แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - NOH1122

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรตะเคียนหิน[/url][/size][/b]
ตะเคียนหิน Hopea ferrea Laness
บางถิ่นเรียก ตะเคียนหิน (ใต้) เคียนทราย (จังหวัดตราด จังหวัดตรัง) ตะเคียนหนู (จังหวัดนครราชสีมา) เหลาเตา (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช).
ไม้ใหญ่ ขนาดกึ่งกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30 ม. ลำต้นเปลา ตรง และมักบิด โคนเป็นพอนต่ำๆหรือ ไม่มีเลย เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กลม หรือ รูปกรวยแหลม มองเห็นสีแตงอ่อนในระยะที่ผลิใบใหม่ๆกิ่งอ่อนเรียบ มีขนห่างๆ เปลือกสีน้ำตาลแก่แตกล่อนเป็นสะเก็ด. ใบ รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 6-8.5 ซม. โคนใบมนกว้าง และค่อยๆเรียวไปทางปลาย ปลายสุดหยักเป็นติ่งทู่ๆเนื้อใบออกจะบาง เกลี้ยง เป็นมันทั้งสองด้าน ใบอ่อนสีแดงเรื่องๆใบแห้งสีเขียวอ่อน เส้นกิ้งก้านใบมี 8-10 คู่ เส้นเล็กอ่อน ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ และปลายกิ่ง สมุนไพร ดอกตูมกลม โตไม่เกิน 0.2 เซนติเมตร โคนกลีบรองกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีขนห่างๆ กลีบดอกภายนอกมีขนนุ่ม ข้างในเกลี้ยง กลีบยาวโดยประมาณ 2 เท่าของกลีบรองกลีบดอก ก้านดอกสั้น ไม่เห็น มีขนนุ่มทั่วไปตามก้านช่อดอก. ผล รูปขอบขนาน กว้างราวๆ 0.3 ซม. ยาวโดยประมาณ 1.4 เซนติเมตร ปลายเป็นติ่งแหลม มีขนกระจาย ปีกยาว 2 ปีก รูปขอบขนานปนรูปไข่กลับ กว้างราวๆ 1.2 ซม. ยาวราวๆ 4 ซม เส้นปีกมี 8 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นในป่าดงดิบแล้ง จากที่ลาดตีนเขา ที่มีการระบายน้ำดี มีกระจัดกระจายตามสันเขา แล้วก็ที่ราบ เหนือระดับน้ำทะเล 100-350 ม. ทางภาคเหนือ ทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ การสืบพันธุ์ของไม้จำพวกนี้ดีเลิศ และเป็นพันธุ์ไม้ที่เข้าไปแทนที่จำพวกไม้เดิมของป่านั้นๆทางภาคใต้พบขึ้นตามเขาหินปูนทั่วๆไป.
สรรพคุณ : ต้น มียางไม้ที่มีกลิ่นหอมยวนใจมากมาย แก่นใช้เป็นเครื่องยา รักษาโรคเลือดลม แก้กษัย น้ำต้มเปลือกใช้ล้างรอยแผลเรื้อรัง และก็ผสมกับเกลือ อมเพื่อคุ้มครองปกป้องฟันหลุด เพราะเหตุว่าได้รับสารปรอทเข้าไป ดอก ใช้เข้ายาไทยเป็นเกสรมากมายก่ายกอง

Tags : สมุนไพร

2

สมุนไพรตะเคียนทอง
ตะเคียนทอง Hopea odorate Roxb.
บางถิ่นเรียก ตะเคียนทอง ตะเคียน ตะเคียนใหญ่ (กึ่งกลาง) กะกี้ โกกี้ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) แคน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) จะเคียน (เหนือ) จูเค้ โซเก (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) พง (ละว้า-เชียงใหม่)
   ไม้ใหญ่ ขนาดใหญ่ สูง 20-40 ม. ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ กลม หรือ รูปเจดีย์ต่ำๆเปลือกครึ้ม สีน้ำตาลดำ แตกเป็นสะเก็ด กะพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีน้ำตาลอมเหลือง. ใบ รูปไข่แกมรูปหอก หรือ รูปดาบ กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว 10-14 ซม. เนื้อใบค่อนข้างจะหนา ปลายใบเรียว โคนใบมน ป้านและเบี้ยว หลังใบมีตุ่มเกลี้ยงๆตามง่ามเส้นกิ้งก้านใบ เส้นแขนงใบมี 9-13 คู่ ปลายโค้งแม้กระนั้นไม่จรดกัน. สมุนไพร ดอก เล็ก สีขาว กลิ่นหอมยวนใจ ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ รวมทั้งปลายกิ่ง ก้านช่อดอก ก้านดอก และก็กลีบรองกลีบดอก มีขนนุ่ม กลีบรองกลีบ 5 กลีบ ยาวเกือบจะเสมอกันโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยตื้นๆกลีบ 5 กลีบ ปลายกลีบบิดไปทางเดียวกัน โคนกลีบผสานล้ำกัน; มักมีขนเป็นเส้นไหม เกสรผู้ส่วนใหญ่มี 15 อัน. ผล รูปไข่ กว้าง 0.6 ซม. ยาว 1 เซนติเมตร สะอาด ปลายมนเป็นติ่งคล้ายหนามแหลม อยู่ภายในกลีบรองกลีบดอกไม้ที่ขยายตัวออกเป็นปีกกว้างเบาๆเรียวสอบมาทางโคนปีก เส้นปีกตามแนวยาวมี 7 เส้น ปีกสั้นมีความยาวไม่เกินความยาวของตัวผล.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นดังที่ราบ หรือ ค่อนข้างจะราบ ใกล้ริมน้ำในป่าดงดิบทั่วไปในประเทศ.
สรรพคุณ : ต้น มี oleoresins มีฤทธิ์เป็น antiseptic ใช้ทาแผลแก้อักเสบ รวมทั้งห้ามเลือด น้ำสุกเปลือก เป็นยาฝาดสมาน ใช้อมล้างคอ แก้เหงือกอักเสบ

