แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - NOH1122

หน้า: [1] 2 3 ... 23
1

รากสามสิบ
รากสามสิบ ชื่อสามัญ Shatavari8
รากสามสิบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Asparagus racemosus Willd. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Protasparagus racemosus (Willd.) Oberm.) จัดอยู่ในตระกูลหน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ASPARAGOIDEAE4
สมุนไพรรากสามสิบ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สามร้อยราก (จังหวัดกาญจนบุรี), ผักหนาม (นครราชสีมา), ผักชีช้าง (หนองคาย), จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ), เตอสีเบาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), พอควายเมะ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), ชีช้าง, ผักชีช้าง, จั่นดิน, ม้าสามต๋อน, สามสิบ, ว่านรากสามสิบ, ว่านสามสิบ, ว่านสามร้อยราก, สามร้อยผัว, สาวร้อยผัว, ศตาวรี เป็นต้น
ลักษณะของรากสามสิบ
ต้นรากสามสิบ จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่นด้วยหนาม (หนามเปลี่ยนแปลงมาจากใบเกล็ดรอบๆข้อ) สามารถเลื้อยปีนต้นไม้อื่นขึ้นไปได้สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกแขนงเป็นเถาห่างๆลำต้นเป็นสีเขียวหรือสีขาวปนเหลือง เถามีขนาดเล็กเรียว กลม เรียบ ลื่น รวมทั้งเป็นเงา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-5 มม. เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม หนามมีลักษณะโค้งกลับ ยาวโดยประมาณ 1-4 มม. บริเวณข้อมีกิ่งแตกแขนงแบบรอบข้อ และก็กิ่งนี้จะกลายเป็นสีเขียวลักษณะแบนเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม กว้างราว 0.5-1 มม. และก็ยาวราว 0.5-2.5 มม. ปฏิบัติหน้าที่แทนใบ มีเหง้าและรากอยู่ใต้ดิน ออกเป็นกลุ่มคล้ายกระสวย ลักษณะของรากออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย ลักษณะอวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว มีขนาดโตกว่าเถามาก มีเขตผู้กระทำระจายจำพวกในประเทศไทย ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ชวา จีน มาเลเซีย และก็ประเทศออสเตรเลีย พบขึ้นตามป่าในเขตร้อนชื้น ป่าเขตร้อนแห้ง ป่าผลัดใบ ป่าโปร่งหรือตามเขาหินปูน
ต้นรากสามสิบ
สามร้อยราก
ใบรากสามสิบ ใบเป็นใบลำพัง แข็ง ออกรอบข้อเป็นฝอยๆเล็กเหมือนหางกระรอก หรือออกเรียงสลับเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ ใบเป็นสีเขียวดก รูปแบบของใบเป็นรูปเข็มขนาดเล็ก ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1 มม. และก็ยาวโดยประมาณ 10-36 มิลลิเมตร แผ่นมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน มีหนามที่ซอกกระจุกใบ ก้านใบยาวราว 13-20 เซนติเมตร
ใบรากสามสิบ
ดอกรากสามสิบ มีดอกเป็นช่อกระจะ ยาวราวๆ 2-4 ซม. โดยจะออกที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบแล้วก็ข้อเถา ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ดอกเป็นสีขาวแล้วก็มีกลิ่นหอมหวน มีราวๆ 12-17 ดอก ก้านดอกย่อยยาวโดยประมาณ 2 มิลลิเมตร มีกลีบรวม 6 กลีบ แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ และวงในอีก 3 กลีบ กลีบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลีบมน ขอบเรียบ กลีบกว้างราวๆ 0.5-1 มม. และก็ยาวราว 2.5-3.5 มม. กลีบมีลักษณะบางและก็ย่น โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปดอกเข็มยาวราว 2-3 มิลลิเมตร ส่วนปลายแยกเป็นแฉก ดอกมีเกสรผู้เชื่อมและอยู่ตรงข้ามกับกลีบรวม เป็นเส้นเล็ก 6 อัน ก้านชูอับเรณูเป็นสีขาว อับเรณูเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่เป็นรูปไข่กลับ อยู่เหนือวงกลีบ ยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากกว่า ส่วนก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉกขนาดเล็ก โดยจะออกดอกในช่วงโดยประมาณม.ย.ถึงมิถานายน1,2,4,5
ดอกรากสามสิบ
ผลรากสามสิบ รูปแบบของผลเป็นทรงค่อนข้างกลม หรือเป็นพู 3 พู ผิวผลเรียบวาว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-6 มม. ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะกลายเป็นสีแดงหรือสีม่วงแดง ภายในผลมีเม็ดโดยประมาณ 2-6 เม็ด เม็ดเป็นสีดำ เปลือกหุ้มมีลักษณะแข็งแต่ว่าเปราะ ออกผลในช่วงโดยประมาณเดือนเมษายนถึงก.ค.1,8
ผลรากสามสิบ
เมล็ดรากสามสิบ

คุณประโยชน์ของรากสามสิบ
รากสามสิบมีรสเฝื่อนเย็น มีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงกำลัง ใช้เป็นยาชูกำลัง (ราก)
ตำรายาไทยจะใช้รากเป็นยาแก้กษัย (ราก)
ในประเทศประเทศอินเดียจะใช้รากเป็นยากระตุ้นประสาท (ราก)
รากใช้ผสมกับเหง้าขิงป่ารวมทั้งต้นจันทน์แดง ผสมกับสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาลดระดับความดันเลือดรวมทั้งลดไขมันในเลือด (ราก)
รากสามสิบมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นหลักการทำงานของตับอ่อนให้เพิ่มการหลั่งสาร insulin (ราก)
ต้นหรือรากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษาโรคคอพอก (ราก, ทั้งต้น)
ผลมีรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อเป็นยาดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง (ผล)
รากมีรสฝาดเย็น ใช้กินเป็นยาแก้พิษร้อนในหิวน้ำ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ (ราก)
ช่วยขับเสลด4 แก้การติดเชื้อที่หลอดลม (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาช่วยขับลม และก็ช่วยลดกรดในกระเพาะ (ราก)
ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับไส้ แก้อาการอาหารไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะ โรคกระเพาะ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องร่วง แก้บิด (ราก)
ใบมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ใบ)
ตำรายาสมุนไพรพื้นบ้านของจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ขัดค่อย ขับฉี่ ช่วยหล่อลื่นแล้วก็กระตุ้น (ราก)
ช่วยรักษาอาการประจำเดือนไม่ดีเหมือนปกติของสตรี (ราก)
ทั้งยังต้นหรือรากนำมาต้มกับน้ำเป็นยาแก้ตกเลือด (ราก, อีกทั้งต้น)
ในอินเดียจะใช้รากสามสิบเป็นยากระตุ้นสมรรถนะทางเพศทั้งยังชายและก็หญิง คนทางภาคเหนือบ้านเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับเพศชาย รับประทานแล้วกระปรี้กระเปร่าเหมือนม้า 3 ตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนหมอยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยสามี” พูดอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ อายุเท่าไรก็ยังมองสาวเสมอ แต่ว่าไม่ใช่กินแล้วจะสามารถมีสามีได้เป็นร้อยคน ในแบบเรียนอายุรเวทจะใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเพื่อการบำรุงสตรี ทำให้กลับมาเป็นสาว ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นภาวะระดูแตกต่างจากปกติ ภาวะหมดประจำเดือน ปวดระดู ตกขาว มีลูกยาก หมดอารมณ์ทางเพศ ช่วยบำรุงท้อง บำรุงนม คุ้มครองปกป้องการแท้ง ฯลฯ ส่วนวิธีการใช้ก็ให้นำรากมาต้มรับประทาน หรือนำรากมาตากแห้งแล้วบดเป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง นอกนั้นยังใช้กระตุ้นนมในวัวนมได้อีกด้วย (ราก)
ใช้เป็นยาบำรุงตับและปอดให้กำเนิดกำลังเป็นปกติ แก้ตับและปอดทุพพลภาพ (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้พิษจากแมลงป่องกัดต่อย (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้ลักษณะของการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน (ราก)
ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง (ราก)
รากใช้กินเป็นยาแก้อาการปวดปวดเมื่อย ครั่นตัว (ราก)
ช่วยแก้อาการปวดข้อและก็คอ (ราก)
ใบมีคุณประโยชน์ช่วยขับนม ช่วยให้เจริญอาหาร (ใบ)
รากใช้เป็นยาบำรุงทารกในครรภ์ บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกายหลังการคลอดลูกของสตรี (ราก)
ใน “พระหนังสือคุณประโยชน์ (แลมหาพิกัด)” ได้กล่าวถึงสรรพคุณของรากสามสิบไว้ว่า “ผักหวานเพศผู้มีรสหวาน แก้กำเดา แก้ดวงตาโรค รากสามสิบทั้ง 2 มีคุณยิ่งกว่าผักหวาน” กำเดาหรือไข้กำเดา มีอยู่ 2 ประเภท อย่างแรกหมายถึงตัวร้อน ไม่อยากกินอาหาร ปวดหัว และอีกอย่างหนึ่งเป็นมีลักษณะอาการรุนแรงมากยิ่งกว่า มีเม็ดผุดขึ้นตามร่างกาย มีลักษณะคัน ไอ มีเสมหะ และมีเลือดออกทางปากรวมทั้งจมูก (ราก)
ส่วนในหนังสือ “พระตำราเวชศาสตร์ช่วยเหลือ” ได้เอ๋ยถึงตำรับยารักษาคนธาตุหย่อนยาน อันมีตัวยารากสามสิบรวมอยู่ด้วยร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆอีกหลายประเภท โดยระบุว่ามีคุณประโยชน์ (ที่ค่อนจะเข้าใจยาก) ว่าช่วยกันจำเริญชีวิตให้เกิดกำลัง ให้บำรุงธาตุไฟ ให้เจริญอินทรีย์แต่ละอย่าง มีกำลังมากแตกต่างกัน กินเข้าไปแล้วหาโทษไม่ได้ ใช้ได้ทั้งยังเด็ก คนแก่ คนมีกำลัง คนผอม คนไม่มีกำลัง คนธาตุหย่อน ให้ประกอบยานี้กันเหอะ อนึ่ง กินแล้วให้เกิดขึ้นบุตร ให้อกตอแค่นเดือนงทั้ง 4 มีกำลัง ถึงกระหักก็ดีแล้ว แพทย์ก็เชื่อถือรักษาโดยใช้ยานี้เหอะ (ราก)
อีกตำรับหนึ่งเป็นยาแก้โรคผอมบาง แก้หอบหืด แก้ปิดตะ แล้วก็แก้โรคลมต่างๆจะมีสมุนไพรอยู่ด้วยกัน 20 อย่างและก็รากสามสิบ (ราก)
ใน “พระตำราวรโยคสาร” ตำรับยา “วะระที่นาทิภาควิชา” เป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยรากไม้ 17 อย่าง และก็รากสามสิบ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ใช้แก้อันตะวิทราโรค หรือโรคที่มีอาการทิ่มแทงในลำไส้ใหญ่ ใช้เป็นยาแก้มันทาคินี แก้เสลด แก้ระอุลุมโรคหายแล แล้วก็ยังมีตำรับยาอีกอย่างก็คือ ตำรับยาแก้เสมหะ ที่มีสมุนไพรรวมอยู่ด้วย 16 อย่าง และรากสามสิบ (ราก)
ตำรับยาบำรุงท้อง แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ ประกอบไปด้วยสมุนไพร 13 ประเภท ได้แก่ รากสามสิบ แก่นสน กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปลือกสมุลแว้ง เทียน 5 บัวน้ำอีกทั้ง 5 โกฐ 5 จันทน์อีกทั้ง 4 แล้วก็เทวดาทาโร (ใช้อย่างละเท่ากัน) นำทั้งผองมาใส่ในหม้อเคลือบหรือหม้อดิน เติมน้ำลงไปให้ท่วมยาสูงราว 6-7 ซม. แช่ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วนำขึ้นตั้งด้วยไฟอ่อนๆต้มต้มประมาณ 30 นาที น้ำยาเดือดและก็มีกลิ่นหอมยวนใจจึงชูลงจากเตา ใช้ดื่มก่อนอาหารเช้ารวมทั้งเย็น วันละ 2 เวลา เป็นยาบำรุงครรภ์อย่างดี (ราก)
นอกเหนือจากนั้นยังมีสรรพคุณของรากสามสิบตามเว็บไซต์ต่างๆนอกจากที่กล่าวมา สมุนไพรชนิดนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยสร้างสมดุลให้แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง แก้วัยทอง เพิ่มขนาดทรวงอกและบั้นท้าย ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดอักเสบ กำจัดกลิ่นในช่องคลอด ช่วยกระชับช่องคลอด ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับรูปร่าง ลดไขมันส่วนเกิน บำรุงโลหิต บำรุงผิวพรรณ ลดสิว ลดฝ้า ทำให้ผิวขาวใส ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก ช่วยสร้างเสริมแล้วก็ปรับปรุงความจำแล้วก็ปัญญา (ไม่มีอ้างอิง)
ขนาดรวมทั้งวิธีใช้ : การใช้รากตาม ให้ใช้รากราวๆ 90-100 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละครั้งในช่วงเช้า
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของรากสามสิบ
สารสำคัญที่เจอ ดังเช่นว่า asparagamine, cetanoate, daucostirol, sarsasapogenin, shatavarin, racemosol, rutin
สมุนไพรรากสามสิบมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านทานเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้ลักษณะของการปวด คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันเลือดสูง ขับน้ำนม มีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะ ยับยั้งพิษต่อตับ
สารสำคัญที่เจอในรากคือสาร steroidal saponins ซึ่งเป็นสารที่ปฏิบัติหน้าที่เอาอย่างฮอร์โมนเพศ จึงน่าจะมีหน้าที่สำหรับการรักษาอาการที่เกิดขึ้นในตอนวัยหมดระดูของสตรี รวมไปถึงการช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคหัวใจและเส้นโลหิตรวมถึงโรคกระดูกพรุน
จากการศึกษาเล่าเรียน
ในหนูแรทโดยใช้สารสกัดจากรากด้วยเอทานอล แบ่งเป็น 2 ช่วงเป็นตอนเฉียบพลันแล้วก็ตอนยาวต่อเนื่อง โดยการศึกษาเล่าเรียนในช่วงเฉียบพลันป้อนสารสกัดเอทานอลจากรากสามสิบในขนาด 1.25 กรัมต่อกก. ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นเบาหวาน หนูแรทที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 และก็จำพวกที่ 2 พบว่าไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ช่วยทำให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของกลูโคส ในนาทีที่ 30 ดียิ่งขึ้น ส่วนการศึกษาเล่าเรียนตอนยาวตลอดวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แล้วก็เพิ่มระดับของอินซูลิน 30%เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน และเพิ่มไกลวัวเจนที่ตับ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม จึงสรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการขัดขวางการย่อยและการดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และก็เพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งน่าจะมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการนำไปใช้รักษาผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้9
จากการทดลองทางคลินิกหมายถึงการใช้รักษาโรคกระเพาะในคนจริงๆโดยการรับประทานผงแห้งของราก พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับในการรักษาแผลที่กระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็ก จากการที่กรดเกิน
เมื่อปี คริสต์ศักราช1997 ที่ประเทศอินได้ทำการทดลองใช้รากสามสิบกับผู้ป่วยความดันเลือดสูงจำพวก mild hypertension โดยทดลองเปรียบเทียบกับยาลดระดับความดัน (Propranolol) ใช้ระยะเวลาทำทดลองนาน 3 เดือน ผลการทดลองพบว่า ผู้เจ็บป่วยมีความดันเลือดต่ำลง < 90 mm.Hg. รวมทั้งลดไขมันได้ผลดี

  • K. Mitra และก็แผนก (คริสต์ศักราช1996) ที่อินเดียได้ทำทดสอบการใช้สารสกัดจากรากสามสิบกับหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นด้วย Streptozotocin ผลของการทดสอบพบว่า สารสกัดดังที่กล่าวถึงแล้วสามารถกระตุ้นตับอ่อนของหนูให้เพิ่มการหลักhttp://www.disthai.com/


    Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

2


ราชพฤกษ์

คูน ประโยชน์และก็คุณประโยชน์ของคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
เรื่องราวดอกราชพฤกษ์
           ต้น[url=http://market2hands.com/go.php?http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นบ้านของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย ประเทศพม่า และก็ศรีลังกา โดยนิยมนำมาปลูกกันมากในเขตร้อน สามารถเจริญวัยเจริญในที่โล่ง และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ก็ยังไม่ได้ผลสรุปชัดเจน จนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 ต.ค. พ.ศ. 2544
ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะ ต้นราชพฤกษ์ มีดอกสีเหลืองชูช่อ ดูสง่างาม ทั้งยังยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" และก็มีการลงชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ ยอดเยี่ยมใน 3 เครื่องหมายประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เหตุเพราะฯลฯไม้ประจำถิ่นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แล้วก็มีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับขนบธรรมเนียมหลักๆในไทยและก็เป็นต้นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่นิยมนำมาปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังคงใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองอร่าม พุ่มงามเต็มต้น เทียบเป็นเครื่องหมายที่ศาสนาพุทธ
  • แก่ยืนนาน และทนทาน


คูน หรือ ราชพฤกษ์ (Golden Shower, Indian Laburnum) เป็นพืชสมุนไพรพวกยืนต้นขนาดกึ่งกลางถึงกับขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเรียกตามแคว้นต่างๆตัวอย่างเช่น ภาคเหนือเรียก ราชพฤกษ์, ต้นลมแล้ง หรือชัยพฤกษ์ ส่วนปัตตานีเรียก ลักเคย หรือลักเกลือ แล้วก็กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรีเรียก กุเพยะ เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรประจำถิ่นของเอเชียใต้ไปจนถึงประเทศอินเดีย ศรีลังกา รวมทั้งประเทศพม่า และก็คูนหรือราชพฤกษ์นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทยอีกด้วย
————– advertisements ————–
การรักษา
           แสงสว่าง : อยากได้แสงอาทิตย์จัด หรือที่โล่งแจ้ง รวมทั้งเจริญเติบโตได้ดีในเป็นพิเศษ
           น้ำ : ถูกใจน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพอากาศร้อนได้ดิบได้ดี
           ดิน : สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยมูลสัตว์ ในอัตรา 2-3 โลต่อต้น รวมทั้งควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
การขยายพันธุ์
           วิธีเพาะพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยม คือ การเพาะเม็ด โดยใช้เม็ดสดๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แม้กระนั้นจะต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เนื่องจากว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ แล้วหลังจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ผ่านวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือจำนวนพอหล่อเลี้ยงเมล็ดได้ แล้วหลังจากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะพบรากแตกหน่อ แล้วก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อถือเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นพืชที่มีความมงคล ที่ควรปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็หากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยให้มีเกียรติตำแหน่ง ศักดิ์ศรี และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยศาสตร์ โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เพราะว่าเป็นไม้มงคลนาม
ลักษณะทั่วไปของคูน
สำหรับต้นคูนนั้นจัดว่าเป็นต้นไม้ขนาดกึ่งกลาง โดยลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา มักขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในดินที่สามารถระบายน้ำเจริญ ส่วนใบจะมีสีเขียววาว โคนมน เนื้อใบหมดจดแล้วก็บาง ดอกจะออกเป็นช่อ มีกลีบทรงไข่กลับอยู่ 5 กลีบ และก็เห็นเส้นกลีบแจ่มชัด ฝักอ่อนมีสีเขียวแล้วก็จะเป็นสีดำเมื่อแก่จัด และก็ในฝักจะมีผนังเยื่อบางๆกั้นเป็นช่องๆอยู่ตามแนวขวางของฝัก และด้านในช่องพวกนี้จะมีเม็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
คุณประโยชน์และก็คุณประโยชน์ของคูน
ใบ – ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเชื้อโรคต่างๆช่วยระบายท้อง สามารถใช้พอกแก้อาการปวดข้อ หรือแก้ลมตามข้อ แล้วก็ช่วยแก้โรคอัมพาตของกล้ามเนื้อบนบริเวณใบหน้า หรือนำไปต้มกินแก้เส้นพิการ และโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ให้รสเมา
ดอกราชพฤกษ์ – ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ แก้พรรดึก (ท้องผูก) และโรคกระเพาะอาหาร รวมทั้งแผลเรื้อรัง ให้รสขมเปรี้ยว
ราก – ช่วยในการทำลายเชื้อคุดทะราด ระบายพิษไข้ แก้กลากหรือเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึมหนักบริเวณศีรษะ และก็ช่วยถ่ายสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนออกมาจากร่างกาย แก้อาการหายใจขัด ทำให้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยหน้าอก แก้อาการไข้ ไปจนถึงรักษาโรคหัวใจ ถุงน้ำดี มีฤทธิ์ถ่ายแรงกว่าเนื้อในฝัก สามารถใช้ได้กับเด็กหรือสตรีตั้งครรภ์ ไม่เป็นผลใกล้กันใดๆก็ตามให้รสเมา
แก่น – ช่วยในการขับพยาธิไส้เดือน ให้รสเมา
กระพี้ – ช่วยแก้โรครำมะนาด ให้รสเมา
เนื้อในฝัก – ใช้พอกเพื่อช่วยแก้อาการปวดข้อ แก้ต้นตานขโมย ปรับปรุงแก้ไขมาลาเรีย แก้บิด ถ่ายพยาธิ หรือคนที่มีลักษณะท้องผูกเรื้อรัง รวมถึงถ่ายเสมะและแก้พรรดึก (ท้องผูก) ไปจนถึงระบายพิษไข้ สามารถใช้ได้ในเด็กแล้วก็สตรีตั้งท้อง ไปจนถึงเป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนหรือไข้ท้อง ให้รสหวานเบื่อ
เปลือกฝัก – ทำให้แท้งลูก ทำให้คลื่นไส้ และก็ขับเกลื่อนกลาดที่ค้างอยู่ออกมา ให้รสฝาดเมา
เม็ด – ทำให้อาเจียน ให้รสฝาดเมา
เปลือกต้น – ช่วยแก้อาการท้องเดิน ใช้ฝนผสมกับหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ และก็น้ำตาล รับประทานเพื่อให้เกิดลมเบ่ง ให้รสฝาดเมา
เปลือกราก – ช่วยแก้ไข้ไข้จับสั่น และระบายพิษไข้ ให้รสฝาด
ดอกคูน หรือ ดอกราชพฤกษ์
ต้นคูนมักนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนแล้วก็กึ่งเขตร้อน สามารถเจริญวัยได้ดีใน รวมทั้งปลูกได้ง่ายในดินซึ่งร่วนซุย ดินร่วนคละเคล้าทราย หรือดินร่วนเหนียว รวมถึงยังทนต่อลักษณะอากาศแห้งและก็ดินเค็มได้ดี แต่หากอากาศหนาวจัดอาจจะก่อให้ติดเชื้อโรคราหรือโรคใบจุดได้http://www.disthai.com/

