนติเมตร สีเขียวสุกมีสีม่วงอมสีน้ำเงิน หรือ ออกจะดำ มี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดงดิบ หรือป่าผลัดใบชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 900 มัธยม เจอทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ภาคใต้ของไทย
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกกินแก้เหน็บชา

Tags : สมุนไพร

13

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรฉัตรพระอินทร์[/url][/size][/b]
ฉัตรพระอินทร์  Leonotis nepetaefolia (L.) R. Br. ฉัตรพระอินทร์ (ภาคกลาง)
    ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 1-1.50 มัธยม ลำต้นใหญ่ ตรง เป็นสี่เหลี่ยมมนๆระหว่างเหลี่ยมเป็นร่อง ค่อนข้างเกลี้ยง หรือ มีขนละเอียด ใบ เดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบตัด หรือ สอบเรียว ขอบใบจักลึก แบบฟันเลื่อย เส้นใบด่านล่างเห็นชัดกว่าข้างบน ก้านใบเรียวเล็ก ยาว 3-5 ซม. ตอนบนมีปีก  สมุนไพร ดอก ออกตามง่ามใบ แน่นเป็นกระจุกกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 เซนติเมตร มีใบประดับย่อยจำนวนไม่น้อย รูปแถบ ปลายแหลมคล้ายหนาม ยาวราวๆ 1 เซนติเมตร มีขน ดอกย่อยไม่มีก้าน กลีบเลี้ยงยาวราวๆ 2 ซม. เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบาน และงอนิดหน่อย บริเวณโคนหลอดภายนอกมีขนสั้น ตอนท้ายมีขนยาว ด้านในเกลี้ยง มีเส้นตามยาว 10 เส้น เห็นชัดเจน ปากหลอดมีแฉก เป็นหนามแหลม 8 แฉก แฉกที่อยู่ด้านบนมีขนาดใหญ่ที่สุด กลีบสีแดงอมส้ม โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวโดยประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายกลีบมีขนยาว ภายในหลอดมีขนเป็นวงแหวน 3 วง ปลายกลีบแยกเป็นปาก ปากบน ยาวราวๆ 8-10 มิลลิเมตร เป็นกระพุ้งมีขนยาว ปากด้านล่างสั้น มี 3 แฉก แฉกกลางมีขนาดใหญ่กว่าแฉกข้าง เกสรเพศผู้มี 4 อัน อยู่กึ่งกลางหลอดกลีบดอก ก้านเกสรสะอาด อับเรณูติดกัน ก้านเกสรเพศเมียสั้น ปลายแยกเป็น 2 แฉก ผล เล็ก รูปขอบขนาน หัวและด้านหลังตัด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้าง หรือ ปลูกเป็นไม้ประดับ
คุณประโยชน์ : ราก ตำพอกอก แก้อาการเต้านมคัด ต้น น้ำสุกเป็นยาขับเหงื่อ ขับรอบเดือน ลดไข้ ยาระบายและก็เป็นสารเสพติดอย่างอ่อน ใบ น้ำต้มเป็นยาลดไข้ และบำรุง ตำพอกแก้แผลอักเสบ น้ำคั้นใบผสมกับน้ำมะนาวแล้วก็สุรารัม กินลดไข้ ดอก ขี้เถ้าจากดอกใช้ใส่แผล หรือ ผสมกับนมเปรี้ยว ทาแก้คัน รวมทั้งผิวหนังอักเสบ

14

สมุนไพรเทพทาโร
ทาโร Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm.
บางถิ่นเรียกว่า เทวดาทาโร (ภาคกึ่งกลาง เมืองจันท์ สุราษฎร์ธานี) จวง จวงหอม (ภาคใต้) จะไคต้น จะไคหอม (ภาคเหนือ) พลูต้นขาว (เชียงใหม่) มือแดกะมางิง (มาลายู-จังหวัดปัตตานี)
    [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url]  ต้นไม้ ขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ สูง 10-30 มัธยม ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กลมทึบ สีเขียวเข้ม ลำต้นไม่มีพูพอน เปลือกต้นสีเทาเข้ม หรือสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นร่องตามยาว ลำต้นกิ่งอ่อนเรียว หมดจดแล้วก็มักมีคราบเปื้อนขาว ใบอ่อนสีชมพู เมื่อขยี้ใบหรือถากต้นและก็เปลือกดมดูเหมือนจะมีกลิ่นมิ้นต์ และก็กลิ่นน้ำมันยูคาลิปตัส ใบ โดดเดี่ยว ออกเรียงสลับ หรือแทบจะดีไซน์ตรงกันข้าม รูปรี รูปไข่ รูปรีปนรูปไข่ หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 7-20 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบแหลม หรือกลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหมดจด ข้างล่างเป็นคราบเปื้อนขาว มีเส้นใบ 3-7 คู่ ก้านใบเรียวเล็ก ยาว 2.0-7.5 ซม. ดอก สีขาว หรือ เหลืองอ่อนๆมีกลิ่นหอมสดชื่น ออกเป็นช่อกลุ่มตามงามใบใกล้ปลายกิ่ง ยาว 2.5-7.5 เซนติเมตร ก้านช่อเรียว เล็ก กลีบรวมเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูปกรวย ปลายแยกเป็นกลีบรูปขอบขนาน 6 กลีบ ซึ่งมีขนาดเกือบเท่ากัน ภายนอกเกลี้ยง ภายในมีขนนุ่มรวมทั้งยาว เกสรเพศผู้มี 9 อัน เรียงเป็น 3 วง เกสรเพศผู้เป็นหมันจะอยู่ด้านในสุด อับเรณูมี 4 ช่อง แต่ละช่องมีลิ้นปิดเปิด รังไข่รูปไข่ ไม่มีขน ผล กลม เล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 7 มิลลิเมตร เมื่ออ่อนสีเขียว แก่สีม่วงดำ ก้านผลเรียว ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร
นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นกระจัดกระจายทั่วๆไปในป่าดิบทั่วประเทศ แต่ว่ามีมากมายทางภาคใต้
 