Tags : สมุนไพร

3

สมุนไพรเต็ง
เต็ง Shorea obtuse Wall.
บางถิ่นเรียก เต็ง (กลาง) เคาะเจื้อ เอื้อ (ละว้า-เชียงใหม่) แงะ (เหนือ) จิก (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ชันตก (ตราด) เต็งขาว (ขอนแก่น) เน่าใน (แม่ฮ่องสอน) ประจั๊ด (เขมร-บุรีรัมย์) ประเจิ๊ก (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) พะเจ๊ก (เขมร-พระกระบอง) ล่าไน้ (กะเหรี่ยง) แลเน่ย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มองไน้ (กะเหรี่ยง-เหนือ) อองแกงเลียงยง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี).
     ไม้ใหญ่ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 ม. ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กว้างๆเปลือกสีน้ำตาลคละเคล้าเทา แตกเป็นร่อง และเป็นสะเก็ดดก มักตกชันสีเหลืองขุน กะพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีเข้ม. ใบ รูปขอบขนาน หรือ รูปไข่กลับ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-16 เซนติเมตร เนื้อใบหนา ใบอ่อนมีขนประปราย ปลายใบ สมุนไพร แล้วก็โคนใบมน เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 12-15 คู่. ดอก เล็ก สีขาว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนนุ่ม ก้านดอกสั้นมากมาย กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ชายกลีบซ้อนทันกัน กลีบดอก 5 กลีบ เรียงเวียนไปทางเดียวกัน เกสรผู้มี 20-25 อัน อับเรณูรูปไข่รีๆรังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2. ผล รูปไข่ปลายแหลม ปีกยาว 3 ปีก รูปไข่กลับรีๆหรือ รูปใบพาย กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 6 เซนติเมตร แต่ละปีกมีเส้นตามยาว 9 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณแล้ง บนดินลูกรัง เขาหินทราย ปนเปอยู่กับพวกไม้รัง เหียง พลวง.
คุณประโยชน์ : ต้น เปลือกฝนกับน้ำปูนใส กินเป็นยาฝาดสมาน แก้ น้ำเหลืองเสียแล้วก็ช่วยห้ามเลือด

4

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรพะยอม[/url][/color][/size][/b]
พะยอม Shorea roxburghii G. Don
ชื่อพ้อง S. Floribunda Kurz
บางถิ่นเรียก พะยอม (กึ่งกลาง) กุยอม (จังหวัดเชียงใหม่) ขะยอม (ลาว) ขะยอมดง พะยอมป่า (เหนือ) แคน (เลย) เชียง เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) พะยอมทอง (สุราษฎร์ ปราจีนบุรี) ยางหยวก (น่าน).
ต้นไม้ ขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ สูง 15-30 ม. ผลัดใบ ลำต้นตรง กิ่งอ่อนเกลี้ยง เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กลม เปลือกดก สีน้ำตาล หรือ เทา เป็นสะเก็ดดก รวมทั้งแตกเป็นร่องตามยาว.สมุนไพร ใบ รูปขอบขนานแคบๆกว้าง 3.5-4 ซม. ยาว 8-10 ซม. โคนใบมน ปลายใบมน หรือ หยัก ปลายสุดเป็นติ่งสั้นๆขอบใบมักเป็นคลื่น เนื้อใบหมดจดเป็นมัน มีเส้นกิ่งก้านสาขาใบ 15-20 คู่ และก็โค้งขนานไปสู่ขอบใบ ก้านใบยาว 2-2.5 ซม. ดอก สีขาว กลิ่นหอมสดชื่นจัด ออกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง หรือ เหนือรอยแผลใบ กลีบรองกลีบดอกหมดจด สีคล้ำ มี 5 กลีบ ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย กลีบดอก 5 กลีบ บิดเวียนกัน เกสรผู้ 15 อัน รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 ก้านดอกยาว 1.5 ซม. ผล รูปกระสวยปลายแหลม กว้างราวๆ 1.2 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร ปีกยาว 3 ปีก กว้างราว 1 ซม. ยาว 8 เซนติเมตร ปีกสั้น 2 ปีก ยาวราว 3 เซนติเมตร มีเส้นปีกๆละ 10 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้ง ตลอดจนป่าดงดิบแล้งทั่วๆไปทุกภาค เหนือระดับน้ำทะเล 60-1,200 ม. ออกดอกหลังจากผลัดใบแล้ว.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำต้มเปลือกต้น รับประทานเป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง และไส้อักเสบ เปลือกประสมเป็นสารกันบูดในเครื่องหมักดองบางประเภท และก็กินกับหมากได้ . ดอก ใช้เข้าเป็นยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ รวมทั้งลดไข้