3

เห็ดหลินจือ
สปอร์เห็ดหลินจือแดง-ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของเห็ดหลินจือ
เมื่อ ค.ศ 2005 บริษัทของเรามีจุดเริ่มต้นขึ้นจากความจำเป็นหาสมุนไพรคุณภาพสูงจากในหลายประเทศ จวบจนกระทั่งพวกเราเจอรวมทั้งมีส่วนร่วมกับบริษัทยยาของรัฐบาลจีน รวมทั้งได้ นำเข้าสปอร์เห็ดหลินจือประสิทธิภาพสูงหลังจากนั้นเป็นต้นมา
นับ 10 กว่าปี ที่เราเป็นผู้บุกเบิก แล้วก็เป็นผู้นำในด้านสปอร์เห็ดหลินจือแดงคุณภาพสูง คุณภาพเป็นหัวใจสำคุณของพวกเรา สปอร์เห็ดหลินจือของเรา จะถูกคัดสรรอย่างยอดเยี่ยมก่อนถึงมือบริโภค เห็ดหลินจือแดงที่เรานำเข้ามา ถูกเพาะด้วยวิธีประณีตบรรจง ทำให้จับตัวได้ดอกเห็ดที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งกว่า
พวกเราใส่ใจและก็ตรวจทานคุณภาพในทุกกรรมวิธีการผลิตอย่างใกล้ชิด แล้วก็ด้วยแนวทางการผลิตที่ดูแลอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราได้รับการรับรองมาตฐาน GMP (GOOD Manufacturing Practice) ทุกล็อตที่เราผลิตออกมา จะได้รับการตรวจคุณภาพจากห้องแล็ปในโรงหมอ
เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่านผู้ที่กำลังหาสินค้าเห็ดหลินจือมากิน
งานวิจัยยืนยันว่าการกินสปอร์เห็ดหลินจือจะได้ประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งกว่าการทานดอก เพราะว่าสปอร์มีสารออกฤทธิ์สำคัญมากกว่ารวมทั้งสปอร์ที่ถูกกระเทาะนั้น เปลือกหุ้มจะต่อต้านโรคมะเร็ง รวมทั้งเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีมากยิ่งกว่า เทียบกับแบบมิได้กระเทาะเปลือก
ที่พลาดไม่ได้ที่สุดเป็น.....
ท่านๆสามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆโดยปลอดภัยใด อีกกด้วย เห็ดหลินจือมีมากว่า 100 สายพันธุ์แต่สายพันธุ์ที่มีสรรพคุณทางยาเหมาะสมที่สุดเป็นเห็ดหลินจือแดง เพราะสายพันธุ์นี้จะมีสารออกฤทธิ์กรุ๊ป Polysaccharide อยู่เป็นอย่างมากที่สุด
ส่วนท่านที่กำลังเลือกซื้อเห็ดหลินจือออกมาขายในท้องตลาดแบบอย่างต่างๆล้นหลาม อีกทั้งในรูปแบบดอกอบแห้ง แคปซูล น้ำเห็ดหลินจือ กาแฟเห็ดหลินจืออื่นๆอีกเยอะมาก
ด้วยเหตุนี้การจะเลือกซื้อเห็ดหลินจือให้ได้แบบที่มีคุณภาพดี จะต้อง......
มองตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ว่าตัวเห็ดหลินจือนั้นได้รับการเลี้ยงที่สมควรหรือปล่าว ด้วยเหตุว่าการควบคุมอณหภูมิ ความชุ่มชื้น สารอาหาร รวมทั้งกรรมวิธีการแปลรูปล้วนส่งผลต่อจำนวนสาระสำคัญในตัวเห็ดหลินจือ บรรจุภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องมาจากเห็ดหลินจือจะขึ้นราได้ง่ายเมื่อโดนความชื้อ ด้วยเหตุนั้นตัวบรรจุภัณฑ์จะต้องเลือกเป็นขวดที่กันความชื้อได้ดิบได้ดีอีกด้วย
เห็ดหลินจือกับประโยชน์ต่อสุขภาพ
เห็ดหลินจือ (Lingzihi หรือ  REISHI)มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กาโนเดอร์ มา ลูซิดัม (Ganoderma Lucidum) เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ มีสีเข้มมีผิวแวววาว มีลักษณะเหมือนไม้ รวมทั้งมีรสขม มีประวัตศาสตร์ช้านานสำหรับเพื่อการใช้เห็ดหลินจือ เพื่อรักษาหรือบำรุงสุขภาพในประเทศแถบเอเซีย โดย เฉพาะเมืองจีนและก็ประเทศญี่ปุ่น เนื่องด้วยเชื่อว่าสารประกอบข้างในเหลืดหลินจือมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ
ในเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่อาจเกิดผลดีต่อสุขภาพมากไม่น้อยเลยทีเดียว พวกเส้นใยต่างๆโปรตีนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่บางชนิด เชเนแคลเซียม โพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัสแมกนีเซียม เซเลเนียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มองแดง สารโมเลกุลชีวภาพที่สำคัญ เย่างสเตียรอยด์(Steroids) เทอร์ป่ายปีนอยด์ (Terpenoide) นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ไกลวัวโปรตีน (Glycoproteins)พอลิแซ็กคาไรค์ (Polrsacchayides) และก็สารอนุพันธ์อื่นๆโดยเฉพาะกรดอะมิโนไลซีน (Lysine) รวมทั้งลิวซีน (Leucine)ด้วยเหตุดังกล่าว มีบางบุคคลหรือในบางวัฒนธรรมนำเห็ดหลินจือมาทำครัวและดัดแปลงเพื่อการบริโภคอย่างมากมาย นักวิทยาศาสตร์ก็เลยมีความสนใจและก็นำเห็ดหลินจือมาทดสอบหาประสิทธิผลทางการรักษาและก็การบำรุงสุขภาพ เพื่อพิสูจน์ว่าเห็ดชนิดนี้มีสาระต่อร่างกายของมนุษย์ใช่หรือไม่

เห็ดหลินมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่อาจเป็นไปได้ใช่หรือ?
แม้มีการค้นคว้าทดลองมากมายเกี่ยวกับคุณลักษณะและก็คุณค่าที่อาจเป็นไปได้ของเห็ดหลินจือ
แต่ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อรับรองด้านวิทยาศาสตร์รวมทั้งการแพทย์ที่แจ้งชัดถึงคุณสมบัติแล้วก็คุณประโยชน์ที่บางทีอาจเป็นได้ของเห็ดหลินจือแต่ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่แจ่มแจ้งถึงคุณสมบัติรวมทั้งประสิทธิผลด้านใดๆด้วยเหตุนั้น ผู้ซื้อควรศึกษาค้นคว้าข้อมูลของเห็ดหลินจือ ปริมาณรวมทั้งกรรมวิธีการบริโภคที่เหมาะสม แล้วก็ความจำกัดต่างๆและก็ต้นสายปลายเหตุทางสุขภาพของตนเองให้ดีก่อนที่จะมีการบริโภค
ตัวอย่างงานค้นคว้าวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับเห็ดหลินจือที่อาจมีผลต่อร่างกาย
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
งานวิจัยหนึ่งได้ทดลองหาประสิทธิผลและความปลอดภัยของการบริโภคอาหารเสริมเห็ดหลืนจือในคนเจ็บ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำนวน 32 ราย  ผลเป็น เห็ดหลินจืออาจมีคุณประโยชน์ในด้านการยับยั้งลักษณะของการปวด ไม่เป็นอันตรายต่อการกินไปสู่ร่างกายและไม่มีผลใกล้กัน แม้กระนั้น กลับไม่ปรากฏผลที่มีความนัยสำคัญสำหรับในการต้านปฎิกิริยาออกซิเดชัน การต้านการอักเสบ หรือผลการปรับระบบภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด
เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
มีการทดลองที่ทดสอบคุณภาพของเห็ดหลินจือในด้านการเพิ่มสรรถยนต์ภาพของร่างกาย โดยได้ ทดสอบในคนไข้โรคปวดกล้ามไฟโปรไมอัลเจีย (Fibromyalgia)ผู้หญิงปริมาณ 64 ราย ตลอดเวลาการทดลอง 6 อาทิตย์ คนไข้บริโภคเห็ดหลินจือจำนวน 6 กรัม/วัน ต่อจากนั้นจึงทดสอบสมรรถภาพร่างกายของคนป่วย ผลของการทดสอบและก็กำหนดแผนการรักษาคนป่วยโรคนี้ต่อไป แม้กระนั้นยังคงขาดหลักฐานช่วยเหลือที่ชัดเจน ควรต้องมีการทำการวิจัยในด้าน เพื่อหาหลักฐานและเครื่องพิสูจน์ที่แนชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อไป
ต้านการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน รวมทั้งคุ้มครองปกป้องการทำลายเซลล์ตับ
จากการทดลองหาความสามารถของสารตรีเทอร์พีนอยด์ (Trirpenoids)รวมทั้งโพลีแซ็กคาไรด์(Polysaccharide)ในเห็ดหลินจือในด้านการต้านการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน และการป้องกันการทำลายเซลล์ตับในกรุ๊ปผู้ทดลองที่มีสุขภาพดี 42 คน ผลลัพธ์คราวแสดงถึงความสามารถของเห็ดหลินจือสำหรับในการช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ และก็ยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของตับ
อย่างไรก็ตาม หากแม้เห็ดหลินจืออาจช่วยต่อต้านปริกิรริยาขบวนการออกซิเดชันได้ แต่ว่าการทดสอบดังกล่าวเป็นเพียงแค่การวิจัยขนาดเล็ก ควรศึกษาค้นคว้าต่อไปเพื่อหาหลักฐานและข้อพสจน์ที่กระจ่างแจ้งที่แจ้งชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ http://www.disthai.com/

4

บุก
บุก มีสรรพคุณ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นโลหิต รักษาโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีประจำเดือนมาผิดปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้รวมทั้งน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาพารา แก้ฟกช้ำ ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดูของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
บุก มีชื่อสามัญว่า Konjac อ่านออกเสียงว่า คอน-จัค มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus konjac K.Koch ชื่อเรียกอื่นๆของบุก ดังเช่น บุกระอุงคก เบีย เบือ มันซูรัน หัวบุก บุกคางคก บุกหนาม บุกหลวง หมอ ยวี จวี๋ ยั่ว แพทย์ยื่อ ฯลฯ
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์ของต้นบุก
ต้นบุก นับว่าเป็น ไม้ล้มลุกชนิกหนึ่ง เป็นไม้เนื้ออ่อน ลักษณะของลำต้นเจ้าเนื้อแล้วก็มีสีเขียวเข้ม ใบบุกเป็นใบคนเดียว ซึ่งใบของบุกจะแตกใบที่ยอดและใบแผ่ขึ้นเสมือนร่มกาง ดอกของบุกจะมีสีเหลือง จะบานในช่วงเย็น มีกลิ่นแรง ลักษณะเหมือนดอกหน้าวัว
ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นราว 50-150 ซม. หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ รูปแบบของหัวเป็นรูปค่อนข้างจะกลมแบนเล็กน้อย หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 ซม. ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นและก็กิ่งมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายแต้มสีขาวปนเปอยู่
ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขน มีใบย่อยเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีปริมาณยาวโดยประมาณ 15-20 เซนติเมตร
ดอกบุก มีดอกเป็นดอกผู้เดียว ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวประมาณ 30 เซนติเมตร สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม
คุณประโยชน์ของบุก
สำหรับคุณประโยชน์ของบุก พวกเรานิยมใช่ประโยน์ทางยาของบุก จาก หัว รากแล้วก็เนื้อของลำต้น เนื้อหา ดังนี้
หัวบุก มีคุณประโยชน์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีเมนส์มาไม่ปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟไหม้แล้วก็น้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้ฟกช้ำ
รากของบุก ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดูของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี

สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับการบริโภคบุก
สำหรับข้อกำหนดสำหรับการกินบุกเป็นหัวบุกจะมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน เป็นพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ และระบบทางเดินอาหาร ฉะนั้น ในฝูงชนที่ ม้าม ตับ แล้วก็ระบบทางเดินอาหาร ไม่ดี ควรจะหลบหลีกกิน และไม่กินมากจนเกินไป ซึงข้อควรตรึกตรองในการบริโภคบุก มีเนื้อหาดังนี้
ในเนื้อหัวบุกป่าจะมีผลึกของแคลเซียมออกซาเลท (Calcium oxalate) เยอะๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการคัน ส่วนเหง้าและก้านใบถ้าปรุงไม่ดีแล้วรับประทานเข้าไปจะทำให้ลิ้นพองและก็คันปากได้
ก่อนนำมารับประทานจะต้องกำจัดพิษออกก่อน และไม่กินกากยาหรือยาสด
แนวทางการกำจัดพิษจากหัวบุก ให้นำหัวบุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆตำพอเพียงแหลก คั้นเอาน้ำออกพักไว้ นำกากที่ได้ไปต้มน้ำ แล้วคั้นมัวแต่น้ำ นำไปผสมกับน้ำที่คั้นคราวแรก แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปต้มกับน้ำปูนใสเพื่อพิษหมดไป เมื่อเดือดก็พักไว้ให้เย็น จะจับตัวกันเป็นก้อน ก็เลยสามารถใช้ก้อนดังที่กล่าวมาข้างต้นสำหรับการประกอบอาหารหรือนำไปตากแห้งเพื่อใช้เป็นยาได้ถ้าเกิดอาการเป็นพิษจากการรับประทานบุก ให้กินน้ำส้มสายชูหรือชาแก่ แล้วและก็ตามด้วยไข่ขาวสด แล้วให้รีบไปพบหมอ
เนื่องจากวุ้นบุกสามารถขยายตัวได้มาก จึงไม่สมควรบริโภควุ้นบกตอนหลังการกิน แม้กระนั้นให้รับประทานก่อนอาหารไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนการบริโภคของกินที่ผลิตขึ้นมาจากวุ้น เป็นต้นว่า วุ้นก้อนและก็เส้นวุ้น สามารถบริโภคพร้อมของกินหรือหลังอาหารได้ เพราะว่าวุ้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ผ่านวิธีการและได้ขยายตัวมาก่อนแล้ว รวมทั้งการการที่จะขยายตัวหรือขยายตัวได้อีกนั้นก็เลยเป็นไปได้ยาก ส่วนในเรื่องของคุณประโยชน์ทางโภชนาการนั้นพบว่าวุ้นบุกไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เนื่องด้วยไม่มีการเสื่อมสภาพเป็นน้ำตาลในร่างกาย และไม่มีวิตามินและแร่ธาตุ หรือสารอาหารอะไรก็ตามที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเลยกลูวัวแมนแนนมีผลทำให้การดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมันลดน้อยลง ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวมได้ แม้กระนั้นจะไม่มีผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในน้ำ
การกินผงวุ้นบุกในปริมาณมาก อาจจะเป็นผลให้มีลักษณะอาการท้องเดินหรือท้องขึ้น มีลักษณะอาการหิวน้ำมากกว่าเดิม บางบุคคลอาจมีอาการหมดแรงเพราะเหตุว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงได้http://www.disthai.com/