สรรพคุณ : ต้น เปลือกมีกลิ่นหอมหวน ใช้แต่งกลิ่นของกิน เป็นยาบำรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีในวัยเจริญพันธุ์ เม็ด ให้น้ำมัน ใช้เป็นยาเช็ดนวดแก้ปวด rheumatism

15

สมุนไพรใบระนาด
ชื่อท้องถิ่นอื่น  ใบระนาด , ผักระบาด (ภาคกึ่งกลาง) เมืองมอน (จ.กรุงเทพฯ)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Argyreia nervosa (Burm.f.) Bojer
ชื่อพ้อง Argyreia speciosa (L.f.) Sweet
ชื่อวงศ์  CONVOLVULACEAE
ชื่อสามัญ Bai rabaat.
ลักษณะทั่วไปทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้เถา (ExC) ลักษณะเลื้อยยาว ตามลำต้นแล้วก็กิ่งมีขนนุ่มสีขาวหรือน้ำตาลปนเหลือง หนาแน่น มียางเหนียวสีขาว
ใบ เป็นใบคนเดียว ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปกลม กว้าง 8-25 ซม. ยาวประมาณ 10-30 ซม. ปลายใบมน แหลมหรือแหลมเป็นหาง มีติ่งเล็กสั้น โคนใบรูปหัวใจเว้าลึก แผ่นใบสะอาดหรือค่อนข้างจะเกลี้ยง ด้านท้องใบมีขนเหมือนเส้นไหมสีขาว เทาหรือน้ำตาลแกมเหลือง หนาแน่น เส้นกลางใบ และเส้นใบจะแจ้งชัดทางด้านท้องใบ เส้นกิ่งก้านสาขาใบมีเยอะแยะเรียงขนานกันเป็นขันบันได ก้านใบสั้นกว่า หรือยาวเท่ากับตัวใบ
สมุนไพร ดอก ออกชิดเป็นช่อ ก้านช่อดอกแข็ง ยาวถึง 20 ซม. ก้านดอกสั้นเป็นเหลี่ยม ใบเสริมแต่งใหญ่ ลักษณะรูปไข่ขอบขนาน หรือรูปรี ยาว 3.5-5 เซนติเมตร ปลายเรียวคม ด้านนอกมีขนนุ่มฟู ข้างในหมดจด หลุดร่วงง่าย กลีบรองกลีบดอกไม้รูปรีกว้าง ปลายใบมนหรือแหลม และก็สองกลีบนอกยาว 15 ม.ม ส่วนสามกลีบในสั้น ข้างนอกนั้น มีขนสีขาวนุ่มหนาแน่น ด้านในเกลี้ยง กลีบใหญ่ เชื่อมติดกันเป็นรูปท่อหรือกรวย ยาว 6 ซม. สีม่วงแกมชมพู ลาบกลีบจะเป็นแฉกตื้นๆที่บริเวณกลางกลีบแต่ละกลีบมีขนุ่มหนาแน่น ก้านเกสรผู้มีขนปุกปุยที่โคน
ผล ลักษณะกลม เส้นผ่านศูนย์กลางราว 2เซนติเมตร ปลายมีติ่งสีน้ำตาลอมเหลือง

นิเวศวิทยา
มีถิ่นเกิดในประเทศอินเดีย ในประเทศไทยเกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ชายป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณธรรมดา โดยมากปลูกขึ้นร้านค้าเป็นไม้ประดับและบังร่มเงาได้ดิบได้ดี
การปลูกและก็ขยายพันธุ์
เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง ชอบแสงแดดจัด จะขึ้นเกาะพาดตามต้รไม้ใหญ่ๆเจริญเติบโตก้าวหน้าในดินร่วยซุยที่มีสารอินทรีย์มากมาย ขยายพันธ์ุด้วยการทำหมันทาบกิ่ง หรือการปักชำ
ส่วนที่ใช้ รส รวมทั้งสรรพคุณ   
ราก รสจืดเฝื่อน เป็นยาขับน้ำเหลืองเสีย บำรุงปรับแก้ข้ออักเสบ กระตุ้นความกำหนัด ขับฉี่ แก้โรคเท้าช้าง โรคอ้วนที่่มีสาเหตุมาจากการสะสมไขมันมากมายใบ   รสฝาด ใช้พอกฝีและรอยแผลแก้อักเสบ แก้โรคผิวหนังทั่วไป น้ำคั้นหยอดหูแก้หูอักเสบ
การใช้และก็จำนวนที่ใช้

  • เป็นยารักษาโรคผิวหนัง โดยใช้ใบสด 4-7 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาโขลกให้รอบคอบ ใช้ทาและก็พอกรอบๆที่เป็น วันละ 2-3 ครั้ง เสมอๆ จนกระทั่งจะหาย



Tags : สมุนไพร

หน้า: [1] 2 3