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรจอกบ่วาย[/url][/size][/b]
จอกบ่วาย Drosera burmannii Vahl
บางถิ่นเรียก จอกบ่วาย (เลย) หยดค้าง (ทั่วไป)
ไม้ล้มลุก ขนาดเล็ก. ใบ เป็นใบลำพัง รูปช้อน สีเขียวอ่อนมีขน เรียงรอบลำต้น และทับกันแน่นแบบกุหลาบ อยู่ชิดกัน สีแดง ก้านใบสั้น โคนใบเรียวคอด ปลายใบป้าน รวมทั้งโค้งงอนขึ้นนิดหน่อย ตามขอบใบ รวมทั้งผิวใบ มีขนใสๆรวมทั้งปลายขนเป็นตุ่มคล้ายหมุดอยู่มาก มีน้ำเมือกเหนียวๆหากมีแมลงเล็กๆมาเช็ดเข้า ก็จะติดอยู่กับเมือกนั้น ไม่มีโอกาสดิ้นหลุดไปได้เลย สมุนไพร แล้วต่อจากนั้นก็จะส่งสารพวกน้ำย่อย มาย่อยเอาส่วนที่อยากได้จากแมลงไปเลี้ยงลำต้นอีกครั้งหนึ่ง ก็เลยเรียกได้ว่ามีใบลักษณะรวมทั้งหน้าที่พิเศษ ผิดแผกไปจากใบไม้ธรรมดา. ดอก สีขาว ออกเป็นช่อเดียวๆยาว 10-20 ซม. ออกจากปลายลำต้น หรือ กลางของกรุ๊ปใบ ปลายช่ออ่อนม้วนขด และก็จะค่อยๆดูถูกตรงขึ้น พร้อมด้วยมีดอกเล็กๆตามก้ามช่อดอกนอกด้านเดียว กลีบรองกลีบดอก กลีบดอก เกสรผู้และก็ช่องรังไข่ มีอย่างละ 5 กลีบสีขาว หลอดท่อรังไข่คด ขยุกขยิก. ผล กลม เล็กมากมาย.

นิเวศน์วิทยา
: เกิดตามท้องทุ่งโล่งๆและตามดินปนทรายที่เฉอะแฉะเปียกชื้นทั่วไป.
คุณประโยชน์ : ต้น ทั้งยังต้นมีรสขม และมีฤทธิ์กัดทำลาย คนจีนได้นำมาใช้เป็นยามานานแล้ว เป็นยาแก้บิด ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ รวมทั้งแก้ไข้มาเลเรีย ใช้ภายนอกเป็นยาถูกนวด

6

สมุนไพรต้นหญ้าน้ำค้าง
ต้นหญ้าน้ำค้าง Drosera indica Linn. ต้นหญ้าน้ำค้าง (ตะวันออกเฉียงเหนือ).
พืชล้มลุก ลำต้นอ่อนนอนไปตามพื้นดิน แม้กระนั้นส่วนปลายตั้งตรง มักไม่แตกแขนง ยาว 5-30 เซนติเมตร ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปยาวเรียวเหมือนใบหญ้า ยาว 2.5-7.5 ซม. ปลายใบม้วนขึ้น มีขนยาวกว่าส่วนอื่นๆปลายขนเป็นตุ่ม ยาว มีมูก ก้านใบมีขนสั้นกว่าแผ่นใบ. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ใกล้ยอด ยาว 5-17.5 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 0.9-1.7 เซนติเมตร สมุนไพร ดอกบานกว้างราวๆ 0.5 เซนติเมตร กลีบรองกลีบ 5 กลีบ รูปหอก หรือ ขอบขนาน ข้างนอกมีขน ปลายขนเป็นตุ่มเล็กๆกลีบ 3 กลีบ บาง สีม่วง ชมพู เกสรผู้ 3 อัน รังไข่แบ่งเป็น 3 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 3 หลอด แต่ละหลอดปลายจะแยกเป็น 2 แฉก. ผล เป็นชนิดแล้งแล้วแตก. เม็ด รูปไข่กลับ ผิวนูนเป็นลายตาข่าย.

นิเวศน์วิทยา
: เจอขึ้นตามทุ่งหญ้าโล่งๆและตามดินปนทรายที่เฉอะแฉะชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้.
คุณประโยชน์ : ต้น อีกทั้งต้นเป็นยาบำรุงธาตุ ถ้าเอามาหมักจะได้สารที่ใช้กัดหูด และก็ตาปลาได้  ใบ น้ำต้มใบ รับประทานเป็นยาแก้ตับอักเสบ บำรุงหัวใจ ขับรอบเดือน แล้วก็ขับพยาธิ

7

มะพลับ
มะพลับ Diospyros areolata King & Gamble มะพลับ พลับ (กึ่งกลาง)
ไม้ใหญ่ ขนาดกึ่งกลาง สูงถึง 15 ม. ลำต้นมักคดงอ เปลือกค่อนข้างจะเรียบ สีน้ำตาลปนเขียวอ่อน หรือ คละเคล้าดำ. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว7-20 ซม. โคนใบโค้งมน ขอบของใบเรียบ ปลายใบเรียวทื่อ เนื้อใบดก หมดจดทั้งยัง 2 ด้าน หรือ มีขนบ้างกระจาย ตามเส้นกึ่งกลางใบด้านล่าง เส้นใบมี 6-12 คู่ แต่ละเส้นงอไปๆมาๆ แล้วก็พอเพียงเห็นทั้งยัง 2 ด้าน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. มีขนประปราย. ดอก ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวราว 2 มม. มีขนแน่น กลีบรองกลีบ มี 4-(5) กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นรูปถ้วยปากกว้าง เกลี้ยง 2 ด้าน ยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร สมุนไพร กลีบดอกไม้มี 4-(5) กลีบ ยาวทั้งนั้นราว 7 มม. โคนกลีบชิดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ ปลายแยกออกเป็นแฉกสั้นๆตามแฉกพวกนั้นจะมีขนนุ่มทางข้างนอก และค่อนข้างเกลี้ยงทางด้านใน ส่วนที่เป็นหลอดเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เกสรผู้มี 20-21 อัน ก้านอับเรณูสะอาด ยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร อับเรณูมีขนเรี่ยรายตามแนวกึ่งกลางตามทางยาว รังไข่ฝ่อมีขนยาวๆ. ดอกเพศเมีย ชอบออกลำพังๆตามกิ่งเล็กๆก้านดอกยาว 5-10 มม. มีขนคลุมแน่น ด้านในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด หมดจดๆแต่ละหลอดปลายแยกเป็น 2 แฉก เกสรผู้ฝ่อมีโดยประมาณ 20 อัน เกลี้ยง. ผล กลม หรือ ค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-3.5 ซม. ยาว 3-5 เซนติเมตร ผลแก่ค่อนข้างจะนุ่ม ผิวมีเกล็ดสีน้ำตาลปนแดงคลุม เกล็ดเหล่านี้หลุดง่าย กลีบจุกผลแต่ละกลีบเกือบจะไม่ติดกัน เกลี้ยง หรือ อาจมีขนบ้างทั้งคู่ด้าน กลีบโดยมากจะพับกลับ มีบ้างที่แผ่กางออก ขอบกลีบมักเป็นคลื่น ไม่มีเส้นลายกลีบ พื้นกลีบจีบพับ ก้านผลยาวราวๆ 1 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นตามป่าดงดิบ รวมทั้งตามชายป่าเลน เหนือระดับน้ำทะเล 2-300 ม. ทางภาคใต้.
สรรพคุณ : เปลือก น้ำสุกเปลือกใช้ด้านนอกเป็นยาห้ามเลือด รวมทั้งสมานบาดแผล รับประทานแก้ท้องเดิน แก้บิด ปิ้งให้เหลืองกรอบแล้วต้ม ใช้ดื่มเป็นยากระตุ้น