5

ขิง
ข้อดีของสรรพคุณขิง
25 คุณประโยชน์ดีๆของ’’ประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาโรค
1.ขิงสดช่วยลดความเจ็บปวดตามข้อ ลดอาการเมื่อยกล้าม
2.ขิงมีคุณประโยชน์ช่วยสมานแผล ฆ่าเชื้อโรคในแผลได้
3.ขิงช่วยให้สบายท้อง ขับลม แก้ท้องผูก
4.ขิงเป็นสมุนไพรที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียในร่างกาย ช่วยขับเสลด ทำให้หายใจสบาย
5.ขิงช่วยแก้อาการตาลาย หน้ามืด คลื่นไส้ เมารถ เมาเรือ
6.ขิงช่วยเผาผลาญไขมัน แล้วก็เป็นยาระบายอ่อนๆก็เลยแป็นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ขิงช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอลได้
7.ขิงช่วยทำนุบำรุงหัวใจ เหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจ
8.ขิงช่วยแก้โรคผื่นคัน แก้แพ้เกสรดอกไม้ และก็อาหารทะเลได้
9.คุณประโยช์จากเนื้อขิงสดๆทำมาทาแก้ผื่นคัน แก้แมลงกัดต่อยได้
10.ขิงช่วยบำรุงสายตา ปกป้องโรคตาแดง อาการน้ำในตามาก ตาฝ้าฟาง
11.ขิงเป็นสมุนไพรดับกลิ่น ช่วยลดกลิ่นเต่า
12.ขิงมีสรรพคุณแก้ฟันเหลือง ฟันพุ โดยนำขิงสดมาตำให้แหลก คั้นเอาน้ำผสมกับเกลือ น้ำอุ่น คนจนเข้ากัน นำมาอม กลัวปากเป็นประจำ แล้วทดลองสังเกตว่าอาการปวดจะค่อยๆน้อยลง
13.มีสรรพคุณลดกลิ่นปากได้ โดยนำขิงสดมาตำให้แหลก คั้นเอาน้ำผสมกับเกลือ น้ำอุ่น คนให้เข้ากัน นำมาอม กลั้วปากเป็นประจำ ช่วย จัดการกับแบคทีเรียในปาก ลดปัญหากลิ่นปากได้อย่างดี
14.ขิงช่วยทุเลาอาการปวดไมเกรนได้ โดยให้กินน้ำขิงบ่อยๆ แล้วลองสังเกตว่าอาการปวดจะค่อยๆลดน้อยลง
15.ขิงบรรเทาโรคประสาทอาการโรคประสาท การดื่มน้ำขิงจะช่วยลดความขุ่นมันของหัวใจ
16.ขิงช่วยการไหลเวียนของนมคุณแม่ให้ดียิ่งขึ้น ควรจะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรสำหรับเพศหญิงให้นมบุตรอย่างดีเยี่ยม
17.ขิงช่วยบำบัดรักษาผู้ติดสิ่งเสพติดได้ โดยคุณประโยชน์ของขิงมีส่วนช่วยลดความต้องการเสพสารเสพติด
18.ประโยชน์ของขิงช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง จากการศึกษาเรียนรู้วิจัยพบว่าสาระสำคัญในขิงช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์ของมะเร็งได้เป็นอย่างดี
19.ขิงช่วยควมคุมความดันเลือดได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันสูง และก็ ความดันต่อ ควรฝานขิงสดมาต้มกับน้า ดื่มเสมอๆ จะช่วยควบคุมความดันให้ปกติ
20.สรรพคุณของขิงช่วยผ่อมคลาย ช่วยให้นอนหลับสบาย ก็เลยเหมาะเป็นอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ
21.ขิงช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ โดยช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น กำจัดเซลลูไลท์
22.ใบเละดอกของขิงช่วยแก้อาการขัดฉี่ คุ้มครองปกป้องโรคนิ่วได้
23.ขิงช่วยรักษาอาการมือ เท้าเย็นได้ เพราะว่าขิงมีฤทธิ์ร้อน จึงช่วยทำให้สมดุลภายในร่างกายได้
24.เหง้าขิงช่วยปกป้องการเกิดแผลในกระด้วยเหตุว่าของกินได้
25.ขิงช่วยแก้อึกได้โดยตำขิงสดให้แหลกคั้นเอาน้ำแล้วผสมกับน้ำผึ้ง น้ำอุ่น คนจะกว่าจะเข้ากันดื่มแก้สะอึกได้
การดัดแปลงทางคลินิก
1.บรรรเทาอาการเจียนรุนแรงใช้ขิงสดพอกที่จุดฝังเข็มไก่กวน(เหนือข้อมือใน 2 ชุ่น)ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงถึง  ชั่วโมงอาการจะ
2.บรรเทาอาการแผลในกระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็กส่วนต้น ต้มขิงสดที่ตำอย่างถี่ถ้วนกับน้ำ 300 มล. นาน 30 นาที กินวันละ 3 เวลา ตรงเวลา 2 วัน ในคนเจ็บที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร รวมทั้งลำไส้เล็กส่วนต้น พบว่าลักษณะของการปวดกระเนื่องจากลดน้อยลงหรือหายไป ความรู้สึกแสบท้องเวลาหิว มากท้องผูก หรืออึสีดำ (แปลว่ามีเลือดออก)ปกติ ความอยากอาหาร (พบว่าคนเจ็บพวกนั้นส่วนมากกลับเป็นซ้ำได้อีก ซึ้งอาจจำเป็นต้องรักษาสม่ำเสมอ หรือควบคุมต้นเหตุอื่นๆร่วมด้วยก็เลยจะรักษาหายสนิทได้)
3.รักษาโรคบิด ใช้ขิงสด 75 กรัม น้ำตาลทรายแดงตำเข้าด้วยกัน แบ่งรับประทานเป็น 3 มื้อต่อตำหรับ
4.คุ้มครองรักษาอาการเมารถ เมารือ
-ใช้ขิงสดเป็นแผ่นปิดที่จุดไน่กวน(เหนือข้อมือภายใน 2 ชุ่น(ใช้เหริยญ สตางค์ขนาดพอเหมาะพอควรปิดทับแล้วใช้ปลาสเตอร์หรือยางยืดรัดไว้
-ใช้ขิงสด 25 กรัม ตำละเอียด คั้นเอาเฉพาะน้ำมันดื่ม (ไม่ต้องกินน้ำตาม)
5.รักษาปัสสาวะรดที่นอนในคนป่วยที่มีภาวการณ์หยางพร่อง มีความเย็นภายในร่างกายเป็นเหตุ
ให้ใช้ขิง 30 กรัม(ตำ)ยาลูกสมุนนพงพีฟู่จื่อ 6 กรัม ปู่กู่จื้อ 12 กรัม บดคลุกเคล้าจนเข้ากันขัดในแอ่งสะดือ ใช้ผ้ากอซสะอาดปิดทับแล้วใช้ปลาสเตอร์ปิดให้แน่น
6.รักษาคอไส้อุดกันจากพยาธิตัวกลม
ใช้ ขิง [/b]สด 120 กรัม ตำละเอียด คั้นเอาน้ำขิงผสมกับน้ำผึ้ง 120 กรัม กินครั้งเดียว หรือค่อยๆกินหมดข้างในครึ่งชั่วโมง การทดลองในคนเจ็บ 64 คน พบว่าสามารถลดอุดกันของลำใส้ร้ยละ 96.8 ฤทธิ์สำหรับการขับพยาธิร้อยละ 61.3
7.เป็นหวัดตัวร้อนเป็นไข้เนื่องไข้เนื่อง จากกระทบความเย็น เป็นต้นว่า โดนฝน โดนลม ทำให้หนาว เป็นไข้ต่ำ ให้หั่นขิงฝอย 30 กรัม

ชงกับน้ำตาล หรือบางทีอาจใส่หัวหอมตี 3-4 (ช่วยกระจายลม)ดื่มขณะร้อนๆแล้วคลุมผ้าให้เหงือออก
8.ฟื้นฟูร่างกายคราวหลังคลอดลูก นิยมให้หญิงหลังคลอดบุตร นิยมให้หญิงข้างหลังคลอดรับประทานไก่ผัดขิง โดยเฉพาะไก่ดำเพศผู้จะยิ่งมีหยางมากกว่าไก่ตัวเมีย
ร่างกายของหญิงข้างหลังคลอดจะเสียทั้งพลังหยางรวมทั้งเลือด มีน้ำในร่างกายตกค้างอยู่มากมายการกินไก่ผัดขิงจะเสริมทั้งเลือดหยางช่วยทำให้การย่อยดูดซึมของกินดีขึ้น มีการขับระบายของเสียน้ำตกค้าง น้ำคาวปลาเจริญขึ้นทำให้ร่างกายกลับสู่ภาวะธรรมดาเร็วขึ้น
ข้อควรคำนึงสำหรับในการทานขิง
-อาจจะเป็นผลให้เกิดภาวะแทรซ้อนสำหรับการตั้งท้องได้
มีบางการศึกษาเล่าเรียนพบว่าขิงมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนสำหรับในการท้อง และก็การแท้ง แต่ว่าในการตั้งท้องรายอื่นๆนั้นๆไม่เจอการรับประทานขิงจะก่อให้กำเนิดอาการเหล่านั้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการอ้วกจากการแพ้ท้องได้อีกด้วย ฉะนั้นคุณควรจะไปขอความเห็นแพทย์ก่อ่นจะที่ใช้ขิงสำหรับการรักษาอาการแพ้ท้องด้วยตัวเอง
-ทำให้มีการเกิดแผลร้อนในข้างในปากได้
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้าหากหารรับประทานเข้าไปในจำนวนที่มากก็จะสามารถเยื่อบุด้านในช่องปากมีการอักเสบจนถึงเป็นอาการร้อนในได้ โดยเหตุนั้นไม่สมควรรับประทานขุงมากกระทั่งเหลือเกิน
-ยั้งการแข็งตัวของเลือด
การเล่าเรียนหนึ่งในหนึ่งในประเทศออสเตรเลียพบว่า ขิงนั้นมีสรรพคุณสำหรับการต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอสไพริน สถานบันสุขภาพของออสเลียได้ออกการเตือนเตือนให้งดการรับประทานขิงในขณะใช้ยาละลายลิ่มเลือดเพราะว่าจะทำให้เกิดการเสี่ยงในการเกิดอาการห้อเลือดหรืออาการเลือดหรืออาการเลือดออกได้ โดยเหตุนี้ถ้าคุณมีอากเลือดออกเลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติหรือหรือกำลังใข้ยาละลายลิ่มเลือด ควรหลีก เลียงการกินขิง
เมื่อทราบแบบนี้แล้ว หวังคนไม่ใช่น้อยที่กำลังคิดจะใช้ขิงช่วยบรรเทาลักษณะของโรคต่างๆก็คงจะต้องระมัดระวังตัวเยอะขึ้น
เพราะเหตุว่าบางทีถ้าราใช้ ขิงในการรักษาโรคหนึ่งแม้กระนั้นก็บางทีอาจช่วยกระตุ้นให้อีกโรคนั้นอาการกำเริบได้ เพราะฉะนั้นควรจะกินขิงอย่างรอบคอบ แต่ว่าหากว่าไม่มั่นใจล่ะก็ ควรจะขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนเสมอ

Tags : สมุนไพรขิง

6

น้ำมันเหลือง เป็นอย่างไร?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรคุณภาพยอดเยี่ยม ทำมาจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน คุณประโยชน์ที่ใช้สูดดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการต่างๆสรรพคุณนี้ไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว
บริการนวดน้ำมันเหลืองและส่วนใหญ่สร้างความแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งช่วยในการย่อยของกินดียิ่งขึ้น.
ศิลปะที่สวยงามของการนวดได้ทวีความร้ายแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยการนวดน้ำมันบางมาก. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณลักษณะรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่ดีที่สุดสำหรับความอยากส่วนบุคคลของคุณแล้วก็บรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายแล้วก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อจะรักษาความสมดุลทางใจวิญญาณของคุณและสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการนวดน้ำมัน
นวดจริงหมายความว่าการกระตุ้นเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อผลักดันสุขภาพและฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งปวง. น้ำมันนวดถูกดีไซน์มาเพื่อมือเลื่อนได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นในระหว่างนวด รวมทั้งในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดสำหรับทั้งกายใจ. อ่านถัดไปเพื่อหารายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการนวดน้ำมันเหลืองและผ่อนคลายร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดแจ่มใส.
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีสำหรับดูแลสภาพผิวและก็สุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรรวมทั้งพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นแล้วก็เนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมหวน รวมถึงสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความเคร่งเครียด ทำให้พวกเราบรรเทา น้ำมันเหลือง รวมถึงช่วยในเรื่องของความชื้นรวมทั้งผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูประโยชน์ซึ่งมาจากการนวดน้ำมันว่ามีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
          ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ สร้างขึ้นมาจากสมุนไพรแท้ 100% ไม่มีส่วนประกอบจากสเตอรอยด์หรือสารเคมีอันตรายใด  ซึ่งก็มีสิ่งที่ห้ามจำกัดอยู่สิ่งเดียวกันในการใช้ ซึ่งในเรื่องที่มีการแพ้สาร Notoginsenoside, Flavonoid, การบูร
มาดูประโยชน์ที่ได้รับมาจากน้ำมันนวดกันจ้ะ

  • ปวดก้านคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทํางานนานๆทํางานหน้าคอมฯ Office syndrome เป็นต้น
  • คนทํางานที่จำเป็นต้องใช้กล้าม ดังเช่น ยกของหนัก
  • นักกีฬา หรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการออกกําลังกาย
  • นักทัศนาจร นักท่องเที่ยว
  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น กล้าม ดังเช่น ข้อเข่าอักเสบ, เอ็นอักเสบ, กระดูกทับ เส้นประสาท ฯลฯ
น้ำมันเหลือง ซึ่งเรามาดูผลกระทบในทางร้ายจากการทานยาคลายกล้ามกันนะคะ เพราะอะไรถึงจำเป็นต้องเลือก น้ำมันนวดเนื่องจาก ยาคลายกล้ามเนื้อธรรมดาที่เราทาน ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกหายเป็นปกติจริง พวกเราจะมีความคิดว่ามันหายเป็นปกติ และจากนั้นก็ออกกำลังกายได้ธรรมดาไม่เจ็บ แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วกล้ามยังอักเสบอยู่ ถ้าเกิดพวกเรายังใช้งานกล้ามอย่างเดิมจะก่อให้กล้ามอักเสบมากขึ้นเรื่อยๆ การที่กินยาแล้วออกกำลังกายส่วนนั้นต่อเป็นระยะเวลานานๆเข้า ก็บางทีอาจจะอัดเสบเรื้อรังได้ อันนี้เป็นข้อผลกระทบในทางร้ายทางอ้อมมาจากการทานยาคลายกล้ามน้ำมันเหลือง ซึ่งคนจำนวนมากรวมทั้งจะใช้กล้ามหรือปฏิบัติงานธรรมดาทุกสิ่งเพราะพวกเราไม่รู้จักสึกปวดหรือเจ็บแล้ว ซึ่งมันเป็นอะไรที่ผิดเพราะเหตุว่าการทานยาคลายกล้ามเนื้อยาเมื่อเราทาน
นํ้ามันนวด ตัวนี้เหมาะกับใครกันแน่บ้าง?

  • ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • คนที่ปวดมือและคอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ที่ปวดหลังจาก Office syndrome
  • คนที่ปวดข้อจากโรคเกาท์
  • ผู้ที่ปวดเข่าจากโรคข้อต่ออักเสบ
  • คนที่ปวดขาจากการเดิน Shopping
  • เจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ตีดอท จนกระทั่งปวดมือ
  • ปวดคอจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ
  • ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • ช๊อปจัดหนัก จนปวดขา


          สำหรับผู้ใดกันแน่ที่  มีติดบ้านกันไว้ดีแล้วนะคะ บทความนี้เป็นเพียงแต่รีวิวการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวแค่นั้นนะคะไม่ได้ขายคออะไร พวกเราใช้แล้วเห็นผลจริงจึงมาบอกต่อซึ่ง เนื้อหานี้เราได้หารายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้จากเว็บต่างๆนะคะ น้ำมันเหลืองเพื่อมาประกอบสำหรับเพื่อการรีวิว ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดอย่างไร สามารถวิพากษ์วิจารณ์และชี้แนะกันเข้ามาได้ และก็สามารถติดตามบทความรีวิว ของเราได้เรื่อยๆเลย และเราจะมีผลิตภัณฑ์ดีๆตัวไหนมาเสนอแนะอีกห้ามพลาดเป็นอันขาดนะคะ เจอะกันในบทความหน้า
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันเหลืองนวดขึ้นอยู่กับการใช้งาน รวมทั้งสรรพคุณต่างๆของน้ำมันนวดแต่ละชนิด โดยส่วนใหญ่น้ำมันฐานรากที่นิยมเอามาผสมทำน้ำมันนวด ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งมีวิตามินอี สูงยิ่งกว่าน้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง และก็น้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ปฏิบัติภารกิจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ และทำลายของเสียที่รังแกเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นเลือด คุ้มครองการเกิดโรคมะเร็ง น้ำมันเหลือง ยิ่งกว่านั้นน้ำมันเม็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ต้องต่อร่างกาย ทั้งยังยังช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่น

Tags : น้ำมันเหลือง

7

น้ำมันเหลือง
เราเสนอแนะกล้วยๆแค่ 2 ขั้นตอน คือ "กด" + "ทา" โดยจะนวดหรือไม่นวดก็ได้ ทาบริเวณที่มีลักษณะ
ในตอนนี้น้ำมันเหลืองเป็นที่ชื่นชอบใช้อย่างแพร่หลายมาก เพราะคุณประโยชน์ไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันอย่างยิ่งจริงๆ ลูกค้าโดยมากอยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติจริงๆเพราะว่านอกเหนือจากจะรู้สึกปลอดภัยแล้ว ใช้นานหรือบ่อยแค่ไหนก็ไม่มีการสะสม
ใครที่ถูกใจใช้ น้ำมันเหลือง เสมอๆห้ามพลาด ด้วยเหตุว่าวันนี้เรานำน้ำมันเหลืองสูตรใหม่ กลิ่นไม่ฉุนจัด ซึ่งทั่วๆไปนั้นมีการทำกันเปลี่ยนแปลงสูตรมากมาย สุดแท้แต่ว่าใครถูกใจสูตรไหน เป็นน้ำมันเหลืองที่ทำจากธรรมชาติล้วนๆใช้สมุนไพรดีๆของไทยทั้งหมดมักใช้แก้ปวด แก้มึนหัว แก้ตะคิว รักษาโรคหอบหืด ไซนัส บางสูตรแก้ท้องอืดได้ด้วย ไปดูสูตรวิธีทำกันเลย
อุปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์
1.เมนทอล 300 กรัม
2.พิมเสน 100 กรัม
3.การบูร 100 กรัม
4.หัวไพลแก่จัด 200 กรัม
5.น้ำมันงาบริสูทธิ์ 50 กรัม
6.กระทะสำหรับทอดหัวไพล
7.ภาชนะสำหรับผสมสาร เช่น ขวดใส่กาแฟ ขวดแก้ว
วิธีทำ
1.ล้างหัวไพลให้สะอาดตากให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแห้ง
2.ทอดหัวไพลในน้ำมันงาโดยใช้ไฟอ่อนๆทอดไปจนกระทั่งน้ำมันเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วใส่สมุนไพรครั้งละตัวทอดถึงแม้ว่าจะหมดฟองชูลงจากเตากรองเอากากทิ้ง
3.นำส่วนประกอบอีกทั้ง 3 ชนิด ในอัตราส่วนที่กำหนดเป็น(เมนทอล 3 ส่วน พิมเสน 1 ส่วน พิมเสน 1 การบูร 1 ส่วน )เทผสมรวมกันในภาชนะสำหรับผสมสาร
4.ใช้ไม้พายเล็กคนให้ส่วนผสมทั้งสิ้นละลายเป็นของเหลว (ถ้าเกิดไม่ใช่ไม้คนอาจใช้ขั้นตอนเขย่าขวดให้ส่วนประกอบละลายก็ได้
5.เติมน้ำมันที่สกัดจากหัวไพลลงไป คนให้เข้ามาเป็นเนื้อเดียว
6.น้ำมันเหลืองที่ได้บรรจุขวดปิดฝาให้แน่น
น้ำมันเหลือง ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเปิดเผยว่า คนเจ็บโรคมะเร็งระยะแพร่ระบาดที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนเจริญขึ้น ทุเลาอาการเจ็บปวด รวมถึงมีคุณภาพชีวิตที่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคาะห์ของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เปิดเผยว่า คนเจ็บโรคมะเร็งระยะแพร่ไป จะทรมาทรกรรมจากลักษณะของการเจ็บปวดลดลง อาเจียนน้อยครั้ง หรือเปล่าอาเจียนเลย รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ความดันดียิ่งกว่าเดิม รวมทั้งเครียดจากอาการป่วยต่ำลง หลังจากได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด
การเลือกน้ำมันเหลือง
การเลือกน้ำมันนวดขึ้นอยู่กับการใช้แรงงาน รวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆของน้ำมันนวดแต่ละจำพวก โดยส่วนใหญ่น้ำมันรากฐานที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมันนวด ได้แก่ น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งมีวิตามินอี สูงกว่าน้ำมันที่สกัดจากถั่วเหลือง รวมทั้งน้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ปฏิบัติภารกิจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ แล้วก็ทำลายของเสียที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นโลหิต คุ้มครองปกป้องการเกิดโรคมะเร็ง ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จะต้องต่อร่างกาย ยังช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย
โดยดังนี้น้ำมันแต่ละชนิดจะมีคุณลักษณะ แล้วก็คุณค่าที่ต่างๆนาๆ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะตามการใช้

8

น้ำมันนวดสมุนไพร

อาการโรคปวดต่างๆ
ปวดหลังด้านขวาทางด้านล่าง
          หลังด้านล่างก็คือรอบๆหลังตั้งแต่ใต้สะบักไปจนถึงก้นกบ ซึ่งเป็นส่วนที่พบได้ทั่วไปลักษณะของการปวดได้บ่อยที่สุด แถมเมื่อมีลักษณะปวดและมักจะทำให้ทำอะไรก็ทำได้ทุกข์ยากลำบาก ทั้งนี้ต้นสายปลายเหตุที่ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดหลังทางด้านขวาข้างล่าง นอกจากการใช้กล้ามเนื้อมากจนเกินไปรวมทั้งผิดท่าทางแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกอาทิเช่น

  • ท้อง

              ลักษณะของการปวดหลังคือเรื่องธรรดาของว่าที่คุณแม่ที่กำลังท้อง เนื่องจากว่ารอบๆหลังส่วนล่าง เป็นรอบๆที่จะต้องรองรับเด็กแรกคลอดตัวน้อย ยิ่งถ้าว่าที่แม่จำต้องนั่ง ยืน หรือเดิน ติดต่อกันนานๆก็บางครั้งก็อาจจะยิ่งรู้สึกปวดข้างหลังส่วนล่างด้านขวาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนี้อาการจะเป็นๆหายๆขึ้นอยู่กับอิริยาบถที่ทำอยู่ ถ้าได้นอนพักชั่วประเดี๋ยวก็จะดีขึ้น แม้กระนั้นหากว่ากำเนิดอาการนี้เรื้อรัง แถมยิ่งทวีความร้ายแรงขึ้น ควรจะรีบไปพบหมอ ด้วยเหตุว่านั่นอาจมิได้เป็นผลมาจากเพียงแค่ความปวดปวดเมื่อย แต่อาจเป็นเพราะเนื่องจากความผิดแปลกของครรภ์ได้ค่ะ