8

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรสั่งทำ[/url][/size][/b]
สั่งทำ Diospyros buxifolia (Bl.) Hiern สั่งทำ รีบู รีเภา (ใต้).
ต้นไม้ ขนาดใหญ่ มากถึง 25 ม.ลำต้นตรง กิ่งมักตั้งฉากกับลำต้น เปลือกนอกสีเทาคละเคล้าดำ เรียบ หรือ แตกเป็นร่องเล็กๆตามทางยาวลำต้น ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ยอดอ่อนเรียวเล็ก มีขนออกจะยาว. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปมน สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และรูปไข่เล็กๆกว้าง 0.5-2 เซนติเมตร ยาว 1.2-4 ซม. โคนใบสอบ มน หรือ ป้อม ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม เนื้อใบบาง เกลี้ยง ยกเว้นตามแนวเส้นกึ่งกลางใบทั้ง 2 ด้าน ก้านใบสั้นมาก หรือ ไม่มี. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อเล็กๆช่อละ 2-3 ดอก กลีบรองกลีบดอกไม้มี 4 กลีบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร โคนติดกันเป็นรูปถ้วย ภายนอกมีขนนุ่ม ส่วนภายในหมดจด กลีบดอกไม้ 4 กลีบ ยาว 2-4 มิลลิเมตร โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่เป็นแฉกยาวกว่าส่วนที่ชิดกัน เกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เว้นแต่ตามแนวตรงกลางตามแนวยาวของกลีบภายนอก มีขนเป็นแถวตรง เกสรผู้มี 8-20 อัน เรียงเป็น 2 วง วงนอกยาวกว่าวงใน ติดอยู่ที่โคนกลีบดอกไม้ข้างใน อับเรณูสะอาด แต่ว่าก้านมีขนเล็กน้อย รังไข่ฝ่อมีขนยาวกระจาย. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นดอกโดดเดี่ยวๆตามง่ามใบ ทั้งยังกลีบรองกลีบดอกไม้และกลีบดอกมีลักษณะเสมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นใหญ่มากยิ่งกว่าเล็กน้อย รังไข่รูปกระสวย สะอาด ข้างในแบ่งเป็น 4 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด ครึ่งด้านล่างมีขนนุ่ม ครึ่งบนสะอาด. ผล รูปป้อมหรือคล้ายรูปกระสวย ยาว 1-1.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4-1 ซม. ผลแก่จัดแห้ง ผิวเกลี้ยง โคนกลีบจุกชิดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่ติด รวมทั้งส่วนที่แยกเป็นแฉก ยาวใกล้เคียงกัน ภายนอกมีขนนุ่ม ด้านในเกลี้ยง กลีบชี้ตรงไม่พับกลับ ขอบไม่เป็นคลื่น รวมทั้งพื้นกลีบไม่จีบ มองไม่เห็นเส้นตาลายมผิวกลีบ ก้านผลยาวราว 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบชื้น แล้วก็ป่าดิบแล้ง ในภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ เหนือระดับน้ำทะเล 50-500 มัธยม
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกแก่นให้เด็กกิน รวมทั้งทาด้านนอก แก้อาการท้องอืด และแน่นเฟ้อ

9

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรตะโกพนม[/url][/size][/b]
ตะโกพนม Diospyros castanea (Craib) Fletch.
บางถิ่นเรียกว่า ตะโกพนม (ทั่วๆไป) กะละมัก (จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี) มะด้ามหมุ่ย มะดำ (เหนือ) มะตับหมาก (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน) หนังดำ หลังดำ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) หมากค่อน (นครราชสีมา).
ไม้ต้น ขนาดเล็กถึงกับขนาดกลาง สูงถึง 15 ม. เปลือกแตกเป็นสะเก็ดสีเทาคละเคล้าดำ หรือ ค่อนข้างดำ เปลือกในสีน้ำตาล กระพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีน้ำตาลเข้ม ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่มทั่วไป. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ มน หรือ ป้อม กว้าง 2.5-8 เซนติเมตร ยาว 6-13 ซม. โคนใบป้าน ตรง หรือ เว้าเข้านิดหน่อย ปลายมน สอบแคบ หรือ บางโอกาสก็หยักเป็นสองลอนกว้างๆเนื้อใบค่อนข้างจะดก และเกลี้ยงทั้งยัง 2 ด้าน เส้นแขนงใบมี 6-10 คู่ แต่ละเส้นคดไปมา รวมทั้งเป็นร่องทางด้านบก ข้างล่างเส้นนูนชัด ก้านยาว 4-10 มม. สะอาด. ดอก ออกเป็นช่อ หรือ คนเดียวๆตามง่ามใบ สมุนไพร ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อสั้นๆช่อหนึ่งๆมีหลายดอก ก้านช่อ และก้านดอกสั้นมากมาย กลีบรองกลีบดอกไม้ 3 กลีบ ยาว 3-5 มม. โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปลำเทียน ปลายแยกเพียงพอเห็นเป็น 3 หยัก ด้านนอกมีขน ด้านในสะอาด กลีบดอกไม้ 3 กลีบ รูปขอบขนานแคบ ยาว 10-12 มิลลิเมตร ครึ่งด้านล่างเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ครึ่งบนแยกเป็น 3 กลีบ ส่วนที่แยกเป็นกลีบมีขน 2 ด้าน แต่ว่าส่วนที่ชิดกันเป็นหลอดสะอาด 2 ด้าน เกสรผู้มี 12-(14) อัน สะอาด รังไข่ฝ่อสะอาด. ดกเพศภรรยา ส่วนมากออกเป็นดอกคนเดียว หายากที่จะออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆก้านดอกยาว 2-3 มิลลิเมตร หมดจด กลีบรองกลีบดอก และกลีบดอกมีลักษณะเช่นเดียวกับดอกเพศผู้ แต่ใหญ่มากยิ่งกว่าเล็กน้อย รังไข่รูปป้อมมีขนคลุมแน่น ภายในแบ่งเป็น 6 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย ท่อรังไข่มีอันเดียว ปลายแยกเป็น 3 แฉก. ผล รูปมน หรือ กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ซม. ผิวดก แข็ง เกลี้ยง หรือ มีขนนุ่มตอนใกล้ๆโคนผล ปลายผลเป็นติ่งแข็งสั้นๆกลีบจุกมี 3 กลีบ ติดกันเป็นกรวยโดยประมาณ 3 ใน 4 ข้างนอกมีขนนุ่ม ด้านในเกลี้ยง ขอบกลีบเป็นคลื่นรวมทั้งพับกลับ แม้กระนั้นไม่จีบพับไปมา และไม่มีเส้นตาลายมผิว ก้านผลยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง หรือ ป่าเหล่า เหนือระดับน้ำทะเล 20-400 ม. ตามภาคต่างๆเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และก็ภาคใต้.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำสุกเปลือก รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย ผล เป็นยาฝาดสมาน รับประทานเป็นยาแก้คลื่นไส้ แล้วก็แก้ท้องเดิน ผลทุบใช้เบื่อปลาได้

10

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u]จัน[/url][/b]
จัน Diospyros decandra Lour.
บางถิ่นเรียก จัน (ทั่วๆไป) จันขาว จันลูกหอม จันโอ จันอิน (กึ่งกลาง).
ไม้ใหญ่ ขนาดกลาง สูง 10-20 ม. ลำต้นตรง เปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด เนื้อไม้สีขาว. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ มนปนขอบขนาน กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 7-10 เซนติเมตร โคนใบมน หรือ สอบแคบ ปลายใบสอบทู่ๆหรือ แหลม เนื้อใบบาง เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนยาวสีแดงปกคลุม เส้นใบมี 7-8 คู่ โค้ง ปลายไม่เชื่อความเห็นดกัน พอมองเห็นได้ทั้งยัง 2 ด้าน ก้านใบยาว 3-5 มิลลิเมตร เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนยาวสีแดงปกคลุมหนาแน่น. สมุนไพร ดอก ดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆช่อหนึ่งๆมีปราณ 3 ดอก ก้านดอกยาว 2-4 มิลลิเมตร ตามส่วนต่างๆมีขนสีน้ำตาลแดง กลีบรองกลีบดอก 5-(4) กลีบ ยาว 4-7 มิลลิเมตร เรียงเป็นรูปถ้วยปากกว้าง แต่ว่าโคนกลีบไม่ชิดกัน; มีขนสีน้ำตาลปนแดงแน่นทั้งคู่ด้าน กลีบดอก 5-(4) กลับ ยาว 10-15 มม. โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นรูปคนโทน้ำ เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนสีน้ำตาลปนแดงทั้งสองด้าน เกสรผู้มี 14-18 อัน หมดจด รังไข่ฝ่อเกลี้ยง. ดอกเพศเมีย ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามกิ่งเล็กๆกลีบรองกลีบดอกไม้ และก็กลีบดอกเสมือนดอกเพศผู้ แต่ว่าใหญ่กว่า รังไข่รูปป้อม มีขนคล้ายเส้นไหม ภายในแบ่งเป็น 5-8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด มีขนคล้ายเส้นไหม เกสรผู้ฝ่อมี 9 อัน สะอาด. ผล กลม หรือ แป้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร ยาว 3-4 ซม. ผิวเนียน ผลแก่สีเหลือง หอม เนื้อนุ่ม ผลสุกเนื้อเหลว จุกผลมีกลีบที่ไม่เชื่อมติดกัน มีขนแน่นทั้ง 2 ด้าน ปลายกลีบโค้งกลับ ขอบกลีบเรียบ พื้นกลีบเรียบ ไม่มีเส้นตามผิวกลีบ ก้านผลยาวประมาณ 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: นิยมปลูกตามบ้าน และรอบๆวัด เหนือระดับน้ำทะเล 10-300 ม. เพื่อร่มเงา เป็นไม้ประดับ หรือ ไม้ผล.
สรรพคุณ : ผล ผลสุกกินได้ แก้อาการนอนไม่หลับ ร้อนใจ แล้วก็แก้ท้องเสีย ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาขับประจำเดือน แก้อาการงุนงง เหงาหงอย รวมทั้งปัสสาวะขัด