    โรคติดเชื้อในกระดูก


              หนึ่งในอาการติดโรคที่คนทั่วๆไปสามารถเจอได้ โดยอาการมักจะเกิดขึ้นที่บริเวณกระดูกสันหลัง นำมาซึ่งการทำให้รู้สึกปวดที่กระดูกสันหลังแล้วก็แพร่กระจายไปทั่วบริเวณหลังข้างล่างทางขวา โดยส่วนมากแล้วการต่อว่าดเชื้อในกระดูกชอบเกิดกับคนสูงอายุ คนที่มีปัญหาภูมิต้านทานขาดตกบกพร่อง และจะมีลักษณะท่าทางมีการติดโรคเยอะขึ้นถ้าเกิดมีปัญหาสุขภาพอื่นๆอยู่ก่อนแล้วจ้ะ


    กระดูกสันหลังหักจากแรงกดดัน


              แค่เพียงไอ หรือจาม ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังหักได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีลักษณะอาการโรคกระดูกพรุน หรือผู้สูงอายุที่มีภาวการณ์กระดูกเปราะกว่าปกติ โดยหากเกิดอาการกระดูกสันหลังหักด้วยเหตุว่าแรงดัน จะก่อให้เกิดลักษณะของการปวดที่ข้างหลังขวาที่อยู่ข้างล่าง ในลักษณะปวดหน่วงๆบางโอกาสอาจะมีลักษณะปวดรุนแรง โดยเหตุนี้หากคุณจาม หรือไอแล้วมีอาการปวดที่หลังด้านขวาที่อยู่ข้างล่าง อย่าชะล่าใจแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปหาหมออย่างด่วนเลยจ้ะ


    หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท


              น้ำมันนวดสามารถ ลักษณะของการปวดที่เกิดขึ้นจากสาเหตุนี้สามารถพบมากมากที่สุด โดยต้นสายปลายเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเขยื้อนทับเส้นประสาทนั้นอาจะกำเนิดได้จากอาการเจ็บ หรือมีต้นเหตุที่เกิดจากปัญหาหมอนรองกระดูกเสื่อม โดยอาการนี้นอกเหนือจากการที่จะทำให้ปวดหลังด้านล่างด้านขวาแล้ว ก็จะมีอาการชารอบๆขาร่วมด้วย ยิ่งถ้าหากเพราะเหตุว่าหมอนรองกระดูกไปทับเส้นประสาท ทำให้รูปแบบการทำงานของระบบประสาทที่สั่งงานไปยังขาเกิดความไม่ดีเหมือนปกติ ยิ่งถ้าเส้นประสาทที่ถูกกดทับนั้นเป็นเส้นประสาทไซอาติเตียนก (Sciatic) ซึ่งเป็นประสาทขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณคะนึงข้างหลังส่วนเอวด้วย จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา อาจจะทำให้ถึงกับขนาดไม่อาจจะเดินได้ โดยเหตุนี้ถ้าเกิดเกิดอาการปวดหลังร่วมกับอาการชา หรือเจ็บปวดรวดร้าวลงขาอย่างเรื้อรังละก็ ควรรีบไปกระทำการตรวจโดยเร็ว เพื่อจะได้วางกรรมวิธีรักษาได้อย่างแม่นยำจ้ะ


    โรคไต


    ไม่ว่าจะเป็นอาการไตอักเสบ หรือนิ่วในไต ก็ทำให้รู้สึกเจ็บปวดหลังส่วนล่างได้ ด้วยเหตุว่าไตเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้ข้างหลังสูงที่สุด โดยถ้าหากว่ากำเนิดอาการไตอักเสบ หรือนิ่วในไตที่ไตข้างขวาก็จะก่อให้รู้สึกปวดข้างหลังด้านขวาล่างมากมายเป็นพิเศษ และอาการนี้ไม่อาจจะหายสนิทได้ ถ้ามิได้ทำรักษาอย่างแม่นยำจ้ะ


    การต่อว่าดเชื้อฟุตบาทปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)


              การตำหนิดเชื้อในทางเดินปัสสาวะไม่เพียงแต่ทำให้เจ็บท้องส่วนล่าง แม้กระนั้นยังเป็นเหตุให้ปวดหลังด้านล่างด้านขวาได้อีก ยิ่งหากการต่อว่าดเชื้อแพร่ระบาดไปที่ไต ทำให้กรวยไต หรือไตอักเสบ ก็จะยิ่งทำให้อาการปวดหลังร้ายแรงเยอะขึ้น รวมทั้งมีลักษณะอาการไข้ต่ำๆเกิดขึ้นร่วมด้วย ฉะนั้นหากมีลักษณะปวดหลังด้านขวาล่าง พึงสังเกตว่ามีลักษณะปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีกลิ่นเหม็น รวมทั้งมีลักษณะอาการเจ็บเวลาเยี่ยวหรือเปล่า หากมีละก็ ควรไปพบแพทย์เลยจ้ะ


    โรคอ้วน


              ความอ้วนเป็นอีกหนึ่งมูลเหตุสำคัญที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้ โดยเฉพาะอ้วนมากมายๆด้วยเหตุว่าน้ำหนักส่วนเกินจะไปกดนอนทับที่รอบๆกระดูกสันหลัง รวมทั้งกล้ามเนื้อบริเวณหลังจนถึงทำให้ปวดหลัง ซึ่งหากเรื้อรังเป็นเวลานานๆก็จะมีผลให้กระดูกสันหลังผิดรูปผิดร่างได้ค่ะ


    ไม่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อข้างหลัง


              เหมือนกันกับกล้ามส่วนอื่นๆกล้ามข้างหลังก็อยากได้บริหารร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเหมือนกัน ซึ่งถ้าหากว่าเราไม่ยอมบริหารร่างกายกล้ามข้างหลัง กล้ามก็จะอ่อนแอลง และไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวที่กดทับลงมาได้ จนกระทั่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดหลังด้านขวาทางด้านล่าง ทราบแบบงี้และอย่าลืมหมั่นบริหารร่างกายกล้ามข้างหลังบ่อยๆนะคะ เพียงแค่บริหารร่างกายด้วยท่ายืดกล้าม หรือฝึกฝนโยคะก็จะช่วยกล้ามหลังแข็งแรงมากขึ้นแล้วล่ะจ้ะ
              สาเหตุของลักษณะของการปวดหลังข้างขวาพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่พบได้ทั่วไป แต่ว่าทั้งนี้เองก็ยังมีโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดข้างหลังด้านขวาได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากปวดแบบเรื้อรังไม่หายสักที แทนที่จะพึ่งยาแก้ปวดหรือนวดบรรเทาอาการก็น่าจะไปพบหมอเพื่อรับการวิเคราะห์อย่างแม่นยำค่ะ
              [url=http://market2hands.com/go.php?https://www.charmingfresh.com/product/49/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3http://www.chiangdaoherb.com/product/19/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3]น้ำมันนวด[/url] แต่ว่าสำหรับคนไหนที่มีลักษณะปวดหลังเพราะมีท่าทางที่ไม่ถูกท่า แนะนำให้ออกพลังกาย หรือยืดดูถูกร่างกายตามนี้เลย
              - 6 ท่าโยคะแก้ปวดหลังสุดเบสิก หยุดทุกลักษณะของการปวดก่อนหรือหลังพังทลาย
              - 10 ท่าโยคะแก้ปวดหลัง ยืดดูหมิ่นเหยียดหยามวันแล้ววันเล่า ลักษณะของการปวดหายไว !
              และทดลองปรับท่านอนมานอน 4 ท่านอนแก้ปวดหลัง ไม่ได้อยากต้องการข้างหลังพังรีบเปลี่ยนแปลงท่านอนด่วน ! บางทีก็อาจจะช่วยให้หายปวดหลังได้ค่ะ

9

น้ำมันนวดสมุนไพร
ฆ่าความเจ็บปวด หวดความเหน็ดเหนื่อย
            สวัสดีขา กลับมาเจอะกันอีกครั้ง คราวนี้เราจะมารีวิวสินค้าเหมือนเดิมแต่จะแน่นวิชาการสักนิดสักหน่อย เพราะว่าคราวนี้จะมีเนื้อหาข้อมูลจากแหลงต่างๆมาอธิบายด้วยคะ เนื่องจากว่าเป็นผลิตภัณฑ์คลายกล้าม ซึ่งพวกเราเองเคยใช้ยามาหลายตัวเช่นเดียวกัน มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ
          น้ำมันนวด ลักษณะของการปวดเมื่อยล้าร่างกายเกิดขึ้นได้ทุกครั้ง แล้วก็เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ทำกิจกรรมบางอย่างในท่าเดิมนานๆดังเช่นว่า พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่ออกแรงกล้ามเนื้อมากจนเกินไป ซึ่งถ้าหากเกิดลักษณะของการปวดเมื่อยล้าขึ้นมาแล้ว คนไม่ใช่น้อยก็เลือกที่จะทุเลาลักษณะของการปวดด้วยยาคลายกล้าม เพื่อให้อาการปวดปวดเมื่อยตัวหายไปเร็ว วันนี้ เราจะมารีทิวทัศน์สินค้า ที่ช่วยสำหรับการลดอาการปวดปวดเมื่อยกล้ามกันนะคะ มาดูกันว่ายาคลายกล้ามเนื้อโดยมากแล้วเป็นยังไง กล่าวกันกล้วยๆคือ ถ้าหากเราเกิดลักษณะของการปวดเมื่อยล้ากล้ามคนจำนวนมากและก็จะเลือกหาน้ำมันนวดยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น ยาแก้ปวด บางครั้งอาจจะเป็นยาคลายกล้ามแบบเม็ด หรือแบบที่เป็นครีมนวด ซึ่งมักจะเป็นยาใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดกระทันหันจากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็ง ด้วยเหตุว่าการบาดเจ็บหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามและกระดูก ซึ่งยาบางจำพวกจะมีสารสเตอรอยด์ผสมอยู่ด้วย และก็หากกินยาคลายกล้ามมากมายๆอาจเสี่ยง ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นขึ้นมาอีก ซึ่งวันนี้ เรามีผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งมาแนะนำ ซึ่งบรรเทาลักษณะของการปวดกล้าม เส้นเอ็น ข้อต่อได้ ลองมาดูกันนะคะว่า สินค้าตัวนี้เป็นยังไง
            มาดูประโยชน์ซึ่งมาจากน้ำมันนวดกันค่ะ

  • ปวดก้านคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทํางานนานๆทํางานหน้าคอมฯ Office syndrome ฯลฯ
  • คนทํางานที่ต้องใช้กล้าม อาทิเช่น ยกของหนัก
  • นักกีฬา หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการออกกําลังกาย
  • นักทัศนาจร นักเดินทาง
  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ กระดูก ข้อต่อ เอ็น กล้าม อย่างเช่น ข้อเข่าอักเสบ, เอ็นอักเสบ, กระดูกทับ เส้นประสาท ฯลฯ
          ซึ่งเรามาดูผลร้ายจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อกัน
ทำไมถึงจำต้องเลือก น้ำมันนวดเนื่องจากว่า ยาคลายกล้ามธรรมดาที่พวกเราทาน ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกหายเป็นปกติจริง เราจะมีความรู้สึกว่ามันหายปกติ และออกกำลังกายได้ธรรมดาไม่เจ็บ แต่ว่าจริงๆแล้วกล้ามเนื้อยังอักเสบอยู่ ถ้าเกิดเรายังคงใช้งานกล้ามเนื้ออย่างเดิมจะมีผลให้กล้ามอักเสบมากยิ่งขึ้น การที่รับประทานยาแล้วออกกำลังกายส่วนนั้นต่อเป็นระยะเวลานานๆเข้า ก็บางครั้งอาจจะอัดเสบเรื้อรังได้ อันนี้เป็นข้อผลกระทบทางอ้อมมาจากการทานยาคลายกล้าม ซึ่งคนส่วนมากและก็จะใช้กล้ามเนื้อหรือปฏิบัติงานปกติทุกอย่างเนื่องจากเราไม่ทราบสึกปวดหรือเจ็บแล้ว ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่ถูกเพราะการทานยาคลายกล้ามเนื้อยาเมื่อพวกเราทาน
ข้อเสนอแนะเป็น หลังใช้ยาแล้ว 48 ชั่วโมงให้ยาหมดฤทธิ์แล้วจริงๆนะคะ จึงค่อยไปบริหารร่างกายหรือปฏิบัติงานตามธรรมดาค่ะ ส่วนต้องพักนานแค่ไหนนั้น ไม่มีผู้ใดทราบกันดีอยู่แล้วเท่าตัวคุณว่าร่างกายของคุณคืออะไรเพราะว่ามีหลายปัจจัยด้วยกัน ตัวอย่างเช่นพวกเราเจ็บแค่ไหน รักษายังไง รับประทานยาแล้วปลดปล่อยให้ร่างกายซ่อมบำรุงตนเอง แบบงี้นานหน่อยนะคะ ซึ่งนอกเหนือจากที่จะรับประทานยาแล้วเนี่ยจะต้องกายภาพบำบัดช่วยนะคะ เป็นต้นว่า ยืดกล้ามเนื้อ ประคบ นวด อย่างถูกแนวทางนะคะ ขอย้ำนะคะจำต้องถูกวิธี
นํ้ามันนวด ตัวนี้เหมาะสำหรับคนใดกันบ้าง?

  • คนที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • คนที่ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • ผู้ที่ปวดมือรวมทั้งคอจากการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • คนที่ปวดหลังจาก Office syndrome
  • ปวดข้อจากโรคเกาท์
  • ปวดหัวเข่าจากโรคข้อต่ออักเสบ
  • คนที่ปวดขาจากการเดิน Shopping
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ตีดอท จนปวดมือ
  • ปวดคอจากการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
  • ช๊อปจัดหนัก จนปวดขา


          และก็หลังจากที่ พวกเราได้ตรวจสอบและลองใช้แล้วนะคะ มันเห็นผลดีจริงๆจุดเด่นของมันคือ ซึมซาบเร็วแห้งเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ อีกอย่างก็คือใช้ง่ายค่ะ ข้อแนะนำสำหรับเพื่อการใช้นะคะ คือนอกเหนือจากที่จะพ้นตัวยาจะค่อยๆซึมเข้าไปภายใน 5 นาที อากาศจะเริ่มบรรเทาลง ซึ่งบางคนบางทีก็อาจจะพ้นสเปรย์ไปเฉยๆรวมทั้งรอให้มันแห้งก็ได้ แม้กระนั้นถ้าหากนวดอย่านวดแรงเหลือเกิน ให้นวดเบาๆพอนะคะ มันจะก่อให้เห็นผลเจริญขึ้น ซึ่งผลที่ได้นะคะ หลังจากที่ใช้แล้วคืออาการปวดปวดเมื่อยจากการหักโหมบริหารร่างกายของเราก็หายไป ตอนต้นพวกเราปวดขามากเลยด้วยเหตุว่าวิ่งเหลือเกิน ลงไปแล้วเช็ดเบาๆแล้วทิ้งไว้สักประมาณ 5 นาทีนะ จะรู้สึกว่าอากาศมันดีขึ้น ไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลยนะคะ คือเคยปวดขาจนกระทั่งต้องการตัดขาทิ้งนะ แต่ว่าปานกลางสเปรย์ตัวนี้ไปแล้วนอนพักตื่นรุ่งเช้ามาหายเป็นปลิดทิ้งเลย ความรู้สึกก่อนหน้าที่ผ่านมาที่แบบปวดขามากมายก็หาย เดี๋ยวนี้ผ่านมาได้7 วันแล้ว ไม่มีอาการปวดกลับมาขา ซึ่งเห็นผลเจริญทีเดียว ดีกว่าทานยาเม็ดอีก
          สำหรับคนใดกันแน่ที่  มีน้ำมันนวดติดบ้านกันไว้ดีแล้วนะคะ บทความนี้เป็นเพียงแค่รีวิวการใช้สินค้า ซึ่งเป็นความนึกเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะคะมิได้ขายคอแต่อย่างใด พวกเราใช้แล้วเห็นผลจริงจึงมาบอกต่อซึ่ง บทความนี้เราได้หาข้อมูลอื่นๆจากเว็บต่างๆนะคะ เพื่อมาประกอบสำหรับการรีวิว ซึ่งถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด สามารถแนะนำแล้วก็เสนอแนะกันเข้ามาได้ และสามารถติดตามบทความรีวิว ของพวกเราได้เรื่อยเลย แล้วก็พวกเราจะมีผลิตภัณฑ์ดีๆตัวไหนมาแนะนำอีกห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ เจอะกันในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

10

น้ำมันนวด
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการนวดน้ำมัน
น้ำมันนวดซึ่งก็คือการกระตุ้นเยื่อของร่างกายด้วยมือ, เพื่อเกื้อหนุนสุขภาพและฟื้นฟูให้ร่างกายทั้งปวง. น้ำมันนวดถูกวางแบบมาเพื่อให้มือเลื่อนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในระหว่างนวด และในเวลาเดียวกันเครื่องหอมอโรมาให้ผ่อนคลายมากที่สุดสำหรับทั้งกายและใจ. อ่านถัดไปเพื่อหาข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับประโยชน์จากการนวดน้ำมันรวมทั้งบรรเทาร่างกายของคุณที่มีประสบการณ์นวดแจ่มใส.
เมื่อมาถึงการนวดน้ำมัน, มีหลายร้อยปิดตัวเลือกที่แตกต่างกันให้เลือก. คุณได้อย่างอิสระสามารถเลือกจากมากไม่น้อยเลยทีเดียวน้ำหอมและสีที่ต่างกันเพื่อบริการ. น้ำมันนวดบำบัด, น้ำมันร้อน, น้ำมันนวดกระตุ้นความรู้สึก, น้ำมันหอม
จะสามารถพบได้ในตลาดท้องน้ำมันนวดเพื่อให้คุณสามารถเลือกที่เยี่ยมที่สุดสำหรับความต้องการและก็ความประสงค์ของคุณ.
สัมผัสของผู้คนสามารถมีการรักษารวมทั้งพลังความมีชีวิตชีวาสำหรับผิวและน้ำมันนวดออกจากผิวนุ่มรวมทั้งเรียบ. เว้นแต่ความรู้สึกสบาย thei พวกเขาถ่ายทอด, น้ำมันนวดนอกนั้นยังมีทางที่น่าแปลกที่ช่วยทำนุบำรุงผิวของคุณรวมทั้งกำจัดจุดแห้งบนผิวของคุณ. แม้กระนั้น, ข้างหลังการนวด, จะแนะนำให้ใช้เวลาอาบน้ำที่ผ่อนคลายเพื่อล้างน้ำมันออกจากร่างกายของคุณ. น้ำ จะยังช่วยผิวรูขุมขนจะเปิดก็เลยส่งเสริมการดูดซึมของน้ำมันนวดไปสู่ผิวของคุณ. ลองมองกันประโยชน์ต่อสุขภาพที่สำคัญของการนวดน้ำมันบรรเทา.
ลดการ ความตึงเครียด
นวดเป็นวิธีที่วิเศษมาก ลดความเครียด และความตึงเครียดที่มีการสะสมในร่างกายของคุณในระหว่างวันที่เมื่อยล้า.
น้ำมันนวดน้ำมันหอมระเหยที่มีน้ำมันหอมระเหยที่สงบประสาท, ช่วยให้คุณบรรเทาและก็กำจัดความคิดเชิงลบที่สะกิดความตึงเครียด.
สุภาพ, สัมผัสการดูแลการแสดงในงานน้ำมันนวด, ช่วยให้คุณ รักษา รวมทั้งคืนจิตวิญญาณและความสมดุลทางอารมณ์ของคุณ.
เสริมการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
หนึ่งในผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของน้ำมันนวด ซึ่งมันช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดแล้วก็ในเวลาเดียวกันจะช่วยลดระดับความดันเลือดซึ่งเป็น น.
เหตุ ajor สำหรับคนที่เผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวกับ ความดันโลหิตสูง.
ปิดปรับแก้
นวดน้ำมันที่เยี่ยมของคุณผ่อนคลายร่างกายรวมทั้งสนับสนุนการนอนหลับที่ดีกว่าสำหรับวัน.
คนจำนวนไม่น้อยทุกข์ทรมานจากความไม่ปกติของการนอนหลับต่างๆได้มองเห็นการแก้ไขในนิสัยการนอนของพวกเขาข้างหลังการดูแลรักษาด้วยการนวดผ่อนคลาย. น้ำมันนวดกระตุ้นจิตใจและจิตวิญญาณ การบำบัด, ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนไม่ใช่น้อยมีประสบการณ์การนอนหลับลึกแล้วก็พักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น
น้ำมันนวด มากขึ้นแล้วก็รักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อของคุณ. นวดตัวที่มีคุณภาพลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อทั้งสิ้น, เยื่อแล้วก็ข้อต่อจึงปรับปรุงการแสดงกีฬาและก็การดูแลความสะดวกสำหรับการขยับเขยื้อนร่างกายของคุณง่ายขึ้น. นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ, นวดยังช่วยคุ้มครองปกป้องการเจ็บและเพิ่มความเร็วสำหรับในการหาย. นวดแผนโบราณยังเป็นแนวทางที่เยี่ยมในการบรรเทาความตึงเครียดของกล้ามแล้วก็บำรุงรักษาร่างกายของคุณ พอดิบพอดี รวมทั้งมีความยืดหยุ่นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน.
กำจัดพิษ
ข้อเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนวดน้ำมันคือมันช่วยทำให้ร่างกายได้อย่างมีคุณภาพกำจัดสารพิษจากสิ่งมีชีวิตดังนั้นการช่วยสนับสนุนสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น.
ช่วยเพิ่มระบบภูมิต้านทาน
บริการนวดน้ำมันนวดแล้วก็ส่วนใหญ่สร้างความแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันแล้วก็ช่วยสำหรับในการย่อยของกิน.
ศิลปะที่งามของการนวดได้ทวีความร้ายแรงมากเพิ่มขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมาก. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณลักษณะรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆสำหรับเพื่อการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความจำเป็นเฉพาะบุคคลของคุณและก็บรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายและก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อรักษาความสมดุลทางจิตวิญญาณของคุณรวมทั้งสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.
โรคนี้จะไม่อาจจะหายไปได้เอง!
น้ำมันนวด โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่อาจจะหายขาดได้เอง ถึงแม้ว่าอาการที่แสดงออกมาจะร้ายแรงน้อยลงก็ตาม และสุดท้ายก็จะเปลี่ยนเป็นโรคเรื้อรังแล้วก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความทุกข์ยากสำหรับเพื่อการดำรงชีพมากเพิ่มขึ้น
เมื่อปลดปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยปัญหาเกี่ยวกับข้อที่มีอยู่ก็จะแผ่ขยายไปกระทั่งทำให้มีเพียงแค่การผ่าตัดเท่านั้นที่จะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยได้
ในบางครั้งที่เป็นรุนแรงมากมายจำต้องเปลี่ยนข้อต่อทั้งหมดด้วย
ความเจ็บปวดมีเพียงแต่จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
การผ่าตัดสามารถเลี่ยงได้
ฟื้นฟูข้อต่อของคุณให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ตอนที่โรคยังมิได้แพร่กระจายเกินไปนัก
  หมอพื้นบ้านหรือการแพทย์แผนไทย ยอมรับในคุณประโยชน์อันแสนวิเศษของยาแผนโบราณตามตำรายาสมุนไพร ตำรับโบราณวัดโพธิ์หรือวัดพระเชเหม็นตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณขนานเอกที่โด่งดังโด่งดังแล้วก็ได้รับความวางใจสำหรับในการรักษาโรคมานานมากแล้ว สมกับคำที่กล่าวไว้ว่า "นวดแผนโบราณ ยาแผนโบราณ ตำราเรียนยาสมุนไพร จำเป็นต้องวัดโพธิ์ ความคิดของคนไทยทั้งประเทศของบรรพบุรุษไทย"