11

สมุนไพรมะพลับป่าดง
พลับดง Diospyros ehretioides Wall. Ex G. Don
บางถิ่นเรียกว่า ลูกพลับดง (จังหวัดกาญจนบุรี) ชิ้นกวาง เรื้อนกวาง ลิ้นกวาง (ปราจีนบุรี) ตับเต่าต้น ตับเต่าหลวง (จังหวัดราชบุรี) มะโกป่า (แพร่) มะมัง (จังหวัดนครราชสีมา) มะไฟผี (จังหวัดเชียงราย) มาเมียงมอง (เขมร-สุรินทร์) เฮื้อนกวาง (เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ) แฮดกวาง (ตะวันออกเฉียงเหนือ).
ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลาง สูง 10-15 ม. ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลคละเคล้าเทา. ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน มีรูปป้อม รูปไข่หรือ มน กว้าง 7-23 เซนติเมตร ยาว 10-28 ซม. โคนใบกลม เป็นเส้นตัด หรือ เว้าเข้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ปลายใบกลม หรือ มน เนื้อใบหมดจด และหนา ใบอ่อนด้านบนอาจมีขนบ้าง เส้นแขนงใบมี 6-12 คู่ คดไปๆมาๆ ตามเส้นใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูน ข้างบนใบสีเขียว ข้างล่างสีเทาอ่อน ก้านใบยาวโดยประมาณ 1 เซนติเมตร สมุนไพร ดอก ดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆตามกิ่งเหนือง่ามใบ ช่อหนึ่งๆมักมี 3 ดอก ก้านดอกยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบรองกลีบดอกมี 4 กลีบ ยาว 2-3 มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ข้างนอกมีขนนุ่ม ภายในหมดจด กลีบดอกไม้ 4 กลีบ ยาว 3-5 มิลลิเมตร โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ข้างนอกมีขนนุ่ม ภายในหมดจด กลีบดอก 4 กลีบ ยาว 3-5 มิลลิเมตร โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปคนโทน้ำ หรือ ป้อมๆข้างนอกมีขนห่างๆ ข้างในสะอาด เกสรผู้มี 20-30 อัน หมดจด รังไข่ฝ่อมีขนแข็งแซมห่างๆ. ดอกเพศเมีย ออกตามกิ่งเล็กๆรวมทั้งตามง่ามใบ เป็นดอกผู้เดียวๆหรือ เป็นช่อสั้นๆช่อละ 3-5 ดอก ก้านดอกยาวราว 1 เซนติเมตร มีขนนุ่ม ส่วนด้านในสะอาด กลีบดอก 4 กลีบ ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นใหญ่มากยิ่งกว่า รังไข่รูปป้อม มีขนเป็นเส้นไหม ภายในมี 6-(8) ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย ท่อรังไข่มีท่อเดียว มีขนเป็นเส้นไหม. ผล รูปป้อม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ยาว 1.5-2.5 เซนติเมตร ผลแก่แห้ง เปลือกครึ้ม เปราะ ผลอ่อนมีขนนุ่ม กลีบจุกมี 4-(5) กลีบ ปลายกลีบพับกลับ ขอบกลีบ และก็พื้นกลีบเรียบ เส้นกลีบไม่ปรากฏชัด ก้านผลยาวราว 1 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง หรือ ป่าเบญจพรรณแล้งปกติ เหนือระดับน้ำทะเล 100-450 ม.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำสุกแก่นไม้ และราก รับประทานเป็นยาลดไข้ ดับพิษร้อน และก็บำรุงปอด

12

[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพรตะโกจัน[/url][/color][/size][/b]
ตะโกจัน Diospyros hasseltii Zoll.
บางถิ่นเรียกว่า ตะโกจัน (กรุงเทพมหานคร) ตะโก (จังหวัดโคราช) บาเนง (มลายู-นราธิวาส)
            ไม้ใหญ่ ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ สูงถึง 30 มัธยม เปลือกสีเทาปนดำ มักเป็นสะเก็ดแขวนห้อยลง. ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ มนแกมขอบขนาน กว้าง 6-13 ซม. ยาว 13-28 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายทื่อ หรือ หยักเป็นติ่งทู่ๆเนื้อใบค่อนข้างจะหนา แล้วก็สะอาด 2 ด้าน เส้นแขนงใบมี 9-16 คู่ เส้นโค้งปลายเชื่อมกับเส้นต่อไปก่อนถึงขอบใบ เส้นใบข้างบนเป็นร่อง ด้านล่างนูน ก้านใบยาวโดยประมาณ 1 ซม. หมดจด. ดอก ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 2-10 มม. มีขนสีดำๆกลีบรองกลีบดอกไม้ 4 กลีบ ยาว 5-7 มม. โคนกลีบไม่ชิดกัน มีขนสั้นสีดำๆอีกทั้ง 2 ด้าน กลีบ 4 กลีบ ยาว 10-15 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นทรงกระบอก มี 14-16 อัน อับเรณูเกลี้ยง ก้านอับเรณูมีขนยาวแซม รังไข่ฝ่อมีขนแน่น. ดอกเพศภรรยา ออกรวมกันเป็นช่อ หรือ ออกเดี่ยวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 1-2 เซนติเมตร มีขนสีดำๆกลีบรองกลีบดอกไม้ แล้วก็กลีบมี 4-(5) กลีบ ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แต่ใหญ่กว่า รังไข่ป้อม มีขนเป็นเส้นไหมแน่น ด้านในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 4 หลอด; เกสรผู้ฝ่อมี 4-12 อัน อับเรณูหมดจด ก้านอับเรณูมีขนยาวแข็ง. ผล กลม หรือ แป้นเล็กน้อย เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.5 เซนติเมตร ผลแก่จัดแห้ง ผลอ่อนมีขนสีดำ สาก หุ้มแน่น กลีบจุกผลมีขนดำๆสาก 2 ด้าน โคนกลีบไมติดกัน กลีบตรง ขอบเป็นคลื่น พื้นกลีบจีบ ไม่มีเส้นลายกลีบ ก้านผลยาว 1-2 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบใกล้ๆลำธาร เหนือระดับน้ำทะเล 10-300 ม. ทางภาคใต้.
สรรพคุณ : ผล ผลสุกกินได้ รสเฝื่อนฝาดๆเป็นยาฝาดสมาน แก้คลื่นไส้ และก็แก้ท้องร่วง