11
อื่นๆ / การใช้น้ำมันนวดอย่างไรให้ตรงจุด
« เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2018, 02:12:17 PM »

การใช้น้ำมันนวดให้ถูกจุด
นวดหัว


ลดอาการปวดหัวไมเกรน


          น้ำมันนวดสามารถใช้สำหรับคนที่เคยทรมาทรกรรมจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่หลายครั้ง หมอก็ได้แนะนำให้ทดลองไปนวดบรรเทาสุขภาพดูบ้าง เพราะเหตุว่าจากผลการศึกษาเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีลักษณะอาการปวดศีรษะไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวต่อเนื่องกัน 2-3 สัปดาห์ จะสามารถบรรเทาอาการใกล้กันของโรคไมเกรน และก็นอนหลับได้อย่างสนิทขึ้นด้วยจ้ะ


บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการบริหารร่างกาย


          ในช่วงเวลาที่บริหารร่างกายอย่างมาก ร่างกายจะได้รับผลพวงเป็นอาการปวดเมื่อยล้า หรือกล้ามอักเสบเป็นของแถม ซึ่งการเรียนรู้ของ Buck Institute for Research on Aging and McMaster University in Ontario, Canada ก็ได้เผยวิธีทุเลาอาการว่า ให้ลองไปเอนกายรับบริการนวดตัวดูบ้าง เพราะการนวดจะช่วยคลายกล้ามที่เคร่งเคลียดจากการบริหารร่างกายเจริญเทียบเท่าการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อยังไงแบบนั้นเลยล่ะ


มองเด็กขึ้น


          ต่อแต่นี้ไปไม่ต้องตรากตรำแอ๊บแบ๊วกระชากวัยอีกต่อไป เพราะเพียงไปสปาให้เขานวดๆบีบๆร่างกายอยู่บ่อยๆก็สามารถทำให้เรามองเด็กขึ้นได้แล้ว โดยผู้ที่มีความชำนาญด้านผิวหนังก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การขัดหน้าหรือนวดหน้า รวมไปถึงนวดตัว เป็นการกระตุ้นให้เลือดภายในร่างกายไหลเวียน ซึ่งก็ทำให้สุขภาพผิวด้วย ทั้งการนวดยังช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของต่อมท่อน้ำเหลือง ให้กำจัดสารพิษที่อยู่ใต้ผิวหนังให้หมดไป ทำให้สารอาหารแล้วก็วิตามินต่างๆซึมไปสู่เซลล์ผิวได้ดิบได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวดูกระปรี้กระเปร่าเต่งตึงได้อีกรอบ รวมถึงกำจัดริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณผิวหน้าได้อีกด้วยนะ


คุ้มครองปกป้องอาการ PMS


          ผู้หญิงทุกคนคงทราบว่าอาการ PMS ก่อนมีเมนส์นั้นสร้างความทรมาทรกรรมให้กับเราได้มากมายแค่ไหน แม้กระนั้นวันนี้เราไม่ต้องวิตกกังวลกับอาการกลุ่มนี้อีกต่อไป เพราะเหตุว่าผลวิจัยของ Touch Research Institute and University of Miami Medical School พบว่า การนวดตัวสามารถคุ้มครองอาการข้างเคียงทุกชนิดในตอนที่สตรีมีเมนส์ได้อยู่หมัด ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดน้ำมันนวดข้างหลัง ปวดท้อง ตัวบวม น้ำหนักขึ้น หรืออาการหงุดหงิดไม่พอใจ แต่ว่าแนวทางนวดบางครั้งก็อาจจะได้ประสิทธิภาพที่ดีกับสาวๆที่แก่ตั้งแต่ 19-45 ปี เท่านั้นนะคะ


ลดอาการใกล้กันของโรคมะเร็ง


          ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนหลับก้าวหน้าขึ้น บรรเทาอาการเจ็บปวด รวมถึงมีคุณภาพชีวิตที่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลของการวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ระบาด จะทรมานจากลักษณะการเจ็บปวดน้อยลง อาเจียนน้อยครั้ง ไหมอ้วกเลย รู้สึกแจ่มใสขึ้น ความดันดียิ่งกว่าเดิม และก็เครียดจากอาการป่วยน้อยลง หลังจากได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด


ทุเลาอาการปวดเรื้อรัง


          ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบรรเทาได้บอกถึงประสบการณ์ของตนให้ฟังว่า คนที่มีลักษณะปวดเรื้อรัง อาทิเช่น ปวดตามข้อ โรคข้ออักเสบ แล้วก็ลักษณะของการปวดเมื่อยเรื้อรังอื่นๆจะคลายลักษณะของการเจ็บปวดกลุ่มนี้ลงไปได้มาก หลังจากได้รับบริการนวดอย่างแม่นยำต่อเนื่องกันเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง เนื่องจากการนวดได้อย่างถูกจุด จะช่วยทุเลาอาการเกร็งของกล้ามในส่วนนั้นๆได้อย่างเร็ว จึงสามารถบรรเทาลักษณะของการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นได้อย่างทันใจนั่นเองจ้ะ
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันนวดขึ้นกับการใช้แรงงาน แล้วก็สรรพคุณต่างๆของน้ำมันนวดแต่ละชนิด โดยส่วนใหญ่น้ำมันเบื้องต้นที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมัน  เป็นต้น ซึ่งมีวิตามินอี สูงกว่าน้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง และน้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ และทำลายของเสียที่รังควานเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นโลหิต คุ้มครองปกป้องการเกิดมะเร็ง นอกเหนือจากนี้น้ำมันเม็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นจะต้องต่อสภาพร่างกาย ทั้งยังยังช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่น
โดยทั้งนี้น้ำมันแต่ละจำพวกจะมีคุณลักษณะ แล้วก็คุณค่าที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสมตามการใช้งาน
น้ำมันนวด ที่เยี่ยมที่สุดของคุณผ่อนคลายร่างกายแล้วก็ผลักดันการนอนที่ดีกว่าสำหรับวัน.
หลายๆคนทุกข์ระทมจากความผิดแปลกของการนอนหลับต่างๆได้มองเห็นการแก้ไขในนิสัยการนอนของพวกเขาข้างหลังการดูแลและรักษาด้วยการนวดบรรเทา. น้ำมันนวดกระตุ้นจิตใจแล้วก็จิตวิญญาณ การบำบัด, โดยเหตุนั้นคนไม่ใช่น้อยมีประสบการณ์การนอนหลับลึกและก็พักผ่อนเยอะขึ้น.
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น
นวดน้ำมันมากขึ้นรวมทั้งรักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อของคุณ. นวดตัวที่มีคุณภาพการทำงานของกล้ามทั้งสิ้น, เยื่อและก็ข้อต่อจึงปรับแต่งการแสดงกีฬาและก็การให้ความสะดวกสบายสำหรับการเคลื่อนร่างกายของคุณง่ายดายมากยิ่งขึ้น. นอกเหนือจากสิ่งพวกนี้กำเนิดคุณประโยชน์ต่อร่างกาย, นวดยังช่วยคุ้มครองป้องกันการเจ็บและก็เพิ่มความเร็วสำหรับการหาย. นวดแผนโบราณยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทุเลาความเครียดของกล้ามเนื้อและก็ทำนุบำรุงร่างกายของคุณ พอดิบพอดี และก็มีความยืดหยุ่นเป็นเวลานาน.น้ำมันนวด
กำจัดสารพิษ
ข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนวดน้ำมันซึ่งมันช่วยให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพกำจัดสารพิษจากสิ่งมีชีวิตโดยเหตุนั้นการส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น.
ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
บริการนวดน้ำมันและส่วนมากสร้างความแข็งแกร่ง ระบบภูมิต้านทานและช่วยในการย่อยของกินดียิ่งขึ้น.
ศิลปะที่งามของการนวดได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมากมาย. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณสมบัติรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เยี่ยมที่สุดสำหรับความจำเป็นส่วนตัวของคุณแล้วก็บรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายและฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อที่จะรักษาความสมดุลทางจิตวิญญาณของคุณและร่างกายที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.น้ำมันนวด
โรคนี้จะไม่สามารถหายไปได้เอง!
น้ำมันนวด โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่สามารถที่จะหายสนิทได้เอง ถึงอาการที่แสดงออกมาจะร้ายแรงน้อยลงก็ตาม และก็ในที่สุดก็จะแปลงเป็นโรคเรื้อรังและก่อกำเนิดความยากลำบากสำหรับในการดำเนินชีวิตมากขึ้น

12

น้ำมันนวดสมุนไพร
โรคนี้จะไม่สามารถที่จะหายไปได้เอง!
โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่สามารถหายสนิทได้เอง ถึงแม้ว่าอาการที่แสดงออกมาจะร้ายแรงลดน้อยลงก็ตาม รวมทั้งสุดท้ายก็จะกลายเป็นโรคเรื้อรังรวมทั้งทำให้เกิดความลำบากตรากตรำสำหรับการดำรงชีพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
1.น้ำมันนวด จะเข้าไปช่วยกระตุ้นแนวทางการทำงานของระบบประสาท ให้ทำงานก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ลดอาการเคร่งเคลียดให้พวกเราบรรเทาจากการความอ่อนเพลียแล้วก็ความเมื่อยล้าสะสม
2.การนวดน้ำมัน จะเข้าช่วยการกระตุ้นหลักการทำงานของโลหิต ให้ดำเนินการก้าวหน้ามีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆและก็สามารถหล่อเลี้ยงออกซิเจนและก็สารอาหารต่างๆไปทั่วร่างกายอย่างครบถ้วน ป้องกันโรคต่างๆรวมถึงลดความดันโลหิตเจริญด้วย
3.เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปซ่อมรวมทั้งฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อต่างๆในร่างกายให้ดำเนินงานได้ดิบได้ดีและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
4.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ด้วยเข้าไปกำจัดสารพิษ ทั้งยังในร่างกายและภาวะผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมาส่งให้ผิวของคุณเรียบเนียนเปียกชื้น ดูผุดผ่องรวมทั้งชีวิตชีวาเยอะขึ้น
5.น้ำมันนวดช่วยในหัวข้อการนอนให้ดีขึ้นกว่าเดิม บรรเทาสมองแล้วก็ร่างกายต่างๆมีผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนสนิทได้ดียิ่งไปกว่ากว่า ลดอาการนอนไม่หลับได้อย่างดีเยี่ยม
ยิ่งไปกว่านี้การนวดน้ำมันยังมีประโยชน์อีกหลายชนิดต่อร่างกาย ซึ่งนับว่าเป็นหนทางแก่แฟนสุขภาพได้เป็นอย่างดี
ลดอาการปวดหัวไมเกรน
     สำหรับเคยทรมาทรกรรมจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่หลายครั้ง หมอก็ได้แนะนำให้ทดลองไปนวดบำบัดรักษาสุขภาพดูบ้าง เพราะจากผลการค้นคว้าของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีลักษณะปวดศีรษะไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวต่อเนื่องกัน 2-3 อาทิตย์ จะสามารถทุเลาอาการใกล้กันของโรคไมเกรน และก็นอนหลับได้อย่างสนิทขึ้นด้วยจ้ะ
น้ำมันนวด สมารถเเก้อาการปวดหลัง เป็นอาการที่ทุกคนจำต้องเคยเผชิญ ซึ่งพอปวดหลังขึ้นมาทีไรเราก็ต้องการจะเอนหลังพัก หรือไม่ก็ไปนวดบรรเทาลักษณะของการปวดปวดเมื่อย แม้ว่าจริงแล้วลักษณะของการปวดข้างหลังบางทีอาจจะไม่ได้มีเหตุมาจากลักษณะของการปวดเมื่อยล้ากล้ามเพียงเท่านั้น แม้กระนั้นยังอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆได้อีกเพียบเลย ยกตัวอย่างเช่นที่เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้สิ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังด้านขวา ว่ามีต้นเหตุจากอะไรและก็อันตรายหรือเปล่า เพื่อได้รู้ทันลักษณะการเจ็บเจ็บไข้ของร่างกาย
ปวดหลังด้านขวาทางด้านบน
          อาการปวดข้างหลังข้างขวาด้านบน เป็นอาการปวดข้างหลังที่อยู่บริเวณตั้งแต่รอบๆด้านหลังไหล่ไปจนกระทั่งใต้สะบัก เกิดขึ้นได้จากหลายกรณีร่วมกัน โดยต้นเหตุที่มักกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดลักษณะของการปวดข้างหลังด้านบนขวา มีดังนี้
ปวดหลังข้างขวา


การนั่งปฏิบัติงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆหรือชูของหนักผิดท่า


          น้ำมันนวดสามารถช่วยการชูของหนักหรือการนั่งดำเนินงานในอิริยาบถที่ไม่ถูกจำเป็นต้องติดต่อกันนานๆก็เป็นต้นเหตุที่นำไปสู่อาการปวดกล้ามเนื้อรอบๆหลังส่วนบนทางขวาได้  โดยบริเวณข้างหลังส่วนบน เว้นแต่กล้ามเนื้อหลังแล้ว ก็ยังเชื่อมต่อกับกล้ามไหล่แล้วก็กล้ามเนื้อคอ โดยเหตุนี้แม้มีลักษณะอาการปวดหลังด้านขวาที่อยู่ทางด้านบนจากการใช้งานหนักก็มักจะมีอาการปวดคอและก็ไหล่ในด้านเดียวกันร่วมด้วย ทราบแบบงี้แล้วแม้คนใดที่ยังนั่งปฏิบัติงานในท่าเดิมนานๆก็ยืนขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ และควรนั่งให้ถูกท่าด้วย โดยท่านั่งปฏิบัติงานที่ถูกต้องก็คือควรให้หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตาจ้ะ


ความแตกต่างจากปกติของกระดูกแล้วก็ข้อ


          ม้ำมันนวดกระดูกรอบๆข้างหลังส่วนบนนั้นประกอบไปด้วยกระดูกไหปลาร้า กระดูกไหล่ กระดูกสันหลัง แล้วก็กระดูกต้นแขน ซึ่งถ้าเกิดเกิดความเปลี่ยนไปจากปกติกับกระดูกกลุ่มนี้ก็อาจก่อให้รอบๆหลังขวาที่อยู่ข้างบนเกิดอาการปวดได้ โดยสาเหตุที่ทำให้กระดูกไม่ดีเหมือนปกติก็ได้แก่ การเกิดอุบัติเหตุ หรือข้อต่อของกระดูกที่หลังส่วนบนขวามีการอักเสบ นอกนั้นภาวะกระดูกพรุนก็สามารถทำให้เกิดลักษณะของการปวดที่กระดูกบริเวณขวาบนได้ ในขณะที่ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งบางชนิดในระยะแพร่ระบาด อย่างโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ แล้วก็โรคมะเร็งไต ก็จะมีลักษณะอาการปวดกระดูกบริเวณข้างหลังส่วนบนเหมือนกัน


ความผิดปกติของอวัยวะภายใน


          ลักษณะของการปวดข้างหลังส่วนบนขวามิได้มีเหตุที่เกิดจากกล้ามแล้วก็กระดูกบริเวณข้างหลังส่วนบนเท่านั้น แต่ว่ายังอาจเกิดขึ้นเนื่องจากลักษณะการเจ็บเจ็บไข้ของอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ อาทิ โรคตับ นิ่วในไตรวมทั้งในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น โรคในถุงน้ำดี หรือแม้กระทั้งอาการติดเชื้อในไต หรืออาจจะเกิดจากอาการไส้ติ่งอักเสบที่ทำให้ปวดแพร่กระจายขึ้นบริเวณหลังทางด้านขวาก็ได้ ส่วนคุณผู้หญิง หากมีอาการปวดที่หลังส่วนบนขวา โน่นบางทีอาจเป็นสัญญาณของซีสต์ในรังไข่ การติดเชื้อของท่อรังไข่ หรือการมีครรภ์นอกมดลูกที่รอบๆท่อรังไข่ได้อีกด้วยจ้ะ


โรคที่เกี่ยวกับปอด


          [url=http://market2hands.com/go.php?https://www.charmingfresh.com/product/49/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3http://www.chiangdaoherb.com/product/19/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3]น้ำมันนวด[/url] ปอดเป็นอวัยวะที่อยู่ส่วนบนของร่างกายซึ่งตรงกับหลังส่วนบนพอดี ด้วยเหตุนี้เมื่อปอดมีความผิดธรรมดาก็สามารถส่งผลให้เกิดลักษณะของการปวดหลังส่วนบนได้ โดยอาการที่จะทำให้เกิดลักษณะของการปวดข้างหลังด้านบนขวาก็ได้แก่ โรคปอดอักเสบ โรคมะเร็ง อาการติดเชื้อของเยื่อห่อปอดหรือช่องอก ยิ่งไปกว่านี้อาการน้ำหลากปอด หรือแม้กระทั้งหัวใจล้มเหลว ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาซึ่งลักษณะของการปวดข้างหลังด้านขวาบนได้ โดยเหตุนี้แม้มีอาการปวดที่ข้างหลังด้านบนขวาแบบเรื้อรังและก็ร้ายแรง ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ

13

การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
น้ำมันนวด เป็นวิธีดูแลสภาพผิวและสุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรและพืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นและเนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอม รวมทั้งสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูประโยชน์ของการนวดน้ำมันว่ามีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
1.การนวดน้ำมันจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานดีมากขึ้น ลดการตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย
2.การนวดน้ำมัน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของโลหิต ให้ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถหล่อเลี้ยงออกซิเจนและสารอาหารต่างๆทั่วร่างกายอย่างครบถ้วน ป้องกันโรคต่างๆรวมทั้งความดันโลหิตได้ดีอีกด้วย
3.ความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ด้วยการเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เข้าไปกำจัดสารพิษ ทั้งภายในร่างกายและสภาพผิว ช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกมา ทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล
5.ช่วยในเรื่องการนอนหลับให้ดีกว่าเดิม น้ำมันนวด ผ่อนคลายสมองและร่างกายต่างๆ ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้นอนหลับสนิทได้ดีว่าเดิม
ปวดเมื่อยร่างกายทีไร สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คงอยากจะพาตัวเองไปนอนเอนกาย รับบริการนวดแผนไทย นวดน้ำมัน หรือนวดอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้เราคลายความปวดเมื่อยเนื้อตัว แต่นอกจากการนวดจะช่วยให้เราสบายตัวขึ้น ว่าไม่ใช่แค่คลายความปวดเมื่อยที่การนวดสามารถทำให้เราได้ แต่ยังมีอีก 6 ประโยชน์ที่น่าแปลกใจและดีใจไปพร้อม ๆ กัน ที่ร่างกายจะได้รับผลดีผ่านการบีบนวดเนื้อตัวตามนี้เลยค่ะ


ลดอาการปวดหัวไมเกรน


          สำหรับคนที่เคยทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อยครั้ง แพทย์ก็ได้แนะนำให้ลองไปนวดบำบัดสุขภาพดูบ้าง เพราะจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า ผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนที่ได้รับบริการนวดตัวติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ จะสามารถบรรเทาอาการข้างเคียงของโรคไมเกรน และนอนหลับได้อย่างสนิทขึ้นด้วยค่ะ
 บรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการออกกำลังกาย
          เวลาที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะได้รับผลกระทบเป็นอาการปวดเมื่อย หรือกล้ามเนื้ออักเสบเป็นของแถม ซึ่งการศึกษาของ Buck Institute for Research on Aging and McMaster University in Ontario, Canada ก็ได้เผยวิธีบรรเทาอาการว่า ให้ลองไปเอนกายรับบริการนวดตัวดูบ้าง เพราะน้ำมันนวด จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการออกกำลังกายได้ดีเทียบเท่าการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อยังไงยังงั้นเลยล่ะ


มองเด็กขึ้น


          ต่อแต่นี้ไปไม่ต้องทุกข์ยากลำบากแอ๊บแบ๊วลากวัยอีกต่อไป เพราะว่าเพียงแค่ไปสปาให้เขานวดๆบีบๆร่างกายอยู่เสมอๆก็สามารถทำให้พวกเราดูเด็กขึ้นได้แล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก็ได้อธิบายเพิ่มอีกว่า การขัดหน้าหรือนวดหน้า รวมไปถึงนวดตัว เป็นการกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียนน้ำมันนวด ซึ่งก็ทำให้สุขภาพผิวดียิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งการนวดยังช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของต่อมท่อน้ำเหลือง ให้กำจัดสารพิษที่อยู่ใต้ผิวหนังให้หมดไป ทำให้สารอาหารและก็วิตามินต่างๆซึมไปสู่เซลล์ผิวก้าวหน้าขึ้น ช่วยให้ผิวมองเบิกบานใจเต่งตึงได้อีกครั้ง รวมไปถึงกำจัดริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบๆผิวหน้าได้อีกด้วยนะ


คุ้มครองปกป้องอาการ PMS


          ผู้หญิงทุกคนคงจะทราบดีว่าอาการ PMS ก่อนมีระดูนั้นสร้างความทรมานให้กับเราได้มากมายขนาดไหน แม้กระนั้นวันนี้เราไม่ต้องกังวลกับอาการเหล่านี้อีกต่อไป เนื่องจากผลการศึกษาเรียนรู้ของ Touch Research Institute and University of Miami Medical School พบว่า การนวดตัวสามารถคุ้มครองปกป้องอาการใกล้กันทุกประเภทในช่วงเวลาที่เพศหญิงมีรอบเดือนได้อยู่มือ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการปวดหลัง เจ็บท้อง ตัวบวม น้ำหนักขึ้น หรืออาการหงุดหงิดโกรธ แต่ว่าวิธีนวดบางครั้งอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกับสาวๆที่แก่ตั้งแต่ 19-45 ปี เท่านั้นนะคะ


ลดอาการข้างเคียงของโรคมะเร็ง


          ผลการศึกษาเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยบอสตันเผยว่า คนไข้โรคมะเร็งระยะแพร่ขยายที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนได้ดิบได้ดีขึ้น ทุเลาลักษณะการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เผยว่า คนเจ็บโรคมะเร็งระยะแพร่ระบาด จะทรมาทรกรรมจากลักษณะของการเจ็บปวดลดลง คลื่นไส้น้อยครั้ง ไหมคลื่นไส้เลย รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น ความดันดีกว่าเดิม และเครียดจากลักษณะการป่วยลดลง หลังจากได้รับการบำบัดด้วยวิธีการนวด


ทุเลาอาการปวดเรื้อรัง


          น้ำมันนวด ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางกายภาพบรรเทาได้ชี้แจงถึงประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า ผู้ที่มีลักษณะอาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดตามข้อ โรคข้ออักเสบ แล้วก็อาการปวดเมื่อยเรื้อรังอื่นๆจะคลายอาการเจ็บปวดเหล่านี้ลงไปได้มาก หลังจากได้รับบริการนวดอย่างแม่นยำต่อเนื่องกันเพียงแค่ 2-3 ครั้งเพียงเท่านั้น เพราะน้ำมันนวด ใช้ได้อย่างตรงจุด จะช่วยบรรเทาอาการเกร็งของกล้ามในส่วนนั้นๆได้อย่างเร็ว จึงสามารถทุเลาอาการเจ็บปวดของกล้ามรอบๆนั้นได้อย่างทันใจนั่นเองค่ะ

14

หอมแดง
ชื่อสมุนไพร  หอมแดง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น หอมไทย,หอมเล็ก,หอมหัว หอมแดง(ภาคกึ่งกลาง), หอมปั่ว ,หมอแดง (ภาคเหนือ) , หัวหอมแดง (ภาคใต้) , ฝักบั่ว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ปะเซ้ส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , ปะเซอก่อ (กะเหรี่ยง-ตาก) , ซัง , ตังซัง (จีน)
ชื่อสามัญ  Shallot
ชื่อวิทยาศาสตร์  Allium ascalonicum Linn.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Allium carneum Willd., Allium fissile Gray, Allium hierochuntinum Boiss., Porrum ascalonicum (L.) Rchb.
วงศ์             Amaryllidaceae
บ้านเกิดเมืองนอน หอมแดง เป็นพืชขนาดเล็กที่ปลูกไว้เพื่อบริโภคส่วนของหัวหรือบัลบ์ นิยมใช้เพื่อการเข้าครัว รวมทั้งเป็นสมุนไพร ดังนี้หอมแดง มีถิ่นเกิดเริ่มแรกในทวีปเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ สันนิษฐานว่าอยู่ในแถบประเทศทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน แล้วก็อิหร่าน โดยเช้าใจกันว่าหอมแดงกลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากหอมหัวใหญ่และก็มีการเลือกเฟ้นชนิดเพื่อนำมาปลูกเป็นพืชของกิน ในจีนและก็ประเทศอินเดียแล้วก็มีการกระจายประเภทไปทั้งโลก ซึ่งได้มีการจดบันทึกไว้ ในตอนคริสตวรรษที่ 12 ตอนนี้การปลูกหอมแดงได้แพร่หลายไปทั่วทั้งโลก แต่ว่าก็ยังมีการบริโภคน้อยกว่าหอมหัวใหญ่อยู่  หอมแดง จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ โดยในประเทศไทยพบว่ามีการปลูกมากมายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทางภาคเหนือ แต่ว่าหอมแดงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหอมแดงคุณภาพดีก็ได้แก่หอมแดงจากจังหวัดศรีสะเกษ
ลักษณะทั่วไป
ใบ ใบแทงออกมาจากลำต้นหรือหัว มีลักษณะเป็นหลอดกลม ข้างในกลวง มีสารสีนวลเป็นไขฉาบผิวใบ ใบมีลักษณะตั้งชันสูงราว 15-50 ซม. แตกออกเป็นชั้นถี่ 5-8 ใบ ใบอ่อนสดของหอมแดงใช้สำหรับในการบริโภค
ท่อนหัวหรือบัลบ์ หัวหรือบัลบ์เป็นส่วนของกาบใบที่เรียงซ้อนกันแน่นจากข้างในของหัวออกมา เป็นแหล่งสะสมอาหาร และก็น้ำ มีลักษณะเป็นกระเปาะ เรียกว่า Bulbs มีลำต้นภายใน มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆสีขาว ซึ่งเป็นที่เกิดของหัวหอม หัวหอมจะแตกใหม่ออกมาจากหัวเดิม โดยเฉลี่ย 2 - 20 หัวต่อกอ เส้นผ่านศูนย์กลางของหัวราว 1.5-3.5 เซนติเมตร
ต้น ต้นที่เห็นเหนือดินเป็นส่วนที่อยู่ต่อจากบัลบ์ จัดเป็นลำต้นเทียมที่เกิดขึ้นมาจากกาบใบเรียงอัดกันแน่น ถัดมาก็เลยเป็นส่วนของใบ
ราก รากหอมแดงเป็นระบบรากฝอยเป็นจำนวนมาก แตกออกออกมาจากด้านล่างของต้น มีลักษณะเป็นกระจุกรวมกันที่ก้นหัว และก็แพร่ลงดินลึกในระดับตื้นราวๆ 10-15 ซม.และแผ่รอยต้นราวๆ 5-10 ซม.
การขยายพันธุ์ หอมแดงสามารถเพาะพันธุ์ได้ 2 แนวทาง คือ การใช้ท่อนหัวประเภท (sets) และก็การใช้เมล็ดพันธุ์ (seeds) การใช้หัวจำพวก (sets) เป็นแนวทางของเกษตรกรที่นิยมปฏิบัติกันมานาน หัวหอมแดงที่จะปลูกจำต้องผ่านการพักตัวมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก็เลยจะปลูกได้  การใช้เมล็ดพันธุ์ (seeds)  เป็นวิธีที่ลดทุนสำหรับการผลิตในการซื้อหัวประเภทที่แพงแพง สำหรับวิธีการปลูกหอมแดงนั้นมีดังนี้
การเตรียมแปลงปลูก หอมแดงเป็นพืชที่มีระบบระเบียบรากสั้น มีขอบเขตรากลึกราวๆ 10-15 เซนติเมตร โดยเหตุนั้น ในระดับความลึกนี้ หอมแดงจึงอยากได้หน้าดินซึ่งร่วนซุย รวมทั้งมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำ รวมทั้งอากาศดี ไม่ได้อยากดินแน่น โดยเฉพาะระยะที่มีการแตกหัวใหม่ การเตรียมดินให้ร่วนซุยจะช่วยทำให้หอมแดงเจริญเติบโตได้ดี ด้วยการไถกระพรวนดินครั้งแรก ลึก 20 เซนติเมตร พร้อมกำจัดวัชพืช ตากแดดทิ้งไว้ 7-15 วัน จากนั้น ไถกระพรวนดินให้ร่วนด้วยผานที่เล็กลง ลึก 20-30 ซม. รวมทั้งตากดินก่อนปลูก 3-7 วัน ก่อนไถลูกพรวนครั้งที่ให้หว่านปุ๋ยหมัก อัตรา 2-3 ตัน/ไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20-30 โล/ไร่ ในช่วงฤดูฝนแปลงปลูกหอมแดงจะต้องยกร่องกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร ความยาวขึ้นกับพื้นที่ทำการเพาะปลูกเพื่อน้ำฝนระบายออกได้ ระยะห่างระหว่างแปลงจะเว้นไว้ราว 30-50 เซนติเมตร เพื่อเป็นทางเดินสำหรับการให้น้ำหรือกำจัดวัชพืช
ก่อนปลูก 1-3 วัน ควรจะให้น้ำในแปลงให้เปียกก่อน กระบวนการปลูก นำหัวชนิดที่พักตัวการแล้วหรือหัวพันธุ์ที่เก็บไว้นาน 2-4 เดือนภายหลังจากเก็บเกี่ยว มาตัดรากแห้งออก แยกหัวออกมาจากกันให้เป็นหัวเดี่ยวๆแล้วฝังหัวลงไปในดินให้ปลายของหัวอยู่เสมอผิวดิน ระยะปลูกที่ 15 x 15 เซนติเมตร ปิดฟางครึ้มราว 1 เซนติเมตร เมื่อหอมแดงงอกได้ราว 15 วัน จึงหว่านปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 21% อัตรา 10 กิโลกรัม/ไร่ แล้วให้น้ำเช้าตรู่เย็นหรือวันละครั้ง สุดแต่ภาวะความชื้นของผิวดิน  หอมแดงที่ปลูกจากหัวเก็บเกี่ยวเมื่ออายุโดยประมาณ 60 วัน หอมแดงที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการเก็บเกี่ยวจะต้องแก่จัด มีใบแห้งตามธรรมชาติ โดยห้ามใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นบังคับให้ใบแห้ง เพราะเหตุว่าหัวหอมบางทีอาจเน่าเสียหายหรือแก่เก็บไว้บริโภคสั้น ก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยวโดยประมาณ 10-15 วัน จะต้องงดให้น้ำ รวมทั้งให้น้ำอีทีก่อนเก็บเกี่ยว 1 วัน เพื่อให้หอมแดงถอนได้ง่าย การเก็บเกี่ยวจะใช้กรรมวิธีการมือถอนหรือใช้จอบหรือเสียมขุดร่วมด้วย หลังการเก็บเกี่ยว หอมแดงจะเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือน ภายหลังเก็บเกี่ยวบนแปลง หากเกิน 6 เดือน หัวหอมแดงจะฝ่อไม่สามารถที่จะกินและไม่สามารถนำไปเพาะปลูกได้
                ดังนี้หอมแดงสามารถผสมข้ามพันธุ์ได้ กับหอมหัวใหญ่ ลูกผสมที่เกิดขึ้นมีลักษณะรูปร่างจัดเข้าอยู่ในกรุ๊ปของหอมหัวใหญ่ (A.cepa)  ส่วนชนิดหอมแดงที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่ 3  ประเภท ซึ่งลักษณะก็จะคล้ายคลึงกันมาก
ประเภทศรีสะเกษ เปลือกหัวนอกดก มีสีม่วงแดง หัวมีลักษณะกลมป้อม มีกลิ่นแรง ให้รสหวาน ใบเขียวเข้มมรกต มีนวลจับเล็กน้อย
พันธุ์บางช้าง มีลักษณะคล้ายกับจำพวกศรีสะเกษ แต่สีเปลือกนอกจางกว่า หัวมีลักษณะกลมป้อม ใบสีเขียวเข้ม มีนวลจับเล็กน้อย เป็นประเภทที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงยิ่งกว่าทุกพันธุ์
จำพวกเชียงใหม่ มีเปลือกบาง สีส้มอ่อน หัวมีลักษณะกลมรี  กลิ่นไม่ฉุนเสมือนชนิดอื่น ให้รสหวาน หัวจะแบ่งเป็นกลีบเด่นชัด ไม่มีเปลือก ใบสีเขียวมีนวลจับ
องค์ประกอบทางเคมี   หัวหอมมีน้ำมันระเหยง่ายที่มีกำมะถัน diallyl disulphide เป็นองค์ประกอบร่วมกับสารอื่นๆอีกดังเช่นว่า Ethanol, Acetonc, methyl Ethyl, Methyl Disulfide, Methyl, Methyl Trisulfide, Methyl I-propyl Trisulfide, I-propyl Trisulfide, Ketone, I-propanol, 2 – propanol, Methanol, I-butanol, Hydrogen Sulfidc, I-propanethiol, I-propyl Disulfide , Thioalkanal-S-oxide, di-n- propyl Disulfide, n- propyl-allyl Disulfide,  Dithiocarbonate แล้วก็ Thiuram Sulfidc ,Linoleic , flavonoid Glycoside , pectin , alliin ส่วนสารที่ทำให้มีการเกิดกลิ่นในหัวหอมมีอยู่ 3 จำพวก คือ dipropyl trisulfide, methylpropyl disulfide , methylpropyl disulfide และ methylpropyl trisulfide  ส่วนค่าทางโภชนาการของหอมแดงนั้นมีดังนี้

คุณประโยชน์ทางโภชนาการของหอมแดงดิบต่อ 100 กรัม

  • หอมแดงพลังงาน 72 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 16.8 กรัม
  • น้ำตาล 7.87 กรัม
  • เส้นใย 3.2 กรัม
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • โปรตีน 2.5 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.06 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.29 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.345 มก.
  • วิตามินบี 9 34 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 8 มก.
  • ธาตุแคลเซียม 37 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 1.2 มก.
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มก.
  • ธาตุแมงกานีส 0.292 มก.
  • ธาตุฟอสฟอรัส 60 มก.
  • ธาตุโพแทสเซียม 334 มก.
  • ธาตุสังกะสี 0.4 มก.