13

สมุนไพรพลับจีน
พลับจีน Diospyros kaki Linn. พลับจีน (กึ่งกลาง).
ต้นไม้ ผลัดใบขนาดเล็ก สูงโดยประมาณ 15 มัธยม เปลือกแตกเป็นแผ่นๆเหมือนเกล็ด ตามกิ่งมีช่องระบายอากาศสีเทาคละเคล้าน้ำตาล หรือ เทาคละเคล้าขาว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ใบประดับประดารูปหอกปนรูปยาวแคบ ยาวได้ถึง 6 มิลลิเมตร ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปเกือบกลม รีป้อมๆไข่ป้อม ไข่กลับป้อม หรือ ขอบขนานป้อมๆกว้าง 3-9 ซม. ยาว 6-18 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน; ขอบของใบเรียบ โคนใบมน หรือ สอบแคบ ข้างบนสะอาด ด้านล่างสีเขียวอ่อนมีขนนุ่ม เส้นใบออกจากโคนใบ 3-5 เส้น เส้นแขนงใบมีข้างละ 3-5 เส้น เส้นใบย่อยสานกันเป็นตาข่าย เห็นได้ชัดทางด้านล่างของใบ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร มีขน. ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศภรรยารวมอยู่บนต้นเดียวกัน หรือ อยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกตามง่ามใบเป็นช่อสั้นๆยาวราวๆ 6 มิลลิเมตร ก้านช่อสั้นมากมาย มีดอกช่อละประมาณ 3 ดอก มีขน กลีบรองกลีบโคนเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็น 4 กลีบ รูปไข่ ยาวราว 8 มิลลิเมตร กลีบดอกสีขาว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 กลีบ ยาว 8-12 มิลลิเมตร กลีบกว้างราว 6 มิลลิเมตร เกสรมี 16 อัน มีขน. ดอกเพศเมีย ออกเดี่ยวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวราวๆ 12 มิลลิเมตร กลีบรองกลีบ รวมทั้งกลีบดอกมีปริมาณ แล้วก็ลักษณะเสมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นกลีบรองกลีบขยายใหญ่ขึ้นเมื่อได้ผลสำเร็จ มีเกสรผู้ฝ่อ 8 อัน; รังไข่รูปไข่ ข้างในแบ่งเป็น 8 ช่อง หลอดรังไข่มีขน ปลายแยกเป็น 4 แฉก. ผล รูปกลม หรือ แป้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5-8 เซนติเมตร ผลแก่สีเหลืองสด หรือ เหลืองอมส้ม รสหวานหอม รับประทานได้.

นิเวศน์วิทยา
: เป็นพืชในเขตอบอุ่น ขึ้นราดกระจัดกระจายทั่วๆไปตามไหล่เขา ในป่าดงดิบในประเทศจีน เกาหลี และประเทศญี่ปุ่น. ได้นำเข้ามาปลูกกันบ้างทางภาคเหนือ.
คุณประโยชน์ : ใบ น้ำสุกใบ กินเป็นยาแก้ไอ แล้วก็ลดไข้  ดอก กลีบรองกลีบดอก และก้านผลตากให้แห้ง ใช้เข้าเครื่องยาเป็นยาแก้ไอ และก็หายใจขัด ผล ผลสุกกินได้ เป็นยาฝาดสมาน บำรุงธาตุ บำรุงปอด รวมทั้งแก้ไอ  ยางผลดิบ กินเป็นยาลดระดับความดันโลหิต ห้ามเลือด แล้วก็ระบาย เมล็ด เม็ดคั่วใช้แทนเมล็ดกาแฟได้