ประโยชน์/คุณประโยชน์  ในการใช้ประโยชน์จากหอมแดงนั้นส่วนใหญ่กว่า 80% ชอบนิยมนำไปเตรียมอาหารทั้งของคาว แล้วก็ขนมหวาน รวมถึงนำไปเป็นของเคียง ของอาหารต่างๆได้แก่ ข้าวตรอก สเต๊ อื่นๆอีกมากมาย รวมถึง หัวหอม ใบและช่อดอกอ่อน รับประทานเป็นผักสดและปรุงเป็นของกิน หอมทั้งหัวและก็ใบ ดอกเปรี้ยวกินเป็นผักจิ้ม
ส่วนสำหรับในการใช้หัวหอมในด้านสรรพคุณรักษาโรคนั้นมีดังนี้ ตามคุณประโยชน์โบราณของไทยพูดว่า ใบมีรสเค็มหวาน เป็นเมือก ใช้แก้หวัดและก็เลือดกำเดาออก หัวหอมรสเผ็ด แก้ไข้มีเสลด ใช้ในจำนวนน้อย ดูแลรักษาผมให้เจริญงอกงาม ทำให้ผิวหนังสดชื่น แก้ไข้ เช็ดทาผิวหนังทำให้ร้อน ขับเสลด แก้โรคในปาก บำรุงธาตุ ใช้ด้านนอก
การเรียนทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์คุ้มครองตับและก็ไต       การเรียนความสามารถสำหรับการคุ้มครองปกป้องความย่ำแย่ของตับแล้วก็ไตจากการต่อว่าดเชื้อมาลาเรีย โดยจัดแจงสารสกัดหอมแดงอย่างหยาบด้วยน้ำ หลังจากนั้นนำไปทดลองฤทธิ์ในหนูถีบจักร สายพันธุ์ ICR ที่ติดเชื้อโรคมาลาเรีย Plasmodium berghei  ANKA จำนวน 6x106เซลล์ ต่อหนูทดลอง โดยให้หนูทดลองได้รับสารสกัดทางหลอดอาหารวันละครั้ง ตรงเวลา 4 วันติดต่อกัน และก็ทำการวัดค่าระบุความย่ำแย่ ดังเช่นว่า ระดับเอนไซม์ตับ aspartate aminotransferase (AST), alanine aminotransferase (ALT) แล้วก็ตัวบ่งชี้หลักการทำงานของไต ได้แก่ blood urea nitrogen (BUN) และ creatinine โดยใช้ชุดตรวจสำเร็จรูป ผลการทดลองพบว่าความเข้มข้นสูงสุดของสารสกัดหอมแดงที่ไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษเป็น3,000 มก.ต่อกิโลกรัม และก็ในเวลาที่มีการติดโรคไข้จับสั่นนั้นจะเจอความเสียหายของตับ และก็ไตเกิดขึ้นในวันที่ 10 ภายหลังจากติดเชื้อโดยมองได้จากระดับของ AST, ALT, BUN และก็ creatinine ที่สูงที่สุด แต่ว่าสารสกัดหอมแดงที่ขนาด 3,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สามารถป้องกันความเสียหายของตับรวมทั้งไต จากการต่อว่าดเชื้อไข้มาลาเรียได้โดยดูจากตัวบ่งชี้ที่หรูหราปกติ จากผลการศึกษาวิจัยสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดหอมแดงมีฤทธิ์คุ้มครองความเสื่อมโทรมของตับและก็ไตจากการติดเชื้อมาลาเรียในหนูทดลองได้
ฤทธิ์ต่อต้านอักเสบ       ทดสอบฤทธิ์ต้านทานการอักเสบของส่วนสกัดหัวหอมแดงในเอทานอลในหลอดทดสอบ กระทำการทดลองความมีชีวิตรอดของเซลล์ด้วยแนวทาง 3-4,5-dimethylthiazol-2-yl-2,5-dyphenyl tetra-zolium bromide (MTT) ศึกษาผลของส่วนสกัดต่อการแสดงออกของยีนที่เป็นตัวกลางการอักเสบตัวอย่างเช่น inducible nitric oxide synthase (iNOS), cyclooxygenase (COX)-2, COX-1, tumor necrosis factor (TNF)-α, interleukin (IL)-1β และก็ IL-6 ในเซลล์เพาะเลี้ยงมาโครฟาจ (RAW 264.7) ที่ได้รับการกระตุ้นด้วยสาร Lipopolysaccharide (LPS) โดยวัดปริมาณยีนที่แสดงออกด้วยวิธี reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) วิเคราะห์หาปริมาณฟีนอลรวม รวมทั้งฟลาโวนอยด์รวม ของส่วนสกัดโดยใช้ปฏิกิริยาการเกิดสีกับสาร Folin-Ciocalteu และก็สารอลูมินัมคลอไรด์ เป็นลำดับ ผลการศึกษาวิจัยพบว่าที่ความเข้มข้น 62.5, 125 แล้วก็ 250 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ส่วนสกัดหอมแดงในเอทานอลไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ และมีฤทธิ์ยับยั้งการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้แก่ iNOS, TNF-α, IL-1β แล้วก็ IL-6 เพิ่มขึ้นตามความเข้มข้น ส่วนสกัดหอมแดงไม่เป็นผลต่อการแสดงออกของยีน COX-2 แต่ว่ายับยั้งการแสดงออกของยีน COX-1 อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณสารฟีนอลรวมคิดเป็น 15.964±0.122 สมมูลกับกรดแกลลิก/กรัม และมีจำนวนสารฟลาโวนอยด์รวม 11.742 ±0.012 มิลลิกรัม สมมูลกับสารเคอร์สิทิน/กรัม
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา
ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ การทดสอบสารสกัดบิวทานอลจากหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มล./แผ่น หรือความเข้มข้นอื่นๆกับ Bacillus subtilis M-45 (Rec-) ในจานเพาะเชื้อ พบว่าไม่มีฤทธิ์ และเมื่อแปลงมาใช้สารสกัดเอทานอล (95%) จากหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มิลลิลิตร/แผ่น กับ B. subtilis H-17 (Rec+) ในจานเพาะเชื้อ พบว่าไม่มีฤทธิ์ด้วยเหมือนกัน ยิ่งกว่านั้นการทดลองน้ำสกัดหรือน้ำต้มหอมสด ความเข้มข้น 0.5 มิลลิลิตร/แผ่น กับ B. subtilis M-45 (Rec-) รวมทั้งการทดสอบ B. subtilis H-17 (Rec+) ด้วยน้ำสกัดหอมสด ก็พบว่าสารสกัดกลุ่มนี้ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ แต่หากใช้ส่วนสกัดจาก chromatography (undiluted) หรือการใช้ oleoresin จากหอม (undiluted) มาทดลองกับ Salmonella typhimurium TA100 ในจานเพาะเชื้อ พบว่ามีฤทธิ์ แม้กระนั้นเมื่อนำมาทดสอบกับ S. typhimurium TA98 กลับไม่มีฤทธิ์ ใช้สารสกัดเมทานอลทดสอบกับ S. typhimurium TA98 พบว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์แรง รวมทั้งเมื่อศึกษาเล่าเรียนกลไกการเมตา-โบไลท์สารก่อกลายพันธุ์ของหอมภายในร่างกาย พบว่ากลูตาธัยโอน กลูคิวโรนายด์ ไดธัยโอธรีธอล สามารถลดฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของหอมได้ แต่ไวตามินซีไม่มีผลต่อฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของหอมแต่อย่างใด มีการทดลองฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของเครื่องเทศที่ใช้จัดแจงน้ำพริกแกง ใน S. typhimurium พบว่าสารสกัดจากหอมมีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ถึง 100% ซึ่งมีสาเหตุจากสารสำคัญที่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมชาติในหอม เมื่อกระทำการแยกและวิเคราะห์สารสำคัญนั้นพบว่า เป็นสารชนิด ฟลาโวนอยด์ เคอร์สิติน (quercetin) ขึ้นรถสำคัญที่แยกบริสุทธิ์ได้ 1 ตัว พบว่าหมายถึงquercetin-4-0-glycoside สารนี้เป็นสารก่อกลายพันธุ์ฤทธิ์อ่อน ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของมันจะสูงขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกาย เมื่อสลายสารนี้ด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี b-glucuronidase ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่พบที่ลำไส้ใหญ่ พบว่าฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์จะร้ายแรงเพิ่มขึ้น
พิษต่อเซลล์ ทดลองสารสกัดเมทานอลจากรากหอมสด ความเข้มข้น 200 มคกรัม/มล. กับ macrophage cell line raw 264.7 พบว่าสารสกัดนี้ไม่มีพิษต่อเซลล์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ข้อแนะนำ/ข้อควรปฏิบัติตาม

  • แบบเรียนยาไทยบอกว่า หัวหอม ไม่ควรกินมากเกินไป หรือรับประทานเป็นประจำ เพราะอาจจะทำให้ประสาทเสีย ให้หลงๆลืมๆได้ง่าย ทำให้มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และก็ตาฝ้ามัวไม่แจ่มใส
  • ในการเลือกหอมแดงมาใช้ประโยชน์ควรเลือกหอมแดงที่แก่เก็บเกี่ยวไม่เกิน 6 เดือน เพราะเหตุว่าถ้าหากเกิน 6 เดือนไปแล้ว จะได้หัวหอมที่ฝ่อ ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้หรืออาจมีสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
  • น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากหอมแดง มีรสเผ็ดร้อน ทำให้เคืองตา  แสบจมูก  และก็อาจทำให้ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน
  • น้ำหอมแดงมีสารกำมะถันซึ่งทำให้แสบตา แสบจมูก แล้วก็ผิวหนังมีลักษณะอาการเคือง ก็เลยไม่ควรใช้ทาใกล้รอบๆผิวหนังที่บอบบาง
เอกสารอ้างอิง

  • วรวุฒิ สมศักดิ์, สุกัญญา ชาชิโย, สมเดช ศรีชัยรัตนกูล, ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์. ฤทธิ์ของสารสกัดหอมแดงต่อความเสียหายของตับและไตจากการติดเชื้อมาลาเรีย Plasmodium berghei ในหนูทดลอง. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 6, วันที่ 26 มิถุนายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา.
  • จิรวัฒน์ เวชแพศน์.2526 การศึกษาระยะปลูกของหอมแดง.ปัญหาพิเศษปริญญาตรี ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.
  • ภก.ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ.หอมเล็ก.คอลัมน์ สมุนไพรน่ารู้. นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่27.กรกฎาคม 2524 http://www.disthai.com/
  • หอม.ฐานข้อมูลพืชสมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • อาทิตย ศุขเกษม. การเปรียบเทียบผลผลิตของหอมแดงที่ปลูกด้วยหัวพันธุ์และเมล็ดพันธุ์.ปัญหาพิเศษปริญญาตรี.ภาควิชาพืชสวนคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน.13 หน้า
  • Lorenz, O.A. and D.N. Maynard. 1980. Knott’s hand book for vegetable growers. John wily and Sons, Inc. New York. 390 p.
  • หอมแดง สรรพคุณและการปลูกหอมแดง.พืชเกษตรดอทคอม เว็บเพื่อพืชเกษตรไทย
  • พะยอม ตันดีวัฒน์.2530. เครื่องเทศ.119 หน้า.
  • หอมแดง.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • รัตนา พรหมพิชัย. (2542). หอมบั่ว. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ (เล่ม 14, หน้า 7530). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
  • Werawattanachai N, Kaewamatawong R, Junlatat J, Sripanidkulchai B. Anti-Inflammatory potential of ethanolic bulb extract of Allium ascalonicum. Journal of Science & Technology, Ubon ratchathani University. 2015;17(2):63-68.
  • วิศิษย์ ว่องทิพยคงคา.2510. การเปรียบเทียบหาระยะปลูกที่เหมาะสม ของหอมต้นเพื่อเพิ่มผลผลิต ปัญหาพิเศษ ปริญญาตรี ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ.



Tags : หอมแดง

15

รางจืด
ชื่อสมุนไพร  รางจืด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน กำลังช้างเผือก , ขอยชะนาง , รางเอ็น , เครือชาเขียว (ภาคกึ่งกลาง) , รางจืด , เครือเข้าเย็น , หนามแน้ (ภาคเหนือ) , ดุเหว่า (ปัตตานี) , น้ำนอง (สระบุรี) , ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) , คาย (จังหวัดยะลา) , แอดแอ ,ย้ำแย้ (เพชรบูรณ์) จอลอดิเอ้อ , กร่ำถะ ,เพียงพอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ  Blue trumphet vine , Laurel clockvine
ชื่อวิทยาศาสตร์  Thumbergia laurifolia Lindl
ตระกูล    Acanthaceae
ถิ่นเกิด รางจืดเป็นพืชเถาในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของทวีปเอเชีย ตัวอย่างเช่น ประเทศแถบประเทศอินเดีย อินโดจีน ศรีลังกา ประเทศพม่า ไทย มาเลเซีย อินโนดีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งเขตกวางตุ้ง เมืองจีน แล้วก็ไตหวัน ในประเทศไทยพบมากตามป่าดงดิบหรือป่าดิบชื้นทั่วๆไป ในทุกภาคของประเทศ รวมทั้งเป็นพืชที่มักจะเจริญเติบโตได้เร็วมาก แต่เดี๋ยวนี้นิยมปลูกตามอาคารบ้านเรือนทั่วไป เพราะมีการทำการศึกษาเรียนรู้ออกมาว่าสามารถขจัด/ล้างสารพิษในร่างกายได้
ลักษณะทั่วไป
ต้นรางจืดเป็นไม้เถาสามารถเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพิงพันขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่ๆได้ต้น เถามีลักษณะกลม เช่น ข้อข้อ สีเขียว เป็นมัน เมื่อเถาแก่เป็นสีน้ำตาลเยอะขึ้น และก็ยาวได้มากกว่า 10 เมตร ใบเป็นใบลำพังสีเขียวเข้มออกเป็นคู่ตรงกันข้ามตรงข้อของลำต้น ใบมีลักษณะคล้ายใบย่านางรูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. (ซม.) ยาว 8-15 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนเว้าหรือหยักรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น เส้นใบมี 5 เส้น ออกฐานใบเดียวกัน  ดอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ช่อละ 3-4  ดอก กลีบดอกไม้แผ่ออกเป็นรูปแตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก โคนดอกเป็นหลอดกรวยยาวราว 1 เซนติเมตร มักมีน้ำหวานใส่อยู่ในหลอด ดอกมีสีม่วงปนสีน้ำเงิน ผลเป็นรูปทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1 ซม. เมื่อผลแห้งแล้ว จะแตก 2 ซีก จากจะงอยส่วนบน มักมีดอกในฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายน-จับพาพันธ์) ดอกที่โรยแล้วบางดอกบางทีอาจติดผล เมื่อแก่เปลือก ผลเป็นสีน้ำตาล แตกออกเป็น 2 ส่วน เมล็ดมีสีน้ำตาลมีปุ่มเล็กๆเหมือนหนามอยู่บนเปลือกเมล็ด รวมทั้งสามารถนำไปเพาะเพาะพันธุ์ถัดไปได้
การขยายพันธุ์
รางจืดสามารถเพาะพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือปักชำ ในการปักชำจะใช้กิ่งจำพวกที่แก่ตั้งแต่ 1 ปี หรือกิ่งประเภทแก่ที่สีน้ำตาลอมเขียว ด้วยการตัดกิ่งยาว 20-30 เซนติเมตร โดยให้มีตากิ่งหรือข้อกิ่งติดมาอย่างต่ำ 1-2 ตา แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยนำปักชำในทรายหรือแกลบที่ไม่มีดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มจนรากงอกแล้วจากนั้นจึงค่อยนำไปลงถุงเพาะชำเพื่อลงปลูกต่อไป หรือปักชำลงดินบริเวณที่อยากปลูก และรดน้ำเป็นประจำ 1-2 ครั้ง/วัน จนกิ่งเริ่มแทงยอดอ่อน
สำหรับการปลูกจากการเพาะเมล็ดนั้น นับว่าเป็นแนวทางซึ่งสามารถได้ต้นที่มีความแข็งแรงที่สุด เพราะจะได้ต้นซึ่งสามารถแตกกิ่งแขนงได้มาก กิ่งกิ้งก้านยาวได้หลายเมตร รวมทั้งลำต้นแก่เป็นเวลายาวนานมากกว่าการปลูกจากต้นเพาะชำ
แม้กระนั้นการขยายพันธุ์ยาเขียวจำนวนมากชอบนิยมใช้กรรมวิธีการปักชำมากยิ่งกว่า เพราะช่องทางในการแตกออกมีมากยิ่งกว่า และก็ใช้เวลาน้อยกว่าการเพาะเม็ด สำหรับวิธีการปลูกยาเขียวนั้นมีดังนี้  นำเอากิ่งที่ได้จากการปักชำ หรือต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเม็ด มาปลูกลงดินโดยให้ขุดหลุมปลูกมีความกว้างลึกราว 1x1 ฟุต แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักราวๆ 1 ใน 4 ของหลุม กลบดินน้อย วางกิ่งปลูกหรือต้นกล้าลงกึ่งกลางหลุมแล้วกลบขอบดินให้แน่น รดน้ำตามให้ชุ่ม ควรจะปลูกขอบรั้วหรือกำแพงเพื่อให้เถายาเขียวสามารถยึดเกาะและเลื้อยพาดไปได้ หรือไม่ก็ทำค้างให้เถารางจืดเกาะเลื้อย  รางจืดเป็นไม้ที่สามารถเจริญก้าวหน้าเจริญในดินดูเหมือนจะทุกชนิด รวมทั้งเป็นไม้ที่ต้องการแสงอาทิตย์ปานกลาง คือ ไม่ได้อยากแสงแดดที่จัดมากเกินไป แล้วก็มีความต้องการน้ำปานกลาง ในช่วงแรกปลูกจะต้องรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดระยะเวลา เมื่อต้นโตแล้วให้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ในเวลาเช้า ส่วนการให้ปุ๋ยนั้นใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยหมัก ใส่บริเวณโคนต้นปีละ 2 ครั้ง โดยการลูกพรวนดินโคนต้นให้ร่วนซะก่อนก็เลยใส่ปุ๋ย แล้วรดน้ำตาม
การเก็บใบรางจืด  สำหรับใบยาเขียวที่จะเก็บมาใช้ทางยา ควรจะเก็บจากต้นที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป และให้ทยอยเก็บจากใบข้างล่างบริเวณโคนกิ่งก่อน รวมทั้งค่อยเก็บไปจนกระทั่งกลางกิ่ง ไม่สมควรเก็บให้ถึงบริเวณปลายกิ่งภายหลังเก็บมาแล้ว แม้ไม่ใช้โดยทันที ให้นำใบมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปผึ่งแดด 5-7 แดด เมื่อแห้งแล้วให้เก็บใสถุงหรือกล่องไว้ ระวังอย่าให้โดนน้ำ เพราะบางทีอาจกำเนิดเชื้อราได้
องค์ประกอบทางเคมี ฟลาโวนอยด์, ฟีนอลิก, apigenin, cosmosin, delphinidin-3,5-di-O-beta-D-glucoside, chlorogenic acid, caffeic acid, lutein – Chlorophyll a Chlorophyll b  Pheophorbide a  Pheophytin a
คุณประโยชน์ / คุณประโยชน์
                รางจืดจัดเป็นยารสเย็นใช้ปรุงเป็นยาเขียวลดไข้ ถอนพิษผิดสำแดง และพิษอื่นๆใช้แก้ร้อนใน หิวน้ำ รักษาโรคอาการหอบหืดเรื้อรัง และแก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆใช้แก้พิษเบื่อเมาเพราะเห็ดพิษ สารหนู หรือสารกำจัดแมลง
                แบบเรียนยาไทย: ใบ ราก รวมทั้งเถา รสจืดเย็น ตำคั้น หรือเอารากฝนกับน้ำ หรือต้มเอาน้ำยาดื่มทำลายพิษ แก้ไข้ ทำลายพิษยาเบื่อเมา แก้ร้อนในหิวน้ำ แก้รอบเดือนไม่ดีเหมือนปกติ แก้ปวดหู ตำพอก แก้ปวดบวม เถาและก็ใบ รับประทานแก้ร้อนในหิวน้ำ แก้พิษร้อนต่างๆราก รสจืดเย็น แก้อักเสบ แก้ปวดบวม แก้เมาค้าง แก้อาการปวดหัวมึนหัวสาเหตุจากพิษเหล้า ถอนพิษสุรา พิษหลงเหลือภายในร่างกาย ใช้รากเข้ายารักษาโรคอักเสบรวมทั้งปอดอักเสบ รากแล้วก็เถา ใช้กินเป็นยารักษาอาการร้อนในอยากกินน้ำ รักษาพิษร้อนทั้งปวง ทั้งต้น รสจืดเย็น ทำลายพิษยาเบื่อเมา หรือใช้ปรุงเป็นยาเขียว ถอนพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง พิษเบื่อเมาเพราะเหตุว่าเห็ดพิษ สารหนู หรือสารกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งพิษทั้งหมด  รักษาอาการหอบหืดเรื้อรัง แก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆปรุงยาแก้มะเร็ง หมอยาแผนไทยใช้เพื่อช่วยจับพิษในตับหรือล้างพิษในตับ
           สมุนไพรประจำถิ่นล้านนา: ใช้ ใบและก็ราก ปรุงเป็นยาทำลายพิษไข้ เป็นยาพอกรอยแผล น้ำร้อนลวก ไฟลุก ทำลายพิษยากำจัดแมลง พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากกินเหล้ามากจนเกินความจำเป็น หรือยาเบื่อจำพวกต่างๆ(กล่าวว่ารากรางจืดมีตัวยามากกว่าใบ 4-7 เท่า))
           ตำรายาพื้นบ้านนครราชสีมา: ใช้ ใบ แก้เบาหวาน
           ประเทศมาเลเซีย: ใช้ใบแก้รอบเดือนเปลี่ยนไปจากปกติ แก้ปวดบวม
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้มีการทำการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของยาเขียวมานานแล้ว ซึ่งมีผลการค้นคว้าวิจัย ดังนี้

  • พ.ศ. 2521 นักค้นคว้าจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มัธยมมหิดล เป็นกรุ๊ปแรกที่ทดสอบป้อนผงรากรางจืดให้ตัวทดลองก่อนให้น้ำยาสตริกนินแต่พบว่าไม่ได้เรื่อง หนูชักรวมทั้งตาย แม้กระนั้นถ้าเกิดผสมกับน้ำยาสตริกนินก่อนป้อน พบว่าตัวทดลองไม่เป็นอะไร แปลว่าผงรากรางจืดสามารถซึมซับพิษชนิดนี้ไว้
  • พ.ศ. 2523 คุณครูพาณี เตชะเสนรวมทั้งคณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้น้ำคั้นใบรางจืดป้อนตัวทดลองที่กินสารกำจัดศัตรูพืช“โฟลิดอล”พบว่าแก้พิษได้ ลดอัตราการตายลงจาก 56% เหลือเพียง 5% เพียงแค่นั้น ในเวลาที่วิธีการฉีดกลับไม่เป็นผล
  • พุทธศักราช 2551 สุชาสินี คงกระพันชาตรีธ์ ใช้สารสกัดแห้งใบยาเขียวป้อนหนูทดลองที่ได้รับสารกำจัดแมลงกรุ๊ปออร์แกนโนฟอสเฟตชื่อมาราไธออนพบว่าช่วยชีวิตได้ 30%
  • พ.ศ. 2553 จิตบรรจง ตั้งปอง มหาวิทยาลัยวงกลมลักษณ์ พบว่าสารประกอบในใบยาเขียวช่วยคุ้มครองปกป้องการตายของเซลล์ประสาทของตัวทดลองที่ได้รับพิษจากสารตะกั่ว ก็เลยสามารถป้องกันสูญเสียการศึกษารวมทั้งความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ


มีการวิจัยเรื่องใบยาเขียวสามารถป้องกันตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่กำจัดสารพิษในร่างกาย ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยรักษาชีวิตของผู้ที่ได้รับพิษ พ.ศ. 2543 รายงานวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าสารสกัดแห้งของน้ำใบรางจืดน่าจะส่งผลลดความเป็นพิษของตับจากแอลกอฮอล์ได้ พ.ศ. 2548 พรเพ็ญ เปรมโยธิน จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลว่าสารสกัดน้ำรางจืดแสดงฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ทั้งในหลอดทดลองและในหนูทดลอง  แล้วยังพบว่า สารสกัดน้ำใบยาเขียวมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระด้วย
นอกเหนือจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากยาเขียวอีกดังเช่น ยอดอ่อน ดอกอ่อนสามารถใช้รับประทานเป็นผักได้ โดยจะใช้ลวก แกงกิน ก็ทำเป็นอย่างกับผักประจำถิ่นทั่วๆไป นอกจากนี้เด็กๆตามชนบทยังนิยมดื่มน้ำหวานจากดอกยาเขียวที่บ้านได้อีกด้วย โดยไม่เกิดอันตรายอะไรก็ตามแต่อย่างไรก็ตาม การกินยาเขียวในปริมาณต่อเนื่องกันอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวของโลหิตวิทยาหรือเคมีสถานพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นต่อไปด้วย
ชายาเขียว ใบรางจืดสามารถนำมาหั่นเป็นฝอย ตากลมให้แห้งแล้วเอามาชงกับน้ำร้อนดื่มแทนชาได้ แล้วก็ยังมีกลิ่นหอมยวนใจรวมถึงยังช่วยล้างพิษในร่างกายได้อีกด้วย  ในปัจจุบันได้มีการนำสมุนไพรรางจืดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ แคปซูลยาเขียวหรือยาเขียวแคปซูล เพื่อความสะดวกแล้วก็ไม่ยุ่งยากต่อการใช้ประโยชน์  ดอกรางจืด นำมาบดอย่างรอบคอบผสมกับน้ำ แล้วกรองแยกกาก ก่อนนำน้ำที่ได้ใช้ทำของว่าง ใช้หุงข้าว หรือใช้ทำสีผสมอาหารอื่นๆซึ่งจะให้สีม่วงอ่อนหรือสีคราม หรือสีอื่นตามชนิดสีของดอก
คนรุ่นเก่ามีความเห็นว่า การดื่มน้ำต้มจากยาเขียวสามารถช่วยแก้คุณไสย ยาสั่งหรือมนต์ดำที่คนอื่นๆทำแก่ตนได้  ใบยาเขียวตากแห้งแล้ว นำมาบดให้ถี่ถ้วน ใช้ผสมในอาหารสัตว์ อาทิ ของกินหมู อาหารไก่ เป็นต้น ช่วยเสริมภูมิต้านทานต่อโรค และก็ช่วยรักษาให้สัตว์มีอัตราการรอดสูงขึ้นหลังจากที่ได้รับเชื้อโรค

แบบอย่าง/ขนาดวิธีใช้ สำหรับในการรักษาพิษ ใช้ใบสด 10 -12 ใบ นำมาตำจนถึงละเอียดผสมกับน้ำแช่ข้าวราวครึ่งแก้ว ส่วนการใช้ประโยชน์จากรากรางจืดสำหรับในการรักษาพิษ ใช้ราก 1-20 องคุลี ให้เอามาฝนหรือเอามาตำเข้ากับน้ำซาวข้าว แล้วนำมาดื่มให้หมดเมื่อมีลักษณะอาการ และก็บางทีก็อาจจะจะต้องใช้ซ้ำอีกด้านในครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงเหมือนกับการกางใบรางจืด  หรือใช้ใบรางจืดทำเป็นชาแล้วรับประทานทีละ 2-3 กรัม โดยชงกันน้ำร้อน 100-200 ซีซี วันละ 3 ครั้งก่อนอาหารหรือเมื่อมีลักษณะอาการ รักษาโรคเบาหวาน ให้ใช้ใบรางจืดราวๆ 58 ใบ มาโขลกอย่างถี่ถ้วนแล้วผสมกับน้ำแช่ข้าวรับประทานทีละ 1 แก้ว 3 เวลา แก้อาการแพ้ ผื่นคัน ลดการเกิดโรคผิวหนัง โดยใช้ใบหรือเถาสด 10-15 ใบหรือเถาขนาดยาว 10 เซนติเมตร ต้มในน้ำประมาณ 10 ลิตร อาบทุกวี่วัน ราว 5-7 วัน  แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว โดยนำใบ 10-20 ใบ หรือ ใช้เถาตัดเป็นชิ้นๆยาว 1-2 นิ้ว ก่อนนำไปแช่เหล้าดื่มทุกส่วนนำมาตำหรือบดผสมน้ำ ใช้สำหรับพอกแผล ระงับลักษณะของการปวด ลดอาการบวม และก็กำจัดพิษจากสัตว์ต่อย เป็นต้นว่า งูกัด แมงป่อง ตะขาบ แมงดาทะเล           ทุกส่วนออกฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาแผล อาทิเช่น รักษาไวรัสเริม ด้วยการบดผสมน้ำบางส่วน ก่อนนำไปประคบบริเวณรอยแผลเริม  ทุกส่วนนำมาบดผสมน้ำนิดหน่อย ก่อนเอามาประคบหรือทาแผลสด รอยแผลหนอง ซึ่งจะช่วยทำให้แผลแห้งเร็ว ลดการต่อว่าดเชื้อ ลดอาการบวมของแผล  ทุกส่วนนำมาต้มน้ำดื่มหรือคั้นน้ำสำหรับใช้เป็นยาแก้ร้อนใน แล้วก็ช่วยทุเลาอาการอยากดื่มน้ำ  น้ำต้มจากทุกส่วน เอามาดื่มอุ่นๆสำหรับรักษา และบรรเทาอาการท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษ
การศึกษาทางเภสัชวิทยา  มีรายงานศึกษาค้นคว้าในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดน้ำจากใบรางจืด ขนาด 2 แล้วก็ 3 ซีซี/น้ำหนักตัว 100 กรัม และขนาด 3.5 กรัม/กิโลกรัม มีผลลดพิษจากยาฆ่าแมลงในกรุ๊ปออร์กาโนฟอสเฟตในหนูได้ โดยทำให้อัตราการตายลดน้อยลง  และยังมีมีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยทางสถานพยาบาลที่เกี่ยวเนื่องกับการขับยาฆ่าแมลงออกมาจากร่างกาย พบว่ารางจืดจะทำลายพิษได้ดิบได้ดี โดยเฉพาะพิษที่เกิดขึ้นจากยากำจัดแมลง ”โฟลิดอล” แล้วก็พิษออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับแนวทางการทำงานของ Cholinergic system โดยการศึกษาเล่าเรียนในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงแล้วก็ตรวจพบระดับสารฆ่าแมลงภายในร่างกาย จำนวน 49 คน พบว่าเมื่อให้อาสาสมัครกินชารางจืดขนาด 8 ก./วันหรือยาหลอก นาน 21 วัน พบว่าปริมาณยาฆ่าแมลงในเลือดของอาสามัครที่ได้รับยาเขียวลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 7, 14 และก็ 21 ของการทดสอบ รวมทั้งจากการเล่าเรียนของดวงรัตน์รวมทั้งภาควิชา พบว่าโดยรางจืดมีผลเพิ่มปริมาณ Cholinesterase ในเลือดของเกษตรกรที่ได้รับสารกำจัดศัตรูพืช
ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิยาลัตำแหน่งรีนครินทรวิโรฒ จึงได้เรียนฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมอง พบว่ารางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดแอมเฟทามีน แล้วก็โคเคน โดยทั่วไปเพิ่มการหลั่งโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่หลั่งมากมายในระหว่างที่คนป่วยได้รับสารแอมเฟทามีน รวมถึงไปเพิ่ม activity ของเซลล์ประสาทในสมองส่วน nucleus accumbens , globus pallidus,amygdala,frontal cortex ,caudate putamen and hippocampus ที่เกี่ยวกับ  reward and locomotor behaviour ทำให้คาดว่าในคนไข้ ที่เข้ารับการดูแลรักษา/บำบัดยาเสพติด ที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยสารสกัดยาเขียว อาจเกิดความพิงพึงพอใจเหมือนกับการรับยาเสพติด ถ้าเกิดใช้ประโยชน์สำหรับการรักษาคนไข้จะทำให้คนไข้ไม่ต้องทุรนทรายมาก ก็เลยบางทีอาจเป็นต้นเหตุหนึ่งทีการดูแลรักษาด้วยสารสกัดสมุนไพรได้ผล
ภาควิชาเภสัชศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาค้นคว้าฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษแอลกอฮอล์ต่อตับ พบว่าสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วย ปกป้องการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ ทั้งยังในหลอดทดลองรวมทั้งในหนูแรตครั้งได้รับแอลกอฮอล์ โดยทำให้ค่า AST,ALT ในพลาสม่าแล้วก็ตรีกลีเซอร์ไรด์ในตับต่ำลง และก็ลดการเปลี่ยนแปลงภาวะทางจุลพยาธิวิทยาของตับเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับเเอลกอฮอล์อย่างเดียว
                เหตุเพราะสารสกัดด้วยน้ำของรางจืดช่วยลดการเกิด heppatic lipid peroxidation ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด แล้วก็เพิ่มระดับเอนไซม์ alcohol dehydrogenase และก็ aldehyde dehydrogenase
ส่วนมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เล่าเรียนฤทธิ์ของรางจืดต่ออาการขาดสุรา พบว่าสารสกัดยาเขียวได้ผลลดภาวการณ์เหงาหงอยรวมทั้งทำให้พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของหนูเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่งขึ้น แต่ไม่มีผลลดความกลุ้มอกกลุ้มใจ ขึ้นรถสกัดราถงจืดชืดช่วยลดการเช็ดกทำลายเซลล์ประสาทของหนูเนื่องด้วยขาดสุราในสมองส่วน messolimbic dopaminergic system โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รอบๆ  nucleus accumbens และก็ ventral tegmental area
ในหนูโรคเบาหวานที่ได้รับน้ำต้มใบรางจืดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ ส่วนน้ำคั้นใบยาเขียวสดในขนาด ๕๐ มิลลิกรัม/มล.ที่ให้หนูเบาหวานดื่มแทนน้ำนาน ๑๒ วัน ไม่เป็นผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบพบว่าการให้สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด รวมทั้งทำให้บีต้าเซลล์ของตับอ่อนฟื้นฟูขึ้นบ้างแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ ในเรื่องของฤทธิ์ลดระดับความดันนั้นพบว่าสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดแห้งส่งผลทำให้ความดันเลือดของหนูแรตน้อยลง โดยกลไกการออกฤทธิ์ส่วนหนึ่งส่วนใดบางทีอาจผ่าน Cholinergic receptor แล้วก็ทำให้หลอดเลือดแดงคลายตัว
การใช้สมุนไพรในคนเจ็บโรคเบาหวานรวมทั้งความดันนี้ควรจะระลึกว่าควรจะมีการดูแลและรักษาร่วมไปกับแผนปัจจุบันรวมทั้งมีการวัดระดับน้ำตาลรวมทั้งระดับความดันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่าการศึกษาเล่าเรียนยังอยู่ในขั้นตอนของสัตว์ทดสอบเท่านั้น รวมทั้งต้องระมัดระวังการเกิดการเสริมฤทธิ์กันของตัวยาดังที่กล่าวมาข้างต้น
มีการค้นคว้าทำการวิจัยว่ารางจืดมีฤทธิ์ต้านการอับเสบสูงขึ้นมากยิ่งกว่ามังคุดประมาณ 2 เท่า(ทดสอบด้วยวิธี Carrageenan induced paw edema) ในหนูถีบจักรรวมทั้งยังมีความปลอดภัยสูงกว่าอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นยังพบว่า สารสกัดยาเขียวในรูปแบบของครีมสามารถลดการอักเสบก้าวหน้าเท่ากับสตีรอยด์ครีม
ฤทธิ์สำหรับการต้านมะเร็ง มีการเรียนรู้ฤทธิ์ต้านทานการก่อกลายประเภท กล่าวคือสารใดๆก็ตามมีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์มีสมรรถนะสูงสามารถก่อมะเร็งได้ แต่รางจืดมีฤทธิ์ต่อต้านไม่ให้สารนั้นออกฤทธิ์ มีการเล่าเรียนโดยให้หนูรับประทานสารสกัดของกวาวเครือซึ่งกวาวเครือจะไปมีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวและการสร้างนิวเคลียสของเม็ดเลือดแดง กล่าวคือนิวเคลียสของเม็ดเลือดแดงจะเป็นก้อน ใหญ่ขึ้น รวมทั้งมีการแบ่งตัว โน่นคือกวาวเครือไปทำให้การเกิด micronuclei ของเม็ดเลือดแดงเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าหากให้สัตว์ทดลองกินยาเขียวร่วมด้วย พบว่าสามารถลดการเกิด micronuclei ได้ ซึ่งยาเขียวแบบสดและแบบแห้งสามารถใช้ได้ผลเช่นกัน นับเป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของยาเขียว
โดยพบว่าสารออกฤทธิ์อาจเป็นกรดฟีนอลิก ยกตัวอย่างเช่น caffeic acid และก็ apigenin และก็สารกลุ่มคลอโรฟิลล์ ดังเช่นว่า chlorophyll a, chlorophyll b, pheophorbide a แล้วก็ pheophytin a ซึ่งสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมาก
สารสกัดน้ำ เอทานอล และก็อะสิโทน มีฤทธิ์ต้านทานการก่อกลายประเภท โดยยับยั้งการเกิดมะเร็ง เนื่องจากว่าสาร 2-aminoanthracene ได้จำนวนร้อยละ 87 เมื่อพินิจพิจารณาด้วยแบคทีเรีย Salmonella typhimurium TA 98 และก็สามารถเพิ่มแนวทางการทำงานของเอนไซม์ควิโนนรีดักเทส ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้สำหรับในการกำจัดเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้น ได้ตั้งแต่ 1.35-2.8 เท่า อีกทั้งยังมีรายงานการดูแลรักษาผู้ป่วยพิษแมงดาทะเล ช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2522 โดยมีแถลงการณ์ว่ามี  คนป่วย 4 ราย รับประทานยำไข่แมงดาทะเล อาการสังกัดจำนวนที่ได้รับ ทุกรายมีอาการชารอบปาก รวมทั้งอาเจียนคลื่นไส้ อาการชาจะลุกลามไปกล้ามมัดต่างๆที่เป็นโทษคือทำให้หายใจไม่ได้ ผู้เจ็บป่วย 2 รายสลบ จำต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ระยะที่เริ่มแสดงอาการตั้งแต่ 40 นาที จนถึง 4 ชั่วโมง หลังรับประทาน เพราะพิษของแมงดาทะเล เป็นเทโทรโดทอกสิน (Tetrodotoxin) ไม่มียาแก้พิษจะต้องรักษาตามอาการ ภายหลังได้น้ำสมุนไพรยาเขียว 50 มิลลิลิตร ทางหลอดสวนจมูก-กระเพาะอาหาร คนไข้เริ่มรู้สึกตัว รวมทั้งอาการดียิ่งขึ้นเป็นลำดับ ภายหลังจากได้รับน้ำสมุนไพร 40 นาที คนเจ็บอีกรายได้รับการกรอกน้ำรางจืดเหมือนกัน ในขนาด 50 มล. ทุก 1 ชม. 5 ครั้ง หลังจากได้รับน้ำสมุนไพร 5 ชม. คนไข้เริ่มรู้สึกตัว และอาการดีขึ้นตามลำดับ
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดสอบความเป็นพิษรุนแรงที่ป้อนหนูทดลองครั้งเดียว ทั้งยังขนาดปกติและก็ขนาดสูง ไม่เจอความเปลี่ยนไปจากปกติใดๆก็ตามแล้วก็ป้อนต่อเนื่องกัน 28 วัน ขนาด 500 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ไม่พบอาการไม่ดีเหมือนปกติด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นอาจจะก่อให้น้ำหนัก ตับ ไต สูงกว่ากรุ๊ปควบคุม  ค่าชีวเคมีที่เกี่ยวกับไตสูงมากขึ้น และก็ AST สูงขึ้น
          การศึกษาเล่าเรียนพิษเรื้อรังของสารสกัดน้ำจากใบ โดยป้อนหนูแรทขนาด 20  200  1,000  2,000 มิลลิกรัม/กก./วัน หรือคิดเป็น 1, 10, 50 และก็ 100 เท่า ของขนาดที่ใช้ในคนตรงเวลา 6 เดือน พบว่าไม่เป็นผลต่อน้ำหนักตัว การกินของกิน ความประพฤติ แล้วก็สุขภาพทั่วไปของหนู อวัยวะภายในอีกทั้งระดับมหพยาธิวิทยาแล้วก็จุลพยาธิยังคงปกติ และไม่นำมาซึ่งพิษสะสม ไม่ทำให้หนูตาย
มีการเรียนรู้ความเป็นพิษของรางจืดต่อการกลายพันธุ์ของแบคทีเรีย พบว่า สารสกัดจากยาเขียวไม่มีผลทำให้แบคทีเรียกลายพันธุ์อะไร ทั้งยังพบว่า สารสกัดจากยาเขียวสามารถต้านทานการกลายพันธุ์ได้ด้วย
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรตรึกตรองมี

  • การเรียนระบุว่า รากของรางจืดนั้นจะมีคุณประโยชน์ ทางยามากกว่าที่ใบถึง 4-7 เท่า
  • ควรจะใช้ให้ละเอียดและไม่ควรใช้ชิดกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกิน 30 วัน
  • พึงระวังสำหรับการใช้ในคนป่วยโรคเบาหวาน เพราะว่าอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยาประเภทอื่นเป็นระยะเวลานานเพราะอาจขับสารเคมี หรือตัวยาในร่างกายออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเจ็บที่จำเป็นต้องใช้ยารักษาโดยตลอด
  • รางจืดบางทีอาจให้ผลข้างๆ สำหรับผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคอาการหอบหืดได้โดยเมื่อกำเนิดอาการแพ้ยาเขียวก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่ามีระดับอาการแพ้มากน้อยแค่ไหน หากว่ามีลักษณะอาการแพ้ไม่มากมายก็บางครั้งก็อาจจะเป็นแค่ผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง
เอกสารอ้างอิง

  • ปัญญา อิทธิธรรม และคณะ 1999 การใช้สมุนไพรรางจืดขับสารฆ่าแมลงในร่างกายของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
  • วิสาตรี คงเจริญสุนทร และปิยรัตน์ พิมพ์ สวัสดิ์,2552. ฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียกลุ่มแกรมลบฉวยโอกาสบางสายพันธุ์ของสารสกัดเมทานอลจากรางจืด. วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา.
  • ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร.รางจืดราชาของยาแก้พิษ.คอลัมน์.เรื่องเด่นจากปก.นิตยสารหมอชาวบ้านเล่มที่385.มกราคม.2554
  • รางจืด.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • รศ.พร้อมจิต ศรลัมพ์.รางจืด สมุนไพรแก้พิษและล้างพิษ.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.disthai.com/
  • รางจืดสมุนไพรล้างพิษ.คู่มือสมุนไพรล้างพิษสำหรับประชาชน.สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข.สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.พิมพ์ครั้งที่2.มีนาคม 2554.20หน้า
  • รางจืดสรรพคุณรางจืด สมุนไพรลดและกำจัดสารพิษ.พืชเกษตรดอทคอมเว็บเพื่อพืชเกษตรไทย
  • Toxicity รางจืดและข่อยดำ.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ดวงรัตน์ เชี่ยวชาญวิทย์,กำไร กฤตศิลป์,เชิดพงษ์ น้อยภู่, 2545. การใช้สมุนไพรรางจืดเพิ่มปริมาณเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสในซีรั่มของเกษตรกรที่พบพิษสารกำจัดศัตรูพืชในร่างกาย)
  • ข้อมูลสรรพคุณของรางจืดในการข้อยาฆ่าแมลงออกจากร่างกายเกษตรกร.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • กนกวรรณ สุขมาก;นงนุช คุ้มทอง;สมยศ เหลืองศรีสกุล;อภันตรี โอชะกุล เตือนใจ ทองสุข , 2547 .การศึกษาประสิทธิผลของสมุนไพรรางจืดในการป้องกันการสะสมของสารเคมีกำจัดแมลงในกระแสโลหิตของเกษตรกร ต

หน้า: [1] 2 3 ... 23