Tags : สมุนไพร

14

สมุนไพรตะโกสวน
ตะโกสวน Diospyros malabarica (Desv.) Kostel. var. malabarica Kostel.
บางถิ่นเรียก ตะโกสวน ปลาบ (เพชรบุรี) ตะโกไทย (กึ่งกลาง) มะเขือหยาบคาย (จังหวัดสกลนคร) มะสุลัวะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดลำปาง)
    ไม้ต้น ขนาดกลาง สูงถึง 15 ม. เปลือกสีเทาคละเคล้าดำ เรียบ หรือ แตกเป็นร่องเล็กๆตามแนวยาว เนื้อไม้สีขาว.ใบ เป็นใบคนเดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานปนรูปหอกกลับ กว้าง 2.5-8 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร โคนใบมน ป้อม ตรง หรือ บางครั้งก็เบาๆสอบเป็นรูปลิ่ม ปลายใบแหลมทู่ๆหรือ มน เนื้อใบค่อนข้างจะดก และก็เกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เส้นใบมี 10-18 คู่ เส้นคดไปมา นูนเห็นได้ชัดทางด้านล่าง เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแห เห็นได้ชัดทางข้างบน ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร สะอาด. [url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอก ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มีขนนุ่มกระจาย กลีบรองกลีบ 4-(5) กลีบ ยาว 2-3 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยปากกว้าง ข้างนอกมีขนยาว แน่น ส่วนภายในมีขนสั้นๆกลีบ 4-(5) กลีบ ยาว 7-15 มิลลิเมตร ชิดกันเกือบจะตลอดเป็นรูปเหยือกน้ำ ข้างนอกมีขนแน่น หรือ มีขนตามแนวกลางของกลีบเท่านั้น ส่วนภายในเกลี้ยง เกสรผู้มี 24-64 อัน มีขนแข็งแซม รังไข่ฝ่อ มีขนนุ่ม. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นดอกเดี่ยวๆกลีบรองกลีบดอก แล้วก็กลีบดอกไม้เสมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นใหญ่กว่า เกสรผู้ฝ่อมี 8-12 อัน มีขนนุ่ม รังไข่รูปป้อม เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนแข็งหุ้มแน่น ด้านในแบ่งเป็น 8-12 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดรังไข่มี 4 หลอด มีขนแน่น. ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนยาวหุ้ม ผลสุกเนื้อค่อนข้างเหลว กลีบจุกผลมีขนสีน้ำตาล 2 ด้าน กลีบพับกลีบ ขอบกลีบเป็นคลื่น เส้นกลีบไม่ปรากฏชัด ก้านผลยาว 2-12 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นมากตามชายป่าดิบ โดยยิ่งไปกว่านั้นทางภาคใต้ ส่วนมากมักปลูกกันตามสวน.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกเปลือก เป็นยาฝาดสมาน รับประทานเป็นยาลดไข้ ถ้าเกิดต้มกับผลอ่อน ใช้รับประทานแก้บิด ท้องเดิน แก้คลื่นไส้ รวมทั้งไข้มาเลเรีย ถ้าต้มกับผลแก่ ใช้เป็นยาอมบ้วนปาก, รักษาแผลในปาก โพรงปากรวมทั้งคออักเสบ ผล ผลสุกกินได้ ผลดิบมียางใช้เป็นยาฝาดสมาน สำหรับทาบาดแผลนิดๆหน่อยๆใช้ห้ามเลือด  รับประทานแก้บิด และก็ท้องเดิน เม็ด น้ำมันจากเม็ด กินเป็นยาแก้บิด และก็ท้องเดิน

Tags : สมุนไพร

15

สมุนไพรมะเกลือป่า
มะเกลือป่า Diospyros montana Roxb.
บางถิ่นเรียกว่า มะเกลือป่า (จังหวัดนครสวรรค์ ปราจีนบุรี) ตานส้าน (กึ่งกลาง) ถ่านไฟผี (เหนือ) มะตูมดำ (สระบุรี).
ต้นไม้ ขนาดเล็กถึงขนาดกึ่งกลาง สูงถึง 15 ม. ตามปลายกิ่งเล็กๆมีหนามแข็งๆเปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด. ใบ เป็นใบลำพัง เรียงสลับกัน รูปมน ขอบขนาน รูปไข่ หรือ รูปไข่กลับ แล้วก็มักเป็นห้าเหลี่ยมเปลี่ยนๆกว้าง 1-5 เซนติเมตร ยาว 1.5-12 ซม. โคนใบมีทั้งสองแคบ กลม ตัด รวมทั้งเว้าเข้า ปลายใบทู่หรือมน ใบแห้งสีเหลืองอ่อนคละเคล้าเขียว ใบอ่อนมีขนนุ่มทั้งยัง 2 ด้าน ขนเหล่านี้จะค่อยๆหล่นไปเมื่อใบแก่ขึ้น เส้นใบมี 3-7 คู่ แล้วก็จากจุดโคนใบจะมีเส้นใบ 3-5 เส้น ตามเส้นใบข้างบนเป็นร่อง ข้างล่างนูนก้านใบยาว 2-10 มม. มีขนเรี่ยราย. ดอก ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อๆละหลายๆดอกตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. มีขนนุ่มในระยะเริ่มต้น กลีบรองกลีบ 4 กลีบ ยาว 1-2 มิลลิเมตร โคนประสานกันเป็นรูปถ้วยปากว้าง สะอาด หรือ มีขนบางเล็กน้อยอีกทั้ง 2 ด้าน กลีบดอกไม้ 4 กลีบ ยาว 8-10 มิลลิเมตร รูปคนโทน้ำ โคนกลีบชิดกันโดยประมาณ 1 ใน 2 หรือ 1 ใน 3 ส่วน หมดจด 2 ด้าน เกสรผู้มี 14-20 อัน ติดอยู่บริเวณโคนกลีบดอกภายใน เรียงเป็น 2 วง สะอาด รังไข่ฝ่อมีขนแข็ง. ดอกเพศเมีย ออกลำพังๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวโดยประมาณ 5 มม. เกลี้ยง กลีบรองกลีบดอก รวมทั้งกลีบดอกเสมือนดอกเพศผู้ สมุนไพร แต่ใหญ่มากยิ่งกว่า เกสรผู้ฝ่อมี 4-12 อัน สะอาด รังไข่กลม หมดจด ด้านในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 4 หลอด หมดจด. ผล กลม หรือ ป้อมๆเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-3 เซนติเมตร แห้งเมื่อแก่จัด หมดจด รวมทั้งออกจะเปราะ กลีบจุกผลมี 4 กลีบ รูปไข่ปนรูปขอบขนาน ไม่ติดกัน เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนนุ่ม 2 ด้าน กลีบบางทีอาจชี้ในแนวระดับ หรือ พับกลับ ขอบเป็นคลื่น พื้นกลีบเรียบ ไม่มีเส้นลาย; ก้านผลยาว 5-7 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบแล้ง เขาหินปูน แล้วก็ป่าเหล่าทั่วไป เหนือระดับน้ำทะเล 10-600 ม.
คุณประโยชน์ : ราก มีรสเฝื่อนฝาด เค็มกร่อย และก็เบื่อเมา เชื้อเชิญให้อาเจียน ใช้เป็นยาขับพยาธิ ผล เป็นพิษ ตำรวมกับใบใช้เบื่อปลา

หน้า: [1] 2 3 ... 14